บอกก่อนว่า เราคุยกะคนๆหนึ่งอยู่แต่รับไม่ได้กับพฤติกรรมเขาก็เลยเลิกคุยไป แต่ก็ยังคาใจว่าเป็นผู้ชายหรือเปล่า
เริ่มแรก คือเอามอเตอร์ไซด์มารับเรา ทั้งที่ปกติเอารถเก๋งไปทำงาน แต่กลับเอามอเตอร์ไซด์มารับ
มาแต่ละครั้งก็พูดว่า ถ้าจะใช้รถเก๋งต้องกลับไปเอาที่บ้าน รถติด กลัวรอนาน ทั้งที่บ้านกับที่ทำงานห่างกันแค่ 2 กิโล
แต่โกหกเราว่าเอามอเตอร์ไซด์มาทำงาน ทั้งที่เอารถยนต์มาปกติ พอถึงวันที่มารับเราก็ไปเปลี่ยนเอามอเตอร์ไซด์มา
เราไม่โอเคที่เขาโกหก เพราะบางทีไปเปลี่ยนเสื้อผ้ามาแล้ว แต่เรื่องนี้ยังให้อภัยได้
จนมาถึงเรื่องเมื่อไม่นานมานี้ ไปกินข้าวที่ร้านกาแฟ ทุกอย่างก็ดูไม่มีอะไร ไม่รู้ว่าเขาทำประจำหรือว่าอะไรที่จะเอาขนมข้างนอกไปกินในร้านกาแฟ
ซึ่งเรามองว่ามันน่าเกลียด แต่เขาก็บอกว่า เวลามากินกับแม่ก็ทำแบบนี้ประจำ เราก็อึ้งแต่เราบอกไม่ต้องเอาเข้าไป
เขาเลยเก็บ ก็กินข้าวปกติ อาทิตย์ต่อมา ไปร้านกาแฟแบบเดิม
แต่คราวนี้ เขามารับเราบ่ายโมง ไปถึงไม่ยอมสั่งอะไรนอกจากน้ำ แต่เราหิ้วท้องรอตั้งแต่เช้าแล้ว พอไลน์ไปถามก็ไม่ตอบอะไร
ไม่บอกเลยว่าจะมาถึงกี่โมง เป็นผู้ชายที่จะไปจะมาก็ไม่บอก อยู่ๆก็โผล่มา นัดอะไรก็ไม่นัดเวลา
พอถามไปก็ไม่บอก แล้ววันนั้นเราไม่ได้กินข้าวก็เลยสั่ง เราถามแล้วว่าเอาตังค์เราจ่ายมั้ย เขาบอกไม่เอา
จะจ่ายให้ เราก็สั่งข้าวกะเพรามาจานหนึ่ง กับ สลัด ก็กินปกติ สลัดเขาก็กินด้วย
บอกก่อนว่าเวลาไปไหน เราไม่เคยให้ออกค่าของให้ ซื้อเสื้อผ้า เราซื้อเอง ปกติเราเป็นคนไม่เที่ยว
แต่เขาเป็นฝ่ายชวนเราเองตลอด อย่างไปกินร้านกาแฟ ก็เป็นคนพาเราไป เสนอไปรับไปส่ง
เสนอซื้อของกินให้ ซื้อมาให้ที่บ้านเรา ตัวเขาก็ซื้อมาเอง แต่เวลาไปที่ไหนก็ทำหน้าบึ้ง
เหมือนเบื่อโลกตลอด เราเลยคิดว่าเขาอึดอัดหรือโดนผู้ใหญ่บังคับมาหรือเปล่า เพราะจุดเริ่มต้น ผู้ใหญ่แนะนำมา
จนเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากกินข้าววันนั้น เขาก็เริ่มหายไป คือวันที่ไปกินข้าววันล่าสุด
ไปซื้อของกัน เราบอกว่าจะทำกับข้าวให้ชิม เพราะเขาเคยมาเอา แต่เขาก็ไม่มา คือจะมาหรือไม่มาก็ไม่บอก
มารู้อีกทีคือไปกินข้าวกับแม่ จนหลายวันเข้าไม่มา เราอุตส่าห์แช่ตู้เย็นให้ จะไม่มาเอาก็ไม่บอก
เราก็ทิ้งกับข้าว จากปกติที่มาบ้านเราบ่อย ก็กลายเป็นไม่มาเลย จนในที่สุดเราก็ไลน์ถามไป
ว่าทำไมไม่มา ไม่มาก็บอก แต่คำตอบที่กลับมา คือพูดเกี่ยวกับเรื่องงานเรา
