ได้ประโยชน์จากรีวิวในพันทิพมามากมาย ไม่ว่าจะหาที่เที่ยว หรือ ที่กิน ก็ต้องหาอ่านรีวิวพันทิพ เสมอๆ วันนี้จะมารีวิวเรื่องเที่ยวมั่ง เผื่อเป็นประโยชน์แก่ท่านอื่นๆ ต่อไป รูปอาจจะไม่เยอะมาก เน้นให้ข้อมูลการเดินทางมากกว่าน้า
วันที่ 1 ตัวเมืองเชียงใหม่ ไป ดอยอ่างขาง
เราเลือกนั่งรถตู้เชียงใหม่ ฝาง ขึ้นรถที่สถานีขนส่งช้างเผือก รถออกทุกต้นชั่วโมง
ค่าโดยสาร 150 ฿ ถ้าเลือกขึ้นรถบัสสีส้ม ค่าโดยสาร 75 ฿
เราเลือกรถตู้เพราะนึกว่าจะเร็วกว่ารถบัส แต่พอไปถึงถามคนที่ขึ้นรถบัสมา ปรากฏว่า ใช้เวลาเดินทางเท่าๆกันเลย วันหลังมารถบัสดีกว่าถูกกว่าครึ่งๆ
รูปตั๋วรถ
รูปรถตู้เชียงใหม่ ฝาง

พอขึ้นรถให้บอกคนขับไว้เลยว่า ขอลงที่หน้าวัดหาดสำราญ ซึ่งเป็นจุดต่อรถ 2 แถวขึ้นดอยอ่างขาง
เราออกจากช้างเผือก 8.00 รถไปจอดแวะให้เข้าห้องน้ำที่ท่ารถเชียงดาว ตอน 9.40 พวกเราเลยจองรถตู้ขากลับวันที่ 3 ไว้เลยจากท่ารถเชียงดาวกลับเชียงใหม่เผื่อรถตู้เต็มแต่ถ้าใครจะกลับรถบัสสีส้มไม่ต้องจองก็ได้
รูปท่ารถเชียงดาวจ้า
จากนั้นก็เดินทางต่อไปถึงหน้าวัดหาดสำราญประมาณ 11.00
พอถึงหน้าวัดหาดสำราญ จะมีคิวรถ 2 แถวอยู่ และก็จะเป็นจุดที่คนที่อยากหาเพื่อนแชร์ค่า 2 แถว จะมานั่งรอคนที่มาจากตัวเมืองเชียงใหม่อยู่ที่นี่
อันนี้ป้ายที่ติดหน้ากระจก ตรงจุดรอรถ

แผนที่ ที่เที่ยวบนดอยอ่างขาง

พอไปถึง มีคนรอหาเพื่อนแชร์อยู่ 2 คน รวมกับกลุ่มเรา 3 คนเป็น 5 คน กำลังนั่งสบายๆ เลยตกลงไปกันเลย เหมารถ ราคา 2500 ขึ้นจากราคาปกติ 2000 เพราะ ทางปกติปิดทำถนน เลยต้องอ้อมไปขึ้นทางผาแดง
สรุปคือ 5 คนหารค่ารถคนละ 500 พาเที่ยว 6 จุด ใน 2 วัน คือ
วันแรก
1. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มีจุดจอดให้ลงเที่ยว 3 จุด
จุดนี้ต้องเสียค่าเข้า คนละ 50 บาท และค่ารถยนต์เข้าคันละ 50 บาท ทริปเราไป 6 คนรวมคนขับ จึงจ่ายเพิ่มคนละ 70 บาทพอดี
วันที่สอง
2. จุดชมวิวขอบด้ง
3.ไร่ชา 2000
4.ไร่สตรอเบอร์รี่
5.ฐานปฏิบัติการนอแล
6.จุดชมวิวม่อนสน
รูปรถ 2 แถวที่พาขึ้นดอยอ่างขาง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง รถออก 11.30 ไปถึงบนดอยประมาณ 12.30
ขึ้นมาบนดอยอ่างขาง หิวข้าวมาก ยังไม่ได้กินกลางวัน แวะกินที่ร้านดอกเหมย
