จอมเวทอมตะ ตอนที่ 16

กระทู้สนทนา
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว สิ่งมีชีวิตจากบรรพกาลเล็ดลอดผ่านกาลเวลาจนพบที่พำนักอันเหมาะสม มันแยกตัวเป็นเจ็ดร่าง แต่ละร่างมีพลังที่ทัดเทียมกัน เมื่อใดที่ร่างหนึ่งตาย พลังที่มีอยู่จะกลับไปกระจายสู่ร่างที่เหลือทั้งหมด และเมื่อเหลือเพียงหนึ่งจึงจะแยกตัวได้อีกครั้ง

    และหนึ่งในชิ้นส่วนทั้งเจ็ดได้ร่วงลงสู่ผืนดินและฝังตัวเข้าสู่สายแร่ทองคำใต้ปราสาทแห่งหนึ่ง มันทำให้เมืองแห่งนั้นรุ่งเรืองจากเหมืองแร่ ผู้คนมากมายมารวมตัวกันเพื่อทองคำจนก่อตั้งเป็นสหพันธรัฐขึ้น มันมีเกล็ดสีทองเรืองรองเหมือนทองคำ และได้รับชื่อว่า อวาร์ริเทีย!

    สุดท้ายมันก็พบสิ่งที่น่ากลัวจับใจที่กำลังตามล่าพวกมันอยู่ แม้จะทำข้อตกลงได้หากยังมีสิ่งสุดท้ายที่มันต้องการอยู่อีก สิ่งนั้นคือชีวิตของซูเปอร์เบีย อวาร์ริเทียรู้ว่าซูเปอร์เบียคิดทำลายล้างดาวทั้งดวงและฆ่าพวกมันอีกหกตัวเพื่อให้หมดเสี้ยนหนาม เพราะอย่างนั้นมันกับพรรคพวกจึงร่วมมือกับสิ่งที่น่ากลัวจับใจนั้นเพื่อทำลายซูเปอร์เบีย

    มันใช้เวทมนตร์มองการต่อสู้สุดท้ายระหว่างสาวกของสิ่งที่น่ากลัวจับใจกับซูเปอร์เบียอยู่ อวาร์ริเทียถอนหายใจอย่างสิ้นหวังเมื่อผู้ติดตามถูกคำสาปของซูเปอร์เบียจนเกือบกลายเป็นหิน แต่ในวินาทีนั้นทุกสิ่งก็เปลี่ยนไป ชายหนุ่มผู้เป็นอมตะปลดตัวเองจนเป็นอิสระได้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต!

    “เซ็ทส์ ยังอยู่ไหม” ภายในภาพฉาย สิ่งที่น่ากลัวจับใจเอ่ยปากขึ้นอย่างลังเลว่าคนติดตามยังเป็นคนเดิมหรือไม่

    ผู้ติดตามที่เป็นอมตะทำตาขวางใส่ซูเปอร์เบียแล้วก้าวมาหาเจ้านายแล้วเงื้อหมัดต่อยสิ่งน่ากลัวจับใจทันที!

    “ค่อยๆพูดกันก็ได้” สิ่งน่ากลัวจับใจลูบใบหน้าข้างที่โดนต่อย

    “ตอนนี้ข้าต้องการมันคืนแล้วอิกริด!” สาวกของสิ่งที่น่ากลัวจับใจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม “เจ้าก็เห็นว่าแค่พิณเทพอันนี้ฆ่ามันไม่ได้หรอก” เขาทำหน้าขึงขังยกนิ้วโป้งไปที่ซูเปอร์เบีย

    “มันอาจด้อยพลังไปบ้าง ตอนนี้เราไม่มีสิ่งทรงพลังธาตุเพื่อเพิ่มอำนาจให้เวทมนตร์” สิ่งที่น่ากลัวจับใจรอมชอม อีกฝ่ายเห็นว่าเจ้านายตนบิดพลิ้วคำสัญญาจึงกระชากคอเสื้อแล้วคำรามใส่

    “เจ้านายกับลูกน้องคู่นี้มันอะไร” อวาร์ริเทียขมวดคิ้วอย่างงุนงง เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งที่น่ากลัวจับใจกับผู้ติดตามมากนัก “ยอมให้ข้ายื่นมือช่วยเสียก็สิ้นเรื่อง”

    “ยอมก็ได้ ยอมแล้ว!” สิ่งที่น่ากลัวจับใจร้องอย่างร้อนรน “อยากได้ความทรงจำกลับด้วยไหมล่ะ! ใครกันแน่ที่ผิดสัญญา ให้แล้วเอาคืนให้ตายมะรืนนี้เลย!”