เราทำงานฟรีแลนซ์กราฟฟิกอยู่กับบ้าน แต่ที่ทำเพราะเราโอเคกว่าทำงานบริษัท
เราทำจริงจังก็เลยมีเงินเข้าออกแบบเงินเดือน จนเรามีเงินพอที่จะผ่อนรถคันหนึ่ง
ส่วนผู้ชายคนนี้ทำงานราชการและรู้ว่าเราทำงานนี้ ตั้งแต่ก่อนคุย ที่ผ่านมาก็พูดดูถูกงานเรามาหลายรอบแต่เราก็ไม่ใส่ใจ
เราถามไปว่าเป็นอะไร ถ้าไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุยก็ได้ เราก็จะขอเลิกคุยละเหมือนกัน แต่ที่เขาตอบมามันคนละเรื่องกัน
จนกระทั่งครั้งนี้ที่ไม่รู้เขาเก็บกดอะไรมา คำตอบของเขาคือการดูถูกงานที่เราทำ บอกให้เราไปทำอย่างอื่น
จะได้มีความรับผิดชอบ เป็นผู้ใหญ่ เพราะสิ่งที่สำคัญสุดในชีวิตคนเราคือเวลาและหน้าที่
เราสตั้นไป เราก็อธิบายไปว่า งานที่เราทำอยู่มันไม่ดียังไง ถ้าเราเปิดบริษัทได้เราก็ไม่จำเป็นต้องไปเป็นลูกน้องใคร
อีกอย่างเราก็ตั้งใจทำงานประจำอยู่แล้ว หลังจากจัดการเรื่องซื้อรถเสร็จ ปกติไปไหนมาไหนไม่ค่อยสะดวกเลยไม่ทำงานประจำ
ตอนนี้เราก็สร้างอาชีพส่วนตัวไว้มั่นคงและมีคนที่ช่วยทำงานให้ เราเป็นคนจัดการ ลงทุน
แต่เขากลับพูดเหมือนว่างานเรามันต่ำต้อย พูดเหมือนว่าเราไม่เคยลำบาก บอกให้เราไปทำงานประจำ ก็คิดว่าจบละ เลยเลิกคุย
เราก็ไม่อยากพูดอะไรไปแล้ว แต่เช้ามาเขากลับส่งไลน์เข้ามาต่อว่าเราอีก 'ว่าเรื่องที่ไปกินข้าว สั่งมากินไม่หมด ไม่นึกถึงใจคนจ่าย ถึงอยากให้ไปทำงานจะได้มีความคิด จะได้รู้จักคุณค่าของเงิน'
ทั้งที่เราสั่งมาแค่สองอย่าง เขาก็กินด้วย เราก็อึ้ง เพราะเป็นคนอื่นอาจจะสั่งมาเยอะกว่าเราด้วยซ้ำ เขาเองเป็นฝ่ายชวนเราไปและกินด้วยกัน
ที่เหลือมันเหลือแค่น้ำในแก้ว พูดแบบนี้ เราก็ขึ้นค่ะ แต่ปรากฏว่าไลน์ไปอีก ไม่เปิดอ่าน น่าจะบล็อก แต่กลับไลน์ไปหาแม่เรา
ไปพูดดีว่าอยากให้เราทำงานจะได้โตเป็นผู้ใหญ่ พูดเหมือนหวังดีแต่มันคือการว่าแม่เราทางอ้อม
ตอนแรกแม่ก็ไม่รู้เรื่อง มารู้จากเราที่บ้าน แล้วแม่บอกว่าวันที่ทะเลาะกันยังส่งมาบอกแม่อยู่เลยว่า วันเสาร์จะมาเที่ยวหาเราแต่พี่ที่ทำงานมีงานที่บ้าน
เราได้ยินมาหลายครั้งแล้วค่ะ คำว่าพี่ที่ทำงานมีงานที่บ้าน เหมือนเป็นข้ออ้างมากกว่า แต่เราขอย้ำว่าทุกครั้ง
เขาเป็นคนอาสาไปรับ จนเราไม่อยากออกไปไหนเพราะเขามาทีไรก็แกล้งเอามอเตอร์ไซด์มา
เราไม่ค่อยออกบ้านก็มาชวนไปเที่ยว แต่ก็ชอบเอามอเตอร์ไซด์มาจนเราเป็นหวัดเป็นไข้เพราะตากลมกลางคืน
คือโปรไฟล์ไม่ตรงปกด้วย ตอนแรกผู้ใหญ่ฝ่ายเขาแนะนำมาบอกว่า เป็นหัวหน้าข้าราชการใหญ่โต
