▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
เที่ยวญี่ปุ่น
เที่ยวต่างประเทศ
ประเทศญี่ปุ่น
สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศ
ไปเที่ยวญี่ปุ่นดูฟูจิวันคริสอีฟ+วันคริสมาส ธันวาคม 2017
การไปครั้งแรกนี้รู้สึกโชคดีนิด ๆ ที่ได้เห็นฟูจิสองแบบ แบบไม่ใส่หมวก (อา. 24 ธ.ค. 2017) และแบบใส่หมวก (จ. 25 ธ.ค. 2017) คือ แบบฟูจิสีฟ้าโล่ง ๆ และแบบที่มีหิมะปกคลุมยอด
เน้นโชว์รูปก่อนนะคะ รายละเอียดยังไม่ขยันลง อิอิ (แต่ถ้าเพื่อนคนไหนอยากทราบอะไรถามได้นะคะ เพราะจริง ๆ อยากลงรายละเอียดค่ะ แค่ยังไม่ได้รวบรวม ก็ตอบเป็นทีละไปก่อนได้ค่ะ)
รูปนี้ 24 ธ.ค. 2017 คือวิวถ่ายผ่านกระจกโดยการนั่งบัสจากสนามบินนาริตะไปคาวางุจิโกะ (ไม่ทันตั้งตัวหรอกว่าจะเห็น นั่งเอ๋อ ๆ อยู่แฟนก็เรียกให้ดู
คือ ตอนนั้นบัสที่ว่าง เลยแยกกันนั่งคนละฝั่งตามอัธยาศัย หุหุ พอเห็นฟูจิครั้งแรกนะแบบตื่นเต้นมากกก (เป็นคนตื่นเต้นแทบทุกเรื่อง 55 ยิ่งเรื่องเที่ยว แค่ไปห้างฯ ก็ตื่นละ) สตั้นไป 2 วิ คิดในใจว่าใช่เหรอ ฟูจิซัง!? (คือเกิดมายังไม่เคยเห็นของจริงเลยมีความไม่แน่ใจอะไรง่าย ๆ _ _! <--แฟนทำหน้าแบบนี้ 55 แฟนก็บอกว่า ใช่ เราก็อ๋อเหรอ...
เท่านั้นละนั่งไม่ติดที่เลย คอยเล็งหาทางถ่ายรูปฟูจิ คือ รถบัสวิ่งบรื้น ๆๆ ลื่นมาก ไม่หยุดหย่อนเลย ฮ่า ๆ และวิวข้างทางสวยดีค่ะ (ไม่เคยมาไงอะไรก็แปลกตาไปหมด)
เลยขอลงรูปให้เพื่อน ๆ พันทิปดูกันเล่น ๆไปนะคะ เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่เคยไป เอาไว้ดูสร้างแรงบันดาลใจ ส่วนคนที่ไปมาแล้วก็ดูได้เพลิน ๆ ค่ะ *กล้องมือถือนะคะ+ถ่ายมั่ว ๆ คือไม่มีหลักการเพราะถ่ายไม่เป็นแต่มีความพยายามอยู่นะคะ 😊
*ขอพักก่อนนะคะ ไว้ว่างแล้วจะมาลงรูปเพิ่มอีกค่ะ (รูปเยอะแยะเลยค่ะ แต่ต้องไปสายย่อก่อน *ย่อไฟล์รูปน่ะ อิอิ) อ้อ!... ออกตัวก่อนนะคะว่าไม่มีฝีมือหรือรู้เรื่องถ่ายรูปอะไรเลยนะคะ ถ่ายกล้องมือถือนี่ละค่ะ สาดส่องไปทั่ว สวยบ้างไม่สวยบ้างดูไม่ค่อยออกน่ะค่ะ ก็ดูกันเล่น ๆ นะคะ
ขอลงรูปแบบถอยหลังแล้วกันนะคะ คือ จากฟูจิ-> สนามบินนาริตะตรงท่ารถบัสนะคะ
นั่งจากนาริตะไปคาวางุจิโกะสัก ชม. กว่า ก็แวะพัก ครึ่ง ชม. สนุกดีค่ะ ลงไปสัมผัสอากาศลมเย็น (ที่จุดพักรถบัส 5-7°C จำไม่ได้ จำได้แค่ว่าตอน 7โมงที่นาริตะ 2°c) แบบมีทิวทัศน์ครั้งแรก และหาของกินเล่นกินจริงตามอัธยาศัย
