เข้าใจภาษีเงินได้แบบมีคอนเซ็บ
สูตร เงินได้พึงประเมิน - ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ นำมาเทียบอัตราภาษีที่ต้องจ่าย 0-35%
ระดับเงินได้สุทธิ 4 ขั้นแรก กับ อัตราภาษี
ไม่เกิน 150,000 บาท ไม่เสียภาษี
150,001 บาท - 300,000 บาท จ่ายภาษี 5%
300,001 บาท - 500,000 บาท จ่ายภาษี 10%
500,001 บาท - 750,000 บาท จ่ายภาษี 15%
หักค่าใช้จ่าย การได้มาซึ่งรายได้นั้น มีต้นทุนที่ต้องจ่าย
หักแบบเหมาตามที่รัฐกำหนดให้แล้ว หรือ หักตามจริง แต่ต้องส่งใบเสร็จให้พิจารณา
เพราะบางครั้งต้นทุนจริงอาจสูงกว่าหักแบบเหมา
หักค่าลดหย่อน คือ ภาระต่างๆ ที่มีส่วนทำให้ปีกเงินในมือบางลง
กม ภาษี สำหรับเงินได้ปี 2568
รายได้ไม่ถึง
120,000 บาท/ปี ไม่ต้องยื่นภาษี (โดยประมาณ มีรายรับไม่เกิน 10,000 บาท/เดือน ตลอดปี)
แม้รายได้ของเราไม่ถึงที่ต้องจ่ายภาษี เราต้องยื่น หากต้องการขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไป
การหักภาษี ณ ที่จ่าย น่าจะถูกออกแบบมาเพื่อการเบี้ยวไม่จ่ายภาษี เช่น จากดอกเบี้ย ปันผล ผู้ว่าจ้าง/บริษัท ที่เป็นองค์กร
แต่มีหลักการว่าขอคืนได้ หากรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ หรือ จะไม่ขอคืน ปล่อยให้หักไป ก็ได้
***
ขอบคุณ ท่านผู้เขียนคอมเม้นที่ 1 ที่ได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และได้ปรับแก้แล้ว
การนำเสนอในกระทู้นี้ ไม่ครอบคลุมกรณีมีคู่สมรส
- โอนเงินหลักล้าน หรือเกิน 400 ครั้ง/ปี อาจมีส่วนทำให้เข้าใจได้ว่า มีรายได้ดี ซึ่งคนส่วนใหญ่ ขายของได้ไม่ถึงขนาดนั้น
· ฟรีแลนด์ เงินได้พึงประเมิน ไม่ถึง 3 แสนบาท/ปี ไม่ต้องเสียภาษี เพราะรายได้สุทธิจะไม่ถึง 150,000 บาท
·
ดอกเบี้ยเงินฝากรวมทุกบัญชีไม่เกิน 20,000 บาท ต่อปี ได้รับการยกเว้น
ไม่ต้องนำมารวมในเงินได้
ข้อมูลเพิ่มเติมจากคอมเม้นที่ 12
"ดอกเบี้ยเงินฝากเป็นภาษีสุดท้ายครับ ต่อให้เกิน 20,000 บาทแต่ถ้าไม่เอาไปทำอะไร ก็ไม่ต้องยื่นได้ครับ"
(แปลว่า ไม่ต้องนำมากรอกได้ ถ้าได้ดอกเบี้ยรวมมากกว่า 2 หมื่นบาท ปล่อยให้ธนาคารหักส่วนหนึ่งเป็นภาษีไป (final tax)"
· รางวัล เงิน/ทอง/ของ หากเกิน 1,000 บาท ขึ้นไป ขอใบหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้ให้ออกใบ 50ทวิ
แล้วนำเงินนั้นมารวมเพื่อคำนวณเงินได้พึงประเมิน รายจ่ายรางวัลอยู่ในระบบบัญชีองค์กร เช่น จัดกิจกรรมให้รางวัลลูกค้า พนักงาน
(หลายคน มองว่า รางวัลควรกำหนดให้ 1 หมื่นบาทขึ้นไป เป็นจำนวนมากพอจะให้เวลาทำบัญชีส่วนบุคคล)
·
ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ถูกหัก ณ ที่จ่าย 0.5% สลากการกุศล 1%
Update สำหรับประเด็นนี้ ขออภัยในความผิดพลาด ไม่ใช่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่เป็นการเสียอากรแสตมป์ 0.5%
