[ review ชีวิต ] เมื่อพ่อผมมีเมียน้อย

ตัดสินใจอยู่นาน ว่าจะเขียนเรื่องนี้ออกมาดีใหม?  จนเมื่อเร็วๆ นี้ ได้อ่านเรื่องราวของลูกบ้านน้อยคนหนึ่งออกมาถามเรื่องมรดกที่พ่อแบ่งไม่เท่ากัน เราก็เลยตัดสินใจได้สักที “ ขนาดเขายังกล้าถาม แล้วเราหล่ะ?” ก็ไม่เชิงว่ามาถามหรอกครับ ออกแนวมารีวิวชีวิตตัวเอง ทั้ง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ว่าเรื่องราวชีวิตมันสุขสบายใหมมากกว่าครับ


                ครั้นจะเริ่มเรื่องจากจุดพลิกผันเลย ก็กลัวว่าจะทำให้สับสน เลยขอเท้าความบอกเล่าประวัติครอบครัวกันก่อนสักนิดนึง  เริ่มจากผั่งตัวละครหลักอย่างพ่อก่อนเลยครับ  ครอบครัวผั่งคุณพ่อ มี ปู่ ย่า (แหง๋ละสิ ) และลูกชาย 3 สาว 1 พ่อผมเป็นลูกชายคนโต หัวหอกประจำตระกูล  ส่วนครอบครัวแม่ ก็เป็นพี่คนโต และน้องสาวน้องชายอีก 2 คน เรื่องราวก่อนหน้าผมก่อนมันเบลอๆ ไปบ้าง แต่พ่อแม่ไม่เคยเล่าให้ฟังว่าแต่งงานกันยังไง แต่ช่างมันเถอะครับ มาเริ่มต้นชีวิตกันเลยดีกว่า


                  แรกเริ่มเดิมที พ่อผมเป็นภารโรงในโรงเรียนทุรกันดาร จนวันที่ผมจำความได้ ก็จับกุญแจเปิดห้องปิดไฟช่วยพ่อไปแล้ว เหมือนตัวละครที่กด new game ที่โผล่มาก็ทำภารกิจเนื้อเรื่องซะแล้ว ชีวิตค่อนข้างยากลำบากมาก ในสมัยนั้น บ้านไม้เก่าๆผนังเป็นไม้ใผ่สาน บ้านใต้ถุนสูงข้างล่างเป็นที่เก็บถ่าน ที่ผมต้องลงดันเจี้ยนไปเก็บของ (สมัยเด็กอะไรก็น่ากลัวไปหมด) แม่ผมเป็นคนทำกับข้าวให้โรงเรียน และขายของเล็กๆ น้อยๆ ขนมนมเนย ให้เด็กในหมู่บ้าน side quest ของผมก็คือต้องเอาลูกชิ้นปิ้ง หรือของหมักของดองไปขายที่โรงเรียน รางวัลก็เป็นเงินเอาไว้ซื้อหนังสือที่จะมีรถมาขายในโรงเรียน ชีวิตวัยเด็กมันช่างมีแบบแผนเป็นรูปแบบที่จะว่าน่าเบื่อก็ไม่ใช่ น่าสนุกก็ไม่ถูก เหมือนตัวละครที่กำลังเก็บเวลอยู่หน้าหมู่บ้าน ตื่นเช้า ตี 5 หุงข้าวรอแม่กับพ่อซื้อของจำตลาดอำเภอ สายขายของช่วยแม่ พักเที่ยงกลับมาบ้านพักเอาของไปขายโรงเรียน ตอนเย็นเข็นรถเข็นขายกับข้าวช่วยแม่ ค่ำทำการบ้าน เสร็จแล้วเตรียมเครื่องทำอาหารกลางวันช่วยแม่ก่อนนอน  วนลูป  

