มีคนคุยพร้อมกัน 2 คน จะแก้ปัญหายังไงดีคะ

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่าตอนนี้เราคุยกับผู้ชายพร้อมกัน 2 คนค่ะ
เราเพิ่งย้ายมาทำงานที่นี่ได้แค่ไม่กี่เดือนเอง
แล้วผู้ชาย 2 คนนี้เค้าก็ทำงานอยู่แผนกเดียวกันด้วยค่ะ

เรามีโอกาสได้คุยกับ S ก่อน ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้คือ เราไปแอบกระซิบบอกเพื่อนในแผนก
ว่าเราปลื้ม S นะ สืบประวัติมาแล้วเค้าไม่มีแฟน ยังไงช่วยคุยให้หน่อย
ซึ่งเพื่อนแต่ละคนในแผนกเราส่วนใหญ่ก็จะคุ้นเคยกับ S อยู่แล้ว
พวกเค้าก็ช่วยเชียร์ให้เรากับ S ได้คุยกัน

จนวันนั้น S เดินมาหาเรา แล้วก็ยื่นโทรศัพท์ของเค้ามาให้ พร้อมพูดว่า “ขอเบอร์หน่อยสิ”
เราก็ทั้งงง ทั้งตกใจ  แล้วก็แลกเบอร์โทรกับเค้าไปเรียบร้อย

เหตุการณ์หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมากค่ะ เราเองด้วยซ้ำที่เป็นฝ่ายทักไปหาเค้าก่อน
ก็คุยกันปกติ แล้วเราก็นัดเจอกันตามลำพังค่ะ


วันต่อมา.. เรามาทำงานปกติ ซึ่งเจอ B ที่ทำงานอยู่แผนกเดียวกันกับ S
แต่วันนั้นทางแผนกเราค่อนข้างยุ่งค่ะ B เลยต้องมาช่วยงานในแผนกเรา
ขณะทำงานเราก็คุยกับ B ไปเรื่อยเปื่อย (เราเคยเจอกับ B ตั้งแต่มาทำงานวันแรกแล้วค่ะ)
ตอนนั้นเค้าก็มาช่วยงานในแผนกของเราเหมือนวันนี้

แต่ครั้งนี้ไม่ใช่คุยกันธรรมดาเหมือนครั้งก่อน
รอบนี้อยู่ดีๆ B ก็ขอเบอร์เราซะงั้น เราก็งงเหมือนกัน
อะไรจะป๊อปเบอร์นั้น มีผู้ชายเข้ามาขอเบอร์ไล่ๆ กัน 2 วันติด
เราก็ปฏิเสธคนไม่เป็นอ่ะ ก็ให้ๆ เบอร์ไป ไม่ได้คิดอะไร


หลังจากนั้น วันที่เรากับ S นัดเจอกันก็มาถึงแล้ว ...
บุคลิกภายนอก S จะเงียบขรึมๆ หน้าไม่ค่อยยิ้ม ไม่ค่อยพูดคุยกับคนที่ไม่สนิท
แต่พอได้รู้จักกันแล้ว เค้าเป็นคนที่พูดเก่งมาก และที่สำคัญลักษณะนิสัยของเค้า
ดันไปคล้ายกับแฟนเก่าของเรา จนเราเองก็ประหลาดใจอยู่เหมือนกัน
คือเหมือนชนิดว่า.. ถ้าบอกว่าพวกเค้ารู้จักกัน ก็คือเชื่ออ่ะ


เราปลื้มเค้าอยู่แล้ว ยิ่งหลงเข้าไปอีก แต่เราก็มาสะดุดตรงที่ว่า
เรื่องของเรากับเค้า ห้ามบอกให้คนในที่ทำงานรู้เด็ดขาด ให้รู้กันแค่เราสองคนพอ
ในที่ทำงานก็ต่างคนต่างอยู่ พอออกมาจากที่ทำงานแล้วค่อยมาคุยกัน ใช้เวลาร่วมกัน ทำนองนี้
ที่เค้าห้ามพูดในเรื่องนี้ เพราะเค้าบอกว่าคนในที่ทำงานชอบเอาไปพูดนินทาเสียๆ หายๆ
ตัวเค้าไม่เสียหายเท่าไหร่ แต่เราเป็นผู้หญิงถ้าถูกเม้าในเรื่องแบบนี้มันจะดูไม่ดี

