แค่อยากระบายให้ฟังนะครับ
เดิมทีจะต่อประกันรถยนต์ แรกเริ่มเดิมที ใช้ของบริษัท V แต่รถผมเนี้ยมันไม่มีซ่อมห้าง
สิ้นปีพอดีก็ไล่หาประกันของแต่ละที่ ที่เบี้ยถูกหน่อยแต่ซ่อมห้าง
(ต้องบอกก่อนว่ามีเคลมบ้างแล้วนะครับเบี้ยขึ้นเยอะพอควร)
บังเอิญดูโฆษณา ทางทีวีเจอกับประกันของค่ายๆหนึ่ง
เราก็ลองติดต่อไปเพื่อสอบถามเบี้ย
พระเจ้า!!! เบี้ยถูกกว่าพอสมควรเลย แถมยังซ่อมห้างด้วย แต่กรมธรรม์ที่เจ้าของค่ายนี้เค้าถือครองนี่สิ ทำเอาตัดสินใจนานพอดู
แต่ด้วยความเห็นแก่ของถูก ก็จัดการต่อประกันกับที่นี่ เรียบร้อย
แต่เหมือนสวรรค์แกล้ง!! หรืออาจจะอยากบอกความจริงกับเราก็เป็นได้
เกิดเหตุความสะเพร่าของตัวเอง ลืมปิดกระจกรถไว้ ฝนตกตอนกลางคืนน้ำเข้ารถ
ตื่นมาตอนเช้า ก็ทำตามคำแนะนำที่เคยเคลมเรื่องน้ำเข้ากับบริษัทเก่า
เจ้าหน้าที่ให้เช็คระดับน้ำ ถ่ายรูป ตรวจสอบ แล้วรีบทำความสะอาดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อเนื่อง
เราก็ทำตามคำแนะนำ ทุกอย่าง แล้วน้ำรถไปจอดไว้ที่ทำงานของพ่อเพราะเป็นลานโล่งๆ แดดแรงความชื้นคงอยู่ไม่นาน
เรื่องมันเพิ่งเริ่ม เพราะว่า เดิมที่เก่า ผมแจ้งเหตุ หลังจากวันเกิดเหตุ หลายวันได้เนื่องจากบางครั้งไปทำงาน ต่างจังหวัด หรือติดงาน
แต่หลักฐานมีครบ ประกันที่เก่าไม่เคยมีปัญหาอะไร แจ้งย้อนหลังก็ส่งเจ้าหน้าที่มาเก็บข้อมูล สอบถามรวดเร็ว ติดต่อลูกค้าไว
ด้วยความโลกสวย ก็นึกว่าที่ใหม่จะเป็นเหมือนกัน แต่เปล่าเลยครับ หลังเกิดเหตุ ผมเอารถเข้าศูนย์เพราะมันมีปัญหาเกิดขึ้นมากกว่าที่คิด
ไฟ Airbag โชว์เอาเข้าศูนย์ จนท. ถามว่ารถถูกน้ำหรือมีน้ำเข้ารถหรือเปล่าเพราะมีกลิ่นอับแล้วก็รอยคราบน้ำ
เราก็บอกว่ามี เดิมทีจะแจ้งประกันว่าน้ำเข้ารถแต่เห็นไฟ Airbag โชว์ เลยรีบเอาเข้าศูนย์
ทาง จนท. ก็ติดต่อบริษัทประกันให้เลย แล้วก็แจ้งเหตุ เพื่อดำเนินการต่อ โดยหลังจาก คุยกันอยู่พักใหญ่ได้ความว่า น้ำที่เข้าไปในรถ
ทำให้กล่องสัญญาณ Airbag เสีย แต่เค้าไม่สามารถถอดออกมาให้ได้นะ เพราะถอดออกมาแล้วก็ต้องเอากล่องใหม่ใส่
เพื่อให้วงจรการทำงานมันครบระบบ อีกอย่างคือ ประกันยังไม่อนุมัติต้องรอการตรวจสอบ