จนถึงวันที่เก็บเวลได้เยอะพอแล้ว ชีวิตก็เข้าสู่ช่วงที่มันเข็มข้นขึ้น พ่อลงเรียนต่อ ป. ตรี มสธ.  ส่วนผมเข้าโรงเรียนประจำอำเภอได้ พ่อผ่อนรถจักรยานยนต์ให้ผมไปเรียน และก็ผ่อนนั่นผ่อนหนี้ กู้ยืมไปซื้อรถให้ปู่ เหลือประมาณเดือนละ 9,000 บาท ชีวิตเริ่มดีขึ้น และผมก็มีน้องสาวเพิ่มมา พ่อประเคนทุกอย่างให้น้องสาวแบบรักมากๆ จนบางทีผมก็แอบน้อยใจบ้างอะไรบ้าง อนาคตเริ่มสดใส กิจการค้าขายของแม่ก็คึกคัก  กำไรดี ลูกค้าชอบ เงินที่ได้ก็ส่งพ่อเรียน ช่วยผ่อนรถจ่ายหนี้  มีเงินเหลือเก็บ ไกล้ปลดหนี้



                ชีวิตดีๆที่ลงตัว ใช่ใหมครับ? เปล่าเลย ทุกอย่างเริ่มลงตัวก็จริง แต่ชีวิตคู่ของพ่อแม่กลับดูเลวร้ายลง
อันที่จริงมันเลวร้ายมานานแล้ว แต่ผมเป็นเด็กที่ยังไม่เข้าใจการกระทำของพวกเขาแค่นั้นเอง พ่อติดเหล้า ติดเพื่อน ตั้งแต่มาทำงานที่นี่ เมาเหล้าทะเลาะกับแม่ก็บ่อย แม่ชอบพาผมไปค้างกับเพื่อนบ้าน ผมก็สนุกที่ได้เล่นกับเพื่อน ไม่เข้าใจหรอกว่าแม่ทำใมต้องมาค้างที่นี่  แม่ไม่เคยร้องไห้ให้ผมเห็นเลย

มีครั้งหนึ่งพ่อหอบเงินไปใช้หนี้ หมื่นกว่าบาท แต่ไปแวะคาราโอเกะ แล้วทำเงินหาย คืนนั้นผมได้ยินแม่สบทด่าพ่อเป็นครั้งแรก ครอบครัวสุขสันต์ในฝันที่ผมคิดว่าเป็นมาตลอดพังทลายลง ทุกอย่างดูสมเหตุสมผลขึ้น ทำใมแม่ต้องทำงานหนัก ค้าขายเก็บเงิน ซื้อของเข้าบ้าน บังคับให้พ่อผ่อนนั่นผ่อนนี่ ทั้งเครื่องซักผ้า ตู้เย็น ทีวี ส่วนพ่อก็ยังเหมือนเดิม ไม่สิ น่าจะหนักกว่าเดิม ครั้งที่พระพี่นางเธอ มีกำหนดการเสด็จเยี่ยมโรงเรียน มี ตชด. มาทำการเตรียมการ พ่อก็ไปร่วมวงทุกวัน ทั้ง 3 เดือน จนเข้าโรงบาล กลายเป็นแม่ที่ทำงานหนักกว่าเดิม ตอนนั้นผมแค่ ป.ปลาย กับแม่ที่ต้องดูแลโรงเรียน เข้าไปดูแลพ่อต่อที่โรงพยาบาลในอำเภอที่ห่างกัน 12 กิโล ถนนดินแดง

หลังจากพระพี่นางเธอเสด็จเยี่ยมโรงเรียน นำความเจริญเข้ามา มีถนนยางมะตอย เดินทางสะดวกขึ้น  หมายความว่าพ่อเที่ยวได้บ่อยขึ้น มีเพื่อน ตชด. เพิ่มมา พ่อก็หายไปบ่อยขึ้น ครอบครัวผั่งพ่อก็เหมือนจะเข้าข้างกัน ยกเว้นคุณย่า เพราะท่านก็บอกว่า “ปู่เอ็งก็เป็นแบบนี้”  ย่าเลยเข้าใจความรู้สึกแม่ ผมมารู้ทีหลัง ว่าแม่ทำงานหนักกว่าที่ผมคิดไว้มาก ครอบครัวพ่อทำการเกษตรหลายอย่าง ปลูกยาสูบ ข้าวโพด มันสำปะหลัง และข้าว  คงไม่ต้องบอกว่าใครจะเป็นคนทำนะครับ แม้แต่ตอนท้องผม แม่ก็ยังต้องเดินเก็บใบยาสูบ ดำนา เลี้ยงวัว ขุดมัน

