สองใจในรักเดียว....(หัวใจเธอมีหรือเปล่ารีไร้ท์)

กระทู้สนทนา
##คอมฯ เสียไปหลายอาทิตย์เลยค่ะ ลิคิดถึงคุณผู้อ่านทุกท่าน
จึงขอเอางานเก่ามาเขียนใหม่มาวางก่อนค่ะ ส่วนนิยายกำลังจะเริ่มเขียนคืนนี้ค่ะ รักคนอ่าน##


สองใจในรักเดียว


โดย...ล. วิลิศมาหรา


วันนี้แล้วสินะ ที่เธอจะได้เจอ"เขา"

กอดกระชับผ้าพันคอสีหวานที่เธอบรรจงถักสุดฝีมือไว้แนบอก หากเขาได้เห็น เขาจะชอบมันไหม นี่เธอพยายามทำจนสุดฝีมือเลยนะ

หันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟที่เธอกำลังโดยสารมาเพื่อไปพบ"เขา" ณ สถานที่นัดพบพลางคิดคำนึง

รูปที่เห็นในโปรไฟล์สื่ออินเตอร์เนตชื่อดังอาจไม่ใช่รูปจริงของเขาก็ได้ รูปนั้นหน้าตาเขาอ่อนเยาว์ขาวใสราวกับศิลปินสายเลือดเกาหลี เขาดูหล่อและเท่เกินไป...เกินกว่าผู้ชายเดินดินกินข้าวแกงธรรมดาคนหนึ่งบนท้องถนนใต้ฟ้าเมืองไทย

แต่ไม่เห็นเป็นไรในเมื่อเขาคือคนที่เธอรัก...ต่อให้เขามีหูข้างเดียว ถึงเขาปากเบี้ยวจมูกแหว่งเธอก็จะรักเขา และกำลังเดินทางไปบอกเขาด้วยตัวเอง

ทำไมเธอถึงรักเขา

เริ่มจากคืนวิปโยคคืนนั้น ตอนที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม. สี่ พ่อกับแม่ทะเลาะกันเหมือนคืนอื่นๆ ต่างกันตรงที่คืนนี้หนักกว่าเก่าไปมาก เพราะพ่อลงมือทำร้ายทุบตีแม่ และแม่ตะโกนใส่หน้าพ่อว่าจะฟ้องหย่า

เธอนั่งงอเข่าตัวสั่นฟังเสียงเอะอะเอ็ดตะโรดังลั่นบ้านอยู่ในห้องของตัวเอง ยกสองมือขึ้นปิดหูกั้นถ้อยคำผลุสวาทหยาบคายของคนเคยรักคู่นั้น ซึ่งในที่สุดพวกเขาก็พากันมาถึงทางตัน สองคนไม่อาจก้าวต่อไปด้วยกัน สุดท้ายจึงต้องแยกทางเดินจนได้

ช่างไม่ต่างอะไรกับเธอ พี่เต้ยเพิ่งมาบอกเลิกคบกันเมื่อเช้านี้เอง แม้เข้าใจไม่ได้เลยว่าตัวเองทำอะไรผิดนักหนาให้เขาหมดรัก แต่เธอก็หอบหัวใจบอบช้ำโผเผกลับมาบ้าน...เพียงเพื่อมาพบกับเหตุการณ์ซ้ำเติมที่ทำให้หัวใจซึ่งยับเยินอยู่แล้วย่ำแย่ลงไปอีก

ไม่คิดอยากอยู่ดูโลกโหดร้ายนี้อีกต่อไปแล้ว ตัดสินใจคว้ายานอนหลับที่ได้จากจิตแพทย์ ซึ่งแอบสะสมไว้จนมากพอขึ้นมาหนึ่งกำมือ ชูยาให้กล้องมือถือแล้วอัพลง Facebook พร้อมเขียนข้อความลงไปว่า "ลาก่อน" เธอจะแสดงวิธีหลบหนีความทุกข์ของตัวเองให้โลกได้รู้

ติ๊ง....

เสียงส่งข้อความดังระรัวขึ้นในเครื่องรับเพราะข้อความหลากหลายส่งเข้ามาหา บ้างก็ให้กำลังใจ บ้างก็ท้าทายยั่วยุให้เธอรีบตายเสียโดยเร็ว

"อย่าทำแบบนั้น" ข้อความจากผู้ชายคนหนึ่ง เพื่อนที่ไม่สนิทนักใน Facebook ถูกส่งมาให้แปลกใจ เธอชะงักหยุดดู

"คุยกันหน่อยสิ ผมอยากคุยกับคุณ เราเป็นเพื่อนกันนะ"

อาจเป็นเพราะรูปโปรไฟล์หรือเพราะถ้อยคำอ่อนโยนแสนสุภาพของเขาก็ไม่รู้ได้ ที่ทำให้เธอยอมรามือจากการกระทำอันไร้การยั้งคิดของตัวเองลงชั่วคราว หันมาคุยด้วยกับเขา จากนั้นข้อความปลอบใจก็หลั่งไหลพรั่งพรู คำพูดของเขาน่าสนใจมากกว่าของใครๆ

"ผมเฝ้าดูคุณเสมอ ถึงไม่มีใครแต่คุณยังมีผม ยังมีพ่อกับแม่"

