เรื่องการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างผม
สุดหล่อตระกองขวัญ กับ ใครบางคน ในบอร์ดแห่งนี้
ใครบางคน ที่ผมขอเรียกว่า "
ตัวอุกาบาต" ในการชี้แจง อธิบาย นะครับ
มีเพื่อนสมาชิกหลายคนไม่เข้าใจ บ่นเบื่อ มองเห็นเป็นเรื่องเล่นไม่เลิก
ผมขอชี้แจง อธิบาย ดังนี้ ครับ
"
ตัวอุกาบาต" นั้น สร้างเรื่อง กล่าวหา ใส่ร้ายผมไว้หลายเรื่อง เช่น
- กล่าวหาว่าผมยืมเงินน้องคนหนึ่งแล้วไม่ยอมคืน
ทั้งที่ความจริงคือพยายามคืน แต่น้องเขาหวังดีไม่ยอมรับคืน ผมก็คืนให้ไม่ได้ เพราะไม่มีช่องทางส่งคืน
- สร้างเรื่องให้สาธารณะแห่งนี้เข้าใจว่าผมเป็นหนี้น้องคนนั้นจำนวนนับแสนบาท ทั้งที่จำนวนหนี้ไม่ถึงห้าพันบาท
- กล่าวหาว่าผมดูหมิ่นน้องผู้หญิงคนนั้น หาว่าผมเนรคุณ
- ด่าผมด้วยถ้อยคำหยาบคาย กร่าง ระรานถึงขนาดโพสต์ว่าถ้าผมอยู่ใกล้ จะตบให้กลิ้ง
- กล่าวหาใส่ร้ายว่าผมเล่นบอร์ดเพื่อเอาใจคนบางพวกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
- นอกจาก ณ บอร์ดแห่งนี้แล้ว ยังมีการโพสต์ข่มขู่ทางเฟซบุค พูดจาลับหลังในทางเสียหาย
ฯลฯ
ผมก็ต้องตอบโต้ปกป้องตัวเอง
ประเด็นคือ เมื่อตัวอุกาบาต สร้างเรื่อง กล่าวหา ใส่ร้าย ให้ผมได้รับความเสียหายแล้ว
ก็วิ่งไปหลบอยู่ข้างหลังพวก ใช้เล่ห์เหลี่ยมผลักพวกให้ออกมาชนกับผมแทน
แล้วก็เกิดตรรกะเพี้ยน ๆ ว่า ตัวอุกาบาตหยุดแล้ว แต่ผมไม่ยอมหยุด
เพื่อนสมาชิกที่ไม่รู้เรื่อง ไม่เห็นเหตุการณ์โดยตลอด
เพียงแต่เข้ามาเห็นบางช่วง บางเหตุการณ์ เห็นพวก "หัวอ่อน" คอยปกป้องตัวอุกาบาต ก็เห็นว่าผม ไม่ยอมเลิกรา
เรื่องนี้ ความทะเลาะเบาะแว้งนี้ จะยุติได้ ก็ง่ายนิดเดียวครับ
คือ ตัวอุกาบาตที่สร้างเรื่อง กล่าวหา ใส่ร้ายผมนั้น ต้องมียางอาย ต้องมีศักดิ์ศรี
ต้องกล้าแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการอธิบายว่า เรื่องที่สร้างขึ้น ที่กล่าวหาผม ที่ใส่ร้ายผมนั้นมีหลักฐาน
ทำให้ผมจำนนต่อหลักฐาน
ไม่ใช่สร้างเรื่อง กล่าวหา ใส่ร้ายผมให้เสียหาย แล้ววิ่งไปหลบอยู่ข้างหลังคนอื่น
อ้างว่า หยุดแล้ว พอแล้ว
หากไม่กล้าแสดงความรับผิดชอบ ผมก็ต้องตามด่า ตามประจานอยู่อย่างนี้แหละครับ
ไม่ใช่การเล่นไม่เลิก แต่คือการเรียกร้องหาความรับผิดชอบจากตัวอุกาบาต
มีท่านผู้หวังดีหลายท่าน แนะนำผมว่า อย่าไปถือสาเลย
ผมก็ขอบอกว่า ผมไม่ใช่คนถือสาในเรื่องแบบนี้หรอกครับ ก็แค่เว็บบอร์ด