ไปๆมาๆเป็นเจ้าหน้าที่ลูกจ้าง เราไม่ได้ดูถูกว่าจะทำงานอะไรนะคะ แต่ตอนแรกทำไมโกหกว่าเป็นหัวหน้า
ปกติแม่เราไม่ค่อยให้คุยกับผู้ชายค่ะเพราะว่าไม่รู้ที่มาที่ไป เห็นว่าเป็นหลานเพื่อนแม่ก็เลยให้คุย
อีกอย่างที่บ้านบอกว่า อายุขึ้นเลขสี่แล้วยังไม่มีแฟน แล้วแม่ก็โอเค
อีกอย่างป้าเขาบอกไม่กินเหล้าค่ะ แต่เราถามตัวเขาเอง เขาบอกว่ากิน หลายอย่างเลยเหมือนเรื่องโกหก
ความจริงคือปากจัดมาก ตอนคุยกันมีแอบด่าเราหลายครั้ง ตอนแรกเราก็ไม่รู้ พอไปเล่าให้เพื่อนฟังเพื่อนบอกว่าแอบด่าเนียนๆนะ
เหมือนไม่ใช่ผู้ชาย เวลาไปไหน เบรกรถก็ร้องว๊ายหลายครั้ง ชอบนั่งไขว่ห้าง แต่เวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็นั่งแบบแมนๆ
ทำเสียงเข้ม พออยู่กับเรามือไม้ออก พูดเสียงแหลมๆ เรามีความรู้สึกนิดนึงว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายแต่ก็ไม่แน่ใจ
ปกติเขาชอบไลน์มาบอกว่าไปวิ่ง พอเราถามว่าไปวิ่งด้วยกันมั้ย ออกกำลังกายเหมือนกัน
มาถึงเอารถมอเตอร์ไซด์มากวนตามสเต๊ปเลยไม่ได้ไปวิ่งเพราะเขามานั่งขี้เกียจในบ้าน (ท่าขี้เกียจอ่ะค่ะ)
พอพี่ชายเรามา กลับมองด้วยสายตา... พร้อมกับเอ่ยปากบอกเราว่า วันหลังชวนพี่ชายเราไปวิ่งดีกว่า ด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม
เราเลยไม่มั่นใจว่าเขาเป็นผู้ชายแท้หรือเปล่า เพราะพี่สาวเราก็เบรกเหมือนกันว่าทำไมอายุขนาดนี้ยังไม่มีแฟนหรือแต่งงาน
เราบอกเลยว่าเราไม่เคยเหยียดเพศ เพราะเรามีเพื่อนทุกเพศ แต่อยากรู้ว่าที่บ้านเขารู้หรือเปล่า ว่าลูกเป็นยังไง มาร้ายกับผู้หญิงยังไง
ถึงเอาไปแนะนำให้คนอื่นว่าดี แล้วเรื่องที่ว่าเรา ถ้าผู้ชายจะว่าผู้หญิงเขาปากจัดขนาดนี้เลยเหรอ
จริงๆ ถ้าไม่อยากคุยไม่ต้องชวนเราไปเที่ยวก็จบ ไม่มีการเทคแคร์ห่วงใยผู้หญิง แต่บ้านเขาก็ยืนยันมาว่าลูกเขาผู้ชาย 100%
คือที่เราเห็นต่อหน้าผู้ใหญ่เหมือนแอ๊บไว้ แล้วผู้ชายจริงจะดูถูกงานคนอื่นได้เจ็บแสบขนาดนี้เหรอ
ว่าเราไม่มีความคิดบ้าง แล้วชวนเราไปเที่ยวแท้ๆ ทำไมมาว่าเหมือนตบหน้าทีหลัง แม่เราก็เสียความรู้สึกเพราะเขาเป็นคนชวนเอง
แม่ก็ตกใจ แต่ตอนนี้ ตัวเขาหายไปเลย ไม่มีการขอโทษทั้งเราและแม่
เราอยากโทรไปด่ามากรวมทั้งถามป้าเขาว่าที่บอกหลานเป็นคนดีคืออะไร แต่ก็เก็บไว้อยู่ เพราะเห็นผู้ใหญ่เขารู้จักกัน
เพื่อนๆ มีความเห็นยังไงบ้างคะ
แบบนี้ใช่ผู้ชายมั้ยคะ???