เราก็บอกว่างั้นไม่เป็นไร รอประกันตรวจสอบก็ได้ เพราะแจ้งเคลมแล้ว หากเค้ารวบรวมข้อมูลแล้วไม่อนุมัติก็ไม่เป็นไร
เราค่อยเอารถมาเปลี่ยนกล่องเอง ทำไปทีละขั้น เค้าก็บอกได้ไว้รออนุมัติ
ผมเอารถเข้าวันเสาร์ หลังจากนั้นวันจันทร์ มีเจ้าหน้าที่โทรมา สอบถามข้อมูลเบื้องต้น แล้วบอกว่าข้อมูลที่มีไม่สามารถอนุมัติเคลมได้
ผมก็ถามว่าคุณยังไม่ส่งเจ้าหน้าที่มาดู หรือขอข้อมูลจากลูกค้าเลย แต่บอกว่าอนุมัติเคลมไม่ได้ คือตอนนั้นบอกตรงๆโมโหมาก
ความคิดในหัวเริ่มแล่น คือที่เก่าเนี้ยส่งเจ้าหน้าที่มาดู ขอข้อมูล ขอรูปวันเกิดเหตุ สอบถามศูนย์ กลับกลายเป็นว่า
ทางบริษัทประกัน D เอาข้อมูลที่ เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งรูป 2 รูป แล้วโทรหาลูกค้าว่าข้อมูลแค่นี้อนุมัติไม่ได้
เกิดการปะทะคารมณ์กันนานมาก (ถึงเวลานี้บอกเลยคำหยาบหลุดมาเยอะมาก ต้องขอโทษจริงๆ)
จนมาสรุปว่า จะให้ จนท. เข้าไปตรวจสอบรถ ถ่ายรูปรถ สอบถามคุณพ่อ (ผมมาต่างจังหวัด แต่ระบุคนขับไว้ 2 คน)
เพื่อรวบรวมข้อมูล แล้วก็ขอรูปถ่ายวันเกิดเหตุ ว่าน้ำเข้าระดับไหนอะไรยังไง
พอถึงตรงนี้ผมก็แจ้งไปว่า การเคลมแบบนี้ปฏิเสธเคลมได้นะ ถ้าคุณมองว่าหลักฐานไม่พอ เพราะผมสะเพร่าเอง ที่แจ้งเคลมช้า
อาจจะเพราะเราคิดว่ามาตรฐานการประกันภัยของบริษัท D จะเท่ากับ บริษัท V แต่เราผิดเอง
เจ้าหน้าที่ ที่ประสานงาน ก็บอกว่าจะรีบรวบรวมข้อมูลแล้ว ดำเนินการให้เร็วที่สุด เอาล่ะ เรามาดูกันนะครับว่าเร็วที่สุดเร็วแค่ไหน
ขอเรียง Timeline แบบนี้นะครับ
- อาทิคย์ที่ 1 น้ำเข้ารถ
- อาทิตย์ที่ 2 เข้าศูนย์แจ้งเหตุ ตรวจสอบรถที่ศูนย์
- ต้นอาทิตย์ที่ 3 เจ้าหน้าที่โทรมาประสานงานรับเรื่อง ให้เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบ
- ปลายอาทิตย์ที่ 3 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถถ่ายรูป
ตรงนี้มีการจะแกะกล่องสัญญาณ Airbag ตรงที่จอดรถ ในที่ทำงานของคุณพ่อ (คือช่างยังไม่แกะเลยนะ)
- ปลายอาทิตย์ที่ 4 เจ้าหน้าที่ประสานงานกลับมาว่า ทางศูนย์ที่ตรวจสอบไม่เซ็นรับรองให้ ว่ากล่องน้ำเข้า