อากรแสตมป์ คือ ภาษีที่รัฐจัดเก็บจากการทำเอกสารทางกฎหมาย เพื่อรับรองความถูกต้อง (เดาว่ามาจากการประทับตราหรือติดเครื่องหมาย)
ไม่ใช่แสตมป์ส่งไปรษณีย์
ท่านผู้เขียนคอมเม้น 1 ให้ข้อมูลดังนี้
"ตัวเลข 0.5% น่ะใช่ แต่ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายน่ะผิด คำว่า "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" มีความหมายเดียวคือภาษีเงินได้เท่านั้น ที่ถูกต้องคือการขึ้นรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลเสียอากรแสตมป์ 1 บาทต่อ 200 บาท (0.5%) ส่วนภาษีเงินได้ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42 (11)"
เรื่องถูกรางวัล อ่านเพิ่มเติมคอมเม้นที่ 20 ใครไม่ใช่นักเสี่ยงโชค ก็ข้ามไป
· รางวัลจากการเล่นเกม ชิงโชค แข่งขัน ถูกหัก ณ ที่จ่าย 5% + ต้องนำไปกรอกรวมในเงินได้รายปี เพื่อคำนวณหารายได้สุทธิ
หากยื่นภาษีช้ากว่ากำหนด จะถูกปรับจ่ายเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของเงินภาษีที่ต้องจ่าย หากไม่ยื่นภาษี จะมีบทลงโทษ เช่น ปรับ จำคุก
· ใบ 50 ทวิ คือ ใบเบิกทางในการขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไป เป็นหลักฐานชัดเจนว่าจ่ายแล้ว สำหรับคนที่เงินได้สุทธิไม่ถึง
ระดับที่ต้องจ่าย หรือ ต่ำกว่าจำนวน ภาษี ณ ที่จ่าย ที่ถูกหักไปแล้ว เช่น เงินได้สุทธิ ไม่ถึง 150,000 บาท ซึ่งอยู่ในระดับไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้
แต่โดนหักภาษี ณ ที่จ่ายรวมแล้ว 2000 บาท ก็จะได้เงินภาษีที่จ่ายไปแล้วนั้นคืน
ทั้งนี้ ตามรายการที่ กม ให้คืนภาษีนั้นได้ บางคนอาจไม่ได้คืนกลับทุกรายการ
-
ภาษีการให้** ให้หาข้อมูลภาษีเงินได้เมื่อมีมูลค่ารวม 10 ล้านบาทขึ้นไป ภาษีมรดก จ่ายเมื่อมูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป
- ยื่นแบบครึ่งปี ยื่น ภงด 94 ต้องมีรายได้ครึ่งปี มากกว่า 60,000 บาท
แบบฟอร์มนี้เกี่ยวกับเงินได้ประเภท 5-8 ที่ได้รับ มค-มิย ต้องยื่น กค-กย ของปีนั้นๆ
- วิสาหกิจชุมชน รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษี เพราะถือเป็นกิจการที่สร้างรายได้แก่คนในชุมชน
- จด VAT (ภาษีมูลค่าเพิ่ม) เมื่อผู้ประกอบกิจการ มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท
* จะเห็นได้ว่า หลายเรื่อง ไม่ได้เกี่ยวกับ คนทั่วไปเลย โดยเฉพาะคนที่กำลังสร้างตัว
ซึ่งในอนาคตอาจมีรายได้สูง ได้จ่ายภาษี ได้ช่วยเหลือประเทศ แต่วันนี้ ยังมีไม่ถึง ไม่ต้องเป็นกังวล
โฟกัสที่การเพิ่มรายได้ในปีต่อไปจะดีกว่า
** ขอขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจากคอมเม้นที่ 1
"ภาษีการให้ แยกทีละกรณี พิจารณาว่าเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 42 (26) - (28) หรือไม่ (ที่จริงมีสาธารณประโยชน์ตามมาตรา 42 (29) ด้วย)