เริ่มแรก คือเอามอเตอร์ไซด์มารับเรา ทั้งที่ปกติเอารถเก๋งไปทำงาน แต่กลับเอามอเตอร์ไซด์มารับ
มาแต่ละครั้งก็พูดว่า ถ้าจะใช้รถเก๋งต้องกลับไปเอาที่บ้าน รถติด กลัวรอนาน ทั้งที่บ้านกับที่ทำงานห่างกันแค่ 2 กิโล
แต่โกหกเราว่าเอามอเตอร์ไซด์มาทำงาน ทั้งที่เอารถยนต์มาปกติ พอถึงวันที่มารับเราก็ไปเปลี่ยนเอามอเตอร์ไซด์มา
เราไม่โอเคที่เขาโกหก เพราะบางทีไปเปลี่ยนเสื้อผ้ามาแล้ว แต่เรื่องนี้ยังให้อภัยได้
จนมาถึงเรื่องเมื่อไม่นานมานี้ ไปกินข้าวที่ร้านกาแฟ ทุกอย่างก็ดูไม่มีอะไร ไม่รู้ว่าเขาทำประจำหรือว่าอะไรที่จะเอาขนมข้างนอกไปกินในร้านกาแฟ
ซึ่งเรามองว่ามันน่าเกลียด แต่เขาก็บอกว่า เวลามากินกับแม่ก็ทำแบบนี้ประจำ เราก็อึ้งแต่เราบอกไม่ต้องเอาเข้าไป
เขาเลยเก็บ ก็กินข้าวปกติ อาทิตย์ต่อมา ไปร้านกาแฟแบบเดิม
แต่คราวนี้ เขามารับเราบ่ายโมง ไปถึงไม่ยอมสั่งอะไรนอกจากน้ำ แต่เราหิ้วท้องรอตั้งแต่เช้าแล้ว พอไลน์ไปถามก็ไม่ตอบอะไร
ไม่บอกเลยว่าจะมาถึงกี่โมง เป็นผู้ชายที่จะไปจะมาก็ไม่บอก อยู่ๆก็โผล่มา นัดอะไรก็ไม่นัดเวลา
พอถามไปก็ไม่บอก แล้ววันนั้นเราไม่ได้กินข้าวก็เลยสั่ง เราถามแล้วว่าเอาตังค์เราจ่ายมั้ย เขาบอกไม่เอา
จะจ่ายให้ เราก็สั่งข้าวกะเพรามาจานหนึ่ง กับ สลัด ก็กินปกติ สลัดเขาก็กินด้วย
บอกก่อนว่าเวลาไปไหน เราไม่เคยให้ออกค่าของให้ ซื้อเสื้อผ้า เราซื้อเอง ปกติเราเป็นคนไม่เที่ยว
แต่เขาเป็นฝ่ายชวนเราเองตลอด อย่างไปกินร้านกาแฟ ก็เป็นคนพาเราไป เสนอไปรับไปส่ง
เสนอซื้อของกินให้ ซื้อมาให้ที่บ้านเรา ตัวเขาก็ซื้อมาเอง แต่เวลาไปที่ไหนก็ทำหน้าบึ้ง
เหมือนเบื่อโลกตลอด เราเลยคิดว่าเขาอึดอัดหรือโดนผู้ใหญ่บังคับมาหรือเปล่า เพราะจุดเริ่มต้น ผู้ใหญ่แนะนำมา
จนเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากกินข้าววันนั้น เขาก็เริ่มหายไป คือวันที่ไปกินข้าววันล่าสุด
ไปซื้อของกัน เราบอกว่าจะทำกับข้าวให้ชิม เพราะเขาเคยมาเอา แต่เขาก็ไม่มา คือจะมาหรือไม่มาก็ไม่บอก
มารู้อีกทีคือไปกินข้าวกับแม่ จนหลายวันเข้าไม่มา เราอุตส่าห์แช่ตู้เย็นให้ จะไม่มาเอาก็ไม่บอก
เราก็ทิ้งกับข้าว จากปกติที่มาบ้านเราบ่อย ก็กลายเป็นไม่มาเลย จนในที่สุดเราก็ไลน์ถามไป
ว่าทำไมไม่มา ไม่มาก็บอก แต่คำตอบที่กลับมา คือพูดเกี่ยวกับเรื่องงานเรา
เราทำงานฟรีแลนซ์กราฟฟิกอยู่กับบ้าน แต่ที่ทำเพราะเราโอเคกว่าทำงานบริษัท