ค่าข้าวราดผัดกระเพราหมูสับ ไข่ดาว 60 บาท แถมชา 1 โถเล็ก
อันนี้เป็นรูปภาพภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง พี่คนขับจะจอดให้ลงเที่ยว 3 จุด จะเป็นแปลงดอกไม้ แปลงผักที่ปลูกในสถานีเกษตร แต่ละจุดก็นัดกันกับเพื่อนร่วมทริปเลยว่าจะกลับมาเจอกันที่ 2 แถวตอนกี่โมงดี ใช้เวลาตามสบาย เพราะวันนี้เที่ยวแค่ที่นี่เสร็จ พี่คนขับก็จะไปส่งที่บ้านพักที่จองไว้ เดินเล่นถ่ายรูป แวะกินกาแฟแบบชิลๆได้เลย



เที่ยวถ่ายรูปจนเย็น แวะเข้าที่พัก บ้านพักจี๊ดจ๊าด ปรากฎว่าออกจากสถานีเกษตร ก็จะเจอบ้านพักเลย
ราคา ห้องพัก 3 คน 1500 บาท หารกันคนละ 500 บาทพอดี รวมอาหารเช้า ข้าวต้ม ห้องน้ำในห้อง มีเครื่องทำน้ำอุ่น
จากนั้นเดินออกจากจี๊ดจ๊าดมาก็เจอตลาดนัดด้านหน้าที่พักเลย เลยซื้ออาหารเย็นมากินที่ชั้นล่างของบ้านพักจี๊ดจ๊าดได้เลยเพราะมีโต๊ะเก้าอี้ด้านล่างให้นั่งกินได้อย่างสบาย
วันที่ 2 ดอยอ่างขาง - สันป่าเกี๊ยะ
พี่คนขับ 2 แถวนัดเจอตี 5 เพื่อพาไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวขอบด้ง แต่หมอกเต็มเลย ไม่ค่อยเห็นวิวเท่าไร

ถ่ายเต๊นแทนละกัน
เดือนพย. ก็มีดอกพญาเสือโคร่งออกมานิดหน่อยด้วยแหละ เพิ่งรู้ นึกว่าออกเฉพาะเดือนม.ค
ตรงจุดนี้มีคนมาขายอาหารให้ใส่บาตร ชุดละ 50 บาท แต่ดูของน้อยไปหน่อย เทียบกับราคา แล้วตรงจุดนี้ก็มีร้านโจ๊กไว้ให้นั่งกินแก้หิวได้
จากนั้นไปต่อที่ไร่ชา 2000

อยู่ได้ไม่นาน ฝนตกซะงั้น แต่ตกปรอยๆ
ไปต่อกันที่ไร่สตรอเบอรี่ ที่นี่ฝนตกแรงเลย แต่ตกแป๊บเดียวก็หยุด ตรงไร่ก็เป็นทางลาดๆ เลยลื่นมาก ต้องระวังกลัวหน้าทิ่ม
ไปต่อกันที่ฐานปฏิบัติการนอแล เอิ่ม หมอกเต็มเลยจ้า
สรุปคือ กลับถึงจี๊ดจ๊าด 9.30 คือไม่ทันอาหารเช้าที่หมดตอน 9.00

เลยต้องเดินมากินร้านดอกเหมยอีกตามเคย (อยู่ใกล้ๆกับจี๊ดจ๊าด) ค่าข้าวต้มหมู 40 บาท เก็บข้าวของออกจากบ้านพัก นัดพี่คนขับมารับ 10.30
จากนั้น ขอพี่คนขับแถมจุดชมวิวม่อนสนให้ด้วย มีคนกางเต๊นเต็มเลย หมอกเยอะอีกเหมือนกัน

ที่นี่มีร้านกาแฟให้นั่งพักดื่มไปชมวิวม่อนสนไปได้
