ขอเกริ่นนำก่อนนะครับ นี่เป็นกระทู้แรกของผม ผิดพลาดตรงไหนก็ขออภัยด้วยครับ
ผมกับแฟนคบกันตั้งแต่สมัยม.ต้นครับ ตอนนั้นรักกันมากครับ อารมณ์ช่วงโปร (ขอย่อนะครับกระทู้จะได้ไม่ยาว ) ผมกับแฟนอยู่คนละร.ร.ครับ แต่ผมสามารถไปหาเค้าได้นะครับ ถึงจะลำบากหน่อย เพราะแต่ก่อนไม่มีรถ ต้องนั่งวิน ส่วนใหญ่เราจะคุยกันผ่านmsn hi5 facebook เรารู้จักกันผ่านเพื่อนอีกที แต่พอผมเริ่มขึ้นม.ปลาย ก็ต้องย้าย ร.ร. ด้วยความที่ว่าอยู่ไกลกัน ผมก็เริ่มมีความรู้สึกว่า เราไม่สามารถดูแลเค้าได้เต็มที่ ทำได้แค่คุยกันไปวันๆ ผมจึงบอกเลิกเค้าไป ตอนนั้นเค้าร้องไห้ ทำอะไรไม่ถูก ผมรู้ว่าผมผิดแต่ใจในตอนนั้นอยากให้เค้าไปมีคนที่ดีกว่าผม แล้วเราก็ไม่ได้ติดต่อกัน ผมบล็อกเค้าทุกทางที่สามารถติดต่อได้ แต่ผมก็ยังแอบส่องเค้าอยู่ (ใช้facebookอื่น) ต่อมาเค้ามีเเฟนใหม่ ผมก็ปลดบล็อก แล้วก็เลิกส่อง อยู่มาซักพัก เค้าแอดเพื่อนมา ผมก็รับ เผื่อมีปัญหาอะไร แล้วเราก็คุยกันเหมือนเพื่อนปกติทั่วไป พอแฟนเค้ารู้ ผมจำได้ว่าไม่ใช่เค้าส่งข้อความFBมาแต่เป็นแฟนเค้า ผมรู้เพราะเป็นความเคยชินในเวลาเราคุยกัน แฟ
นเค้าส่งข้อความมาว่า เลิกคุย...อะไรซักอย่างขออภัยที่จำไม่ได้ ตอนนั้นผมรู้สึกจุกที่อกเลยครับ แล้วผมก็บล็อกFBอยู่ใครอยู่มัน ซักพักมีข้อความส่งมาขอโทษแต่ไม่รู้ว่าเป็นFBใครแต่ผมรู้แหละครับว่าแฟนเก่าผมเอาFBอื่นส่งมา จากนั้นเมื่อเค้าจะทะเลาะกันหนักมาก ซึ่งผมรู้ว่าผมคือตัวตนเหตุ ผมจึงปลีกตัวออกห่าง แต่ไม่นานหรอกครับผมก็เลิกบล็อกแล้วส่องต่อ (ถึงตรงนี้ผู้อ่านคงรู้แล้วใช่มั้ยครับว่าผมยังรักเค้าอยู่) แล้วเหมือนเเฟนเก่าผมจะค่อยติดตามผมอยู่เหมือนกัน พอผมปลดบล็อกได้ไม่นานเค้าก็แอดเพื่อนมาใหม่ แล้วเราก็คุยกันปกติอีกครั้ง แต่จากที่คุยกันผมจึงรู้ว่าเค้าไม่โอเคกับแฟนคนปัจจุบัน แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ เราก็คุยกันปกติ แต่นานๆครั้ง จนผมรู้สึกว่าเราเริ่มกับมาผูกพันกันอีกครั้ง ประจวบเหมาะกับเค้าเลิกกับแฟนพอดี ผมจึงขอเค้าคบอีกครั้ง แต่ก็โดนปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่าเค้าสัญญากับแฟนที่เพิ่งเลิกไปว่าเค้าจะไม่คบหากับใครจนกว่า...