แชร์ประสบการณ์ฟ้องธนาคาร หลังบัตรเดบิตถูกขโมยไปรูด แต่ธนาคารปฏิเสธการคืนเงิน

ข้อตกลงเบื้องต้นก่อนอ่าน
1. ผมเจตนาในการแบ่งปันเรื่องราวต่อไปนี้เพื่อประโยชน์ในเชิงสร้างสรรค์ ไม่ต้องการให้ใครเสื่อมเสียชื่อเสียง โดยเฉพาะคู่คดี ซึ่งจะไม่มีโอกาสโต้แย้งในกระทู้นี้ ดังนั้นผมจะไม่เปิดเผยอัตลักษณ์หรือชื่อของธนาคารคู่ความในทุกกรณี
2. ผมเชื่อว่านักสืบพันทิปบางท่านจะสามารถติดตามหาข้อมูลมาได้ ว่าธนาคารที่ถูกกล่าวอ้างเป็นธนาคารใด ดังนั้นเรื่องนี้ผมจะไม่รับรองว่าเป็นเรื่องจริงทั้งหมด อาจจะเป็นเรื่องจริงทั้งหมด หรือเรื่องแต่งทั้งหมด หรือเรื่องจริงผสมกับเรื่องแต่ง เพื่อไม่ให้นำไปขยายความให้เกิดความเสื่อมเสียกับบุคคลในเรื่องได้
3. ข้อมูลบางเรื่องเช่นชื่อบุคคล ชื่อข้อสัญญา หรืออื่นใดที่เป็นชื่อเฉพาะ ผมอาจจะหยิบเอามาจากธนาคารอื่นที่เทียบเคียงกันได้ หรือใช้ชื่อตามที่เจอมาจริง ๆ ก็ได้
-----------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องราวเริ่มต้น ติดตามได้จากกระทู้นี้ครับ https://pantip.com/topic/36984000
-----------------------------------------------------------------------------------------
(ต่อเนื่องจากกระทู้ข้างบน)

ผมชั่งใจอยู่นานว่าจะฟ้องคดีนี้ดีไหม  โดยชั่งใจถึงข้อดีข้อเสียต่าง ๆ ได้ข้อสรุปดังนี้
ข้อดี  
1. เป็นเคสกรณีศึกษา เรื่องราวสามารถช่วยสร้างแรงผลักดันให้ผู้ใช้บริการทางการเงินลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเองมากขึ้น
2. มีแนวโน้มที่จะชนะคดีสูง
3. รักษาและผดุงความถูกต้องของสังคมตามที่ตนเองเชื่อ

ข้อเสีย
1. เสียเวลา  เมื่อเทียบกับค่าเสียหายที่เกิดขึ้น คือ 8000 กว่าบาท
2. ผมไม่มีความรู้เรื่องกฎหมายเลย  เป็น 0 ประสบการณ์ในศาลไม่มีเลย  ถ้าให้จ้างทนายก็คงไม่คุ้มค่าในคดีที่ทุนทรัพย์เท่านี้
3. ถ้าแพ้คดีอาจจะต้องเสียค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เพิ่มเติม

หลังจากชั่ง ตวง วัดข้อดีข้อเสียมาแล้ว ผมคิดว่ามีความยากลำบากมากประมาณหนึ่ง ที่คนธรรมดา ไม่เคยเรียนกฎหมายจะลุกขึ้นไปฟ้องคดีนี้จนชนะได้  แถมถ้าจะต้องฟ้อง ก็ต้องเป็นคดีแพ่ง ค่าธรรมเนียม ค่าทนาย ฯลฯ อาจจะไม่คุ้มค่า  แต่ในทางหนึ่งผมก็มีหลักฐานให้เชื่อว่าธนาคารตัดเงินผมโดยมิชอบจริง ๆ และถ้าหากเราฟ้องคดีนี้สำเร็จ ก็จะเป็นคดีตัวอย่างหนึ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น ๆ ที่เจอประสบการณ์เดียวกัน

ผมโทรปรึกษาแฟนเก่า ที่เป็นทนายมากประสบการณ์ และกำลังจะเป็นผู้พิพากษาในอนาคต  โชคดีมาก ๆ ที่เราเลิกกันดี  เลยไม่มีรู้สึกแปลก ๆ เวลาที่โทรคุยด้วย  ผมเล่าเรื่องราวทั้งหมด  และปรึกษาว่าถ้าหากจะฟ้องจะต้องทำอย่างไรบ้าง  จริง ๆ ก็กะทาบทามให้เค้ามาเป็นทนายให้นั่นแหละ  แต่เมื่อฟังตัวเลือกหนึ่งที่เขาเสนอมา ผมก็คิดว่า เห้ย  นี่แหละ ทางออก  เขาบอกว่าคดีนี้ต้องฟ้องเป็นคดีผู้บริโภค  ซึ่งคดีผู้บริโภคนี้มีวิธีการพิจารณาคดีที่ยืดหยุ่นกว่าคดีแพ่งทั่วไป  ไม่มีค่าธรรมเนียมในการฟ้อง (ฤชา) ที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องมีทนาย

ผมมองว่า ถ้าหากจะสู้คดีให้เป็นตัวอย่าง เป็นช่องทางให้ตาสีตาสาผู้ประสบชะตากรรมเดียวกันคนอื่น ๆ สามารถเอาประสบการณ์มาใช้ได้จริง ๆ แล้ว ก็คงต้องฟ้องวิธีนี้นี่แหละ  คืนนั้น ผมโหลดวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภคมาอ่าน
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่