เรื่องของเรื่องคือวันนี้เราต้องใช้เงินหมื่นกว่าบาท
แต่เพื่อความสะดวก
เมื่อวานเราเลยเบิกเงินจากบัญชีอื่นมาฝากไว้ที่บัญชี TMB ALL FREE เพราะจะได้กดเงินได้สะดวก กดตู้ไหนก็ได้ ไม่เสียค่าธรรมเนียม
ซึ่งปกติเราจะเอาบัญชีนี้ไว้เป็นบัญชีทำธุรกรรม ไม่ใช่บัญชีหลัก
ผลปรากฎว่าพอตื่นมาตอนเช้า
เราเข้า app TMB เพื่อจะจ่ายค่าบัตรเครดิต
เราเจอว่าเงินในบัญชีเราหายไปหมื่นกว่าบาท
ด้วยความตกใจเพราะเราจะต้องใช้เงินวันนี้
เลยไล่ดูรายการต่างๆ ก็เจอว่าเราโดนหักค่าบัญชีกู้บ้านไปทั้งหมด 3 รายการ
เดือน พ.ย. 2 รายการ :
วันที่ 28 พ.ย. 10,302.66
วันที่ 30 พ.ย. 9,697.34
ดูของเดือน พ.ย. ก็ งง ไปแล้ว step นึง
เพราะค่างวดของเราคือ 16,400 บาท
ทำไมถึงโดนหักเกิน ?
พอมาดูของเดือน ธ.ค. ก็ งง เข้าไปอีก
เพราะวันที่ 1 ธ.ค. (เมื่อวาน) หลังจากที่เราฝากเงินเข้าไป
ก็ยังมีรายการนี้อีก โดนหักเงินไปอีก 6,702.66 บาท
เลยลองโทรไปถาม call center ว่าเกิดจากอะไร
call center ตอบได้แค่ว่าเป็นเรื่องของระบบหักเงินของธนาคาร ที่ออกแบบมาแบบนี้ คือมันจะตามหักเงินจนกว่ามันจะได้ครบ
ที่เราโดนหักไป 3 รายการ
เนื่องจากเดือนตุลาคม
เราจ่ายเงินค่าบ้านเอง 16,400 บาท ไม่ได้ผ่านระบบ auto
ระบบหักเงินมันมองว่าเรายังไม่ได้จ่าย
ดังนั้น พอปลายเดือน ต.ค. เรามีเงินในบัญชีเหลืออยู่หกพันกว่าบาท ระบบมันก็จะตามมาหักเงินในบัญชีไป
(อันนี้เราเข้าใจได้ เพราะเป็นเดือนเดียวกันระบบมันอาจจะยังไม่ประมวลผลว่าเราจ่ายเงินของเดือนตุลาคมไปแล้ว เราก็เลยโดนหักเงินไป)
พอมาเดือน พ.ย.
ระหว่างเดือนที่ยังไม่มีเงินเข้าบัญชีก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอปลายเดือน พ.ย. เงินเดือนออก
เราเอาเงินฝากเข้าไป 20,000 บาท
เพื่อให้ระบบมันมาตัดค่างวดของเดือน พ.ย. ไป 16,400
ผลปรากฎว่า
ระบบมันหักเงินที่มันเคยได้ไปไม่ครบของเดือน ต.ค. 10,302.66 บาท ก่อน
หลังจากนั้น
มันมองว่ามันยังไม่ได้หักของเดือน พ.ย. อีก 16,400
มันเลยตามมาหักเงินในบัญชีที่เหลือเก้าพันกว่าบาท
แต่...มันมองว่ามันยังได้ของเดือน พ.ย. ไม่ครบ
มันยังขาดอีกหกพันกว่าบาท
พอเมื่อวาน ซึ่งข้ามเดือนแล้วนะ
เราฝากเงินเข้าไปเพราะเราจะเอาไว้ใช้
มันก็ตามมาหักอีก
ความแย่คือวันนี้เราจะต้องใช้เงินหมื่นกว่าบาท
แต่เงินเราหายไป
ซึ่งขั้นตอนตอนนี้เราไม่เข้าใจ
1.
ระยะห่าง 1 เดือน ของเดือน ต.ค. กับเดือน พ.ย.