เนื้อส่วนนี้ผมจำไม่ได้ ผมก็บอกไม่เป็นไรงั้นเราอยู่ตรงนี้ค่อยช่วยเธอแล้วกัน หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นการบ้าน ฝากซื้อของรึอะไรก็แล้วแต่ผมจะช่วยเค้าหมดทุกอย่างแม้ว่าตัวเองจะลำบาก (อารมณ์เหมือนไถ่บาป) จำได้ว่าช่วงนั้นเงินแทบหมดเนื้อหมดตัวยืมเพื่อนบ้างอะไรบ้าง ผ่านไปซักพัก ก็โดนเค้าบอกให้เลิกยุ่งกับเค้า จำได้ว่าเค้าด่า
ไล่ผม แต่ผมก็พยายามถามถึงเหตุผลตามตื้ออยู่พักหนึ่ง จนได้ความมาว่าเค้ารู้สึกโทษตัวเองประมาณว่าไม่ดีพอที่จะคบกับผม ประมาณนี้ ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรเรารับได้ ถือว่าเป็นการไถ่โทษที่เคยทำไว้ แล้วก็กลับมาคุยกันปกติ ต่อมาไม่กี่วันเค้าขึ้นสถานะมีแฟนใหม่ ผมนี่ถึงกับร้องไห้ (คงจะเข้าใจอารมณ์ผม)
เเล้วเค้าก็ทักFBผมมาว่า "โกรธมั้ย" ผมก็พยายามแถไปว่า "โกรธอะไรหรอ" แล้วเค้าก็ไม่ตอบอะไร ผมจึงพยายามตีตัวออกห่างเค้าทีละนิดๆ แต่เราก็คุยกันบ้างนานๆครั้ง พอเค้าเงียบหายไปไม่คุยกับเรานานๆ ผมก็จะคิดว่าถึงเวลาที่เราต้องตัดขาดจากเค้า พอคิดเท่าเเหละครับ เค้าทักมาคุยเล่นปกติ ความคิดที่จะตัดขาดผมก็เริ่มหายไป แล้วเค้าก็เงียบหายไป เป็นงี้อยู่ประมาณ3ครั้ง ทุกๆครั้งที่เค้ากลับมาคุยเราก็ดีใจ แต่พอเค้าหายไปก็น้ำตาคลอบอกไม่ถูก เป็นเเบบนี้อยู่นานจนเค้าเลิกกับแฟนอีกคน แล้วก็มาอธิบายให้เราฟังว่าเค้าคบกับแฟนคนที่เพิ่งเลิกไปเพราะ ต้องการจะคบแค่บังหน้าแฟนเก่าเท่านั้น ผมก็ไม่ถามอะไร (ผู้อ่านคงจะสงสัยแบบเดียวกับผม 555) ผมจึงขอเค้าคบอีกที ในครั้งนี้เค้าตอบตกลง ช่วงนั้นผมก็เริ่มไปมาหาเค้าที่บ้านอยู่บ่อยๆ เนื่องจากผมมีรถแล้ว จนกระทั่งถึงเวลาที่จะไปต่อป.ตรี เราก็ยังคบกันเหมือนเดิม แต่ช่วงนี้ผมจะมีนิสัยที่ติดเกมส์ แต่ผมก็แบ่งเวลาให้เค้าเสมอ ผมเลือกที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศเพราะการศึกษาและการการันตีด้านอาชีพค่อนข้างดี ซึ่งผมไปด้วยเงินทุนของทางบ้านแต่ไม่ได้บอกแฟน ผมอ้างว่าสอบได้ทุน เเฟนผมรู้แบบนี้ ก็สนับสนุน พอผมเริ่มไปอยู่ต่างประเทศเราก็คุยกันปกติ แต่ผมเป็นคนติดเกมส์อยู่แล้ว ช่วงที่ผมเล่นเกมส์ก็จะพยายามคุยกับเค้าไปด้วย ซึ่งเค้าไม่โอเค เพราะผมจะตอบช้าบ้าง