สวัสดีครับ นี่เป็นกระทู้แรกที่ผมได้เขียนใน Pantip อาจจะมีคำบางคำที่พิมพ์ผิดบ้างก็ขอโทษด้วยนะครับ
ก่อนจะสิ้นปี 2017 นี้ ผมก็อยากตัดสินใจอะไรบางอย่างให้กับชีวิตตัวเอง ....
ผมคบกับแฟนมา 4 ปีแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นการคบที่นานที่สุดในชีวิตที่เคยมีแฟนมา 555 เริ่มแรกที่คบกัน อะไรก็ดีไปหมดละครับ แต่ก็จะปัญหามากกว่าความสุข แค่เริ่มต้นคบกันได้ 1 ปี เรา2คนก็เริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น จากบ่อยกลายเป็นหนัก เคยคิดจะเลิกกันตั้งแต่ปีแรก แต่ด้วยความที่ไม่อยากเริ่มต้นใหมกับใคร เลยมานั่งคุยกับแฟนว่าเราควรปรับเข้าหากัน อะไรที่ยอมก็ยอมกันบ้าง จนถึงตอนนี้ก็ 4 ปีละครับ ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม (ทะเลาะกันเหมือนเดิม) ปัญหาหลักๆที่ทะเลาะกันมีอยู่ไม่กี่ข้อหรอกครับ
1. ความอยากเอาชนะ ด้วยความที่ผมเองก็ใจร้อน เขาก็ใจร้อน เวลามีปากเสียงกันก็แรงทั้งคู่ แต่ถึงตอนนี้ผมคิดว่าผมเย็นลงมาเยอะแล้ว แต่เขาก็อ่อนลงบ้างบางครั้ง
2. แฟนผมเขาเป็นคนที่มีทิฐิกับผม เรื่องนี้ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เขายอมรับว่าเขามีทิฐิกับผม เมื่อ2ปีก่อน จนถึงตอนนี้ อะไรที่ผมได้ดีกว่า เขามักจะโกรธ และทำหน้าตาไม่พอใจอย่างชัดเจน อย่างเช่นนะครับ เรื่องงาน ผมเคยปรึกษากับเขาว่าผมไม่ไหว งานที่ทำมันไม่ใช่ เขาก็บอกให้ออกเลย ลาออกเลย หางานใหม่ (ตอนที่ปรึกษากับเขา เขาก็ยังไม่ได้งานนะครับ ยังว่างงานอยู่) ผมก็เลยลองปรึกษาเพื่อนสนิท ครอบครัว เขาก็บอกว่าให้ผมลองทำไปก่อนดีไหม เพื่อเข้าได้ไม่เท่าไหร่ บางที อาจจะชอบก็ได้นะ ผมก็โอเคครับ ได้กำลังใจจากเพื่อนและครอบครัวเยอะ พอผ่านไปอีกวัน ผมก็บ่นให้แฟนฟังว่า เหนื่อยจัง เลิกงงานไม่เป็นเวลาเลย แฟนผมก็ตามเคย ยุให้ผมลาออก โดยไม่ให้กำลังใจสักอย่าง และด้วยความที่ผมท้อกับงานเลย ลาออกเลยครับ หลังจากผมลาออก ได้อาทิตย์นึง แฟนผมก็ได้งานทำ เขาก็มาบ่นกับผมว่าเหนื่อย งานเยอะ ผมก็บอกเขาไปว่า ลองทำก่อนเนอะ แรกๆยังไม่ชิน(ปลอบคนอื่นได้แต่ปลอบใจตัวเองไม่ได้เลย) แฟนผมก็โอเค พอผ่านไป2 วันเขาก็บ่นกับผมเหมือนเดิมเรื่องหัวหน้างานบางครั้งก็ร้องไห้ด้วยซ้ำ ผมก็เลยลองบอกว่าออกไหมละ หางานใหม่เลย (บอกเหมือนที่เขาบอกผม) แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือ "ไม่อ่ะ งานหายาก อดทำไปก่อน กว่าจะหางานได้คงอีกนาน เธอก็รีบๆหางานทำได้ละ อยู่เฉยๆไม่ทำมาหากินอะไร " ผมก็แบบ เอ้อ ทำไมผมไม่คิดได้เหมือนเขาบ้างนะ จนผ่านไป 6 เดือน