    “ไม่ต้องหรอก แม้มันจะหอมหวานแต่ก็เป็นแค่อดีต ความทรงจำของร่างใหม่นี้ทำให้ข้าสุขใจพอแล้ว” ผู้ติดตามยอมปล่อยเจ้านายเป็นอิสระ

    เหมือนซูเปอร์เบียจะรู้ว่าทั้งสองคนนั้นจะทำอะไร มันคำรามด้วยหัวหัวหนึ่งแล้วพ่นเปลวไฟสีดำแรงกล้าออกมาหมายเผาพวกเขาทั้งเป็น ทว่าเหมือนกับมีปราการที่ใสดุจอากาศธาตุคอยคุ้มครองอยู่

    “เดี๋ยวเจอกันซูเปอร์เบีย” ผู้ติดตามที่เป็นอมตะชี้ไปที่หัวหนึ่งของศัตรูอย่างหยิ่งยโส “เอาคืนมาเท่าที่จำเป็นก็พออิกริด แค่พอให้ร่างเกิดใหม่ของข้าต่อกรกับมันได้ ส่งวิธีควบคุมให้ร่างนี้ด้วย ข้าขี้เกียจนั่งบังคับตุ๊กตาแล้ว”

    “ตกลงข้าจะทำให้ท่านใช้เวทมนตร์ได้อีกครั้ง และคืนพลังให้มากพอจะสู้กับมังกรนั่นได้”

    สิ่งที่น่ากลัวจับใจยกมือข้างหนึ่งวางบนหน้าอกของผู้ติดตาม พลังบางอย่างสีส้มเข้มค่อยๆไหลเข้าไปในร่างที่เป็นอมตะ ซูเปอร์เบียกรีดร้องที่ไม่สามารทำลายปราการที่ป้องกันคนทั้งคู่ได้ อวาร์ริเทียเห็นโอกาสช่วยเหลือจึงยิ้มออกมาได้ แล้วเขาก็ติดต่อกับพรรคพวกเพื่อช่วยให้การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเป็นไปได้สวยมากกว่านี้...


    “เกิดอะไรขึ้นกับข้า” เซ็ทส์รู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าบางสิ่งเปลี่ยนไป เขายังเคลื่อนไหวร่างกายได้ และมีคลื่นพลังบางสิ่งที่ไหวเวียนทั่วร่างกาย มันมีกลิ่นฉุนจัดของดอกไม้ป่า

    “ข้าทำให้เจ้าใช้เวทมนตร์ได้อย่างไรละเซ็ทส์” ท่านผู้นั้นยกมือลูบใบหน้าข้างหนึ่งที่แดงช้ำเหมือนโดนต่อยมา “ส่งให้เจ้าชั่วคราวแถมความทรงจำเรื่องการใช้งานเสร็จสรรพ”

    “ท่านบอกข้าได้ไหมว่าเพราะอะไร” เซ็ทส์ปล่อยให้พลังมหาศาลไหวเวียนทั่วร่าง สมองแล่นไหลเหมือน้ำเชี่ยวกรากดูดซับวิธีใช้เวทมนตร์จากท่านผู้นั้นอย่างบ้าคลั่ง

    “เห็นอยู่ว่ามันเปล่าประโยชน์หากเจ้าจะรู้เรื่องเหล่านี้ข้าจึงไม่เคยบอกอะไรเลย” ท่านผู้นั้นขยี้จมูกอย่างอารมณ์เสีย “ก็แค่คำสัญญาของตาแก่คนหนึ่ง เท่านั้นเอง”