สลิ่มด่าผม ใส่ร้ายผม กล่าวหา เหน็บแนมเสียดสีผมมาหลายปี ผมยังไม่ถือสา ด่าคืนบ้างเท่านั้นก็จบกันไป
แต่สำหรับตัวอุกาบาตตนนี้ ไม่ใช่อย่างนั้น
ชอบกล่าวหาคนอื่น ชอบอ้างอิงพาดพิงคนอื่น มีนิสัยพูดความจริงครึ่งเดียว เพื่อให้ตัวเองดูดี
เพื่อนสมาชิกหลายคนโดนอ้างถึง โดนพาดพิง ตกอยู่ในภาวะน้ำท่วมปากก็หลายคน
ไม่อยากออกมาตอบโต้อะไรเพราะไม่อยากมีปัญหา บางกรณีก็เป็นเรื่องมีผลทางกฎหมาย จึงเงียบเฉย
ซึ่งยิ่งทำให้ตัวอุกาบาตได้ใจ แสดงพฤติกรรมใช้ไม่ได้อย่างนี้อยู่ตลอดมา
ความหยาบคาย การสร้างเรื่อง อวดกร่าง กล่าวหา ใส่ร้าย ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นกับผม
แต่เกิดขึ้นกับคนอื่นมานาน และหลายเรื่องหลายกรณี หลายบุคคล
แล้วก็ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบใด ๆ กล่ววหาแล้ว ใส่ร้ายแล้ว ด่าหยาบ ๆ คาย ๆ แล้ว
ก็วิ่งไปหลบ ไม่มีสำนึกในการกระทำของตัวเอง อ้างว่าหยุดแล้ว ให้พวก "หัวอ่อน" ทั้งหลายเรียงหน้ากันออกมาปกป้อง
เป็นความเจ้าเล่ห์ ผลักความขัดแย้งของตัวเองให้คนอื่น
ตอนนี้ ก็ใช้วาทกรรม "
หักหลังเพื่อน" มาเป็นเกราะให้ตัวเอง
เพราะกลัวว่าความจริงที่ตัวอุกาบาตบิดเบือนไว้จะถูกสืบค้น
กลัวเพื่อนจะรู้ความจริง กลัวมนต์ความดีจะเสื่อม กลัวเพื่อนจะถอยห่าง
จึงประดิษฐ์วาทกรรม "
หักหลังเพื่อน" ขึ้นมา
เพื่อเป็นบ่วงร้อยรัดให้พวก "หัวอ่อน" ไม่กล้าค้นหาความจริง ไม่กล้วเอ่ยถามความจริง ไม่กล้าเอาใจออกห่าง
เรื่องจบได้ง่าย ๆ ครับ แค่แสดงความรับผิดชอบ
กล่าวหา ใส่ร้าย ก็ให้ข้อมูลที่น่ารับฟังมา ให้หลักฐานที่น่าเชื่อถือมา
ไม่ใช่กล่าวหา ใส่ร้ายแล้ว วิ่งไปหลบมุมห้อง อ้างว่าหยุดแล้ว
และพอโดนด่าคืน ก็อ้างว่า หยุดแล้วแต่อีกฝ่ายไม่ยอมหยุด อ้างว่าโดนกระทำ ก็ออกมาอาละวาดกล่าวหาใส่ร้ายคนอื่นอีก
วนเวียนซ้ำซากด้วยเหตุผลพิการแบบนี้ตลอดมา
ไม่มีข้อมูล ไม่มีหลักฐาน ก็ต้องขอโทษ
กล้าทำ ต้องกล้ารับ
โดยเฉพาะคำว่า ตบให้กลิ้ง
จะใช้กับใครใช้ไป จะแสดงกมลนิสัยหยาบคาย อวดกร่างกับใครก็ทำไป
แต่กับผม ไม่ได้หรอกครับ
บอกไว้เลย ให้หาโอกาสขอโทษผมในเรื่องนี้ซะ
ยิ่งขอโทษเร็วเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น
ขอบอกแค่นี้
จึงชี้แจง อธิบาย ให้เพื่อนสมาชิกได้รับรู้ความเป็นมา ได้รู้ความจริง ได้รู้สาเหตุ ได้รับรู้เหตุผล
จะเบื่อ จะรำคาญ ก็ตำหนิติติงผมได้
แต่จะให้ผมหยุด เพื่อให้เป็นไปตามเล่ห์เหลี่ยมของตัวอุกาบาตนั้น ไม่ได้หรอกครับ