เราก็เออ..ออ ห่อหมกไปตามที่ S บอก


หลังจากนั้นเวลาอยู่ที่ทำงาน เราก็ทำตัวปกติค่ะ
แต่ที่ไม่ปกติก็คือ S  
จากแต่ก่อนที่เค้าแทบจะไม่ค่อยแวะมาแผนกที่เราทำงานอยู่ หรือนานๆ ครั้งจะมาให้เห็น
แต่ตอนนี้เค้าแวะเวียนเนียนมาบ่อยมาก จนหลายคนเริ่มสงสัยว่าไอ่นี่มาทำอะไรข้ามแผนกนักหนา
คือวันๆ นึงเค้าจะแวบมาประมาณ 5-6 รอบได้ค่ะ

ช่วงนั้นเรานี่โลกสีชมพูมาก เค้าก็แวะเวียนมาหาเราประจำ (ที่พักเรากับที่ทำงานอยู่ใกล้ๆ กันค่ะ)
ซึ่ง S จะมานอนกับเราทุกวัน อยู่ที่ทำงานก็คุยกัน เจอกันบ่อยขึ้น

และประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้ คือ  S กับหัวหน้าแผนกเรา ไม่ค่อยจะลงรอยกันค่ะ
พอหัวหน้าเห็น S เดินเข้า-ออกแผนกเราบ่อยมากขึ้น หัวหน้าก็เริ่มสั่งห้ามไม่ให้
S มาที่แผนกอีก ถ้าไม่มีความจำเป็น

S ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเลยค่ะ คือหัวหน้าคนอื่นๆ เค้าก็ไม่ได้สนใจหรอกค่ะ
แต่อีหัวหน้าคนนี้ นางไม่ค่อยถูกชะตา ไม่กินเส้นกับ  S แต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว
ก็เลยชอบหาเรื่องแกล้งกันอยู่บ่อยๆ

เรากับ S ก็เลยต้องค่อยๆ แอบเจอกัน แอบคุยกันอยู่ที่ทำงานค่ะ
แต่พอเลิกงาน S ก็จะแวะมาหาเรา มาค้างกับเราตลอด
เหตุการณ์ปกติอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ได้มั้ง อยู่ๆ S ก็หายไปเลยค่ะ
คือปกติเค้าจะต้องทักมาหาเรา เช่น ทำอะไร อยู่ไหน บลา บลา
แต่หลังๆ เค้าก็ไม่ค่อยทักมา นอกซะจากเราจะทักไปหาเค้าก่อน

และเค้าก็หายไปไม่ค่อยมาหา ถึงมาก็มาแปปเดียว แต่ไม่ได้อยู่ค้างคืนกับเรา
พอถามว่าคืนนี้เค้าจะมาหามั้ย? เค้าก็จะบอกว่าเหนื่อย วันนี้คงไม่ได้ไปหา
เค้าต้องไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ  ไปวันเกิดน้อง พาแม่ไปทำธุระ
เราก็ อืม.. โอเค ไม่ว่า ไม่โวยวายอะไร  ในหัวเรามีคำถามเต็มไปหมด
แต่เราก็ไม่กล้าไปถามไปใส่เค้าตรงๆ เพราะสถานะของเรามันก็ยังไม่ชัดเจน

เราสงสัยว่าเค้าจะแอบมีใครอยู่รึเปล่า? ใจนึงเราก็อยากถามเค้าไปตรงๆ นะ
แต่ก็ไม่กล้า.. เลยคิดว่าถ้าเค้าหายไปแบบนี้ ก็ปล่อยไปเลยดีกว่า เราไม่อยาก
เสียเวลามานั่งตามใคร เพราะกว่าเราจะเลิกกับแฟนคนก่อนได้ อาการเราก็สาหัส
ยังเจ็บไม่หาย เราไม่ยอมถ้าจะต้องมานั่งเจ็บอีก

เราก็จิตตกนั่งทำใจอยู่ 3-4 วันได้ค่ะ ในขณะที่เรากำลังจิตตกเรื่องของ S อยู่นั้น
B ก็ได้พยายามที่จะเข้ามาคุยกับเรา เราก็ตอบมั่ง ไม่ตอบมั่ง คือเข้าใจคนกำลัง
เศร้าป่ะว่าไม่มีอารมณ์คุยกับใครทั้งนั้นแหละ

แต่ B เค้าก็มีพยายามสูงค่ะ พยายามที่จะคุยกับเราให้ได้ อยากมาเจอ มาหาเรา
เราก็ปฏิเสธแล้ว ปฏิเสธอีก จนวันนั้นเกิดเป็นบ้าอะไรก็ไม่รู้ เราก็เลยตัดสินใจลองคุย
กับ B ลองดู

B ก็มารับเราไปห้องของเค้าค่ะ  พอเราคุยกันไปสักพัก B ก็พูดประโยคเดียวกันกับ S เป๊ะ!
นั่นก็คือ ห้ามพูดเรื่องของเราในที่ทำงานเด็ดขาด ..เหตุผลเดียวกันค่ะ เพราะเดี๋ยวชาวบ้าน
เอาไปนั่งเม้ามอยต่างๆ นาๆ  