เราทำจริงจังก็เลยมีเงินเข้าออกแบบเงินเดือน จนเรามีเงินพอที่จะผ่อนรถคันหนึ่ง
ส่วนผู้ชายคนนี้ทำงานราชการและรู้ว่าเราทำงานนี้ ตั้งแต่ก่อนคุย ที่ผ่านมาก็พูดดูถูกงานเรามาหลายรอบแต่เราก็ไม่ใส่ใจ
เราถามไปว่าเป็นอะไร ถ้าไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุยก็ได้ เราก็จะขอเลิกคุยละเหมือนกัน แต่ที่เขาตอบมามันคนละเรื่องกัน
จนกระทั่งครั้งนี้ที่ไม่รู้เขาเก็บกดอะไรมา คำตอบของเขาคือการดูถูกงานที่เราทำ บอกให้เราไปทำอย่างอื่น
จะได้มีความรับผิดชอบ เป็นผู้ใหญ่ เพราะสิ่งที่สำคัญสุดในชีวิตคนเราคือเวลาและหน้าที่
เราสตั้นไป เราก็อธิบายไปว่า งานที่เราทำอยู่มันไม่ดียังไง ถ้าเราเปิดบริษัทได้เราก็ไม่จำเป็นต้องไปเป็นลูกน้องใคร
อีกอย่างเราก็ตั้งใจทำงานประจำอยู่แล้ว หลังจากจัดการเรื่องซื้อรถเสร็จ ปกติไปไหนมาไหนไม่ค่อยสะดวกเลยไม่ทำงานประจำ
ตอนนี้เราก็สร้างอาชีพส่วนตัวไว้มั่นคงและมีคนที่ช่วยทำงานให้ เราเป็นคนจัดการ ลงทุน
แต่เขากลับพูดเหมือนว่างานเรามันต่ำต้อย พูดเหมือนว่าเราไม่เคยลำบาก บอกให้เราไปทำงานประจำ ก็คิดว่าจบละ เลยเลิกคุย
เราก็ไม่อยากพูดอะไรไปแล้ว แต่เช้ามาเขากลับส่งไลน์เข้ามาต่อว่าเราอีก 'ว่าเรื่องที่ไปกินข้าว สั่งมากินไม่หมด ไม่นึกถึงใจคนจ่าย ถึงอยากให้ไปทำงานจะได้มีความคิด จะได้รู้จักคุณค่าของเงิน'
ทั้งที่เราสั่งมาแค่สองอย่าง เขาก็กินด้วย เราก็อึ้ง เพราะเป็นคนอื่นอาจจะสั่งมาเยอะกว่าเราด้วยซ้ำ เขาเองเป็นฝ่ายชวนเราไปและกินด้วยกัน
ที่เหลือมันเหลือแค่น้ำในแก้ว พูดแบบนี้ เราก็ขึ้นค่ะ แต่ปรากฏว่าไลน์ไปอีก ไม่เปิดอ่าน น่าจะบล็อก แต่กลับไลน์ไปหาแม่เรา
ไปพูดดีว่าอยากให้เราทำงานจะได้โตเป็นผู้ใหญ่ พูดเหมือนหวังดีแต่มันคือการว่าแม่เราทางอ้อม
ตอนแรกแม่ก็ไม่รู้เรื่อง มารู้จากเราที่บ้าน แล้วแม่บอกว่าวันที่ทะเลาะกันยังส่งมาบอกแม่อยู่เลยว่า วันเสาร์จะมาเที่ยวหาเราแต่พี่ที่ทำงานมีงานที่บ้าน
เราได้ยินมาหลายครั้งแล้วค่ะ คำว่าพี่ที่ทำงานมีงานที่บ้าน เหมือนเป็นข้ออ้างมากกว่า แต่เราขอย้ำว่าทุกครั้ง
เขาเป็นคนอาสาไปรับ จนเราไม่อยากออกไปไหนเพราะเขามาทีไรก็แกล้งเอามอเตอร์ไซด์มา
เราไม่ค่อยออกบ้านก็มาชวนไปเที่ยว แต่ก็ชอบเอามอเตอร์ไซด์มาจนเราเป็นหวัดเป็นไข้เพราะตากลมกลางคืน
คือโปรไฟล์ไม่ตรงปกด้วย ตอนแรกผู้ใหญ่ฝ่ายเขาแนะนำมาบอกว่า เป็นหัวหน้าข้าราชการใหญ่โต