ยกเว้น ผมขี้เกียจ ผมก็จะหยุดเอง ไว้ขยัน ผมก็จะออกมาด่ามันเล่นอีก
ประสาคนหน้าตาดีนิสัยเรียบร้อย ด่าไม่เก่ง
บอร์ดแห่งนี้ อยู่สงบสุขมาหลายปี ทะเลาะกันบ้าง ด่ากันไป
ก็จบเรื่องไป ไม่มีเรื่องนอกบอร์ดเข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่ระยะสามปีมานี่ไม่ใช่อย่างนั้นเลย
ตัวอุกาบาตลากเรื่องนอกบอร์ดเข้ามาในบอร์ดตลอดเวลา เพื่อให้ตัวเองโดดเด่น เพื่ออ้างเอาดีใส่ตัว เพื่อยัดชั่วใส่คนอื่น
อยู่กับคนกลุ่มหนึ่ง ก็บอกคนกลุ่มหนึ่งไม่ดี พอแตกคอกับคนกลุ่มหนึ่ง ก็วิ่งมาอยู่กับคนกลุ่มที่ตัวเองว่าไม่ดีนั่นแหละ
แล้วก็ชี้ไปที่คนกลุ่มที่ตัวเองเคยอยู่ว่าไม่ดี ใช้ความเท็จปลุกปั่น ให้คนสองกลุ่มขัดแย้งกัน ทั้งที่คนสองกลุ่มไม่เคยมีปัญหากัน
ไม่นับเรื่องอื่นอีกเยอะ
เพื่อน ๆ สมาชิกลองพิจารณาให้เห็น
อย่าแค่เชื่อว่า ตัวอุกาบาตโดนใส่ร้าย แต่ควรสืบค้นหาความจริง
พิจารณาให้เห็น "แก่น" ของแต่ละเรื่อง
อย่าแค่คล้อยเคลิ้มไปตามคำโน้มน้าวชักจูง โดยเฉพาะให้ระวังเรื่องความจริงครึ่งเดียวแบบอยากรู้อะไรให้มาถามผม
คนโดนครอบ ไม่มีใครรู้ตัวหรอกครับว่าโดนครอบ
โดนโน้มน้าวชักจูงให้หลงเชื่อโดยไม่รู้ตัวทั้งนั้น
คนดี ไปอยู่ที่ไหน ที่นั่นก็เยือกเย็น สงบสุข ไม่วุ่นวาย
แต่คนไม่ดี ไปอยู่ที่ไหน ที่นั่นก็มีแต่ความร้อนรุ่ม มีแต่ความวุ่นวาย
คบคนพาล พาลพาไปหาผิด (ตอนนี้ใครบ้างล่ะจะถูกดำเนินคดี ต้องถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องทางคดีความ)
อย่าหลงทางไปกับเงินตรา และความใจกว้างจอมปลอม
คนใจกว้าง ต้องไม่ให้เพื่อนเสียเพื่อน ไม่บีบให้เพื่อนเลือกเขาเลือกเรา ไม่มีเงื่อนไขทางบุญคุณเป็นบ่วงร้อยรัด
คนใจกว้าง ต้องไม่ปลูกฝังความเกลียดชังเขาไปในใจเพื่อน
คนใจกว้าง ต้องไม่โน้มน้าวชักจูงเพื่อนให้เห็นใครเป็นศัตรู ไม่ทำให้เพื่อนขัดแย้งกับใครเพียงเพราะตัวเองมีความขัดแย้งอยู่
ใครทะเลาะกับใคร เรื่องของเขา เราไม่เกี่ยว แต่ที่เป็นอยู่นี่ ใช่ไหม ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวไหม
คิดดู
ใครดีกับเรา เราก็ว่าเขาดี เป็นธรรมดา
แต่คิด พิจารณาสักนิดไหมว่า ที่ดีกับเรานั้น ดีจริงหรือดีเพื่อซื้อใจเรา (แถมกลายเป็นลูกพี่เราแบบเนียน ๆ)
คิดดู
ใครดีกับเรา เราก็ดีตอบ อันเป็น "สำนึกดีงาม" ของเรา แต่โดนเอา "สำนึกดีงาม" ไปใช้เป็นเครื่องมือไหม
ทำให้เราต้องเข้าข้างใครอย่างขาดเหตุผลไหม ทำให้เราเข้าข้างใครโดยไม่อยู่บนพื้นฐานความจริงไหม