    “ใช้เวทมนตร์ได้แล้วหรือ อย่างนั้นข้าจะทำให้เจ้าสิ้นหวังเป็นครั้งที่สอง!” ซูเปอร์เบียคำรามแล้วเริ่มร่ายเวทอีกครั้ง

    บนพื้นหินเรียบโล่งเกิดลายเส้นมนตราขึ้นมา มีร่างหนึ่งค่อยๆปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าราวกับซูเปอร์เบียหยิบเอาบางสิ่งหรือบางคนมาโดยใช้เวทมนตร์ แล้วเงาร่างนั้นก็ชัดเจนขึ้นจนมองเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นคือรวิกานต์ที่เหลียวมองซ้ายขวาอย่างงุนงง!

     “ข้ารู้ว่าเจ้ารักหญิงผู้นี้” หัวหนึ่งของซูเปอร์เบียพูดขึ้น “จงดูเสียว่าต่อต้านข้าแล้วจะเป็นอย่างไร!”

    ไม่พูดเปล่า ซูเปอร์เบียแสดงฤทธิ์เดชด้วยการใช้ขาหน้าข้างหนึ่งตะปบร่างบอบบางจนสิ้นชีพในครั้งเดียว!

    “รวิกานต์!” เซ็ทส์ร้องด้วยความตกใจมากกว่าตื่นกลัว

    “ทำไมคำสาปของเจ้าไม่ทำงาน...คงเอาจริงได้แล้วสินะ แล้วเจ้าจะได้รู้ ว่าพลังของเราต่างกันแค่ไหน” ซูเปอร์เบียหัวเราะอย่างชั่วร้าย ท่านผู้นั้นรับปากว่าจะรักษาศพของหญิงสาวไว้ให้ขณะต่อสู้และเป็นคนรับผลของคำสาปแทนเซ็ทส์เอง

    แล้วปะทะกันของเวทมนตร์โบราณก็เกิดขึ้น เซ็ทส์เปลี่ยนพิณเทพให้เป็นดาบด้ามดำแห่งผืนดิน ไม่ว่าอย่างไรเข้าจะต้องแก้แค้นให้รวิกานต์ให้ได้ เขาจะทำมันโดยใช้เวทมนตร์โบราณในหัวผ่านพิณเทพพิรุณคู่มือ

    ดาบกับกรงเล็บเหมือนหมีปะทะกันดังเคร้ง! ในวินาทีที่ทั้งคู่หยุดนิ่งเซ็ทส์เอ่ยคำในทันใด พลันเกิดเข็มดินแหลมคมงอกจากใบดาบทิ่มแทงขาหน้าข้างนั้นของซูเปอร์เบียจนเลือดแดงข้นไหลอาบ ชายผู้เป็นอมตะหลบฉากเตรียมสู้ต่อ เขาเปลี่ยนดาบปฐพีกลับเป็นพิณเช่นเดิมแล้วเริ่มบรรเลงเพลงแห่งเปลวไฟ

    วิหคแห่งเปลวเพลิงก่อตัวด้วยเปลวไฟสีแดงดุจเลือด นกยักษ์ที่มีขนเป็นเปลวไฟร้องเสียงแหลมแล้วพุ่งเข้าต่อสู้กับมังกรเจ็ดหัวอีกครั้ง ด้วยสาเหตุใดไม่รู้ได้แต่คราวนี้เซ็ทส์ควบคุมและใช้งานนกธาตุได้ดีกว่าเดิมแม้จะเคยใช้มาเป็นพันปีก็ตาม ครั้งนี้เหมือนมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายของเขาจริงๆ

    นกแห่งไฟกลายเป็นหมอกควันเมื่อปะทะเข้ากับหัวหนึ่งซูเปอร์เบียก่อนจะรวมตัวกันเป็นนกตัวใหม่ฉีกทึ้งหัวนั้นจากทางด้านหลัง! แม้จะยากลำบากเพราะไม่เคยควบคุมแบบนี้มาก่อนแต่เซ็ทส์ก็พยายามได้ดี