"พ่อกับแม่เหรอ..." เธอสะอื้นไห้ นึกถึงใบหน้าของคนทั้งคู่ขึ้นมาแวบหนึ่ง

"พวกเขาไม่รักฉันหรอก ถ้าเขารักลูกก็คงคิดถึงหัวอกลูกบ้าง"

"ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่รักลูก นี่เป็นความจริง คุณเองก็รู้ สองคนนั้นตอนนี้คงกำลังทุกข์ใจไม่แพ้คุณ อย่าซ้ำเติมความทุกข์เพิ่มลงไปในครอบครัวคุณอีกเลย ผู้ชายคนนั้นก็เหมือนกัน ถึงคุณตายไปเขาก็คงไม่เสียอกเสียใจอะไรหรอกมั้ง เพราะเลิกกันแล้ว พ่อกับแม่คุณต่างหากที่คงเหมือนจะขาดใจ รวมทั้งผมด้วย"

"ทำไมคุณรู้เรื่องฉัน แล้ว...แล้ว คุณจะมาขาดใจตามฉันทำไม"

ถามคนแปลกหน้าอย่างนึกฉงน ระคนอุ่นใจขึ้นวาบ คำพูดของเขาคลายทุรนในใจลงได้อย่างเหลือเชื่อ เธอสัมผัสถึงความจริงใจในข้อความที่เขาส่งมา แม้จะหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมก็ตาม อาจเป็นเพราะเขาคือขอนไม้ขอนเดียว ยามเมื่อเธอต้องลอยคออยู่กลางทะเลกระมัง

"เพราะผมแคร์คุณไง ผมเฝ้าติดตามเรื่องราวคุณอยู่ คุยกับผมนะครับ ผมยินดีรับฟังทุกอย่างและจะอยู่เป็นเพื่อนคุณตลอดไป จะไม่ให้คุณเหงาอีกแล้ว"

ไว้ใจเขาได้ไหม...ตอนแรกเธอก็ไม่รู้ แต่ผ่านมานานสองปีเข้านี่แล้วที่เธอคุยกับเขา แม้เห็นเพียงรูปโปรไฟล์ดาราชายเกาหลีรูปเดียวใน Facebook ของเขาเท่านั้นก็ตาม

ไม่มีเรื่องราวอื่นใดให้ได้รู้อีก เพราะเขาไม่ยอมอัพเฟซเอาเสียบ้างเลย แต่เธอก็ไว้ใจเขาอย่างง่ายดาย

รับรู้เพียงว่าเมื่อมีเขาก้าวเข้ามาในชีวิตเธอก็หยุดคิดทำร้ายตัวเอง เขาเตือนสติหลายอย่าง อธิบายด้วยว่าคนเราเมื่อหมดรักกันแล้วก็อย่าฝืนทน เพราะหากความอดทนสิ้นสุดลงวันใด หายนะก็จะตามมา ปัญหาทุกอย่างย่อมมีทางแก้ไข

เขาว่าเรื่องของพ่อกับแม่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ ให้พวกท่านตัดสินใจกันเอง ส่วนเธอก็ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป เพราะไม่มีใครสามารถทำแทนให้ได้ ไม่ว่าจะมีพ่อกับแม่อยู่ด้วยหรือไม่

ตอนนี้เธอเรียนจบ ม. หก แล้ว และสอบเข้าเรียนต่อคณะที่ใฝ่ฝันในมหาวิทยาลัยได้ ถึงพ่อกับแม่ไม่อยู่พร้อมหน้ากันเหมือนเก่า แต่เธอก็มีเขาอยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจ เธอกำลังจะไปบอกเขาพร้อมกับฉลองความสำเร็จด้วยกัน อนาคตของเธอที่มี บางทีอาจเป็นของเขาด้วยเหมือนกัน

"ผมจะใส่ชุดสีเหลืองทั้งชุด แต่จะถือดอกกุหลาบสีแดง"

เขาต้องบอกอย่างนั้นเพราะเธอไม่เคยเห็นตัวจริงเขามาก่อน ส่วนเธอเขาเคยเห็นในรูป และคิดว่าจำได้ไม่ผิดตัวแน่นอน

เสียงประชาสัมพันธ์ดังก้องบอกว่ารถไฟได้วิ่งมาจนถึงจุดหมายปลายทางเรียบร้อยแล้ว เธอกระชับผ้าพันคอผืนรักไว้มั่น อีกมือถือกระเป๋าเดินทาง...ก่อนจะก้าวลงจากประตูรถไฟด้วยฝีเท้าอันมั่นคง

เหลียวมองหาคนในชุดสีเหลืองทั้งชุดที่กำลังถือดอกกุหลาบสีแดง...แต่ไม่เจอ

"สวัสดีครับ"

เธอหันไปทางเสียงทักทันทีพร้อมรอยยิ้มกว้าง "เขา" ดูดีกว่าที่คิด ใบหน้าสวยสะอาดกับผมตัดสั้น ท่าทางทะมัดทะแมงมั่นใจในตัวเอง

นึกถึงข้อความสุดท้ายที่เขาส่งมาก่อนนัดพบกัน

"ถ้าหากเจอผมแล้วไม่ใช่อย่างที่คิด เราก็เป็นเพื่อนกันได้ แต่ถ้าตัดสินใจจะรักกัน ขอให้ใส่ชุดสีเหลืองทั้งชุดมานะครับ"

สองหญิงในชุดสีเหลืองอร่ามโผเข้ากอดกันแน่น...

จบ




คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่