คิดดู
ตั้งแต่ต้นปี
ผู้อาวุโสที่ใครต่อใครเคารพ มีสถานะทางสังคมสูง ต่อสู้ทางการเมืองมานาน ทั้งในทางบอร์ด และทางชีวิตจริง
แค่บ่นว่า ทำบุญไม่บอกกันบ้าง โดนซัดหาว่าเป็นคนแก่จู้จี้เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ
ทั้งที่ความจริงควรบอกกล่าวกันเรื่องทำกิจกรรม ไม่ว่าจะอาวุโสหรือไม่อาวุโส
แต่ตัวอุกาบาตกลับมายาว่า ให้ความเคารพผู้อาวุโสท่านนี้เสมอ
อ้าง ไม่เคยชิงการนำ ไม่เคยคิด ไม่เคยทำ แต่พฤติกรรม ตรงกันข้าม
แค่เรื่องนี้ ก็น่าจะทำให้ "เห็น" แล้วว่า เล่ห์เหลี่ยมความเจ้าเล่ห์เป็นอย่างไร
มีเพื่อน สร้างเพื่อน สร้างกลุ่มไว้ทำไม
ทำทุกอย่างเพียงเพราะอยากเป็น somebody อยากมีตัวตน อยากเด่น อยากดัง
คอยนับเม้นท์ นับกิ๊ฟ นับโหวต ชิงดีชิงเด่น อยากได้รับคำยกย่องสรรเสริญ ชูเรื่องคุณภาพบอร์ดมาเป็นคีย์เวิร์ด
อ้างมีภูมิรู้ อวดคุณภาพจากการก๊อปแปะ พล่ามเรื่องทู้ตัวเองได้ขึ้นแนะนำซ้ำซาก ยิ่งกว่าเด็กเล่นบอร์ด
ตอนนี้ หลายคนทำตัวเป็นดาวเคราะห์วิ่งรอบอุกาบาตอยู่ เพราะหลงผิดคิดว่าเป็นดาวฤกษ์
โยนิโสมนสิการสักนิดเถอะครับ แล้วทุกอย่างจะกระจ่าง
กระทู้ชี้แจง อธิบาย ต่อเพื่อนสมาชิก ถึงสภาพการณ์ การทะเลาะเบาะแว้งในบอร์ดราชดำเนินแห่งนี้ โดย "ตระกองขวัญ"
เรื่องการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างผม สุดหล่อตระกองขวัญ กับ ใครบางคน ในบอร์ดแห่งนี้
ใครบางคน ที่ผมขอเรียกว่า "ตัวอุกาบาต" ในการชี้แจง อธิบาย นะครับ
มีเพื่อนสมาชิกหลายคนไม่เข้าใจ บ่นเบื่อ มองเห็นเป็นเรื่องเล่นไม่เลิก
ผมขอชี้แจง อธิบาย ดังนี้ ครับ
"ตัวอุกาบาต" นั้น สร้างเรื่อง กล่าวหา ใส่ร้ายผมไว้หลายเรื่อง เช่น
- กล่าวหาว่าผมยืมเงินน้องคนหนึ่งแล้วไม่ยอมคืน
ทั้งที่ความจริงคือพยายามคืน แต่น้องเขาหวังดีไม่ยอมรับคืน ผมก็คืนให้ไม่ได้ เพราะไม่มีช่องทางส่งคืน
- สร้างเรื่องให้สาธารณะแห่งนี้เข้าใจว่าผมเป็นหนี้น้องคนนั้นจำนวนนับแสนบาท ทั้งที่จำนวนหนี้ไม่ถึงห้าพันบาท
- กล่าวหาว่าผมดูหมิ่นน้องผู้หญิงคนนั้น หาว่าผมเนรคุณ
- ด่าผมด้วยถ้อยคำหยาบคาย กร่าง ระรานถึงขนาดโพสต์ว่าถ้าผมอยู่ใกล้ จะตบให้กลิ้ง
- กล่าวหาใส่ร้ายว่าผมเล่นบอร์ดเพื่อเอาใจคนบางพวกเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
- นอกจาก ณ บอร์ดแห่งนี้แล้ว ยังมีการโพสต์ข่มขู่ทางเฟซบุค พูดจาลับหลังในทางเสียหาย
ฯลฯ
ผมก็ต้องตอบโต้ปกป้องตัวเอง