จากนั้นพี่ 2 แถวพามาส่งวัดหาดสำราญเหมือนเดิม พวกเราก็เดินข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามวัดเพื่อรอรถบัสสีส้ม ไปลงท่ารถเชียงดาว แต่รถ 2 แถวเชียงใหม่-ฝางมาก่อน เลยขึ้น 2 แถวไป 45 บาท ตรงพื้นรถและบนหลังคา จะมีคนฝากของไปลงตามที่ต่างๆในเชียงดาวเต็มเลย นั่งๆไปคนก็ทะยอยขึ้นมาเต็มรถเหมือนกัน
พอมาถึงท่ารถเชียงดาว ก็แวะซื้อของกินที่ตลาดก่อน เพราะบนสถานีเกษตรสันป่าเกี๊ยะไม่มีของกิน แต่มีเตาให้เช่าปิ้งย่าง ส่วนใหญ่คนที่กางเต๊นจะเอารถขึ้นมาเองพร้อมอุปกรณ์แคมปิ้งแบบจัดเต็ม ส่วนเราก็ไปหากินจากตลาดซึ่งอยู่ติดท่ารถเชียงดาวเลยสะดวกมากๆ ซื้อไปกิน 2 มื้อ คือมื้อเย็น เราซื้อน่องไก่ น่องละ 20 บาท กับข้าวเหนียว 10 บาทไปกิน ขอบอกว่า น่องไก่ทอดกรอบมาก อร่อยอ่า กับมื้อเช้าพรุ่งนี้ เราซื้อสลัดเค้าแพ็คใส่กล่องไว้ เหมาะเลยกล่องละ 40 บาท
และนัดลุงพรคนขับรถโฟวีลที่จะพาขึ้นสันป่าเกี๊ยะมารับที่ท่ารถเชียงดาวเลย ค่ารถโฟร์วีล ไป - กลับ ท่ารถเชียงดาว - สันป่าเกี๊ยะ 2300 บาท เป็นราคาเหมานั่งกี่คนก็ได้ รวมกะบะหลัง แต่เราไปกันแค่ 3 คน เลยหารแพงหน่อยคนละ 767 บาท
สภาพเส้นทางขึ้นสันป่าเกี๊ยะ เป็นดินลูกรังตลอดทาง นั่งโขยกไปเขยกมาตลอดเวลา 1 ชั่วโมง
ขึ้นไปข้างบนหมอกเต็มเลย พรุ่งนี้จะเห็นวิวมั้ยน้า เลยเดินเล่นกันไปที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ทางเดินก็คือทางลูกรังทางเดียวกันกับที่รถโฟร์วีลวิ่งนั่นแหละ เป็นทางขึ้นๆลงๆเขา ที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมานก็มีที่พักเหมือนกัน คิดคนละ 500 บาท รวมอาหาร 2 มื้อ ที่นี่เจ้าหน้าที่บอกว่าวิวพระอาทิตย์ตกสวยมาก แต่วันนี้มีแต่หมอก ไม่เห็นอะไรเลย
เพื่อนเราโทรมาถามที่นี่ก่อนจะมา เขาบอกว่าเต็มแล้ว เพื่อนเราเลยจองที่พักที่สถานีเกษตรสันป่าเกี๊ยะไว้ สรุปที่นี่ก็น่าพักเหมือนกันถ้าขี้เกียจเตรียมอาหารมาเอง นั่งสักพักเห็นฟ้าเริ่มมืดขึ้น พวกเราเลยเดินกลับที่สถานีเกษตรสันป่าเกี๊ยะ เอาอาหารออกมากินกัน อากาศหนาวมากๆ กินเสร็จอาบน้าก่อนล่ะ ไม่มีน้ำอุ่นด้วย อาบจากถัง สยองแฮะ แต่พออาบๆไปพักนึงก็จะอุ่นขึ้นเอง
ห้องพักเป็นห้อง 5 เตียง ราคา 500 บาทต่อคืน เราไป 3 คน หารเฉลี่ยค่าห้องคนละ 167 บาท ห้องใหญ่เบ้อเริ่มเลย ลืมถ่ายมา แต่ฝุ่นเยอะมาก เดินบนห้องฝุ่นเต็มเท้าเลย ท่าทางจะไม่มีคนทำความสะอาดเท่าไร ไม่มีแอร์ พัดลม แต่หนาวมากเลยไม่จำเป็น
