เครดิตที่เสียไป บางกรณีเรียกคืนมาไม่ได้ ถ้าผิดจริง / น้ำมิตร

เครดิตที่เสียไป  บางกรณีเรียกคืนมาไม่ได้  ถ้าผิดจริง

2-3 วันมานี้คงจะเห็นข่าวที่ว่าน้องผู้หญิงคนหนึ่งทำบัตรประชาชนหาย ตัวเองไปแจ้งความบัตรหายไว้แล้ว แต่ด้วยข้อมูลของระบบต่างๆ ที่ไม่ซิ้งกันหรือความไม่รอบคอบของธนาคาร หรือเพราะอยากได้ลูกค้า หรือ..... ทำให้ธนาคารหลายแห่งเปิดบัญชีธนาคารให้กับผู้หญิงที่นำบัตรประชาชนของเธอไปใช้ หลังจากนั้นบัญชีที่ถูกเปิดใหม่นี้ ถูกระบุว่ามีการโอนย้ายเงินเป็นที่น่าสงสัยว่าจะเป็นเงินไม่ถูกต้องตามกฏหมาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายเรียกให้น้องผู้หญิงคนนี้มาให้ปากคำ แต่น้องผู้หญิงไม่ได้รับหมายเรียก(ไปต่างจังหวัด)ไม่ได้ไปพบตำรวจตามที่มีหมายเรียกมา จึงโดนจับขังคุก 2-3 วัน พี่สาวของเธอคิดว่าเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นกับน้องสาว

(เราฟังข่าวนี้ทางวิทยุช่วงนั่งแท็กซี่ไปทำงาน)

อ่านรายละเอียดจากข่าว  
https://www.thairath.co.th/content/1173283

อ่านความเห็นของอัยการ  http://www.komchadluek.net/news/regional/308782
อัยการตั้งคำถามคดี "ณิชา" ถูกค้านประกันตัว ปัญหาอยู่ที่ไหน ค้านตามแบบฟอร์มหรือไม่ จี้พนักงานสอบสวนใช้ดุลพินิจ ชี้ทำงานกับเสรีภาพต้องใช้ปัญญา
จากกรณีที่  น.ส. ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์  ออกมาระบุว่าถูกล้วงกระเป๋า และต่อมาได้แจ้งอายัดบัตรประชาชนที่หายไปแต่กลับถูกนำไปใช้เพื่อเปิดบัญชีของแก๊งค์คอลล์เซ็นเตอร์  ล่าสุด นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานชี้ขาดคดี สำนักงานอัยการสูงสุดได้ ออกมาโพสต์เฟซบุ๊ค ในหัวข้อว่า   กระบวนการยุติธรรมกับน้องนิชา "เหยื่อ" หรือ "ผู้ต้องหา"

................................................................................................


กับอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเองกับ จขกท

จขกท มีน้องชายคนหนึ่ง(น้องจริงๆ) เธอชอบทำบัตรเครดิต แล้วเธอก็คงคิดว่าเธอฉลาด เธอก็ทำบัตรไว้รูดจับจ่ายสบายมือ พอถึงเวลาใบแจ้งหนี้มาพร้อมๆ กัน ก็ไม่มีเงินจ่ายชำระทั้งหมด ก็จ่ายบ้างไม่จ่ายบ้าง พอมีเจ้าหน้าที่จากบัตรโทรมาทวงหนี้บัตร บอกว่าเขาพูดจาไม่ดีเลยไม่จ่ายค่าหนี้บัตรบางบัตรที่ค้างอยู่ แถมท้าเขาด้วยว่า ให้ไปฟ้องเอาเอง โดยที่ตัวน้องไม่รู้ว่าเครดิตทางการเงินของตนเองนั้นได้เสียหายไปแล้วและถูกจดบันทึกเข้าระบบเครดิตบูโรไปเรียบร้อยแล้ว

ต่อมาน้องชาย อยากซื้อรถ เซลก็อยากขายเซลวิ่งให้หลายแห่ง เครดิตก็ไม่ผ่าน ถ้าอยากจะซื้อจริงต้องจ่ายดาวน์สูง เธอก็มีเงินไม่พอ มาขอยืม จขกท ซึ่ง จขกท ครั้งนั้นไม่ให้ไป เพราะถือว่าเธอทำตัวเธอเอง และอีกอย่าง จขกท ประเมินว่ายังไม่อยู่ในสถานการณ์ที่เหมาะสมที่จะซื้อรถ ก็ทักท้วงไว้ ปรากฏว่าถูกเธอเคืองหาว่าไม่ช่วยเหลือ (ทั้งที่จริง ช่วยไปหลายครั้งแล้ว)

..................................................................................................


จาก 2 เรื่องราวนี้ จขกท สรุปภาพรวมว่า

1. กรณีธนาคารผิด ที่เปิดบัญชีให้กับคนที่ไม่ใช่เจ้าของบัตรประชาชน
    ด้วยความที่ต้องการลูกค้า เห็นว่าจะได้ลูกค้าชั้นดี ก็ไม่ทำตามกฏระเบียบอะไรอย่างเคร่งครัด ตรงไปตรงมา ไม่ตรวจสอบหลักฐานที่อยู่ในมือ หน้าคนมาเปิดบัญชีกับหน้าคนในบัตร ถ้าดูจริงๆ มันก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน
    ถ้าต้องการให้ลูกค้าผู้มาใช้บริการเกิดความเชื่อมั่น ต้องมีการปรับปรุงกันใหม่

2. น้องชาย จขกท ผิด ที่ทำตัวเองให้เสียเครดิตเอง
    ปัจจุบันขาดความเชื่อถือ ขาดความไว้วางใจจากสถาบันการเงินต่างๆ โทษใครไม่ได้ โกรธเกลียดใครก็ไม่ได้
    

การสูญเสียเครดิตในสังคมปัจจุบัน เป็นเรื่องสำคัญ เพราะชีวิตต้องอยู่ภายใต้กฏระเบียบของสังคม ไม่ใช่กฏส่วนตัวหรือกฏของกลุ่ม เช่น น้องชายของ จขกท เป็นต้น

ธนาคารที่ถือเป็นองค์กรที่สำคัญของสถาบันการเงิน ถ้าการทำงานขาดความน่าเชื่อถือ คนใช้บริการไม่มั่นใจในระบบการตรวจสอบหรือการควบคุม ใครจะไว้วางใจไปใช้บริการ ถ้าวันหนึ่งเขามีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า เขาก็ไปใช้ทางเลือกนั้น ใครจะมาใช้บริการที่ไม่มั่นใจ เรื่องนี้กระทบกระเทือนมาก ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย และประชาชนก็ต้องติดตามจนเห็นบทสรุปของเรื่องราว

ส่วนในนามตัวบุคคล ใครทำอะไร ก็ต้องได้แบบนั้น เครดิตที่เสียไปเรียกคืนยาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถสร้างเครดิตใหม่ขึ้นมาได้ วันหนึ่งหากน้องชาย จขกท เกิดประสพความสำเร็จได้เป็นเจ้าของกิจการยืนด้วยลำแข้งของตนเองอย่างสง่าผ่าเผย คร้านที่บัตรเครดิตต่างๆ จะมาชักชวนให้ใช้เครดิตถึงบันไดบ้าน


ปล. 1 เรื่องเงินๆ ทองๆ นี้ มันปัญหาใหญ่ของชีวิตจริงๆ นะ
ปล. 2 จขกท รอลุ้นปรับขึ้นเงินเดือนประจำปีอยู่เหมือนกัน " "

ขอให้โชคดีมีเงินใช้สบายใจทุกท่านนะคะ

................
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่