ไปๆมาๆเป็นเจ้าหน้าที่ลูกจ้าง เราไม่ได้ดูถูกว่าจะทำงานอะไรนะคะ แต่ตอนแรกทำไมโกหกว่าเป็นหัวหน้า
ปกติแม่เราไม่ค่อยให้คุยกับผู้ชายค่ะเพราะว่าไม่รู้ที่มาที่ไป เห็นว่าเป็นหลานเพื่อนแม่ก็เลยให้คุย
อีกอย่างที่บ้านบอกว่า อายุขึ้นเลขสี่แล้วยังไม่มีแฟน แล้วแม่ก็โอเค
อีกอย่างป้าเขาบอกไม่กินเหล้าค่ะ แต่เราถามตัวเขาเอง เขาบอกว่ากิน หลายอย่างเลยเหมือนเรื่องโกหก
ความจริงคือปากจัดมาก ตอนคุยกันมีแอบด่าเราหลายครั้ง ตอนแรกเราก็ไม่รู้ พอไปเล่าให้เพื่อนฟังเพื่อนบอกว่าแอบด่าเนียนๆนะ
เหมือนไม่ใช่ผู้ชาย เวลาไปไหน เบรกรถก็ร้องว๊ายหลายครั้ง ชอบนั่งไขว่ห้าง แต่เวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ก็นั่งแบบแมนๆ
ทำเสียงเข้ม พออยู่กับเรามือไม้ออก พูดเสียงแหลมๆ เรามีความรู้สึกนิดนึงว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายแต่ก็ไม่แน่ใจ
ปกติเขาชอบไลน์มาบอกว่าไปวิ่ง พอเราถามว่าไปวิ่งด้วยกันมั้ย ออกกำลังกายเหมือนกัน
มาถึงเอารถมอเตอร์ไซด์มากวนตามสเต๊ปเลยไม่ได้ไปวิ่งเพราะเขามานั่งขี้เกียจในบ้าน (ท่าขี้เกียจอ่ะค่ะ)
พอพี่ชายเรามา กลับมองด้วยสายตา... พร้อมกับเอ่ยปากบอกเราว่า วันหลังชวนพี่ชายเราไปวิ่งดีกว่า ด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม
เราเลยไม่มั่นใจว่าเขาเป็นผู้ชายแท้หรือเปล่า เพราะพี่สาวเราก็เบรกเหมือนกันว่าทำไมอายุขนาดนี้ยังไม่มีแฟนหรือแต่งงาน
เราบอกเลยว่าเราไม่เคยเหยียดเพศ เพราะเรามีเพื่อนทุกเพศ แต่อยากรู้ว่าที่บ้านเขารู้หรือเปล่า ว่าลูกเป็นยังไง มาร้ายกับผู้หญิงยังไง
ถึงเอาไปแนะนำให้คนอื่นว่าดี แล้วเรื่องที่ว่าเรา ถ้าผู้ชายจะว่าผู้หญิงเขาปากจัดขนาดนี้เลยเหรอ
จริงๆ ถ้าไม่อยากคุยไม่ต้องชวนเราไปเที่ยวก็จบ ไม่มีการเทคแคร์ห่วงใยผู้หญิง แต่บ้านเขาก็ยืนยันมาว่าลูกเขาผู้ชาย 100%
คือที่เราเห็นต่อหน้าผู้ใหญ่เหมือนแอ๊บไว้ แล้วผู้ชายจริงจะดูถูกงานคนอื่นได้เจ็บแสบขนาดนี้เหรอ
ว่าเราไม่มีความคิดบ้าง แล้วชวนเราไปเที่ยวแท้ๆ ทำไมมาว่าเหมือนตบหน้าทีหลัง แม่เราก็เสียความรู้สึกเพราะเขาเป็นคนชวนเอง
แม่ก็ตกใจ แต่ตอนนี้ ตัวเขาหายไปเลย ไม่มีการขอโทษทั้งเราและแม่
เราอยากโทรไปด่ามากรวมทั้งถามป้าเขาว่าที่บอกหลานเป็นคนดีคืออะไร แต่ก็เก็บไว้อยู่ เพราะเห็นผู้ใหญ่เขารู้จักกัน
เพื่อนๆ มีความเห็นยังไงบ้างคะ