(คือศูนย์แจ้งแต่แรกแล้วนะครับว่าแกะกล่องไม่ได้เพราะแกะแล้วใส่กลับไม่ได้นะ คือถ้ารถไม่มีกล่องใหม่ใส่แทนระบบมันจะไม่ครบ)
เราก็เลยแจ้งว่า เอางี้คุณทำหนังสือปฎิเสธมาเลยแล้วกัน เพราะอะไร
เพราะเราเองที่สะเพร่า ประมาท นิ่งนอนใจเกินไป
เราไม่ควรแจ้งเหตุช้า เราไม่ควรดูแลรถ
เพราะคุณจะให้เราเอารถเข้าไปถอดกล่องดูคราบน้ำ ถามจริง จากวันเกิดเหตุ จนรอตรวจสอบ
ผมใช้รถ ทุกวัน ไปทำงาน อบโอโซนก็ไปทำมา เช็คระยะ จอดตากแดด
เปิดฝากระโปรงทิ้งไว้เพราะกลัวมันจะเสียหายเพิ่ม
เกือบเดือน จะเอาอะไรมาเป็นคราบน้ำหรือความชื้น
กลับกัน ถ้าเป็นบริษัท V เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิด
ปฏิเสธเคลมผมไม่ว่าอะไรนะ เราเข้าใจเรื่องน้ำ/ความชื้น มันพิสูจน์กันยาก ไม่เหมือนรถชน
แต่ระยะเวลาที่คุณติดต่อผมจากวันที่แจ้งนี่สิที่ผม ทำให้รู้สึกแย่
ถูกและดี ไม่มีในโลก หรอก
คงต้องเก็บไว้เป็นประสบการณ์ การทำประกันภัยรถยนต์ว่า
"จ่ายเบี้ยแพงๆ มีปัญหาน้อยกว่า จ่ายเบี้ยถูกๆ"
เหมือนที่คนอื่นเค้าบอกจริงๆนั้นแหละ
ไม่มีอะไรที่ดีเหมือนกัน ประกันภัยก็เช่นกัน !! (ตัวเราเองแหละที่ผิด)
เดิมทีจะต่อประกันรถยนต์ แรกเริ่มเดิมที ใช้ของบริษัท V แต่รถผมเนี้ยมันไม่มีซ่อมห้าง
สิ้นปีพอดีก็ไล่หาประกันของแต่ละที่ ที่เบี้ยถูกหน่อยแต่ซ่อมห้าง
(ต้องบอกก่อนว่ามีเคลมบ้างแล้วนะครับเบี้ยขึ้นเยอะพอควร)
บังเอิญดูโฆษณา ทางทีวีเจอกับประกันของค่ายๆหนึ่ง
เราก็ลองติดต่อไปเพื่อสอบถามเบี้ย
พระเจ้า!!! เบี้ยถูกกว่าพอสมควรเลย แถมยังซ่อมห้างด้วย แต่กรมธรรม์ที่เจ้าของค่ายนี้เค้าถือครองนี่สิ ทำเอาตัดสินใจนานพอดู
แต่ด้วยความเห็นแก่ของถูก ก็จัดการต่อประกันกับที่นี่ เรียบร้อย
แต่เหมือนสวรรค์แกล้ง!! หรืออาจจะอยากบอกความจริงกับเราก็เป็นได้
เกิดเหตุความสะเพร่าของตัวเอง ลืมปิดกระจกรถไว้ ฝนตกตอนกลางคืนน้ำเข้ารถ
ตื่นมาตอนเช้า ก็ทำตามคำแนะนำที่เคยเคลมเรื่องน้ำเข้ากับบริษัทเก่า
เจ้าหน้าที่ให้เช็คระดับน้ำ ถ่ายรูป ตรวจสอบ แล้วรีบทำความสะอาดเพื่อป้องกันความเสียหายต่อเนื่อง
เราก็ทำตามคำแนะนำ ทุกอย่าง แล้วน้ำรถไปจอดไว้ที่ทำงานของพ่อเพราะเป็นลานโล่งๆ แดดแรงความชื้นคงอยู่ไม่นาน
เรื่องมันเพิ่งเริ่ม เพราะว่า เดิมที่เก่า ผมแจ้งเหตุ หลังจากวันเกิดเหตุ หลายวันได้เนื่องจากบางครั้งไปทำงาน ต่างจังหวัด หรือติดงาน
แต่หลักฐานมีครบ ประกันที่เก่าไม่เคยมีปัญหาอะไร แจ้งย้อนหลังก็ส่งเจ้าหน้าที่มาเก็บข้อมูล สอบถามรวดเร็ว ติดต่อลูกค้าไว
ด้วยความโลกสวย ก็นึกว่าที่ใหม่จะเป็นเหมือนกัน แต่เปล่าเลยครับ หลังเกิดเหตุ ผมเอารถเข้าศูนย์เพราะมันมีปัญหาเกิดขึ้นมากกว่าที่คิด
ไฟ Airbag โชว์เอาเข้าศูนย์ จนท. ถามว่ารถถูกน้ำหรือมีน้ำเข้ารถหรือเปล่าเพราะมีกลิ่นอับแล้วก็รอยคราบน้ำ
เราก็บอกว่ามี เดิมทีจะแจ้งประกันว่าน้ำเข้ารถแต่เห็นไฟ Airbag โชว์ เลยรีบเอาเข้าศูนย์
ทาง จนท. ก็ติดต่อบริษัทประกันให้เลย แล้วก็แจ้งเหตุ เพื่อดำเนินการต่อ โดยหลังจาก คุยกันอยู่พักใหญ่ได้ความว่า น้ำที่เข้าไปในรถ
ทำให้กล่องสัญญาณ Airbag เสีย แต่เค้าไม่สามารถถอดออกมาให้ได้นะ เพราะถอดออกมาแล้วก็ต้องเอากล่องใหม่ใส่
เพื่อให้วงจรการทำงานมันครบระบบ อีกอย่างคือ ประกันยังไม่อนุมัติต้องรอการตรวจสอบ
เราก็บอกว่างั้นไม่เป็นไร รอประกันตรวจสอบก็ได้ เพราะแจ้งเคลมแล้ว หากเค้ารวบรวมข้อมูลแล้วไม่อนุมัติก็ไม่เป็นไร
เราค่อยเอารถมาเปลี่ยนกล่องเอง ทำไปทีละขั้น เค้าก็บอกได้ไว้รออนุมัติ
ผมเอารถเข้าวันเสาร์ หลังจากนั้นวันจันทร์ มีเจ้าหน้าที่โทรมา สอบถามข้อมูลเบื้องต้น แล้วบอกว่าข้อมูลที่มีไม่สามารถอนุมัติเคลมได้
ผมก็ถามว่าคุณยังไม่ส่งเจ้าหน้าที่มาดู หรือขอข้อมูลจากลูกค้าเลย แต่บอกว่าอนุมัติเคลมไม่ได้ คือตอนนั้นบอกตรงๆโมโหมาก
ความคิดในหัวเริ่มแล่น คือที่เก่าเนี้ยส่งเจ้าหน้าที่มาดู ขอข้อมูล ขอรูปวันเกิดเหตุ สอบถามศูนย์ กลับกลายเป็นว่า
ทางบริษัทประกัน D เอาข้อมูลที่ เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งรูป 2 รูป แล้วโทรหาลูกค้าว่าข้อมูลแค่นี้อนุมัติไม่ได้
เกิดการปะทะคารมณ์กันนานมาก (ถึงเวลานี้บอกเลยคำหยาบหลุดมาเยอะมาก ต้องขอโทษจริงๆ)
จนมาสรุปว่า จะให้ จนท. เข้าไปตรวจสอบรถ ถ่ายรูปรถ สอบถามคุณพ่อ (ผมมาต่างจังหวัด แต่ระบุคนขับไว้ 2 คน)