หลังจากนั้นไม่ได้ .. S ที่หายไป ก็กลับมาค่ะ กลับมาแบบงงๆ
กลับมารอบนี้คือ นางเอาอกเอาใจเราเป็นพิเศษ ถึงขั้นวางแผนจะใช้ชีวิตร่วมกัน
ขับรถพาเราไปกินข้าวข้างนอกบ้างแหละ ทำกับข้าวมาให้เรากินบ้างแหละ
เราก็เลยมานั่งคิดทบทวนดู ว่าที่เค้าหายไป เค้าหายไหน หายไปทำอะไร?
จะถามเค้าตรงๆ เราก็ไม่กล้า (อีกละ)  เราก็เลยตัดสินใจแล้วว่า.. จะให้โอกาส
ลองดูอีกครั้งนึง ถ้าเค้าหายไปอีก คราวนี้เราจะปิดประตูไล่เลยค่ะ


และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
S กับหัวหน้าแผนกเราทะเลาะกันใหญ่โต จนสุดท้าย S ก็ถูกไล่ออกค่ะ
เค้าคับแค้นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก และก็ต้องรีบหางานใหม่
ซึ่งเราก็บอกเค้าว่าขอโทษที่ช่วยอะไรไม่ได้เลย (ทั้งๆ ที่มันใช่เรื่องของ Gu หรอ?)


S ก็แวะเวียนมาหาเราบ้าง ก็ไม่ได้ขาดการติดต่อจากกัน แม้เค้าจะไม่ได้ทำงานอยู่ที่เดิมก็ตาม
และ B หลังจากที่คุยกับเราวันแรก เค้าก็ยื่นใบลาออกทันที คือเค้าได้งานใหม่ค่ะ แต่ไม่ยอมบอกอะไรเราเลย งงมาก

ต่อจากนี้ ผู้ชายทั้ง 2 คนที่เคยทำงานอยู่แผนกเดียวกัน
ตอนนี้พวกเค้าแยกย้ายกันแล้วนะคะ

B ก็ยังติดต่อมาหาเราเรื่อยๆ ค่ะ  ในขณะที่ตอนนี้ S เริ่มจะหายไปอีกแล้ว

มันเลยเป็นสิ่งที่เราคิดอยู่ในหัวว่า
S เค้าอาจจะยุ่งๆ กับการเริ่มงานใหม่อยู่รึเปล่า?
เริ่มกลับมาเป็นแบบเดิม ถามคำ-ตอบคำ ถ้าเราไม่ทักไปก่อน เค้าก็ไม่ทักมา

ในขณะที่ B ก็ติดต่อมาคุยกับเราตลอด ซึ่งเรากับ B ยังนัดเจอกัน

มันก็รู้สึกแย่นะคะ เวลามาเจอหน้า S ทั้งๆ ที่เราเพิ่งไปอยู่กับ B มาเมื่อคืน

เราเคยสุดติ่งถึงขนาดว่า ตอนเช้าอยู่กับ S  .. ตกดึกมาออกไปอยู่กับ B

ใจนึงเราก็กลัวว่าพวกเค้าจะรู้กันรึเปล่า? (อันนี้แอบระแวงไปเอง)
เพราะเราก็ไม่รู้ว่า 2 คนนี้จะจริงจังกับเราแค่ไหน โดยเฉพาะ S ที่เค้าชอบแปรปรวนอยู่ตลอดเวลา

ช่วยคิดทีค่ะว่าจะหาทางออกเรื่องนี้ยังไงดี?
คุยๆ มันทั้งคู่นี่แหละ หรือจะหยุดความสัมพันธ์ไว้แค่นี้ดีกว่า
หรือเราควรต้องถามเอาความชัดเจนจาก S แล้วต้องทำไงคะ?  
จะให้เราถามเค้าตรงๆ เราก็กระดากปาก

ส่วน B ทั้งเราและเค้าไม่ได้อะไรกันทั้งคู่ค่ะ เหมือนมีไว้แบบ Friend with Benefit เฉยๆ ด้วยซ้ำ
และคือ B ก็ไม่รู้เรื่องที่เราคบกับ S  และ S ก็ไม่รู้เรื่องที่เราคุยกับ B (หรือมันรู้วะ?)

เหนื่อยใจค่ะ จะเดินทางสายกลางนี่มันลำบากจริงๆ


ปล. ต้องขออภัยหากเราเล่าเรื่องได้วกไปวนมา เล่าตามภาพเหตุการณ์ที่อยู่ในหัวเลยค่ะ
เลยไม่ได้เรียบเรียงคำพูดให้สละสลวย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่