ห้องน้ำรวม อยู่ด้านนอกห้อง ที่นี่จะปิดไฟตอน 4 ทุ่ม คือมืดสนิท ลืมเตรียมไฟฉายมาเลย ใครจะมาพักที่นี่ให้รีบชาร์จแบตไว้ก่อน 4 ทุ่ม
วันที่ 3 สันป่าเกี๊ยะ - เชียงดาว
ตื่นมาตอนเช้า ปรากฏว่าหมอกเต็มจ้า ไม่เห็นวิวดอยหลวงเลย อยากจะกรี๊ด

ที่นี่วิวพระอาทิตย์ขึ้นสวยมาก ถ้าเห็น

พวกเราเลยตกลงเหมารถลุงพร ที่ขับโฟร์วีล ให้พาเที่ยวเชียงดาวต่อ ลุงคิด 2000 บาท พาเที่ยว 4 จุดคือ
1. ถ้ำเชียงดาว จุดนี้เสียค่าเข้าคนละ 20 บาท
2. บ้านระเบียงดาว
3. น้ำตกศรีสังวาลย์ อยู่ในอุทยานแห่งชาติผาแดง จุดนี้ต้องเสียค่าเข้าคนละ 20 บาท และค่ารถเข้า 30 บาท
4. สถูปเมืองงาย
อันนี้บัตรเข้าถ้ำเชียงดาว

รูปในถ้ำ

ในถ้ำ ถ้าอยากเที่ยวในบางจุด จะต้องเสียค่าไกด์และค่าตะเกียงเพิ่มอีก แต่เราไม่ได้ไปเพราะกลัวไม่ทันรถที่ท่าเชียงดาว ที่จองไว้เพื่อกลับเชียงใหม่
สระน้ำในวัดถ้ำเชียงดาว

บ้านระเบียงดาว แวะชมวิว ถ่ายรูป กินกาแฟ ส้มตำ

น้ำตกศรีสังวาลย์ ที่นี่นั่งรถออกมาไกลหน่อยค่ะ น้ำตกมีหลายชั้น ทางเดินก็สะดวก ถ้ามีเวลาเล่นน้ำคงจะชิลมาก
จุดแวะสุดท้ายสถูปเมืองงาย แต่ลืมถ่ายสถูปมาอ่า
จากนั้นลุงพรพาเราไปส่งที่ท่ารถเชียงดาว ก่อนเวลารถมาถึงซัก 15 นาทีพอดี
นั่งรถตู้ กลับเชียงใหม่ 150 ฿เหมือนเดิม ลงท่ารถช้างเผือก ถึงประมาณ 17.00
สรุปค่าใช้จ่ายทริปนี้ เริ่มนับจากขนส่งช้างเผือก ตัวเมืองเชียงใหม่
ค่ารถตู้เชียงใหม่ ฝาง ขึ้นรถที่สถานีขนส่งช้างเผือก มาลงหน้าวัดหาดสำราญ ค่าโดยสาร 150 ฿
ค่าเหมารถ 2 แถวเที่ยวดอยอ่างขาง 2 วัน 1 คืน 2500 ฿ ไปกัน 5 คน ตกคนละ 500 ฿
ค่าเข้าสถานีเกษตรอ่างขาง คนละ 50 ฿ และค่ารถเข้าคันละ 50 ฿ ไปกัน 6 คน ตกคนละ 70 ฿
ค่าที่พัก ที่บ้านพักจี๊ดจ๊าด ดอยอ่างขาง รวมอาหารเช้า ห้อง 3 คน ราคา 1500 ฿ ตกคนละ 500 ฿
ค่ารถ 2 แถว เชียงใหม่ - ฝาง ราคา 45 ฿
ค่ารถโฟร์วีลรับส่ง ขึ้น - ลง สันป่าเกี๊ยะ 2300 ไป 3 คน ตกคนละ 767
ค่าห้องพักสถานีเกษตรสันป่าเกี๊ยะ คืนละ 500 พัก 3 คนๆละ 167
ค่าเหมารถเที่ยวเชียงดาว 2000 ฿ ไป 3 คนตกคนละ 667 ฿
ค่าเข้าถ้ำเชียงดาว 20 ฿
ค่าเข้าอุทยานผาแดงคนละ 20 ฿ ค่ารถเข้า 30 ฿ ไป 4 คนรวมลุงคนขับ ตกคนละ 37 ฿
