เราทำธุรกิจขายเสื้อพิมพ์ลาย พิมพ์ด้วยหมึก Sublimation , Flex PU (เราไม่ได้พิมพ์บล็อคสกรีน) เราเริ่มทำมาประมาณ 4-5 เดือนแล้วค่ะ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนในหมู่บ้านบ้าง เพื่อนฝูงบ้าง ออเดอร์ทีละประมาณ 5 - 20 ตัว แต่มีก่อนหน้านี้มากหน่อย 520 ตัว เป็นเสื้อของบริษัท คิดราคาเฉพาะค่าพิมพ์ ลูกค้าเอาเสื้อมาเอง พิมพ์กันข้ามวันข้ามคืน คิดราคาตัวละ 50 บาท พอทำเสร็จเก็บเงินยากอีก ต้องทวง เลยได้มา
หลังจากนั้นเราใส่เสื้อพิมพ์ลายไปทำงาน เพื่อนที่ทำงานเห็น ชอบ สั่ง 1 ตัว เราก็ทำให้ คิดราคาค่าเสื้อรวมค่าพิมพ์ 150 บาท ปกติคิดอยู่ 160 บาท เห็นเป็นพี่ที่ทำงานเดียวกัน พอส่งเสื้อให้คำถามที่เราได้ต่อมาคือ "นี่คิดราคาถูกแล้วเหรอ" ........คิดในใจ ไม่ให้เอากำไรเลยเหรอ กำไรตัวนึงก็ไม่ใช่ว่าร้อยสองร้อยที่ไหนล่ะ...นั่นจบไป
ออเดอร์ต่อมา ...น้องในหมู่บ้านมาสั่ง ทำเสร็จส่ง พวกเขาชอบมาก ก่อนส่งเราแอบมีโพสต์ขายลงโซเซี่ยลนิดนึง แล้วมีเพื่อนในโซเซี่ยลเห็น เลยถามรายละเอียด เราก็ตอบไป บลาๆๆ จนสุดท้ายจะสั่ง...แต่
1. โทรมาถามราคา ต้องขั้นต่ำกี่ตัว จะพิมพ์คำว่า .......(เป็นนามสกุลเค้า) เสื้อจะใส่ได้มั้ย กลัวใส่ไม่ได้ สีสวยมั้ย เรากลัวไม่ถูกใจ .... ก็เลยแนะนำไปว่า เอาเสื้อมาก็ได้ เดี๋ยวทางเราพิมพ์ให้คิดเฉพาะค่าพิมพ์ ....แล้วก็จบไป
2. วันต่อมา จะพิมพ์เสื้อ ให้ออกแบบ นามสกุลที่จะพิมพ์ให้ แล้วก็วางสาย
3. เราโทรกลับไปถามรายละเอียดเพิ่มว่าตัวเสื้อสีอะไร ได้คำตอบมา สีแดงเลือดนก แต่ก็ยังไม่รู้จำนวน
4. ข้ามมาอีกวัน ถามว่า ถ้าพิมพ์ข้างหลังแล้ว จะพิมพ์ลายข้างหน้าด้วยได้มั้ย??? ... เราตอบ ได้ แต่ขอคิดค่าพิมพ์เพิ่มด้านหน้าตัวละ 20 บาท ...แล้วก็เงียบไป
ซักพักใหญ่ๆส่งไลน์มา ขอเปลี่ยนสีเสื้อจากสีแดงเลือดนกเป็นสีโอรส แล้วทำแบบให้ด้วย ว่าออกมาจะเป็นยังไง ขอดูแบบก่อน ไม่งั้นยังไม่ตัดสินใจสั่ง .... เอิ่ม เราเลยถามต่อไปว่า สั่งออเดอร์ประมาณกี่ตัว .........คำตอบที่ได้มา 5 ตัว ไซส์ใหญ่พิเศษที่เราไม่มี 3 ตัว ไซส์ที่มี 2 ตัว ***ลืมบอกไปว่าตั้งแต่ขอเพิ่มราคาพิมพ์ด้านหน้าอีก 20 บาท เค้าเลยให้เราหาเสื้อให้ ไม่เอาเสื้อมาแล้ว เลยคิดในใจ สงสัยกลัวเกินงบ
แต่เสื้อไซส์พิเศษถ้าซื้อจำนวนน้อย เราก็แทบไม่มีกำไร หรือ ไม่มีเลยดีกว่า
คุยกับแฟน ว่าลูกค้าขอแบบ แฟนบ่นให้เราชุดใหญ่ คือ ขอแบบ แก้แบบ เปลี่ยนแบบ เปลี่ยนสี เปลี่ยน เปลี่ยน เปลี่ยน แล้วเปอร์เซ็นต์ที่จะสั่ง ถ้าแพงไปก็ไม่เอา แฟนบอกว่า บายไปเลย ไม่งั้นก็บอกไป แก้บ่อยคิดค่าทำแบบ
เราก็คิดเหมือนแฟนนะ แต่เราก็เกรงใจลูกค้า ไม่รู้จะพูดยังไง เมื่อคืนก็ไลน์มาอีกว่า จะมาหาที่บ้าน จะมาดูเสื้อว่าจะใส่ได้มั้ย คือ เสื้อเราที่เรามีมันเป็นไซส์ปกติอ่ะค่ะ แต่ลูกค้าเป็นไซด์ธิดาช้างอ่ะ แล้วเราต้องไปวิ่งหาเสื้อให้ เสื้อทั้งหมด 5 ตัว คิดในใจ ชั้นจะคุ้มมั้ยวะ แล้วก็ไลน์ไปบอกว่าให้หาเสื้อมาเองดีกว่า เดี๋ยวเราหาเองเผื่อสีไม่ถูกใจ ทีนี้ มาอ้อนวอน หาให้หน่อย เราไม่มีเวลา
ปล.1. โดยปกติแล้วก่อนการพิมพ์เสื้อแต่ละครั้ง ทางร้านจะส่งแบบให้ลูกค้าดูก่อนลงมือพิมพ์ค่ะ มีบ้างที่แก้นิดปรับหน่อย ลูกค้าส่วนใหญ่เค้าจะมีแบบตายตัวมา แค่ปรับสีให้เข้ากับเสื้อ เวลาใส่แล้วดูเด่น ถ้าลูกค้าตอบโอเค ทางเราก็ลงมือทำ
2. ลูกค้าที่มาสั่งเสื้อเราจะมีตารางชัดเจนว่าเสื้อ ขนาดแต่ละไซด์เท่าไหร่ ความยาวเท่าไหร่ พร้อมระบุราคา เพื่อความไม่ผิดพลาด หากลูกค้าสั่งไปแล้วใส่ไม่ได้
3. ราคาเสื้อแต่ละไซส์ระบุชัดเจน หากลูกค้ามองว่าราคาสูง ...ก็ไม่น่าตัดสินใจสั่งนะ
4. ทางเราไม่คิดค่าทำแบบกับลูกค้า แต่ขอความเห็นใจว่า ขอแบบที่อยู่นิ่ง ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เปลี่ยนทุกวัน แถมมีแนวโน้มว่า จะสั่งหรือยังไม่สั่งไม่รู้ ขอให้สรุปแบบกันมาก่อนค่อยส่งแบบมาดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาและความรู้สึกซึ่งกันและกัน
เริ่มท้อ..แถมลำบากใจ ไม่อยากเสียลูกค้า แม้ว่าเค้าจะทำมาก ทำน้อย แต่มาแบบนี้ไม่รู้จะพูดยังไง
แม่ค้ามือใหม่ ขอกำลังใจ
หลังจากนั้นเราใส่เสื้อพิมพ์ลายไปทำงาน เพื่อนที่ทำงานเห็น ชอบ สั่ง 1 ตัว เราก็ทำให้ คิดราคาค่าเสื้อรวมค่าพิมพ์ 150 บาท ปกติคิดอยู่ 160 บาท เห็นเป็นพี่ที่ทำงานเดียวกัน พอส่งเสื้อให้คำถามที่เราได้ต่อมาคือ "นี่คิดราคาถูกแล้วเหรอ" ........คิดในใจ ไม่ให้เอากำไรเลยเหรอ กำไรตัวนึงก็ไม่ใช่ว่าร้อยสองร้อยที่ไหนล่ะ...นั่นจบไป
ออเดอร์ต่อมา ...น้องในหมู่บ้านมาสั่ง ทำเสร็จส่ง พวกเขาชอบมาก ก่อนส่งเราแอบมีโพสต์ขายลงโซเซี่ยลนิดนึง แล้วมีเพื่อนในโซเซี่ยลเห็น เลยถามรายละเอียด เราก็ตอบไป บลาๆๆ จนสุดท้ายจะสั่ง...แต่
1. โทรมาถามราคา ต้องขั้นต่ำกี่ตัว จะพิมพ์คำว่า .......(เป็นนามสกุลเค้า) เสื้อจะใส่ได้มั้ย กลัวใส่ไม่ได้ สีสวยมั้ย เรากลัวไม่ถูกใจ .... ก็เลยแนะนำไปว่า เอาเสื้อมาก็ได้ เดี๋ยวทางเราพิมพ์ให้คิดเฉพาะค่าพิมพ์ ....แล้วก็จบไป
2. วันต่อมา จะพิมพ์เสื้อ ให้ออกแบบ นามสกุลที่จะพิมพ์ให้ แล้วก็วางสาย
3. เราโทรกลับไปถามรายละเอียดเพิ่มว่าตัวเสื้อสีอะไร ได้คำตอบมา สีแดงเลือดนก แต่ก็ยังไม่รู้จำนวน
4. ข้ามมาอีกวัน ถามว่า ถ้าพิมพ์ข้างหลังแล้ว จะพิมพ์ลายข้างหน้าด้วยได้มั้ย??? ... เราตอบ ได้ แต่ขอคิดค่าพิมพ์เพิ่มด้านหน้าตัวละ 20 บาท ...แล้วก็เงียบไป
ซักพักใหญ่ๆส่งไลน์มา ขอเปลี่ยนสีเสื้อจากสีแดงเลือดนกเป็นสีโอรส แล้วทำแบบให้ด้วย ว่าออกมาจะเป็นยังไง ขอดูแบบก่อน ไม่งั้นยังไม่ตัดสินใจสั่ง .... เอิ่ม เราเลยถามต่อไปว่า สั่งออเดอร์ประมาณกี่ตัว .........คำตอบที่ได้มา 5 ตัว ไซส์ใหญ่พิเศษที่เราไม่มี 3 ตัว ไซส์ที่มี 2 ตัว ***ลืมบอกไปว่าตั้งแต่ขอเพิ่มราคาพิมพ์ด้านหน้าอีก 20 บาท เค้าเลยให้เราหาเสื้อให้ ไม่เอาเสื้อมาแล้ว เลยคิดในใจ สงสัยกลัวเกินงบ
แต่เสื้อไซส์พิเศษถ้าซื้อจำนวนน้อย เราก็แทบไม่มีกำไร หรือ ไม่มีเลยดีกว่า
คุยกับแฟน ว่าลูกค้าขอแบบ แฟนบ่นให้เราชุดใหญ่ คือ ขอแบบ แก้แบบ เปลี่ยนแบบ เปลี่ยนสี เปลี่ยน เปลี่ยน เปลี่ยน แล้วเปอร์เซ็นต์ที่จะสั่ง ถ้าแพงไปก็ไม่เอา แฟนบอกว่า บายไปเลย ไม่งั้นก็บอกไป แก้บ่อยคิดค่าทำแบบ
เราก็คิดเหมือนแฟนนะ แต่เราก็เกรงใจลูกค้า ไม่รู้จะพูดยังไง เมื่อคืนก็ไลน์มาอีกว่า จะมาหาที่บ้าน จะมาดูเสื้อว่าจะใส่ได้มั้ย คือ เสื้อเราที่เรามีมันเป็นไซส์ปกติอ่ะค่ะ แต่ลูกค้าเป็นไซด์ธิดาช้างอ่ะ แล้วเราต้องไปวิ่งหาเสื้อให้ เสื้อทั้งหมด 5 ตัว คิดในใจ ชั้นจะคุ้มมั้ยวะ แล้วก็ไลน์ไปบอกว่าให้หาเสื้อมาเองดีกว่า เดี๋ยวเราหาเองเผื่อสีไม่ถูกใจ ทีนี้ มาอ้อนวอน หาให้หน่อย เราไม่มีเวลา
ปล.1. โดยปกติแล้วก่อนการพิมพ์เสื้อแต่ละครั้ง ทางร้านจะส่งแบบให้ลูกค้าดูก่อนลงมือพิมพ์ค่ะ มีบ้างที่แก้นิดปรับหน่อย ลูกค้าส่วนใหญ่เค้าจะมีแบบตายตัวมา แค่ปรับสีให้เข้ากับเสื้อ เวลาใส่แล้วดูเด่น ถ้าลูกค้าตอบโอเค ทางเราก็ลงมือทำ
2. ลูกค้าที่มาสั่งเสื้อเราจะมีตารางชัดเจนว่าเสื้อ ขนาดแต่ละไซด์เท่าไหร่ ความยาวเท่าไหร่ พร้อมระบุราคา เพื่อความไม่ผิดพลาด หากลูกค้าสั่งไปแล้วใส่ไม่ได้
3. ราคาเสื้อแต่ละไซส์ระบุชัดเจน หากลูกค้ามองว่าราคาสูง ...ก็ไม่น่าตัดสินใจสั่งนะ
4. ทางเราไม่คิดค่าทำแบบกับลูกค้า แต่ขอความเห็นใจว่า ขอแบบที่อยู่นิ่ง ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เปลี่ยนทุกวัน แถมมีแนวโน้มว่า จะสั่งหรือยังไม่สั่งไม่รู้ ขอให้สรุปแบบกันมาก่อนค่อยส่งแบบมาดีกว่า จะได้ไม่เสียเวลาและความรู้สึกซึ่งกันและกัน
เริ่มท้อ..แถมลำบากใจ ไม่อยากเสียลูกค้า แม้ว่าเค้าจะทำมาก ทำน้อย แต่มาแบบนี้ไม่รู้จะพูดยังไง