เพื่อรวบรวมข้อมูล แล้วก็ขอรูปถ่ายวันเกิดเหตุ ว่าน้ำเข้าระดับไหนอะไรยังไง
พอถึงตรงนี้ผมก็แจ้งไปว่า การเคลมแบบนี้ปฏิเสธเคลมได้นะ ถ้าคุณมองว่าหลักฐานไม่พอ เพราะผมสะเพร่าเอง ที่แจ้งเคลมช้า
อาจจะเพราะเราคิดว่ามาตรฐานการประกันภัยของบริษัท D จะเท่ากับ บริษัท V แต่เราผิดเอง
เจ้าหน้าที่ ที่ประสานงาน ก็บอกว่าจะรีบรวบรวมข้อมูลแล้ว ดำเนินการให้เร็วที่สุด เอาล่ะ เรามาดูกันนะครับว่าเร็วที่สุดเร็วแค่ไหน
ขอเรียง Timeline แบบนี้นะครับ
- อาทิคย์ที่ 1 น้ำเข้ารถ
- อาทิตย์ที่ 2 เข้าศูนย์แจ้งเหตุ ตรวจสอบรถที่ศูนย์
- ต้นอาทิตย์ที่ 3 เจ้าหน้าที่โทรมาประสานงานรับเรื่อง ให้เจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบ
- ปลายอาทิตย์ที่ 3 เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถถ่ายรูป
ตรงนี้มีการจะแกะกล่องสัญญาณ Airbag ตรงที่จอดรถ ในที่ทำงานของคุณพ่อ (คือช่างยังไม่แกะเลยนะ)
- ปลายอาทิตย์ที่ 4 เจ้าหน้าที่ประสานงานกลับมาว่า ทางศูนย์ที่ตรวจสอบไม่เซ็นรับรองให้ ว่ากล่องน้ำเข้า
(คือศูนย์แจ้งแต่แรกแล้วนะครับว่าแกะกล่องไม่ได้เพราะแกะแล้วใส่กลับไม่ได้นะ คือถ้ารถไม่มีกล่องใหม่ใส่แทนระบบมันจะไม่ครบ)
เราก็เลยแจ้งว่า เอางี้คุณทำหนังสือปฎิเสธมาเลยแล้วกัน เพราะอะไร
เพราะเราเองที่สะเพร่า ประมาท นิ่งนอนใจเกินไป
เราไม่ควรแจ้งเหตุช้า เราไม่ควรดูแลรถ
เพราะคุณจะให้เราเอารถเข้าไปถอดกล่องดูคราบน้ำ ถามจริง จากวันเกิดเหตุ จนรอตรวจสอบ
ผมใช้รถ ทุกวัน ไปทำงาน อบโอโซนก็ไปทำมา เช็คระยะ จอดตากแดด
เปิดฝากระโปรงทิ้งไว้เพราะกลัวมันจะเสียหายเพิ่ม
เกือบเดือน จะเอาอะไรมาเป็นคราบน้ำหรือความชื้น
กลับกัน ถ้าเป็นบริษัท V เหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิด
ปฏิเสธเคลมผมไม่ว่าอะไรนะ เราเข้าใจเรื่องน้ำ/ความชื้น มันพิสูจน์กันยาก ไม่เหมือนรถชน
แต่ระยะเวลาที่คุณติดต่อผมจากวันที่แจ้งนี่สิที่ผม ทำให้รู้สึกแย่
ถูกและดี ไม่มีในโลก หรอก
คงต้องเก็บไว้เป็นประสบการณ์ การทำประกันภัยรถยนต์ว่า
"จ่ายเบี้ยแพงๆ มีปัญหาน้อยกว่า จ่ายเบี้ยถูกๆ"
เหมือนที่คนอื่นเค้าบอกจริงๆนั้นแหละ