ไม่ได้ยินบ้าง แต่ผมก็แบ่งเวลาในช่วงที่ไม่ได้เล่นเกมส์ไว้คุยกับเค้าอยู่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่เค้าก็เริ่มงี่เง่า อาจจะด้วยระยะทางที่ไกลกัน ก็เกิดทะเลาะกัน ผมจะเป็นฝ่ายง้ออยู่เสมอ เราก็กลับมาคุยกันปกติ แต่จะเริ่มกินเวลาเล่นเกมส์ผมมากขึ้นๆ จนทะเลาะกันอีก แล้วก็เป็นผมเองที่เป็นฝ่ายง้อ ผมจึงไม่เล่นเกมส์ละ ให้เวลาเค้าเต็มที่ แต่สิ่งที่ผมได้คือการที่เราถูกปล่อยให้รอ ทักไปนานๆทีตอบ ไม่ไหนไม่บอก ผมก็รอ คือผมคิดว่าเวลาคนเราจะทำอะไรในยุคสมัยที่ข้อความมันส่งง่ายแค่พิมพ์ส่ง บอกกันว่า ไม่อยู่นะ ไปนู่นก่อนนี้ก่อน เราจะได้ไม่ต้องรอ ผมก็คุยกับเค้าเรื่องนี้ ซึ่งเค้าก็โอเค แต่โอเคได้ไม่นานหรอกครับเป็นเหมือนเดิม ผมก็เลยลอง ถ้าเค้าไม่ตอบผมก็ไม่ทัก ผลคือ โดนงอน ผมก็ง้ออีกตามเคยครับจนกระทั่งเกือบถึง1ปี เค้ามักจะพูดอยู่เสมอว่าทำไมไม่เรียนที่เดียวกัน เรียนใกล้ๆกัน ผมก็บอกว่าผมเลือกแล้ว ในตอนแรกเธอก็สนับสนุนหนิ ในใจผมเริ่มคิดที่จะอยากกลับไปเรียนใกล้ๆกับเค้า ยิ่งเค้าเริ่มงอเเงมากขึ้นผมก็ยิ่งอยากกลับไป แต่ในเมื่อผมมาเรียนโดยใช้เงินที่บ้าน ผมก็อยากเรียนให้จบ จนจบปี1 สรุปเกรดผมไม่ค่อยน่าพอใจ ในวิชาหลักผมโอเค แต่ไม่ใช่กับวิชารองในหลายๆวิชา ซึ่งยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าอยากกลับไปมากขึ้น และในขณะเดียวกันถ้าผมยังเรียนต่อจะมีโอกาสที่จะจบช้าซึ่งงบทางบ้านจะบานปลาย ครอบครัวผมไม่ได้รวยแค่พอมีพอกิน ผมจึงตัดสินใจคุยกับครอบครัวเรื่องนี้ได้ผลสรุปมาว่า กลับมาเรียนต่อที่ไทยดีกว่า พอกลับมาผมก็บวชเลย (ครบ20) ซึ่งผมได้บอกแฟนไว้แล้วว่าผมจะกลับเรียนต่อที่ไทย แต่จะบวชก่อน ในระหว่างที่ผมบวชผมถือศีล ผมจะไม่คุยกับใครในโทรศัพท์ แต่พกไว้อัดเสียง ฝึกท่องบทสวด พอบวชเสร็จกลับบ้านผมทักแฟนผมไปเป็นคนเเรก แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ "อย่ามายุ่งกับเค้าเลย" ผมถึงกับร้องไห้ในขณะที่กำลังถึงบ้านแล้วจะไปหาเค้า ผมก็ถามถึงเหตุผล เค้ามาตอบผมทีหลังว่า ผมไม่มีอนาคต ผมนี้What! อะไรคือไม่มีอนาคต ผมก็พยายามตื้อเค้า ขอโอกาสเค้า จนเหตุการณ์ปกติ เราคบกันเหมือนเดิม