(รถบัสนั่งสบายนั่งยาวต่อเดียวถึงสบายมากเยย มีที่เสียบ usb ชาร์ตแบตมือถือได้ มีห้องน้ำบนรถ เราซื้อตั๋วชำระเงินเลยผ่านเว็บก่อนบินไปไม่กี่ัวัน ถ้าซื้อก่อนหลาย ๆ วันก็ได้ แต่ที่สนามบินก็มีเค้าเตอร์ขายตั๋วนะแต่เราว่าซื้อผ่านเว็บไปเลยสะดวกดี ไปถึงก็เปิดมือถือโชว์ e ticket ให้ จนท. ที่ท่ารถช่วยดูว่าเราต้องขึ้นตรงจุดยืนจุดไหน จริง ๆ ดูเองก็ได้ง่ายมากค่ะ ราคาตั๋ว 3,300¥ เที่ยวเดียวนะคะ (ขากลับเรานั่งรถไฟ จากชินจูกุไปสนามบินนาริตะรถไฟโล่งดี ณ วันพุธที่ 27 ธ.ค. 60 แต่เราแวะเที่ยวตอนกลางวันก่อนบินตอน 20:15 เลยเดลิเวอร์รี่กระเป๋าไปสนามบินก่อนแล้ว)
เว็บที่เราจองรถบัสค่ะ↓
https://japanbusonline.com/en/AreaSearch2/3122114001/4194301000/20180120
เรานั่งคันนี้แหล่ะ จนท. สุภาพนิสัยดี (คือไปญี่ปุ่นครั้งนี้ อะไร ๆ ก็ดีไปหมดเหมือนทุกอย่างถูกเซ็ตเพื่อเรา 😋
ผ่านโตเกียว
ณ วันอา. 24 ธ.ค. 60 ที่ท่ารถบัสที่สนามบินนาริตะ จะมี จนท. คอยยกกระเป๋าเก็บใส่ใต้รถให้โดยเฉพาะเลยค่ะพวกเขาจะยกกระเป๋าอย่างเดียวไม่ได้นั่งบัสไปด้วย
พอไปถึงคาวาฯ เราก็ช่วยกันยกลงเอง ห้องเก็บกระเป๋าใต้รถก็กว้างดีกระเป๋าเราสีเหลือง 28" (เบาะรถบัสเอนได้ไม่มากนะคะเอนได้สักคืบนึงอ่ะ >< ไม่เหมือนรถทัวร์บ้านเราที่เอนเกือบจะนอนเลย) ตอนนั้นมีง่วงหงาวนะแม้จะอยากตื่น แต่คิดว่านั่งบัสเนี่ยเหมาะกะเราละ สบายดี อิอิ
มาลงรูปต่อค่ะ รูปที่ music forest museum
เป็นตอนเย็นในวันอา. 24dec17
*เราเดินไปนะคะไม่ได้นั่งรถ คือ พัก รร. New century ก็เดินเล่นไปรื่อย ๆ มีวิ่งเยาะ ๆ บ้างเพราะกลัวไม่ทันเดี๋ยวเขาปิด
รูปทางเดินจาก รร. ไปพิพิธภัณฑ์
(จะแอบบอกว่าโรแมนติกฝุด ๆ 😊 เหมาะกับคู่รักมาก ๆ ค่ะ วันที่เราไปเนี่ยเดินไปทางไหนไหนก็โล่งโปร่งสบายสายลมเย็นคนน้อยมากที่สุด คือ แทบจะไม่มีคนให้เราถามทางไปพิพิธภัณฑ์เลยเพราะเย็นมากแล้วด้วย เดิน ๆ ไปบางช่วงแอบหลอน ๆ 55 ดีที่ยังมีรถวิ่งผ่านถนนใหญ่เรื่อย ๆ เอาจริง ๆ แล้วคือก็ดีไปอีกแบบ แบบที่เงียบสงบสุด ๆ
แต่พอเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ก็มีคนบ้างประปราย ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่นน่ารัก ๆ มาเป็นคู่ซะส่วนใหญ่