แม่เล่าให้ฟังแค่ว่า ถ้าคลอดมาเป็นลูกชาย พ่อจะเลิกบุหรี่  แม่มีสภาวะครรค์เป็นพิษ ผมคลอดก่อนกำหนด หมอบอกให้ทำใจเด็กอาจจะไม่สมประกอบ ก็ผมก็รอดมาได้ถึงทุกวันนี้ (ไม่นับเรื่องที่ว่าผมจำชื่อคนกับหน้าไม่ได้ หัวไหล่ทั้งสองข้างผมมันเคลื่อนหลุดไม่ล๊อคเหมือนคนอื่น) เมื่อถึงจุดนี้ผมก็ยังดีใจ ทิ่อย่างน้อยก็มีย่าที่เข้าใจแม่  ...แล้วท่านก็มาจากไป ญาติบอกว่าท่านตรอมใจเรื่องปู่กับพ่อ หลังจากงานศพท่าน เงินประกันเงินตายทั้งหลายปู่ก็เอาไปใช้ สุดท้ายก็อยู่กินกับเมียใหม่พร้อมส่งเสียลูกติด




                 แม่กลับมาอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง แต่ก็ยังทำงานห้ามรุ่งหามค่ำเหมือนเดิม ทุกอย่างแย่ลงเมื่อพ่อเริ่มเรียน ป.ตรี  ทุกครั้งที่พ่อไปสอบ แม่ตื่นตั้งแต่ตี 3 มารีดเสื้อให้ไปส่งขึ้นรถ แล้วกลับมาทำงาน  แล้วพ่อก็จะกลับบ้านมาพร้อมเบอร์แปลกๆ ในเครื่อง  แมเริ่มไปค้างบ้านเพื่อนบ่อยขึ้น ส่วนพ่อก็เริ่มโอ๋น้องสาวที่กำลังน่ารัก เธอติดพ่อหนักมาก  ส่วนผมก็ทำงานกับแม่เหมือนเดิม ที่เพิ่มมาคือผมรับรู้เรื่องราวต่างๆ และซึมซับมันแล้ว  ผมทำเหมือนทุกอย่างยังปกติ เหมือนไม่รู้เรื่องราว ไม่รับรู้  แต่มันกัดกร่อนในใจผมตลอดเวลา ผมพูดมาก พูดเยอะ พูดไปเรื่อย  แต่แล้วก็ไม่พูดอะไรเลย เงียบซึม อยู่คนเดียว มันทำไรไม่ได้ มันเหมือนคุณกำลังอยู่ในดันเจี้ยนที่เวลสูงกว่าคุณมากๆ  คุณไม่กล้าแม้แต่จะเดิน

แล้วผมก็แสดงออกอย่าอื่นแทน เมื่อขึ้น ม.ต้น ผมเข้าโรงเรียนประจำอำเภอได้ (อยู่ห้อง 2 จาก 6 ห้อง)  พอเทอม 2 ผมก็เริ่มเกเร เริ่มไม่อยากกลับบบ้าน ติดเกม อยากหนีไปไกลๆ ขับรถไปในทางที่ไม่รู้จัก ผลการเรียนตกต่ำไปอยู่ ห้อง 5 มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกแย่มากกว่าเดิม พูดอะไรไม่ได้ เล่าให้ใครฟังก็ไม่มี โดนแกล้งจากเพื่อนร่วมชั้น โดนล้อว่าก๊วยเตี๋ยว (ตอนแนะนำตัวผมบอกว่าแม่ขายก๊วยเดี๋ยว) อิหร่าน (หน้าตาไม่ดี)  ไม่มีใครยื่นมือเขามาช่วย เพื่อแทบไม่มี เป็น loser หลังห้องที่โดดเรียนแทบทุกคาบไปแล้ว กลับมาบ้านก็เจอบรรยากาศอึมครึมชวนอึดอัด