แต่การเงินทางบ้านผมเริ่มขัดสน ผมก็หางานทำ แล้วก็เรียนปวสไปด้วยเพื่อเอาวุฒิมาอัพเงินเดือน พอได้เงินผมก็จะเเบ่งให้ครอบครัวกับให้แฟน ส่วนค่าใช้จ่ายผมจะมีแต่ค่ากินกับค่าน้ำมันเท่านั้น เวลาแฟนอยากได้อะไรผมจะพยายามซื้อให้ถือว่าเป็นการเทคแคร์เค้า เราก็คุยกับปกติ เวลาผมมีสิ่งที่อยากได้ผมก็จะเก็บไว้ส่วนนึง แต่ผมเข้าใจว่าผู้หญิงมักจะมีค่าเครื่องสำอางค์นู่นนี้ ผมก็จะเอาตังเก็บที่ไว้ซื้อของที่ผมอยากได้ให้เค้าเสมอ แต่ผมเริ่มคิดว่า ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้เราเริ่มคุยกันน้อยลง พอวันไหนผมเหนื่อยก็จะไปขอกำลังใจ เเรกๆก็เหมือนคู่รักทั่วไปหวานบ้างอะไรบ้าง แต่หลังคำพูดก็เริ่มเเข็งขึ้นๆ จนไม่ตอบ ล่าสุดที่ผมบอกเธอว่าเหนื่อยไป เธอพิมพ์กลับมาว่า ฆ่าตัวตายไป ผมนี่งงเลยครับ แล้วเธอก็พิมพ์มาอีกว่า เราไม่ได้เป็นอะไรนะ แค่หมั่นไส้เฉยๆ 5555 ซึ่งผมไม่ตลกด้วย ปัจจุบันเรายังคบกันอยู่ครับ
จบแล้วครับ จริงผมแค่มาระบายเฉยๆ ยังไงผมก็ไม่คิดเลิกกับเค้าอยู่แล้ว ถึงเค้าจะเป็นแบบนี้ก็ตาม
ขอบคุณที่อ่านจบครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
**ติชม ด่าได้ครับ ผมไม่ว่า มาเกรียนผมไม่ตอบครับ**
ผมควรจะทำไงต่อไปดีครับ ในเมื่อแฟนผมเป็นแบบนี้
ผมกับแฟนคบกันตั้งแต่สมัยม.ต้นครับ ตอนนั้นรักกันมากครับ อารมณ์ช่วงโปร (ขอย่อนะครับกระทู้จะได้ไม่ยาว ) ผมกับแฟนอยู่คนละร.ร.ครับ แต่ผมสามารถไปหาเค้าได้นะครับ ถึงจะลำบากหน่อย เพราะแต่ก่อนไม่มีรถ ต้องนั่งวิน ส่วนใหญ่เราจะคุยกันผ่านmsn hi5 facebook เรารู้จักกันผ่านเพื่อนอีกที แต่พอผมเริ่มขึ้นม.ปลาย ก็ต้องย้าย ร.ร. ด้วยความที่ว่าอยู่ไกลกัน ผมก็เริ่มมีความรู้สึกว่า เราไม่สามารถดูแลเค้าได้เต็มที่ ทำได้แค่คุยกันไปวันๆ ผมจึงบอกเลิกเค้าไป ตอนนั้นเค้าร้องไห้ ทำอะไรไม่ถูก ผมรู้ว่าผมผิดแต่ใจในตอนนั้นอยากให้เค้าไปมีคนที่ดีกว่าผม แล้วเราก็ไม่ได้ติดต่อกัน ผมบล็อกเค้าทุกทางที่สามารถติดต่อได้ แต่ผมก็ยังแอบส่องเค้าอยู่ (ใช้facebookอื่น) ต่อมาเค้ามีเเฟนใหม่ ผมก็ปลดบล็อก แล้วก็เลิกส่อง อยู่มาซักพัก เค้าแอดเพื่อนมา ผมก็รับ เผื่อมีปัญหาอะไร แล้วเราก็คุยกันเหมือนเพื่อนปกติทั่วไป พอแฟนเค้ารู้ ผมจำได้ว่าไม่ใช่เค้าส่งข้อความFBมาแต่เป็นแฟนเค้า ผมรู้เพราะเป็นความเคยชินในเวลาเราคุยกัน แฟ