ผมสอบได้งานของส่วนราชการ ด้วยความดีใจและตื่นเต้น ผมจึงโทรไปบอกเขา ว่าผมสอบได้แล้วนะ เขาก็ทำเสียงเฉยๆว่า " ดีแล้ว จะได้เป็นผู้เป็นคนก็เขาบ้าง " แล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่องไปเลย ..... จนบางครั้งทำให้ผมอึดอัดที่จะเล่าเกี่ยวกับการทำงานให้เขาฟัง เพราะเมื่อเล่าทีไร เขามักจะทำเป็นไม่สนใจแล้วชวนคุยเรื่องอื่น
3. เรื่องเงินครับ จริงๆผมก็ไม่ซีเรียสเท่าไรเรื่องเงิน เพราะมีก็ใช้ ไม่มีก็ไม่ใช้ แต่าำหรับแฟนผมนั้น เขาเป็นคนค่อนข้างซีเรียสเรื่องเงิน คิดตามนะครับ ผมไม่มีเงินเก็บมากจนถึงหมื่น แฟนผมอยากได้อะไรผมก็มักจะเซอร์ไพร์และทำให้รู้สึกประทับใจเสมอ แต่แฟนผมเขามีเงินเก็บครึ่งแสน แต่เขามักจะบอกกับผมว่าไม่มีเงิน เงินไม่พอใช้ ก็เลยขอให้ผมซื้อนู่นซื้อนี่ให้ อ่ะ ผมก็ยอมซื้อให้ แล้วค่อยประหยัดเดือนต่อไป และพอเวลาเขาอยากซื้อของอะไร เขาก็บอกว่าไม่อยากเอาเงินเก็บมาใช้ ผมก็เลยถามไปตรงๆว่า "เงินเก็บอ่ะ เก็บไปแล้วจะใช้อะไรเ เข้าใจนะว่าเงินเก็บเนี่ยเธอไม่อยากเอาออกมา แต่แค่ 500 เนี่ย เอาออกมาก็ได้ไหม เงินเดือนออกค่อยใส่กลับไป " เขาก็ไม่โอเคที่ผมพูด เพราะเขาบอกว่าเขาค่อนข้างซีเรียสเรื่องเงิน เห็นตัวเลขใยบัญชีลดไม่ได้ ทุกวันนี้เวลาจะกินข้าวหรือซื้ออะไร เขามักจะให้ผมออก ทั้งๆที่ผมก็มีแค่เงินเดือน ได้มาใช้ไป ไม่ได้มีเก็บถึงอนาคตเลย เวลาที่ผมบอกว่าผมเหลือเงินแค่นี้ คงกินได้ไม่มาก จะให้เขาช่วยออก ก็มีบ่น มีทำหน้าไม่ดีใส่ เหนื่อยตรงนี้แหละครับ
4. ข้อสุดท้ายคือคำด่าที่บั่นทอนจิตใจผม เช่นนะครับ สันดาร

บางครั้งก็พูดว่าเลิก ทั้งๆที่ผมก็ยังไม่ได้บอกจะเลิก แค่บอกว่าเหนื่อยที่มาทะเลาะแบบนี้ แทนที่เขาจะพยายามปรับตัว กลับเป็นว่าเขาต้องการบีบแล้วเอาชนะผม
มีอยู่ครั้งนึง ทะเลาะกันหนักมาก ผมเลยถามเขาว่า อยากมีผมอยู่ในชีวิตเขาอยู่ไหม เขาก็ตอบมาแค่ว่า ก็แล้วแต่ อยากไปก็แล้วแต่ แต่บอกไว้ก่อน คือถ้าเลิกกันก็มีคนอื่นเลย .... ผมต้องการให้เขาตอบไม่ใช่ไล่กันอย่างนี้ ผมก็เลยไม่โทรหาเขา 3 วัน ปรากฏว่าเขาก็ไม่โทรมา ผมจึงโทรไปถามเขาว่า ที่หายไป ได้คำตอบรึยัง เขาก็บอกว่า " ก็ถ้าหายไปซักอาทิตย์ ก็ลืมได้แล้ว " ผมนี่น้ำตาแตกเลย ทบทวนเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา 4 ปี เขามีแต่พูดจาทำร้ายจิตใจกันตลอดมา จนถึงวันนี้ เขาก็ไม่ยอมที่จะให้ตัวเองผิด ต้องเป็นผมเท่านั้นที่ต้องคอยง้อก่อน ด้วยเหตุผลที่ว่า " ผมเป็นผู้ชาย "
ผมจึงอยากปรึกษาเพื่อนๆพี่ๆ ว่าที่ผมกับเขาคบกันอยู่ มันเป็นความรักหรือแค่ผูกพันธ์????
