มีเรื่องอยากระบายนิดหน่อยครับ เรื่องความสัมพันธ์แปลกๆระหว่างผมและเขา หรือมันอาจจะไม่ใช่ความสัมพันธ์อะไรเลย
ผมรู้ว่าเขาไม่ใช่คนดีมากมายอะไรเช่นเดียวกับตัวผม ทุกครั้งที่เราได้มาอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์ที่ก้ำกึ่งมันดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆนั้น แต่เมื่อเราแยกย้ายทุกอย่างก็ค่อยๆจางหายไปกลับไปนับ 0 ใหม่ อาจด้วยหน้าที่การงานหรือสังคมของเราที่ต่างกันทำให้เราติดต่อกันน้อยมาก แต่เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง เราจะโคจรกลับมาหากันด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง
เขาไม่เคยรั้งผมไว้ แต่ผมก็ไม่เคยทิ้งเขาไปไหน เขายังเคยพูดให้ผมลองไปมีอะไรกับคนอื่นเลย เขามักจะบอกว่ารู้สึกเฉยๆ ยังไงก็ได้ ตรงข้ามที่บางช่วงเวลาผมกลับรู้สึกคิดถึง โหยหา แต่มันก็จะเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะว่าเหงาหรือต้องการใครสักคนเลยทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น ต่างคนต่างมีสเปซของตนเองแต่ก็ไม่ได้ห้ามอีกฝ่ายเดินเข้ามา เพียงแต่ว่าเราจะมีบัตรผ่านเป็นเพียงแค่ผู้เยี่ยมชมไม่ใช่ผู้อาศัยที่จะมีสิทธิครอบครองกันและกันได้ทั้งหมด เขาอาจจะมีคุยกับคนอื่นหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ผมก็มีคุยบ้าง ซึ่งสุดท้ายก็จะวนกลับมาที่เขาเสมอ
เคยมีช่วงที่ผมเดินออกมาจากเขา ผมเคยคุยกับเขาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเรา เขายืนยันที่จะให้เราเป็นแบบนี้ คุยกันไปเรื่อยๆ กุ๊กกิ๊กกันบ้างนานๆที แต่ถ้าใครเจอคนที่ดีกว่าก็บอกกันและเดินจากไปได้เสมอ ช่วงแรกยอมรับว่าผมไม่โอเค ผมไปมีแฟนและเลิกติดต่อกับเขาโดยไม่บอกอะไรทั้งสิ้น แต่ก็ได้แค่ระยะสั้นๆ ผมเลิกกับแฟนเพราะหลายๆเหตุผล และสุดท้ายผมก็กลับมาเจอกับเขาด้วยประโยคที่เขาถามว่า ทำไมถึงหายไปเหรอ
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป จากช่วงแรกที่ผมเป็นคนเข้าหาเขาตลอด กลายเป็นว่าเขาเข้าหาผมแทน เอาจริงๆผมรู้สึกดีนะที่มีคนคอยตาม คอยถามไถ่ แต่มันก็แค่ช่วงนึงเท่านั้น เขามีภาระและการงานที่หนัก ปัญหาหลายๆอย่างเขาเล่าให้ผมฟัง เขาเคยพูดแซวว่า แฟนเก่ายังไม่รู้เรื่องชีวิตของเขาเท่าเธอเลยนะ ผมอาจจะเป็นเซฟโซนสำหรับเขา หลายครั้งที่เขารู้สึกไม่โอเค ผมก็พยายามดูแล เทคแคร์เขาเท่าที่เขายอมให้ทำ จนหลังๆผมเริ่มติดเป็นนิสัย เรียกได้ว่าเซอร์วิสดียิ่งกว่าคนเป็นแฟนกันเสียอีก
มีหลายครั้งที่เขาเหมือนจะหลุดประโยคบางอย่างออกมาเช่น ทำไมถึงชอบเขา ทำไมถึงอยากเป็นแฟนกับเขา และครั้งหนึ่งตอนเขาเมา เป็นแฟนกันไหม ซึ่งผมได้ยินไม่ชัดแต่น่าจะเป็นคำนั้น ผมไม่คาดคั้นจากเขาเพราะรู้ว่าเขาแค่เมาและหลุดปากออกมาเท่านั้น เช้ารุ่งขึ้นเราก็คงสถานะกันเหมือนเดิม ไม่ลดลงไม่เพิ่มขึ้น เขาเคยบอกกับผมว่า เขาอายุเยอะแล้ว ไม่อยากหารักๆเล่นๆ อันนี้ผมเข้าใจเขาดี ผมอาจจะยังไม่ใช่หนึ่งในตัวเลือกของเขา
ปัจจุบันเรายังคงสถานะเป็นแค่คนรู้จักและคงไม่พัฒนาไปมากกว่านี้ เขาค่อนข้างพอใจกับสถานะตอนนี้ แต่ถ้าถามผม ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะบางครั้งผมก็โอเคกับมัน แต่บางครั้งผมก็น้อยใจที่ไม่มีสิทธิเข้าถึงชีวิตของเขา มันอาจจะเป็นอารมณ์ชั่ววูบ พอนานๆไปมันจะเริ่มชินชา และยอมรับได้มากขึ้นทุกวันๆ เขากลายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผมไม่อยากคบกับคนอื่น ความสัมพันธ์แบบแฟนไม่เคยมีอยู่ในหัวอีกเลยหลังจากวันที่เขาปฎิเสธผมวันนั้น
ถ้าถามว่าทำไมผมถึงไม่ตัดเขาให้ขาด เหตุผลหลักๆเลยคือเขาตรงสเป็คผมเกือบทั้งหมด เราเข้ากันได้ในหลายๆเรื่อง ผมรู้สึกเสียดายระยะเวลาที่เราเทียวไปเทียวมาหากันกว่า 8 เดือน และผมเชื่อว่าการที่ผมกับเขาได้มาเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ถึงแม้จะมาจากแอพพลิเคชั่น แต่ถ้าผมกับเขาไม่แมทช์กันเราก็คงไม่ได้คุยกัน เจอกัน เรื่อยมาจนถึงป่านนี้
ไม่รู้ว่าผมจะยื้อเขาได้ถึงเมื่อไหร่ บางครั้งเหมือนผมใกล้จะ game over เข้าไปทุกที แต่สุดท้ายแล้วเขาก็จะทำบางอย่างเพื่อยื่นโอกาศให้ผม continued ต่อไปได้ ถ้าถึงเวลาแยกจากกันจริงๆผมก็คงเสียใจ แต่ไม่มาก เพราะอย่างน้อยครั้งหนึ่งผมก็ได้ทำตามหัวใจของตัวเองแล้ว แม้มันจะไม่เป็นไปตามที่หวังก็ตาม
ความสัมพันธ์แบบเฉยๆ ?
ผมรู้ว่าเขาไม่ใช่คนดีมากมายอะไรเช่นเดียวกับตัวผม ทุกครั้งที่เราได้มาอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์ที่ก้ำกึ่งมันดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆนั้น แต่เมื่อเราแยกย้ายทุกอย่างก็ค่อยๆจางหายไปกลับไปนับ 0 ใหม่ อาจด้วยหน้าที่การงานหรือสังคมของเราที่ต่างกันทำให้เราติดต่อกันน้อยมาก แต่เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่ง เราจะโคจรกลับมาหากันด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง
เขาไม่เคยรั้งผมไว้ แต่ผมก็ไม่เคยทิ้งเขาไปไหน เขายังเคยพูดให้ผมลองไปมีอะไรกับคนอื่นเลย เขามักจะบอกว่ารู้สึกเฉยๆ ยังไงก็ได้ ตรงข้ามที่บางช่วงเวลาผมกลับรู้สึกคิดถึง โหยหา แต่มันก็จะเป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่ง อาจจะเป็นเพราะว่าเหงาหรือต้องการใครสักคนเลยทำให้ผมรู้สึกแบบนั้น ต่างคนต่างมีสเปซของตนเองแต่ก็ไม่ได้ห้ามอีกฝ่ายเดินเข้ามา เพียงแต่ว่าเราจะมีบัตรผ่านเป็นเพียงแค่ผู้เยี่ยมชมไม่ใช่ผู้อาศัยที่จะมีสิทธิครอบครองกันและกันได้ทั้งหมด เขาอาจจะมีคุยกับคนอื่นหรือเปล่าผมไม่รู้ แต่ผมก็มีคุยบ้าง ซึ่งสุดท้ายก็จะวนกลับมาที่เขาเสมอ
เคยมีช่วงที่ผมเดินออกมาจากเขา ผมเคยคุยกับเขาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเรา เขายืนยันที่จะให้เราเป็นแบบนี้ คุยกันไปเรื่อยๆ กุ๊กกิ๊กกันบ้างนานๆที แต่ถ้าใครเจอคนที่ดีกว่าก็บอกกันและเดินจากไปได้เสมอ ช่วงแรกยอมรับว่าผมไม่โอเค ผมไปมีแฟนและเลิกติดต่อกับเขาโดยไม่บอกอะไรทั้งสิ้น แต่ก็ได้แค่ระยะสั้นๆ ผมเลิกกับแฟนเพราะหลายๆเหตุผล และสุดท้ายผมก็กลับมาเจอกับเขาด้วยประโยคที่เขาถามว่า ทำไมถึงหายไปเหรอ
หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป จากช่วงแรกที่ผมเป็นคนเข้าหาเขาตลอด กลายเป็นว่าเขาเข้าหาผมแทน เอาจริงๆผมรู้สึกดีนะที่มีคนคอยตาม คอยถามไถ่ แต่มันก็แค่ช่วงนึงเท่านั้น เขามีภาระและการงานที่หนัก ปัญหาหลายๆอย่างเขาเล่าให้ผมฟัง เขาเคยพูดแซวว่า แฟนเก่ายังไม่รู้เรื่องชีวิตของเขาเท่าเธอเลยนะ ผมอาจจะเป็นเซฟโซนสำหรับเขา หลายครั้งที่เขารู้สึกไม่โอเค ผมก็พยายามดูแล เทคแคร์เขาเท่าที่เขายอมให้ทำ จนหลังๆผมเริ่มติดเป็นนิสัย เรียกได้ว่าเซอร์วิสดียิ่งกว่าคนเป็นแฟนกันเสียอีก
มีหลายครั้งที่เขาเหมือนจะหลุดประโยคบางอย่างออกมาเช่น ทำไมถึงชอบเขา ทำไมถึงอยากเป็นแฟนกับเขา และครั้งหนึ่งตอนเขาเมา เป็นแฟนกันไหม ซึ่งผมได้ยินไม่ชัดแต่น่าจะเป็นคำนั้น ผมไม่คาดคั้นจากเขาเพราะรู้ว่าเขาแค่เมาและหลุดปากออกมาเท่านั้น เช้ารุ่งขึ้นเราก็คงสถานะกันเหมือนเดิม ไม่ลดลงไม่เพิ่มขึ้น เขาเคยบอกกับผมว่า เขาอายุเยอะแล้ว ไม่อยากหารักๆเล่นๆ อันนี้ผมเข้าใจเขาดี ผมอาจจะยังไม่ใช่หนึ่งในตัวเลือกของเขา
ปัจจุบันเรายังคงสถานะเป็นแค่คนรู้จักและคงไม่พัฒนาไปมากกว่านี้ เขาค่อนข้างพอใจกับสถานะตอนนี้ แต่ถ้าถามผม ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะบางครั้งผมก็โอเคกับมัน แต่บางครั้งผมก็น้อยใจที่ไม่มีสิทธิเข้าถึงชีวิตของเขา มันอาจจะเป็นอารมณ์ชั่ววูบ พอนานๆไปมันจะเริ่มชินชา และยอมรับได้มากขึ้นทุกวันๆ เขากลายเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ผมไม่อยากคบกับคนอื่น ความสัมพันธ์แบบแฟนไม่เคยมีอยู่ในหัวอีกเลยหลังจากวันที่เขาปฎิเสธผมวันนั้น
ถ้าถามว่าทำไมผมถึงไม่ตัดเขาให้ขาด เหตุผลหลักๆเลยคือเขาตรงสเป็คผมเกือบทั้งหมด เราเข้ากันได้ในหลายๆเรื่อง ผมรู้สึกเสียดายระยะเวลาที่เราเทียวไปเทียวมาหากันกว่า 8 เดือน และผมเชื่อว่าการที่ผมกับเขาได้มาเจอกันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ถึงแม้จะมาจากแอพพลิเคชั่น แต่ถ้าผมกับเขาไม่แมทช์กันเราก็คงไม่ได้คุยกัน เจอกัน เรื่อยมาจนถึงป่านนี้
ไม่รู้ว่าผมจะยื้อเขาได้ถึงเมื่อไหร่ บางครั้งเหมือนผมใกล้จะ game over เข้าไปทุกที แต่สุดท้ายแล้วเขาก็จะทำบางอย่างเพื่อยื่นโอกาศให้ผม continued ต่อไปได้ ถ้าถึงเวลาแยกจากกันจริงๆผมก็คงเสียใจ แต่ไม่มาก เพราะอย่างน้อยครั้งหนึ่งผมก็ได้ทำตามหัวใจของตัวเองแล้ว แม้มันจะไม่เป็นไปตามที่หวังก็ตาม