นเค้าส่งข้อความมาว่า เลิกคุย...อะไรซักอย่างขออภัยที่จำไม่ได้ ตอนนั้นผมรู้สึกจุกที่อกเลยครับ แล้วผมก็บล็อกFBอยู่ใครอยู่มัน ซักพักมีข้อความส่งมาขอโทษแต่ไม่รู้ว่าเป็นFBใครแต่ผมรู้แหละครับว่าแฟนเก่าผมเอาFBอื่นส่งมา จากนั้นเมื่อเค้าจะทะเลาะกันหนักมาก ซึ่งผมรู้ว่าผมคือตัวตนเหตุ ผมจึงปลีกตัวออกห่าง แต่ไม่นานหรอกครับผมก็เลิกบล็อกแล้วส่องต่อ (ถึงตรงนี้ผู้อ่านคงรู้แล้วใช่มั้ยครับว่าผมยังรักเค้าอยู่) แล้วเหมือนเเฟนเก่าผมจะค่อยติดตามผมอยู่เหมือนกัน พอผมปลดบล็อกได้ไม่นานเค้าก็แอดเพื่อนมาใหม่ แล้วเราก็คุยกันปกติอีกครั้ง แต่จากที่คุยกันผมจึงรู้ว่าเค้าไม่โอเคกับแฟนคนปัจจุบัน แต่ผมก็ทำอะไรไม่ได้ เราก็คุยกันปกติ แต่นานๆครั้ง จนผมรู้สึกว่าเราเริ่มกับมาผูกพันกันอีกครั้ง ประจวบเหมาะกับเค้าเลิกกับแฟนพอดี ผมจึงขอเค้าคบอีกครั้ง แต่ก็โดนปฏิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่าเค้าสัญญากับแฟนที่เพิ่งเลิกไปว่าเค้าจะไม่คบหากับใครจนกว่า...เนื้อส่วนนี้ผมจำไม่ได้ ผมก็บอกไม่เป็นไรงั้นเราอยู่ตรงนี้ค่อยช่วยเธอแล้วกัน หลังจากนั้นไม่ว่าจะเป็นการบ้าน ฝากซื้อของรึอะไรก็แล้วแต่ผมจะช่วยเค้าหมดทุกอย่างแม้ว่าตัวเองจะลำบาก (อารมณ์เหมือนไถ่บาป) จำได้ว่าช่วงนั้นเงินแทบหมดเนื้อหมดตัวยืมเพื่อนบ้างอะไรบ้าง ผ่านไปซักพัก ก็โดนเค้าบอกให้เลิกยุ่งกับเค้า จำได้ว่าเค้าด่า
ไล่ผม แต่ผมก็พยายามถามถึงเหตุผลตามตื้ออยู่พักหนึ่ง จนได้ความมาว่าเค้ารู้สึกโทษตัวเองประมาณว่าไม่ดีพอที่จะคบกับผม ประมาณนี้ ผมก็บอกว่าไม่เป็นไรเรารับได้ ถือว่าเป็นการไถ่โทษที่เคยทำไว้ แล้วก็กลับมาคุยกันปกติ ต่อมาไม่กี่วันเค้าขึ้นสถานะมีแฟนใหม่ ผมนี่ถึงกับร้องไห้ (คงจะเข้าใจอารมณ์ผม)
เเล้วเค้าก็ทักFBผมมาว่า "โกรธมั้ย" ผมก็พยายามแถไปว่า "โกรธอะไรหรอ" แล้วเค้าก็ไม่ตอบอะไร ผมจึงพยายามตีตัวออกห่างเค้าทีละนิดๆ แต่เราก็คุยกันบ้างนานๆครั้ง พอเค้าเงียบหายไปไม่คุยกับเรานานๆ ผมก็จะคิดว่าถึงเวลาที่เราต้องตัดขาดจากเค้า พอคิดเท่าเเหละครับ เค้าทักมาคุยเล่นปกติ ความคิดที่จะตัดขาดผมก็เริ่มหายไป