ประเด็นคือ เมื่อตัวอุกาบาต สร้างเรื่อง กล่าวหา ใส่ร้าย ให้ผมได้รับความเสียหายแล้ว
ก็วิ่งไปหลบอยู่ข้างหลังพวก ใช้เล่ห์เหลี่ยมผลักพวกให้ออกมาชนกับผมแทน
แล้วก็เกิดตรรกะเพี้ยน ๆ ว่า ตัวอุกาบาตหยุดแล้ว แต่ผมไม่ยอมหยุด
เพื่อนสมาชิกที่ไม่รู้เรื่อง ไม่เห็นเหตุการณ์โดยตลอด
เพียงแต่เข้ามาเห็นบางช่วง บางเหตุการณ์ เห็นพวก "หัวอ่อน" คอยปกป้องตัวอุกาบาต ก็เห็นว่าผม ไม่ยอมเลิกรา
เรื่องนี้ ความทะเลาะเบาะแว้งนี้ จะยุติได้ ก็ง่ายนิดเดียวครับ
คือ ตัวอุกาบาตที่สร้างเรื่อง กล่าวหา ใส่ร้ายผมนั้น ต้องมียางอาย ต้องมีศักดิ์ศรี
ต้องกล้าแสดงความรับผิดชอบ ด้วยการอธิบายว่า เรื่องที่สร้างขึ้น ที่กล่าวหาผม ที่ใส่ร้ายผมนั้นมีหลักฐาน
ทำให้ผมจำนนต่อหลักฐาน
ไม่ใช่สร้างเรื่อง กล่าวหา ใส่ร้ายผมให้เสียหาย แล้ววิ่งไปหลบอยู่ข้างหลังคนอื่น
อ้างว่า หยุดแล้ว พอแล้ว
หากไม่กล้าแสดงความรับผิดชอบ ผมก็ต้องตามด่า ตามประจานอยู่อย่างนี้แหละครับ
ไม่ใช่การเล่นไม่เลิก แต่คือการเรียกร้องหาความรับผิดชอบจากตัวอุกาบาต
มีท่านผู้หวังดีหลายท่าน แนะนำผมว่า อย่าไปถือสาเลย
ผมก็ขอบอกว่า ผมไม่ใช่คนถือสาในเรื่องแบบนี้หรอกครับ ก็แค่เว็บบอร์ด
สลิ่มด่าผม ใส่ร้ายผม กล่าวหา เหน็บแนมเสียดสีผมมาหลายปี ผมยังไม่ถือสา ด่าคืนบ้างเท่านั้นก็จบกันไป
แต่สำหรับตัวอุกาบาตตนนี้ ไม่ใช่อย่างนั้น
ชอบกล่าวหาคนอื่น ชอบอ้างอิงพาดพิงคนอื่น มีนิสัยพูดความจริงครึ่งเดียว เพื่อให้ตัวเองดูดี
เพื่อนสมาชิกหลายคนโดนอ้างถึง โดนพาดพิง ตกอยู่ในภาวะน้ำท่วมปากก็หลายคน
ไม่อยากออกมาตอบโต้อะไรเพราะไม่อยากมีปัญหา บางกรณีก็เป็นเรื่องมีผลทางกฎหมาย จึงเงียบเฉย
ซึ่งยิ่งทำให้ตัวอุกาบาตได้ใจ แสดงพฤติกรรมใช้ไม่ได้อย่างนี้อยู่ตลอดมา
ความหยาบคาย การสร้างเรื่อง อวดกร่าง กล่าวหา ใส่ร้าย ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นกับผม
แต่เกิดขึ้นกับคนอื่นมานาน และหลายเรื่องหลายกรณี หลายบุคคล
แล้วก็ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบใด ๆ กล่ววหาแล้ว ใส่ร้ายแล้ว ด่าหยาบ ๆ คาย ๆ แล้ว
ก็วิ่งไปหลบ ไม่มีสำนึกในการกระทำของตัวเอง อ้างว่าหยุดแล้ว ให้พวก "หัวอ่อน" ทั้งหลายเรียงหน้ากันออกมาปกป้อง
เป็นความเจ้าเล่ห์ ผลักความขัดแย้งของตัวเองให้คนอื่น
ตอนนี้ ก็ใช้วาทกรรม "หักหลังเพื่อน" มาเป็นเกราะให้ตัวเอง
เพราะกลัวว่าความจริงที่ตัวอุกาบาตบิดเบือนไว้จะถูกสืบค้น