ค่ารถตู้เชียงดาว กลับ 150 ฿
รวมเฉพาะค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าเที่ยว 3073 ฿
ถ้ารวมค่ากินด้วยก็ราว 3200 ฿
เป็นทริปที่เจอแต่หมอกจ้า ต้องมีแก้ตัว
[CR] เที่ยวดอยอ่างขาง สันป่าเกี๊ยะ เชียงดาว 3 วัน 2 คืน เดือน พ.ย. ไม่มีรถส่วนตัว
วันที่ 1 ตัวเมืองเชียงใหม่ ไป ดอยอ่างขาง
เราเลือกนั่งรถตู้เชียงใหม่ ฝาง ขึ้นรถที่สถานีขนส่งช้างเผือก รถออกทุกต้นชั่วโมง
ค่าโดยสาร 150 ฿ ถ้าเลือกขึ้นรถบัสสีส้ม ค่าโดยสาร 75 ฿
เราเลือกรถตู้เพราะนึกว่าจะเร็วกว่ารถบัส แต่พอไปถึงถามคนที่ขึ้นรถบัสมา ปรากฏว่า ใช้เวลาเดินทางเท่าๆกันเลย วันหลังมารถบัสดีกว่าถูกกว่าครึ่งๆ
รูปตั๋วรถ
รูปรถตู้เชียงใหม่ ฝาง
พอขึ้นรถให้บอกคนขับไว้เลยว่า ขอลงที่หน้าวัดหาดสำราญ ซึ่งเป็นจุดต่อรถ 2 แถวขึ้นดอยอ่างขาง
เราออกจากช้างเผือก 8.00 รถไปจอดแวะให้เข้าห้องน้ำที่ท่ารถเชียงดาว ตอน 9.40 พวกเราเลยจองรถตู้ขากลับวันที่ 3 ไว้เลยจากท่ารถเชียงดาวกลับเชียงใหม่เผื่อรถตู้เต็มแต่ถ้าใครจะกลับรถบัสสีส้มไม่ต้องจองก็ได้
รูปท่ารถเชียงดาวจ้า
จากนั้นก็เดินทางต่อไปถึงหน้าวัดหาดสำราญประมาณ 11.00
พอถึงหน้าวัดหาดสำราญ จะมีคิวรถ 2 แถวอยู่ และก็จะเป็นจุดที่คนที่อยากหาเพื่อนแชร์ค่า 2 แถว จะมานั่งรอคนที่มาจากตัวเมืองเชียงใหม่อยู่ที่นี่
อันนี้ป้ายที่ติดหน้ากระจก ตรงจุดรอรถ
แผนที่ ที่เที่ยวบนดอยอ่างขาง
พอไปถึง มีคนรอหาเพื่อนแชร์อยู่ 2 คน รวมกับกลุ่มเรา 3 คนเป็น 5 คน กำลังนั่งสบายๆ เลยตกลงไปกันเลย เหมารถ ราคา 2500 ขึ้นจากราคาปกติ 2000 เพราะ ทางปกติปิดทำถนน เลยต้องอ้อมไปขึ้นทางผาแดง
สรุปคือ 5 คนหารค่ารถคนละ 500 พาเที่ยว 6 จุด ใน 2 วัน คือ
วันแรก
1. สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง มีจุดจอดให้ลงเที่ยว 3 จุด
จุดนี้ต้องเสียค่าเข้า คนละ 50 บาท และค่ารถยนต์เข้าคันละ 50 บาท ทริปเราไป 6 คนรวมคนขับ จึงจ่ายเพิ่มคนละ 70 บาทพอดี
วันที่สอง
2. จุดชมวิวขอบด้ง
3.ไร่ชา 2000
4.ไร่สตรอเบอร์รี่
5.ฐานปฏิบัติการนอแล
6.จุดชมวิวม่อนสน
รูปรถ 2 แถวที่พาขึ้นดอยอ่างขาง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง รถออก 11.30 ไปถึงบนดอยประมาณ 12.30
ขึ้นมาบนดอยอ่างขาง หิวข้าวมาก ยังไม่ได้กินกลางวัน แวะกินที่ร้านดอกเหมย
ค่าข้าวราดผัดกระเพราหมูสับ ไข่ดาว 60 บาท แถมชา 1 โถเล็ก
อันนี้เป็นรูปภาพภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง พี่คนขับจะจอดให้ลงเที่ยว 3 จุด จะเป็นแปลงดอกไม้ แปลงผักที่ปลูกในสถานีเกษตร แต่ละจุดก็นัดกันกับเพื่อนร่วมทริปเลยว่าจะกลับมาเจอกันที่ 2 แถวตอนกี่โมงดี ใช้เวลาตามสบาย เพราะวันนี้เที่ยวแค่ที่นี่เสร็จ พี่คนขับก็จะไปส่งที่บ้านพักที่จองไว้ เดินเล่นถ่ายรูป แวะกินกาแฟแบบชิลๆได้เลย
เที่ยวถ่ายรูปจนเย็น แวะเข้าที่พัก บ้านพักจี๊ดจ๊าด ปรากฎว่าออกจากสถานีเกษตร ก็จะเจอบ้านพักเลย
ราคา ห้องพัก 3 คน 1500 บาท หารกันคนละ 500 บาทพอดี รวมอาหารเช้า ข้าวต้ม ห้องน้ำในห้อง มีเครื่องทำน้ำอุ่น
จากนั้นเดินออกจากจี๊ดจ๊าดมาก็เจอตลาดนัดด้านหน้าที่พักเลย เลยซื้ออาหารเย็นมากินที่ชั้นล่างของบ้านพักจี๊ดจ๊าดได้เลยเพราะมีโต๊ะเก้าอี้ด้านล่างให้นั่งกินได้อย่างสบาย
วันที่ 2 ดอยอ่างขาง - สันป่าเกี๊ยะ
พี่คนขับ 2 แถวนัดเจอตี 5 เพื่อพาไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่จุดชมวิวขอบด้ง แต่หมอกเต็มเลย ไม่ค่อยเห็นวิวเท่าไร
เดือนพย. ก็มีดอกพญาเสือโคร่งออกมานิดหน่อยด้วยแหละ เพิ่งรู้ นึกว่าออกเฉพาะเดือนม.ค
ตรงจุดนี้มีคนมาขายอาหารให้ใส่บาตร ชุดละ 50 บาท แต่ดูของน้อยไปหน่อย เทียบกับราคา แล้วตรงจุดนี้ก็มีร้านโจ๊กไว้ให้นั่งกินแก้หิวได้
จากนั้นไปต่อที่ไร่ชา 2000
อยู่ได้ไม่นาน ฝนตกซะงั้น แต่ตกปรอยๆ
ไปต่อกันที่ไร่สตรอเบอรี่ ที่นี่ฝนตกแรงเลย แต่ตกแป๊บเดียวก็หยุด ตรงไร่ก็เป็นทางลาดๆ เลยลื่นมาก ต้องระวังกลัวหน้าทิ่ม
ไปต่อกันที่ฐานปฏิบัติการนอแล เอิ่ม หมอกเต็มเลยจ้า
สรุปคือ กลับถึงจี๊ดจ๊าด 9.30 คือไม่ทันอาหารเช้าที่หมดตอน 9.00
จากนั้น ขอพี่คนขับแถมจุดชมวิวม่อนสนให้ด้วย มีคนกางเต๊นเต็มเลย หมอกเยอะอีกเหมือนกัน
จากนั้นพี่ 2 แถวพามาส่งวัดหาดสำราญเหมือนเดิม พวกเราก็เดินข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามวัดเพื่อรอรถบัสสีส้ม ไปลงท่ารถเชียงดาว แต่รถ 2 แถวเชียงใหม่-ฝางมาก่อน เลยขึ้น 2 แถวไป 45 บาท ตรงพื้นรถและบนหลังคา จะมีคนฝากของไปลงตามที่ต่างๆในเชียงดาวเต็มเลย นั่งๆไปคนก็ทะยอยขึ้นมาเต็มรถเหมือนกัน