แล้วเค้าก็เงียบหายไป เป็นงี้อยู่ประมาณ3ครั้ง ทุกๆครั้งที่เค้ากลับมาคุยเราก็ดีใจ แต่พอเค้าหายไปก็น้ำตาคลอบอกไม่ถูก เป็นเเบบนี้อยู่นานจนเค้าเลิกกับแฟนอีกคน แล้วก็มาอธิบายให้เราฟังว่าเค้าคบกับแฟนคนที่เพิ่งเลิกไปเพราะ ต้องการจะคบแค่บังหน้าแฟนเก่าเท่านั้น ผมก็ไม่ถามอะไร (ผู้อ่านคงจะสงสัยแบบเดียวกับผม 555) ผมจึงขอเค้าคบอีกที ในครั้งนี้เค้าตอบตกลง ช่วงนั้นผมก็เริ่มไปมาหาเค้าที่บ้านอยู่บ่อยๆ เนื่องจากผมมีรถแล้ว จนกระทั่งถึงเวลาที่จะไปต่อป.ตรี เราก็ยังคบกันเหมือนเดิม แต่ช่วงนี้ผมจะมีนิสัยที่ติดเกมส์ แต่ผมก็แบ่งเวลาให้เค้าเสมอ ผมเลือกที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศเพราะการศึกษาและการการันตีด้านอาชีพค่อนข้างดี ซึ่งผมไปด้วยเงินทุนของทางบ้านแต่ไม่ได้บอกแฟน ผมอ้างว่าสอบได้ทุน เเฟนผมรู้แบบนี้ ก็สนับสนุน พอผมเริ่มไปอยู่ต่างประเทศเราก็คุยกันปกติ แต่ผมเป็นคนติดเกมส์อยู่แล้ว ช่วงที่ผมเล่นเกมส์ก็จะพยายามคุยกับเค้าไปด้วย ซึ่งเค้าไม่โอเค เพราะผมจะตอบช้าบ้าง ไม่ได้ยินบ้าง แต่ผมก็แบ่งเวลาในช่วงที่ไม่ได้เล่นเกมส์ไว้คุยกับเค้าอยู่ชัดเจนอยู่แล้ว แต่เค้าก็เริ่มงี่เง่า อาจจะด้วยระยะทางที่ไกลกัน ก็เกิดทะเลาะกัน ผมจะเป็นฝ่ายง้ออยู่เสมอ เราก็กลับมาคุยกันปกติ แต่จะเริ่มกินเวลาเล่นเกมส์ผมมากขึ้นๆ จนทะเลาะกันอีก แล้วก็เป็นผมเองที่เป็นฝ่ายง้อ ผมจึงไม่เล่นเกมส์ละ ให้เวลาเค้าเต็มที่ แต่สิ่งที่ผมได้คือการที่เราถูกปล่อยให้รอ ทักไปนานๆทีตอบ ไม่ไหนไม่บอก ผมก็รอ คือผมคิดว่าเวลาคนเราจะทำอะไรในยุคสมัยที่ข้อความมันส่งง่ายแค่พิมพ์ส่ง บอกกันว่า ไม่อยู่นะ ไปนู่นก่อนนี้ก่อน เราจะได้ไม่ต้องรอ ผมก็คุยกับเค้าเรื่องนี้ ซึ่งเค้าก็โอเค แต่โอเคได้ไม่นานหรอกครับเป็นเหมือนเดิม ผมก็เลยลอง ถ้าเค้าไม่ตอบผมก็ไม่ทัก ผลคือ โดนงอน ผมก็ง้ออีกตามเคยครับจนกระทั่งเกือบถึง1ปี เค้ามักจะพูดอยู่เสมอว่าทำไมไม่เรียนที่เดียวกัน เรียนใกล้ๆกัน ผมก็บอกว่าผมเลือกแล้ว ในตอนแรกเธอก็สนับสนุนหนิ ในใจผมเริ่มคิดที่จะอยากกลับไปเรียนใกล้ๆกับเค้า ยิ่งเค้าเริ่มงอเเงมากขึ้นผมก็ยิ่งอยากกลับไป แต่ในเมื่อผมมาเรียนโดยใช้เงินที่บ้าน ผมก็อยากเรียนให้จบ จนจบปี1 