กลัวเพื่อนจะรู้ความจริง กลัวมนต์ความดีจะเสื่อม กลัวเพื่อนจะถอยห่าง
จึงประดิษฐ์วาทกรรม "หักหลังเพื่อน" ขึ้นมา
เพื่อเป็นบ่วงร้อยรัดให้พวก "หัวอ่อน" ไม่กล้าค้นหาความจริง ไม่กล้วเอ่ยถามความจริง ไม่กล้าเอาใจออกห่าง
เรื่องจบได้ง่าย ๆ ครับ แค่แสดงความรับผิดชอบ
กล่าวหา ใส่ร้าย ก็ให้ข้อมูลที่น่ารับฟังมา ให้หลักฐานที่น่าเชื่อถือมา
ไม่ใช่กล่าวหา ใส่ร้ายแล้ว วิ่งไปหลบมุมห้อง อ้างว่าหยุดแล้ว
และพอโดนด่าคืน ก็อ้างว่า หยุดแล้วแต่อีกฝ่ายไม่ยอมหยุด อ้างว่าโดนกระทำ ก็ออกมาอาละวาดกล่าวหาใส่ร้ายคนอื่นอีก
วนเวียนซ้ำซากด้วยเหตุผลพิการแบบนี้ตลอดมา
ไม่มีข้อมูล ไม่มีหลักฐาน ก็ต้องขอโทษ
กล้าทำ ต้องกล้ารับ
โดยเฉพาะคำว่า ตบให้กลิ้ง
จะใช้กับใครใช้ไป จะแสดงกมลนิสัยหยาบคาย อวดกร่างกับใครก็ทำไป
แต่กับผม ไม่ได้หรอกครับ
บอกไว้เลย ให้หาโอกาสขอโทษผมในเรื่องนี้ซะ
ยิ่งขอโทษเร็วเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น
ขอบอกแค่นี้
จึงชี้แจง อธิบาย ให้เพื่อนสมาชิกได้รับรู้ความเป็นมา ได้รู้ความจริง ได้รู้สาเหตุ ได้รับรู้เหตุผล
จะเบื่อ จะรำคาญ ก็ตำหนิติติงผมได้
แต่จะให้ผมหยุด เพื่อให้เป็นไปตามเล่ห์เหลี่ยมของตัวอุกาบาตนั้น ไม่ได้หรอกครับ
ยกเว้น ผมขี้เกียจ ผมก็จะหยุดเอง ไว้ขยัน ผมก็จะออกมาด่ามันเล่นอีก
ประสาคนหน้าตาดีนิสัยเรียบร้อย ด่าไม่เก่ง
บอร์ดแห่งนี้ อยู่สงบสุขมาหลายปี ทะเลาะกันบ้าง ด่ากันไป
ก็จบเรื่องไป ไม่มีเรื่องนอกบอร์ดเข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่ระยะสามปีมานี่ไม่ใช่อย่างนั้นเลย
ตัวอุกาบาตลากเรื่องนอกบอร์ดเข้ามาในบอร์ดตลอดเวลา เพื่อให้ตัวเองโดดเด่น เพื่ออ้างเอาดีใส่ตัว เพื่อยัดชั่วใส่คนอื่น
อยู่กับคนกลุ่มหนึ่ง ก็บอกคนกลุ่มหนึ่งไม่ดี พอแตกคอกับคนกลุ่มหนึ่ง ก็วิ่งมาอยู่กับคนกลุ่มที่ตัวเองว่าไม่ดีนั่นแหละ
แล้วก็ชี้ไปที่คนกลุ่มที่ตัวเองเคยอยู่ว่าไม่ดี ใช้ความเท็จปลุกปั่น ให้คนสองกลุ่มขัดแย้งกัน ทั้งที่คนสองกลุ่มไม่เคยมีปัญหากัน
ไม่นับเรื่องอื่นอีกเยอะ
เพื่อน ๆ สมาชิกลองพิจารณาให้เห็น
อย่าแค่เชื่อว่า ตัวอุกาบาตโดนใส่ร้าย แต่ควรสืบค้นหาความจริง
พิจารณาให้เห็น "แก่น" ของแต่ละเรื่อง
อย่าแค่คล้อยเคลิ้มไปตามคำโน้มน้าวชักจูง โดยเฉพาะให้ระวังเรื่องความจริงครึ่งเดียวแบบอยากรู้อะไรให้มาถามผม
คนโดนครอบ ไม่มีใครรู้ตัวหรอกครับว่าโดนครอบ
โดนโน้มน้าวชักจูงให้หลงเชื่อโดยไม่รู้ตัวทั้งนั้น