- ได้รับจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ยกเว้นภาษี 20 ล้านบาทแรก
- ได้รับจากบุคคลอื่นนอกเหนือจากข้างต้น ยกเว้นภาษี 10 ล้านบาทแรก เฉพาะกรณีอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาหรือพิธีประเพณีเท่านั้น
- นอกเหนือจากข้างต้น เสียภาษีตั้งแต่สตางค์แรก เช่น ยูทูปเบอร์เปิดรับโดเนท
ฟรีแลนด์
*** ควรมีข้อตกลงกับผู้ว่าจ้างก่อนเริ่มงานเสมอ เรื่องออกใบ 50ทวิ กรณีผู้ว่าจ้างเป็นบริษัท
และการทำใบเสร็จรับเงิน กรณีเป็นปัจเจกบุคคลเป็นผู้ว่าจ้าง
ถ้าไม่มีใบ 50ทวิ ที่ผู้จ่ายเงินออกให้ ต้องเก็บสำเนาการโอน ชื่อ-สกุล-เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ว่าจ้าง และหลักฐานอื่นๆ
ใบ 50 ทวิ คือ หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ หากผู้ว่าจ้างไม่ออกให้ก็ได้ หมายความว่า รายรับนั้นเรายังไม่เสียภาษีเงินได้
เมื่อยื่นภาษีแล้วเงินได้สุทธิ ไม่ถึง 150,000 บาท ก็จะสามารถขอคืนภาษีได้ ตามหลักฐานภาษีหัก ณ ที่จ่าย และตามที่ กม
กำหนด ว่ารายการนั้น ขอคืนภาษีได้
ขอบคุณ ท่านผู้เขียนคอมเม้นที่ 1, 12, 17, 20 ที่ได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและชัดเจนมากขึ้น
หมดกังวลเรื่องภาษี ถ้าตัวเลขเหล่านี้ไม่ถึงเกณฑ์
กม ภาษี สำหรับเงินได้ปี 2568
รายได้ไม่ถึง 120,000 บาท/ปี ไม่ต้องยื่นภาษี (โดยประมาณ มีรายรับไม่เกิน 10,000 บาท/เดือน ตลอดปี)
แม้รายได้ของเราไม่ถึงที่ต้องจ่ายภาษี เราต้องยื่น หากต้องการขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไป
การหักภาษี ณ ที่จ่าย น่าจะถูกออกแบบมาเพื่อการเบี้ยวไม่จ่ายภาษี เช่น จากดอกเบี้ย ปันผล ผู้ว่าจ้าง/บริษัท ที่เป็นองค์กร
แต่มีหลักการว่าขอคืนได้ หากรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ หรือ จะไม่ขอคืน ปล่อยให้หักไป ก็ได้
***ขอบคุณ ท่านผู้เขียนคอมเม้นที่ 1 ที่ได้ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และได้ปรับแก้แล้ว
การนำเสนอในกระทู้นี้ ไม่ครอบคลุมกรณีมีคู่สมรส
- โอนเงินหลักล้าน หรือเกิน 400 ครั้ง/ปี อาจมีส่วนทำให้เข้าใจได้ว่า มีรายได้ดี ซึ่งคนส่วนใหญ่ ขายของได้ไม่ถึงขนาดนั้น
· ฟรีแลนด์ เงินได้พึงประเมิน ไม่ถึง 3 แสนบาท/ปี ไม่ต้องเสียภาษี เพราะรายได้สุทธิจะไม่ถึง 150,000 บาท
· ดอกเบี้ยเงินฝากรวมทุกบัญชีไม่เกิน 20,000 บาท ต่อปี ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องนำมารวมในเงินได้
ข้อมูลเพิ่มเติมจากคอมเม้นที่ 12
"ดอกเบี้ยเงินฝากเป็นภาษีสุดท้ายครับ ต่อให้เกิน 20,000 บาทแต่ถ้าไม่เอาไปทำอะไร ก็ไม่ต้องยื่นได้ครับ"
(แปลว่า ไม่ต้องนำมากรอกได้ ถ้าได้ดอกเบี้ยรวมมากกว่า 2 หมื่นบาท ปล่อยให้ธนาคารหักส่วนหนึ่งเป็นภาษีไป (final tax)"
· รางวัล เงิน/ทอง/ของ หากเกิน 1,000 บาท ขึ้นไป ขอใบหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้ให้ออกใบ 50ทวิ
แล้วนำเงินนั้นมารวมเพื่อคำนวณเงินได้พึงประเมิน รายจ่ายรางวัลอยู่ในระบบบัญชีองค์กร เช่น จัดกิจกรรมให้รางวัลลูกค้า พนักงาน
(หลายคน มองว่า รางวัลควรกำหนดให้ 1 หมื่นบาทขึ้นไป เป็นจำนวนมากพอจะให้เวลาทำบัญชีส่วนบุคคล)
· ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล ถูกหัก ณ ที่จ่าย 0.5% สลากการกุศล 1%
Update สำหรับประเด็นนี้ ขออภัยในความผิดพลาด ไม่ใช่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่เป็นการเสียอากรแสตมป์ 0.5%
อากรแสตมป์ คือ ภาษีที่รัฐจัดเก็บจากการทำเอกสารทางกฎหมาย เพื่อรับรองความถูกต้อง (เดาว่ามาจากการประทับตราหรือติดเครื่องหมาย)
ไม่ใช่แสตมป์ส่งไปรษณีย์
ท่านผู้เขียนคอมเม้น 1 ให้ข้อมูลดังนี้
"ตัวเลข 0.5% น่ะใช่ แต่ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายน่ะผิด คำว่า "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" มีความหมายเดียวคือภาษีเงินได้เท่านั้น ที่ถูกต้องคือการขึ้นรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลเสียอากรแสตมป์ 1 บาทต่อ 200 บาท (0.5%) ส่วนภาษีเงินได้ได้รับยกเว้นตามมาตรา 42 (11)"
เรื่องถูกรางวัล อ่านเพิ่มเติมคอมเม้นที่ 20 ใครไม่ใช่นักเสี่ยงโชค ก็ข้ามไป
· รางวัลจากการเล่นเกม ชิงโชค แข่งขัน ถูกหัก ณ ที่จ่าย 5% + ต้องนำไปกรอกรวมในเงินได้รายปี เพื่อคำนวณหารายได้สุทธิ
หากยื่นภาษีช้ากว่ากำหนด จะถูกปรับจ่ายเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน ของเงินภาษีที่ต้องจ่าย หากไม่ยื่นภาษี จะมีบทลงโทษ เช่น ปรับ จำคุก
· ใบ 50 ทวิ คือ ใบเบิกทางในการขอคืนภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไป เป็นหลักฐานชัดเจนว่าจ่ายแล้ว สำหรับคนที่เงินได้สุทธิไม่ถึง
ระดับที่ต้องจ่าย หรือ ต่ำกว่าจำนวน ภาษี ณ ที่จ่าย ที่ถูกหักไปแล้ว เช่น เงินได้สุทธิ ไม่ถึง 150,000 บาท ซึ่งอยู่ในระดับไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้
แต่โดนหักภาษี ณ ที่จ่ายรวมแล้ว 2000 บาท ก็จะได้เงินภาษีที่จ่ายไปแล้วนั้นคืน
ทั้งนี้ ตามรายการที่ กม ให้คืนภาษีนั้นได้ บางคนอาจไม่ได้คืนกลับทุกรายการ
- ภาษีการให้** ให้หาข้อมูลภาษีเงินได้เมื่อมีมูลค่ารวม 10 ล้านบาทขึ้นไป ภาษีมรดก จ่ายเมื่อมูลค่า 100 ล้านบาทขึ้นไป
- ได้รับจากบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส ยกเว้นภาษี 20 ล้านบาทแรก
- ได้รับจากบุคคลอื่นนอกเหนือจากข้างต้น ยกเว้นภาษี 10 ล้านบาทแรก เฉพาะกรณีอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยาหรือพิธีประเพณีเท่านั้น
- นอกเหนือจากข้างต้น เสียภาษีตั้งแต่สตางค์แรก เช่น ยูทูปเบอร์เปิดรับโดเนท