สรุปเกรดผมไม่ค่อยน่าพอใจ ในวิชาหลักผมโอเค แต่ไม่ใช่กับวิชารองในหลายๆวิชา ซึ่งยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าอยากกลับไปมากขึ้น และในขณะเดียวกันถ้าผมยังเรียนต่อจะมีโอกาสที่จะจบช้าซึ่งงบทางบ้านจะบานปลาย ครอบครัวผมไม่ได้รวยแค่พอมีพอกิน ผมจึงตัดสินใจคุยกับครอบครัวเรื่องนี้ได้ผลสรุปมาว่า กลับมาเรียนต่อที่ไทยดีกว่า พอกลับมาผมก็บวชเลย (ครบ20) ซึ่งผมได้บอกแฟนไว้แล้วว่าผมจะกลับเรียนต่อที่ไทย แต่จะบวชก่อน ในระหว่างที่ผมบวชผมถือศีล ผมจะไม่คุยกับใครในโทรศัพท์ แต่พกไว้อัดเสียง ฝึกท่องบทสวด พอบวชเสร็จกลับบ้านผมทักแฟนผมไปเป็นคนเเรก แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ "อย่ามายุ่งกับเค้าเลย" ผมถึงกับร้องไห้ในขณะที่กำลังถึงบ้านแล้วจะไปหาเค้า ผมก็ถามถึงเหตุผล เค้ามาตอบผมทีหลังว่า ผมไม่มีอนาคต ผมนี้What! อะไรคือไม่มีอนาคต ผมก็พยายามตื้อเค้า ขอโอกาสเค้า จนเหตุการณ์ปกติ เราคบกันเหมือนเดิม แต่การเงินทางบ้านผมเริ่มขัดสน ผมก็หางานทำ แล้วก็เรียนปวสไปด้วยเพื่อเอาวุฒิมาอัพเงินเดือน พอได้เงินผมก็จะเเบ่งให้ครอบครัวกับให้แฟน ส่วนค่าใช้จ่ายผมจะมีแต่ค่ากินกับค่าน้ำมันเท่านั้น เวลาแฟนอยากได้อะไรผมจะพยายามซื้อให้ถือว่าเป็นการเทคแคร์เค้า เราก็คุยกับปกติ เวลาผมมีสิ่งที่อยากได้ผมก็จะเก็บไว้ส่วนนึง แต่ผมเข้าใจว่าผู้หญิงมักจะมีค่าเครื่องสำอางค์นู่นนี้ ผมก็จะเอาตังเก็บที่ไว้ซื้อของที่ผมอยากได้ให้เค้าเสมอ แต่ผมเริ่มคิดว่า ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้เราเริ่มคุยกันน้อยลง พอวันไหนผมเหนื่อยก็จะไปขอกำลังใจ เเรกๆก็เหมือนคู่รักทั่วไปหวานบ้างอะไรบ้าง แต่หลังคำพูดก็เริ่มเเข็งขึ้นๆ จนไม่ตอบ ล่าสุดที่ผมบอกเธอว่าเหนื่อยไป เธอพิมพ์กลับมาว่า ฆ่าตัวตายไป ผมนี่งงเลยครับ แล้วเธอก็พิมพ์มาอีกว่า เราไม่ได้เป็นอะไรนะ แค่หมั่นไส้เฉยๆ 5555 ซึ่งผมไม่ตลกด้วย ปัจจุบันเรายังคบกันอยู่ครับ
จบแล้วครับ จริงผมแค่มาระบายเฉยๆ ยังไงผมก็ไม่คิดเลิกกับเค้าอยู่แล้ว ถึงเค้าจะเป็นแบบนี้ก็ตาม
ขอบคุณที่อ่านจบครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
**ติชม ด่าได้ครับ ผมไม่ว่า มาเกรียนผมไม่ตอบครับ**