คนดี ไปอยู่ที่ไหน ที่นั่นก็เยือกเย็น สงบสุข ไม่วุ่นวาย
แต่คนไม่ดี ไปอยู่ที่ไหน ที่นั่นก็มีแต่ความร้อนรุ่ม มีแต่ความวุ่นวาย
คบคนพาล พาลพาไปหาผิด (ตอนนี้ใครบ้างล่ะจะถูกดำเนินคดี ต้องถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องทางคดีความ)
อย่าหลงทางไปกับเงินตรา และความใจกว้างจอมปลอม
คนใจกว้าง ต้องไม่ให้เพื่อนเสียเพื่อน ไม่บีบให้เพื่อนเลือกเขาเลือกเรา ไม่มีเงื่อนไขทางบุญคุณเป็นบ่วงร้อยรัด
คนใจกว้าง ต้องไม่ปลูกฝังความเกลียดชังเขาไปในใจเพื่อน
คนใจกว้าง ต้องไม่โน้มน้าวชักจูงเพื่อนให้เห็นใครเป็นศัตรู ไม่ทำให้เพื่อนขัดแย้งกับใครเพียงเพราะตัวเองมีความขัดแย้งอยู่
ใครทะเลาะกับใคร เรื่องของเขา เราไม่เกี่ยว แต่ที่เป็นอยู่นี่ ใช่ไหม ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวไหม
คิดดู
ใครดีกับเรา เราก็ว่าเขาดี เป็นธรรมดา
แต่คิด พิจารณาสักนิดไหมว่า ที่ดีกับเรานั้น ดีจริงหรือดีเพื่อซื้อใจเรา (แถมกลายเป็นลูกพี่เราแบบเนียน ๆ)
คิดดู
ใครดีกับเรา เราก็ดีตอบ อันเป็น "สำนึกดีงาม" ของเรา แต่โดนเอา "สำนึกดีงาม" ไปใช้เป็นเครื่องมือไหม
ทำให้เราต้องเข้าข้างใครอย่างขาดเหตุผลไหม ทำให้เราเข้าข้างใครโดยไม่อยู่บนพื้นฐานความจริงไหม
คิดดู
ตั้งแต่ต้นปี
ผู้อาวุโสที่ใครต่อใครเคารพ มีสถานะทางสังคมสูง ต่อสู้ทางการเมืองมานาน ทั้งในทางบอร์ด และทางชีวิตจริง
แค่บ่นว่า ทำบุญไม่บอกกันบ้าง โดนซัดหาว่าเป็นคนแก่จู้จี้เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ
ทั้งที่ความจริงควรบอกกล่าวกันเรื่องทำกิจกรรม ไม่ว่าจะอาวุโสหรือไม่อาวุโส
แต่ตัวอุกาบาตกลับมายาว่า ให้ความเคารพผู้อาวุโสท่านนี้เสมอ
อ้าง ไม่เคยชิงการนำ ไม่เคยคิด ไม่เคยทำ แต่พฤติกรรม ตรงกันข้าม
แค่เรื่องนี้ ก็น่าจะทำให้ "เห็น" แล้วว่า เล่ห์เหลี่ยมความเจ้าเล่ห์เป็นอย่างไร
มีเพื่อน สร้างเพื่อน สร้างกลุ่มไว้ทำไม
ทำทุกอย่างเพียงเพราะอยากเป็น somebody อยากมีตัวตน อยากเด่น อยากดัง
คอยนับเม้นท์ นับกิ๊ฟ นับโหวต ชิงดีชิงเด่น อยากได้รับคำยกย่องสรรเสริญ ชูเรื่องคุณภาพบอร์ดมาเป็นคีย์เวิร์ด
อ้างมีภูมิรู้ อวดคุณภาพจากการก๊อปแปะ พล่ามเรื่องทู้ตัวเองได้ขึ้นแนะนำซ้ำซาก ยิ่งกว่าเด็กเล่นบอร์ด
ตอนนี้ หลายคนทำตัวเป็นดาวเคราะห์วิ่งรอบอุกาบาตอยู่ เพราะหลงผิดคิดว่าเป็นดาวฤกษ์
โยนิโสมนสิการสักนิดเถอะครับ แล้วทุกอย่างจะกระจ่าง