พอมาถึงท่ารถเชียงดาว ก็แวะซื้อของกินที่ตลาดก่อน เพราะบนสถานีเกษตรสันป่าเกี๊ยะไม่มีของกิน แต่มีเตาให้เช่าปิ้งย่าง ส่วนใหญ่คนที่กางเต๊นจะเอารถขึ้นมาเองพร้อมอุปกรณ์แคมปิ้งแบบจัดเต็ม ส่วนเราก็ไปหากินจากตลาดซึ่งอยู่ติดท่ารถเชียงดาวเลยสะดวกมากๆ ซื้อไปกิน 2 มื้อ คือมื้อเย็น เราซื้อน่องไก่ น่องละ 20 บาท กับข้าวเหนียว 10 บาทไปกิน ขอบอกว่า น่องไก่ทอดกรอบมาก อร่อยอ่า กับมื้อเช้าพรุ่งนี้ เราซื้อสลัดเค้าแพ็คใส่กล่องไว้ เหมาะเลยกล่องละ 40 บาท
และนัดลุงพรคนขับรถโฟวีลที่จะพาขึ้นสันป่าเกี๊ยะมารับที่ท่ารถเชียงดาวเลย ค่ารถโฟร์วีล ไป - กลับ ท่ารถเชียงดาว - สันป่าเกี๊ยะ 2300 บาท เป็นราคาเหมานั่งกี่คนก็ได้ รวมกะบะหลัง แต่เราไปกันแค่ 3 คน เลยหารแพงหน่อยคนละ 767 บาท
สภาพเส้นทางขึ้นสันป่าเกี๊ยะ เป็นดินลูกรังตลอดทาง นั่งโขยกไปเขยกมาตลอดเวลา 1 ชั่วโมง
ขึ้นไปข้างบนหมอกเต็มเลย พรุ่งนี้จะเห็นวิวมั้ยน้า เลยเดินเล่นกันไปที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมาน ทางเดินก็คือทางลูกรังทางเดียวกันกับที่รถโฟร์วีลวิ่งนั่นแหละ เป็นทางขึ้นๆลงๆเขา ที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่ตะมานก็มีที่พักเหมือนกัน คิดคนละ 500 บาท รวมอาหาร 2 มื้อ ที่นี่เจ้าหน้าที่บอกว่าวิวพระอาทิตย์ตกสวยมาก แต่วันนี้มีแต่หมอก ไม่เห็นอะไรเลย
เพื่อนเราโทรมาถามที่นี่ก่อนจะมา เขาบอกว่าเต็มแล้ว เพื่อนเราเลยจองที่พักที่สถานีเกษตรสันป่าเกี๊ยะไว้ สรุปที่นี่ก็น่าพักเหมือนกันถ้าขี้เกียจเตรียมอาหารมาเอง นั่งสักพักเห็นฟ้าเริ่มมืดขึ้น พวกเราเลยเดินกลับที่สถานีเกษตรสันป่าเกี๊ยะ เอาอาหารออกมากินกัน อากาศหนาวมากๆ กินเสร็จอาบน้าก่อนล่ะ ไม่มีน้ำอุ่นด้วย อาบจากถัง สยองแฮะ แต่พออาบๆไปพักนึงก็จะอุ่นขึ้นเอง
ห้องพักเป็นห้อง 5 เตียง ราคา 500 บาทต่อคืน เราไป 3 คน หารเฉลี่ยค่าห้องคนละ 167 บาท ห้องใหญ่เบ้อเริ่มเลย ลืมถ่ายมา แต่ฝุ่นเยอะมาก เดินบนห้องฝุ่นเต็มเท้าเลย ท่าทางจะไม่มีคนทำความสะอาดเท่าไร ไม่มีแอร์ พัดลม แต่หนาวมากเลยไม่จำเป็น
ห้องน้ำรวม อยู่ด้านนอกห้อง ที่นี่จะปิดไฟตอน 4 ทุ่ม คือมืดสนิท ลืมเตรียมไฟฉายมาเลย ใครจะมาพักที่นี่ให้รีบชาร์จแบตไว้ก่อน 4 ทุ่ม