ผมเริ่มขุดหลุมในป่าหลังโรงเรียน ขุดจนลึกมากที่เด็ก ม.1 จะทำได้แล้วลงไปนั่งร้องไห้คนเดียวในหลุม ผมอย่างจะขุดมันลงไปให้ทะลุอีกฝั่งของโลก หนีออกไปจากตรงนี้ ตรงนี้ไม่มีอะไรเหลือแล้ว ขุดไปจนมือแตก มือพอง เล็บหัก  ร้องไห้ ขุดๆๆๆๆ........ มันถึงจุดที่ผมไม่คิดอะไรแล้ว...แล้วพ่อก็เรียนจบ  เกียตินิยมอันดับสอง สอบเป็นนักวิชาการได้ที่ 1 ของปีนั้น พ่อบอกว่าสักหน่อยพ่อจะสอบเป็นครู และนั่นทำให้ความฝันการเป็นครูตั้งแต่เด็กของผมสิ้นสุดไป.




                          ต้องยอมรับว่าพ่อผมเก่ง เรียนเก่ง ทำงานดี ลบคำสปประมาทคนอื่นที่บอกว่า “อย่างเอ็งก็เป็นได้แค่ภารโรง” ไปได้ จากภารโรง ป.ตรี สู่นักวิชาการ สายงานปกครอง  ยกระดับชีวิตจากเงินขายก๊วยเตี๋ยวส้มตำได้ เหมือนแม่จะภูมิใจเล็กๆ ที่พ่อพาครอบครัวมาถึงจุดเปลี่ยนได้ขนาดนี้ ทุกอย่างดีขึ้นมาก มากๆ เลย พ่อทำตัวดีขึ้น ครัวครัวกลับมาดูเหมือนครอบครัวอีกครั้ง แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนการเงียบ กลั้นใจก่อนจะกระโดด ความสงบก่อนพายุ อะไรหลายๆ อย่างดูเหมือนพ่อจะกลายเป็นปู่ เริ่มทำดีกับแม่ กับผม อาจจะคิดมากไปก็ได้ พ่อกลายเป็นพ่อที่ควรจะเป็นมานานแล้ว ทุกอย่างดำเนินไปเรื่อยๆแบบคลื่นใต้น้ำ เพราะเราจะไม่เห็นมัน...........จนมันกระทบฝั่ง


                เมื่ออยู่ครบ 3 ปี พ่อก็ทำเรื่องย้ายกลับบ้าน  เรื่องย้ายเป็นไปด้วยดี แม่ดูจะดีใจเป็นพิเศษ คงอยากกลับไปทำกับข้าวขายเหมือนเดิม พ่อเริ่มแพคของ แม่ลาออกจากงานโรงงาน  เราเตรียมกลับบ้านกัน


                   แล้วทุกอย่างก็พังลงมาเหมือนคลื่นกระทบฝั่ง กวาดเอาความหวังความสุขหายไปทั้งหมด เมื่อพ่อโป๊ะแตก แอบมีความสัมพันธ์ กับลูกน้องในที่ทำงาน คนที่ตกใจที่สุดไม่ใช่ผม หรือ แม่ แต่เป็นน้องสาว เธอไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน ไม่เคยเลย เธอเหมือนเกาะเล็กๆ ที่สวยงาม ถูกคลื่นยักษ์ถาโถมพังทลาย โดยไร้ปราการป้องกันใดๆ  และหลังจากนั้น ไม่ว่าเรื่องใด ผมไม่เคยเห็นน้องสาวยิ้มแบบน่ารักเหมือนเดิมอีกเลย.....ไม่มี
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่