ปล. ผมเป็นแฟนคนแรกของเขา ที่ผ่านมา เขาไม่เคยคบใครมาก่อนเลย หรือเป็นเพราะเขาไม่รู้ถึงความรู้สึกกับการต้องเสียใครไปรึป่าว ถึงได้ทำแบบนี้ก็คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟน
ที่เป็นอยู่คือรักหรือผูกพันธ์?
ก่อนจะสิ้นปี 2017 นี้ ผมก็อยากตัดสินใจอะไรบางอย่างให้กับชีวิตตัวเอง ....
ผมคบกับแฟนมา 4 ปีแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นการคบที่นานที่สุดในชีวิตที่เคยมีแฟนมา 555 เริ่มแรกที่คบกัน อะไรก็ดีไปหมดละครับ แต่ก็จะปัญหามากกว่าความสุข แค่เริ่มต้นคบกันได้ 1 ปี เรา2คนก็เริ่มทะเลาะกันบ่อยขึ้น จากบ่อยกลายเป็นหนัก เคยคิดจะเลิกกันตั้งแต่ปีแรก แต่ด้วยความที่ไม่อยากเริ่มต้นใหมกับใคร เลยมานั่งคุยกับแฟนว่าเราควรปรับเข้าหากัน อะไรที่ยอมก็ยอมกันบ้าง จนถึงตอนนี้ก็ 4 ปีละครับ ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม (ทะเลาะกันเหมือนเดิม) ปัญหาหลักๆที่ทะเลาะกันมีอยู่ไม่กี่ข้อหรอกครับ
1. ความอยากเอาชนะ ด้วยความที่ผมเองก็ใจร้อน เขาก็ใจร้อน เวลามีปากเสียงกันก็แรงทั้งคู่ แต่ถึงตอนนี้ผมคิดว่าผมเย็นลงมาเยอะแล้ว แต่เขาก็อ่อนลงบ้างบางครั้ง
2. แฟนผมเขาเป็นคนที่มีทิฐิกับผม เรื่องนี้ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เขายอมรับว่าเขามีทิฐิกับผม เมื่อ2ปีก่อน จนถึงตอนนี้ อะไรที่ผมได้ดีกว่า เขามักจะโกรธ และทำหน้าตาไม่พอใจอย่างชัดเจน อย่างเช่นนะครับ เรื่องงาน ผมเคยปรึกษากับเขาว่าผมไม่ไหว งานที่ทำมันไม่ใช่ เขาก็บอกให้ออกเลย ลาออกเลย หางานใหม่ (ตอนที่ปรึกษากับเขา เขาก็ยังไม่ได้งานนะครับ ยังว่างงานอยู่) ผมก็เลยลองปรึกษาเพื่อนสนิท ครอบครัว เขาก็บอกว่าให้ผมลองทำไปก่อนดีไหม เพื่อเข้าได้ไม่เท่าไหร่ บางที อาจจะชอบก็ได้นะ ผมก็โอเคครับ ได้กำลังใจจากเพื่อนและครอบครัวเยอะ พอผ่านไปอีกวัน ผมก็บ่นให้แฟนฟังว่า เหนื่อยจัง เลิกงงานไม่เป็นเวลาเลย แฟนผมก็ตามเคย ยุให้ผมลาออก โดยไม่ให้กำลังใจสักอย่าง และด้วยความที่ผมท้อกับงานเลย ลาออกเลยครับ หลังจากผมลาออก ได้อาทิตย์นึง แฟนผมก็ได้งานทำ เขาก็มาบ่นกับผมว่าเหนื่อย งานเยอะ ผมก็บอกเขาไปว่า ลองทำก่อนเนอะ แรกๆยังไม่ชิน(ปลอบคนอื่นได้แต่ปลอบใจตัวเองไม่ได้เลย) แฟนผมก็โอเค พอผ่านไป2 วันเขาก็บ่นกับผมเหมือนเดิมเรื่องหัวหน้างานบางครั้งก็ร้องไห้ด้วยซ้ำ ผมก็เลยลองบอกว่าออกไหมละ หางานใหม่เลย (บอกเหมือนที่เขาบอกผม) แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือ "ไม่อ่ะ งานหายาก อดทำไปก่อน กว่าจะหางานได้คงอีกนาน เธอก็รีบๆหางานทำได้ละ อยู่เฉยๆไม่ทำมาหากินอะไร " ผมก็แบบ เอ้อ ทำไมผมไม่คิดได้เหมือนเขาบ้างนะ จนผ่านไป 6 เดือน ผมสอบได้งานของส่วนราชการ ด้วยความดีใจและตื่นเต้น ผมจึงโทรไปบอกเขา ว่าผมสอบได้แล้วนะ เขาก็ทำเสียงเฉยๆว่า " ดีแล้ว จะได้เป็นผู้เป็นคนก็เขาบ้าง " แล้วเขาก็เปลี่ยนเรื่องไปเลย ..... จนบางครั้งทำให้ผมอึดอัดที่จะเล่าเกี่ยวกับการทำงานให้เขาฟัง เพราะเมื่อเล่าทีไร เขามักจะทำเป็นไม่สนใจแล้วชวนคุยเรื่องอื่น
3. เรื่องเงินครับ จริงๆผมก็ไม่ซีเรียสเท่าไรเรื่องเงิน เพราะมีก็ใช้ ไม่มีก็ไม่ใช้ แต่าำหรับแฟนผมนั้น เขาเป็นคนค่อนข้างซีเรียสเรื่องเงิน คิดตามนะครับ ผมไม่มีเงินเก็บมากจนถึงหมื่น แฟนผมอยากได้อะไรผมก็มักจะเซอร์ไพร์และทำให้รู้สึกประทับใจเสมอ แต่แฟนผมเขามีเงินเก็บครึ่งแสน แต่เขามักจะบอกกับผมว่าไม่มีเงิน เงินไม่พอใช้ ก็เลยขอให้ผมซื้อนู่นซื้อนี่ให้ อ่ะ ผมก็ยอมซื้อให้ แล้วค่อยประหยัดเดือนต่อไป และพอเวลาเขาอยากซื้อของอะไร เขาก็บอกว่าไม่อยากเอาเงินเก็บมาใช้ ผมก็เลยถามไปตรงๆว่า "เงินเก็บอ่ะ เก็บไปแล้วจะใช้อะไรเ เข้าใจนะว่าเงินเก็บเนี่ยเธอไม่อยากเอาออกมา แต่แค่ 500 เนี่ย เอาออกมาก็ได้ไหม เงินเดือนออกค่อยใส่กลับไป " เขาก็ไม่โอเคที่ผมพูด เพราะเขาบอกว่าเขาค่อนข้างซีเรียสเรื่องเงิน เห็นตัวเลขใยบัญชีลดไม่ได้ ทุกวันนี้เวลาจะกินข้าวหรือซื้ออะไร เขามักจะให้ผมออก ทั้งๆที่ผมก็มีแค่เงินเดือน ได้มาใช้ไป ไม่ได้มีเก็บถึงอนาคตเลย เวลาที่ผมบอกว่าผมเหลือเงินแค่นี้ คงกินได้ไม่มาก จะให้เขาช่วยออก ก็มีบ่น มีทำหน้าไม่ดีใส่ เหนื่อยตรงนี้แหละครับ
4. ข้อสุดท้ายคือคำด่าที่บั่นทอนจิตใจผม เช่นนะครับ สันดาร
มีอยู่ครั้งนึง ทะเลาะกันหนักมาก ผมเลยถามเขาว่า อยากมีผมอยู่ในชีวิตเขาอยู่ไหม เขาก็ตอบมาแค่ว่า ก็แล้วแต่ อยากไปก็แล้วแต่ แต่บอกไว้ก่อน คือถ้าเลิกกันก็มีคนอื่นเลย .... ผมต้องการให้เขาตอบไม่ใช่ไล่กันอย่างนี้ ผมก็เลยไม่โทรหาเขา 3 วัน ปรากฏว่าเขาก็ไม่โทรมา ผมจึงโทรไปถามเขาว่า ที่หายไป ได้คำตอบรึยัง เขาก็บอกว่า " ก็ถ้าหายไปซักอาทิตย์ ก็ลืมได้แล้ว " ผมนี่น้ำตาแตกเลย ทบทวนเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา 4 ปี เขามีแต่พูดจาทำร้ายจิตใจกันตลอดมา จนถึงวันนี้ เขาก็ไม่ยอมที่จะให้ตัวเองผิด ต้องเป็นผมเท่านั้นที่ต้องคอยง้อก่อน ด้วยเหตุผลที่ว่า " ผมเป็นผู้ชาย "
ผมจึงอยากปรึกษาเพื่อนๆพี่ๆ ว่าที่ผมกับเขาคบกันอยู่ มันเป็นความรักหรือแค่ผูกพันธ์????
ปล. ผมเป็นแฟนคนแรกของเขา ที่ผ่านมา เขาไม่เคยคบใครมาก่อนเลย หรือเป็นเพราะเขาไม่รู้ถึงความรู้สึกกับการต้องเสียใครไปรึป่าว ถึงได้ทำแบบนี้ก็คนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟน