ใครเคยพยามทำดูแลครอบครัวให้ดี แต่ทำยังไงมันก็แย่ลงไหมคะ

เราเป็นคนใช้ชีวิตธรรมดาตามแบบมนุษย์เงินเดือนทั่วไปค่ะ
แต่แม่เราป่วยหนัก ต้อง follow up กับหมอประมาณเดือนละ 2-3 ครั้ง (หลายหมอ หลายโรคค่ะ)
บางเดือนแม่ก็แย่ นอนรพ เป็นเดือน แล้วท่านก็ดีขึ้น กลับบ้าน มาอยู่กับเรา
เราเป็นคนค่อนข้างประมาณตัวออกไปทางประหยัด เพราะอยากมีเงินเยอะๆ จะได้เอาไว้ดูแลแม่
ช่วงนี้แม่เริ่มทานข้าวได้เยอะขึ้น เครียดน้อยลง คุณหมอชมว่า เราควบคุมอาการของแม่ได้ดี
ส่วนตัวเราไม่มีปัญหาเรื่องเพื่อน เรื่องงาน เรื่องเจ้านาย เรื่องน้องในทีมค่ะ
หน้าที่การงานเราค่อยข้างโอเคค่ะ comfort zone มาก
แต่ว่า...พี่ชายเราไม่เอาไหนค่ะ เคยเล่นยา งานการก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง
แม่เลยให้ดูแลห้องเช่า แล้วเก็บเงินค่าห้องเช่าไว้ซื้อข้าวกิน
โดย.... เราดูแลเรื่องค่าน้ำ ไฟ เน็ต และอื่นๆของที่บ้าน พี่ชายไม่ต้องรับผิดชอบอะไรค่ะ
เงินที่เก็บได้ก็ไม่เคยพอ เราเลยบอกว่า เราจะแบ่งให้ใช้เดือนละ ไม่เกิน 3000 บาท
แต่ก็เกินทุกเดือน ไม่รู้เอาไปทำอะไรบ้าง
พอเดือนไหนที่ขอมากไป เราก็จะไม่ให้ค่ะ ให้เค้าไปหากินเอาเอง
แต่พี่เราก็รู้จุดอ่อนค่ะ ชอบโทรมาขอแม่ โกหกว่าเอาไปทำนั่นนี่บ้าง จนแม่ใจอ่อนทั้งๆที่รู้ว่าโกหกแหละค่ะ
แล้วถ้าแม่มีเงินติดตัวเยอะๆก็จะใช้แม่บ้านไปโอนให้
(หลังๆเราไม่ให้แม่ถือเงินเยอะแล้วค่ะ เพราะไม่อยากให้แม่โอนให้พี่)
พอแม่ไม่มีเงิน ก็จะโทรให้เราโอนให้  แต่เราจะพยายามไม่โอนค่ะ อย่างมากก็จะให้แต่เป็นจำนวนน้อยกว่าที่เค้าขอ
พอเป็นแบบนี้....พี่เราก็จะโทรมาตะหวาดแม่ เสียดัง ทั้งๆที่รู้ว่าแม่เป็นโรคหัวใจ หัวใจเท่าบีบตัวไม่กี่%เอง
แม่ก็เริ่มทรุด จนต้องหามกันส่งโรงพยาบาล
เราไม่รู้ว่าเราทำถูกหรือเปล่า เราพยายามดัดนิสัยพี่ อยากให้เค้าดูแลตัวเอง
แต่แม่ก็ตามใจพี่จนพี่เสียนิสัย พอไม่ได้ดั่งใจก็โวยวาย ท้ายที่สุด ปัญหาก็มาตกที่เราเหมือนเดิม
เราสละทุกอย่างเพื่อดูแลแม่กับพี่
งานที่เรารัก เราก็ต้องลาออก เพราะไม่มีเวลาดูแลแม่
พอมีคนมาจีบ ก็คิดว่าตัวเองไม่ดีพอ เพราะปัญหาครอบครัว

เรายอมรับค่ะ ว่าเราไม่ค่อยชอบพี่ เพราะพี่เคยทำร้ายเรา
จนเราต้องออกจากบ้าน มาเรียนไกลบ้านตั้งแต่จบป.6
แต่เราก็พยายามแล้วนะคะ ไม่รู้ว่าเราพยายามไม่พอ หรือว่าเราทำอะไรไม่ถูกหรือเปล่า
ใครมีประสบการณ์แบบนี้บ้าง แนะนำเราได้ไหมคะ

ขอบคุณค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่