เราคงเคยพูดว่า นี่บ้านของฉัน รถของฉัน เงินทองของฉัน นั่นก็บ่องบอกแล้วว่า แม้เราจะครอบครองสิ่งเหล่านั้น แต่ทั้งบ้าน รถ เงินทอง ไม่ใช่ตัวเรา
และเราคงเคยพุดว่า นี่อารมณ์ของฉัน นี่ความรู้สึกของฉัน นี่ความสุขของฉัน นี่ความทุกข์ของฉัน นี่ความคิดของฉัน นี่ความต้องการของฉัน นั่นก้บ่งบอกแล้วว่า สิ่งเหล่านั้น กับฉัน คือคนละตัว
วิทยาศาสตร์บอกว่า กระบวนการความคิด เกิดจากการะบวนการทำงานของร่างกาย แต่หลักการนี้ นำมาสู่ทางตันในบางเรื่อง เช่น ความฝัน ที่วิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบ แต่ไม่สามารถสรุปเป็นจริงเป็นจังได้
ซึ่งอาจจะจริงบางส่วนที่ความคิดเกิดจากกระบวนการทำงานของสมอง เพราะความสมบูรณ์ของสมองส่งผลต่ออารมณ์ความคิดได้ แต่อย่าลืมว่า ร่างกายทั้งหมด เป้นแค่ก้อนธาตุตามธรรมชาติ ที่นำมารวมกัน ธาตุเหล่านั้น มีทั่วไปในจักรวาล มันไม่ใช่ชีวิต ไม่มีความรู้สึก มีแต่กลไก และคุณสมบัติของธาตุแต่ละชนิด หรือว่า >>>มีอะไรกำลังใช้คุณสมบัติของธาตุเหล่านั้นตามกลไกลและคุณสมบัติ<<< วิทยาศาสตร์บอกได้เพียงว่า สิ่งมีชีวิตโดยกายภาพประกอบด้วยอะไร มีพัฒนาการโดยกายภาพอย่างไร แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า อะไรเป็นเหตุให้ธาตุเหล่านั้นปรุงตัวขึ้นมาเป็นสัตว์ แล้วเกิดมีความรู้สึก รู้แจ้งต่ออารมณ์ขึ้นมาได้
ด้วยความรู้เพียงเท่านี้ จึงเกิดมีความเชื่อว่า ตายแล้วสูญเปล่า ไม่มีอะไรต่อไป ความเชื่อเช่นนี้จะส่งผลให้ จะคิด จะทำอะไร ก็เพื่อดำรงค์อยู่ก่อนตายก็แค่นั้น
บางคนทำความชั่วได้ทุกรูปแบบ เพราะไม่เชื่อว่า โลกหน้ามี ไม่มีกรรมอะไรไปส่งผล
เราคงเคยพูดว่า ฉันเกิดเมื่อวันนั้นวันนี้ นั่นบ่งบอกว่า ฉัน กับการเกิด เป็นคนละอัน และเราจะพูดว่า ฉัน กับความว่าตาย แยกกันเสมอ นั่นก้บ่งบอกว่า ฉัน กับความตาย คือคนละตัว ด้วยคำพูดเพียงเท่านี้ ก้บ่งบอกได้ว่า อะไรที่ขาดสูญ อะไรไม่ขาดสูญ !!!!
เชิญสนทนาเรื่องธรรมมะ และวิทยาศาสตร์ และองค์ความรู้ (ธรรมมะ ไม่ใช่พิธิกรรมและบทสวดมนต์ แต่ธรรมมะคือความรู้)
และเราคงเคยพุดว่า นี่อารมณ์ของฉัน นี่ความรู้สึกของฉัน นี่ความสุขของฉัน นี่ความทุกข์ของฉัน นี่ความคิดของฉัน นี่ความต้องการของฉัน นั่นก้บ่งบอกแล้วว่า สิ่งเหล่านั้น กับฉัน คือคนละตัว
วิทยาศาสตร์บอกว่า กระบวนการความคิด เกิดจากการะบวนการทำงานของร่างกาย แต่หลักการนี้ นำมาสู่ทางตันในบางเรื่อง เช่น ความฝัน ที่วิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบ แต่ไม่สามารถสรุปเป็นจริงเป็นจังได้
ซึ่งอาจจะจริงบางส่วนที่ความคิดเกิดจากกระบวนการทำงานของสมอง เพราะความสมบูรณ์ของสมองส่งผลต่ออารมณ์ความคิดได้ แต่อย่าลืมว่า ร่างกายทั้งหมด เป้นแค่ก้อนธาตุตามธรรมชาติ ที่นำมารวมกัน ธาตุเหล่านั้น มีทั่วไปในจักรวาล มันไม่ใช่ชีวิต ไม่มีความรู้สึก มีแต่กลไก และคุณสมบัติของธาตุแต่ละชนิด หรือว่า >>>มีอะไรกำลังใช้คุณสมบัติของธาตุเหล่านั้นตามกลไกลและคุณสมบัติ<<< วิทยาศาสตร์บอกได้เพียงว่า สิ่งมีชีวิตโดยกายภาพประกอบด้วยอะไร มีพัฒนาการโดยกายภาพอย่างไร แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า อะไรเป็นเหตุให้ธาตุเหล่านั้นปรุงตัวขึ้นมาเป็นสัตว์ แล้วเกิดมีความรู้สึก รู้แจ้งต่ออารมณ์ขึ้นมาได้
ด้วยความรู้เพียงเท่านี้ จึงเกิดมีความเชื่อว่า ตายแล้วสูญเปล่า ไม่มีอะไรต่อไป ความเชื่อเช่นนี้จะส่งผลให้ จะคิด จะทำอะไร ก็เพื่อดำรงค์อยู่ก่อนตายก็แค่นั้น
บางคนทำความชั่วได้ทุกรูปแบบ เพราะไม่เชื่อว่า โลกหน้ามี ไม่มีกรรมอะไรไปส่งผล
เราคงเคยพูดว่า ฉันเกิดเมื่อวันนั้นวันนี้ นั่นบ่งบอกว่า ฉัน กับการเกิด เป็นคนละอัน และเราจะพูดว่า ฉัน กับความว่าตาย แยกกันเสมอ นั่นก้บ่งบอกว่า ฉัน กับความตาย คือคนละตัว ด้วยคำพูดเพียงเท่านี้ ก้บ่งบอกได้ว่า อะไรที่ขาดสูญ อะไรไม่ขาดสูญ !!!!