ทำไมระบบไม่มีการคำนวณก่อนว่าลูกค้าชำระของเดือนก่อนครบแล้วรึยัง
ดูเหมือนว่าระบบของธนาคารจะไม่ sync กัน
ระหว่างระบบตัดเงิน กับระบบเงินกู้
ทั้งที่เป็น transaction ในธนาคารเดียวกัน ????
2.
ระบบต่อให้ไม่คำนวณ realtime
อย่างน้อยก็ควรจะคำนวณทุกเดือน จบ transaction เป็นเดือนๆ ไม่ใช่ว่ายกมาข้ามเดือน ทำให้ลูกค้าเดือดร้อน เอาเงินมาฝากเข้าบัญชีแล้วเงินหาย
3.
ธนาคารอื่น ระบบเป็นแบบนี้เหมือนกันมั้ย ????
เราอาจจะมองในมุมผู้บริโภค ตามสิ่งที่เราคิดว่ามันควรจะเป็น แต่ระบบอาจจะเป็นแบบนี้เหมือนกันทุกธนาคารก็ได้
ใครพอมีประสบการณ์รบกวนช่วยแชร์ให้ทราบทีค่ะ จะขอบพระคุณมากค่ะ
----------
ในมุมของเรา
ตอนนี้เราก็คงทำอะไรไม่ได้
ได้แต่มาเล่าให้ฟังตรงนี้
ส่วนเงินที่จะต้องใช้
ก็ต้องไปยืมเงินจากคนอื่นมาก่อน
เพราะกว่าจะได้เงินคืนมาในบัญชีต้องรออย่างน้อย 3 วันทำการ
แต่ในมุมกลับกัน
เงินหมื่นกว่าบาทก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ
ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่จะต้องใช้เงินฉุกเฉินมากๆ
แล้วเจอปัญหาแบบนี้
จะกดเงินไปใช้
แล้วเจอว่าเงินในบัญชีหาย
กว่าจะได้เงินคืนก็อย่างน้อย 3 วัน
จะไปยืมจากใครก็ไม่ได้
เราจะต้องทำยังไง
ใครจะมารับผิดชอบให้
อันนี้ก็น่าคิดนะคะ
เงินในบัญชีหาย โทรไปได้คำตอบว่าเป็นเรื่องของระบบ ต้องรออีก 3 วันทำการ แต่วันนี้ต้องใช้เงิน ใครจะรับผิดชอบ ?
แต่เพื่อความสะดวก
เมื่อวานเราเลยเบิกเงินจากบัญชีอื่นมาฝากไว้ที่บัญชี TMB ALL FREE เพราะจะได้กดเงินได้สะดวก กดตู้ไหนก็ได้ ไม่เสียค่าธรรมเนียม
ซึ่งปกติเราจะเอาบัญชีนี้ไว้เป็นบัญชีทำธุรกรรม ไม่ใช่บัญชีหลัก
ผลปรากฎว่าพอตื่นมาตอนเช้า
เราเข้า app TMB เพื่อจะจ่ายค่าบัตรเครดิต
เราเจอว่าเงินในบัญชีเราหายไปหมื่นกว่าบาท
ด้วยความตกใจเพราะเราจะต้องใช้เงินวันนี้
เลยไล่ดูรายการต่างๆ ก็เจอว่าเราโดนหักค่าบัญชีกู้บ้านไปทั้งหมด 3 รายการ
เดือน พ.ย. 2 รายการ :
วันที่ 28 พ.ย. 10,302.66
วันที่ 30 พ.ย. 9,697.34
ดูของเดือน พ.ย. ก็ งง ไปแล้ว step นึง
เพราะค่างวดของเราคือ 16,400 บาท
ทำไมถึงโดนหักเกิน ?