วันที่ 3 สันป่าเกี๊ยะ - เชียงดาว
ตื่นมาตอนเช้า ปรากฏว่าหมอกเต็มจ้า ไม่เห็นวิวดอยหลวงเลย อยากจะกรี๊ด
ที่นี่วิวพระอาทิตย์ขึ้นสวยมาก ถ้าเห็น
พวกเราเลยตกลงเหมารถลุงพร ที่ขับโฟร์วีล ให้พาเที่ยวเชียงดาวต่อ ลุงคิด 2000 บาท พาเที่ยว 4 จุดคือ
1. ถ้ำเชียงดาว จุดนี้เสียค่าเข้าคนละ 20 บาท
2. บ้านระเบียงดาว
3. น้ำตกศรีสังวาลย์ อยู่ในอุทยานแห่งชาติผาแดง จุดนี้ต้องเสียค่าเข้าคนละ 20 บาท และค่ารถเข้า 30 บาท
4. สถูปเมืองงาย
อันนี้บัตรเข้าถ้ำเชียงดาว
รูปในถ้ำ
ในถ้ำ ถ้าอยากเที่ยวในบางจุด จะต้องเสียค่าไกด์และค่าตะเกียงเพิ่มอีก แต่เราไม่ได้ไปเพราะกลัวไม่ทันรถที่ท่าเชียงดาว ที่จองไว้เพื่อกลับเชียงใหม่
สระน้ำในวัดถ้ำเชียงดาว
บ้านระเบียงดาว แวะชมวิว ถ่ายรูป กินกาแฟ ส้มตำ
น้ำตกศรีสังวาลย์ ที่นี่นั่งรถออกมาไกลหน่อยค่ะ น้ำตกมีหลายชั้น ทางเดินก็สะดวก ถ้ามีเวลาเล่นน้ำคงจะชิลมาก
จุดแวะสุดท้ายสถูปเมืองงาย แต่ลืมถ่ายสถูปมาอ่า
จากนั้นลุงพรพาเราไปส่งที่ท่ารถเชียงดาว ก่อนเวลารถมาถึงซัก 15 นาทีพอดี
นั่งรถตู้ กลับเชียงใหม่ 150 ฿เหมือนเดิม ลงท่ารถช้างเผือก ถึงประมาณ 17.00
สรุปค่าใช้จ่ายทริปนี้ เริ่มนับจากขนส่งช้างเผือก ตัวเมืองเชียงใหม่
ค่ารถตู้เชียงใหม่ ฝาง ขึ้นรถที่สถานีขนส่งช้างเผือก มาลงหน้าวัดหาดสำราญ ค่าโดยสาร 150 ฿
ค่าเหมารถ 2 แถวเที่ยวดอยอ่างขาง 2 วัน 1 คืน 2500 ฿ ไปกัน 5 คน ตกคนละ 500 ฿
ค่าเข้าสถานีเกษตรอ่างขาง คนละ 50 ฿ และค่ารถเข้าคันละ 50 ฿ ไปกัน 6 คน ตกคนละ 70 ฿
ค่าที่พัก ที่บ้านพักจี๊ดจ๊าด ดอยอ่างขาง รวมอาหารเช้า ห้อง 3 คน ราคา 1500 ฿ ตกคนละ 500 ฿
ค่ารถ 2 แถว เชียงใหม่ - ฝาง ราคา 45 ฿
ค่ารถโฟร์วีลรับส่ง ขึ้น - ลง สันป่าเกี๊ยะ 2300 ไป 3 คน ตกคนละ 767
ค่าห้องพักสถานีเกษตรสันป่าเกี๊ยะ คืนละ 500 พัก 3 คนๆละ 167
ค่าเหมารถเที่ยวเชียงดาว 2000 ฿ ไป 3 คนตกคนละ 667 ฿
ค่าเข้าถ้ำเชียงดาว 20 ฿
ค่าเข้าอุทยานผาแดงคนละ 20 ฿ ค่ารถเข้า 30 ฿ ไป 4 คนรวมลุงคนขับ ตกคนละ 37 ฿
ค่ารถตู้เชียงดาว กลับ 150 ฿
รวมเฉพาะค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าเที่ยว 3073 ฿
ถ้ารวมค่ากินด้วยก็ราว 3200 ฿
เป็นทริปที่เจอแต่หมอกจ้า ต้องมีแก้ตัว