พอมาดูของเดือน ธ.ค. ก็ งง เข้าไปอีก
เพราะวันที่ 1 ธ.ค. (เมื่อวาน) หลังจากที่เราฝากเงินเข้าไป
ก็ยังมีรายการนี้อีก โดนหักเงินไปอีก 6,702.66 บาท
เลยลองโทรไปถาม call center ว่าเกิดจากอะไร
call center ตอบได้แค่ว่าเป็นเรื่องของระบบหักเงินของธนาคาร ที่ออกแบบมาแบบนี้ คือมันจะตามหักเงินจนกว่ามันจะได้ครบ
ที่เราโดนหักไป 3 รายการ
เนื่องจากเดือนตุลาคม
เราจ่ายเงินค่าบ้านเอง 16,400 บาท ไม่ได้ผ่านระบบ auto
ระบบหักเงินมันมองว่าเรายังไม่ได้จ่าย
ดังนั้น พอปลายเดือน ต.ค. เรามีเงินในบัญชีเหลืออยู่หกพันกว่าบาท ระบบมันก็จะตามมาหักเงินในบัญชีไป
(อันนี้เราเข้าใจได้ เพราะเป็นเดือนเดียวกันระบบมันอาจจะยังไม่ประมวลผลว่าเราจ่ายเงินของเดือนตุลาคมไปแล้ว เราก็เลยโดนหักเงินไป)
พอมาเดือน พ.ย.
ระหว่างเดือนที่ยังไม่มีเงินเข้าบัญชีก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอปลายเดือน พ.ย. เงินเดือนออก
เราเอาเงินฝากเข้าไป 20,000 บาท
เพื่อให้ระบบมันมาตัดค่างวดของเดือน พ.ย. ไป 16,400
ผลปรากฎว่า
ระบบมันหักเงินที่มันเคยได้ไปไม่ครบของเดือน ต.ค. 10,302.66 บาท ก่อน
หลังจากนั้น
มันมองว่ามันยังไม่ได้หักของเดือน พ.ย. อีก 16,400
มันเลยตามมาหักเงินในบัญชีที่เหลือเก้าพันกว่าบาท
แต่...มันมองว่ามันยังได้ของเดือน พ.ย. ไม่ครบ
มันยังขาดอีกหกพันกว่าบาท
พอเมื่อวาน ซึ่งข้ามเดือนแล้วนะ
เราฝากเงินเข้าไปเพราะเราจะเอาไว้ใช้
มันก็ตามมาหักอีก
ความแย่คือวันนี้เราจะต้องใช้เงินหมื่นกว่าบาท
แต่เงินเราหายไป
ซึ่งขั้นตอนตอนนี้เราไม่เข้าใจ
1.
ระยะห่าง 1 เดือน ของเดือน ต.ค. กับเดือน พ.ย.
ทำไมระบบไม่มีการคำนวณก่อนว่าลูกค้าชำระของเดือนก่อนครบแล้วรึยัง
ดูเหมือนว่าระบบของธนาคารจะไม่ sync กัน
ระหว่างระบบตัดเงิน กับระบบเงินกู้
ทั้งที่เป็น transaction ในธนาคารเดียวกัน ????
2.
ระบบต่อให้ไม่คำนวณ realtime
อย่างน้อยก็ควรจะคำนวณทุกเดือน จบ transaction เป็นเดือนๆ ไม่ใช่ว่ายกมาข้ามเดือน ทำให้ลูกค้าเดือดร้อน เอาเงินมาฝากเข้าบัญชีแล้วเงินหาย
3.
ธนาคารอื่น ระบบเป็นแบบนี้เหมือนกันมั้ย ????
เราอาจจะมองในมุมผู้บริโภค ตามสิ่งที่เราคิดว่ามันควรจะเป็น แต่ระบบอาจจะเป็นแบบนี้เหมือนกันทุกธนาคารก็ได้
ใครพอมีประสบการณ์รบกวนช่วยแชร์ให้ทราบทีค่ะ จะขอบพระคุณมากค่ะ
----------
ในมุมของเรา
ตอนนี้เราก็คงทำอะไรไม่ได้
ได้แต่มาเล่าให้ฟังตรงนี้
ส่วนเงินที่จะต้องใช้
ก็ต้องไปยืมเงินจากคนอื่นมาก่อน
เพราะกว่าจะได้เงินคืนมาในบัญชีต้องรออย่างน้อย 3 วันทำการ
แต่ในมุมกลับกัน
เงินหมื่นกว่าบาทก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ
ถ้าเป็นเหตุการณ์ที่จะต้องใช้เงินฉุกเฉินมากๆ
แล้วเจอปัญหาแบบนี้
จะกดเงินไปใช้
แล้วเจอว่าเงินในบัญชีหาย
กว่าจะได้เงินคืนก็อย่างน้อย 3 วัน
จะไปยืมจากใครก็ไม่ได้
เราจะต้องทำยังไง
ใครจะมารับผิดชอบให้
อันนี้ก็น่าคิดนะคะ