    โอกาสโจมตีเปิดโล่งอีกครั้ง ซูเปอร์เบียแยกหัวตัวเองพุ่งหาเป้าหมายสองทาง เซ็ทส์และนกธาตุ สี่หัวพ่นน้ำแข็งออกมาใส่นกไฟจนมันสลายตัวในขณะเดียวกันก็พ่นไฟสีดำออกมาครอบคลุมวิหารโบราณจนหมดในพริบตาเดียว

    เซ็ทส์ไม่กลัวไฟพวกนี้เพราะเป็นอมตะ เขากลัวเสียเวลาในการต่อสู้กับอีกฝ่ายมากกว่า พิณเทพเปลี่ยนเป็นโล่ได้ทันการณ์ป้องกันผู้เป็นอมตะจากไฟมังกร เมื่อเปลวไฟลุกไหม้หมดแล้วเขาก็เอ่ยคำ เพลิงสีดำแบบเดียวกันไหลเทออกจากโล่บ้างทว่าตัวซูเปอร์เบียหายไปจากตรงนั้นแล้ว

    “เป็นอมตะใช่ไหม ต้องลองดูละ” เสียงเยาะเย้ยของซูเปอร์เบียดังมาจากด้านหลัง

    กรงเล็บข้างหนึ่งง้างขึ้นเหนือหัวเซ็ทส์แล้วตะปบลงมาอย่างแรง โชคดีที่เซ็ทส์มีโล่เวทมนตร์ช่วยคุ้มกันอยู่ตลอดเวลา แทนที่ซูเปอร์เบียจะหยุดมันกลับดันโล่ทรงกลมแรงขึ้นอีกหลายเท่าตัวหวังทะลุเกราะที่มองไม่เห็นลงไปหาร่างข้างใต้

    เซ็ทจะหนีแต่ไม่อาจทำได้ ร่างของเขาถูกติดตรึงไว้กับที่ด้วยเวทมนตร์บางอย่างรอให้กรงเล็บดิ่งลงมาขยี้ดับ ซูเปอร์เบียท่องคาถาบางอย่างที่ซับซ้อนและยืดยาว ร่างของผู้เป็นอมตะร้อนขึ้นเรื่อยๆราวกับเวทมนตร์นั้นส่งผลต่อเขาโดยตรง มันทำให้ร่างกายของเซ็ทส์แก่ขึ้นเรื่อยๆ ผมและหนวดเครายาวขึ้น ใบหน้าเหี่ยวย่น มือที่อ่อนล้ายังกำพิณวิเศษเอาไว้อย่างเหนียวแน่น เขากำลังถูกเร่งเวลาให้แก่ตาย!

    “อย่ายโสนักซูเปอร์เบีย อย่างไรเวทมนตร์ของเจ้าก็สู้สี่เสาหลักไม่ได้หรอก” ท่านผู้นั้นร้องบอก

    จริงอย่างที่ท่านผู้นั้นบอก ร่างชราของเซ็ทส์แตกสลายออกแล้วรวมตัวเป็นเด็กทารกอีกครั้ง แล้วก็แก่ลงอย่างไม่รู้จักจบสิ้น เมื่อเห็นว่าใช้เวทมนตร์เร่งเวลากับชายผู้เป็นอมตะไม่ได้จึงถอยออกมาหาวิธีอื่นแทน

    เซ็ทส์ผู้กลับคืนสภาพหนุ่มแน่นเร็วกว่า เขาเปลี่ยนพิณเป็นมีดสั้นแห่งไฟแล้วขว้างไปหาซูเปอร์เบียทันควัน ทว่ามันไม่สามารถทะลุผิวเนื้อของมันได้ กระนั้นผู้เป็นอมตะยังระดมปาไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจว่าจะโดนเป้าหรือไม่ เป้าหมายของเขาคือสร้างเขตอาคมแห่งไฟโดยใช้มีดสั้นเป็นจุดแสดงพิกัดของคาถา

    เหมือนซูเปอร์เบียจะรู้ในทันที มีเคลื่อนตัวหลบหลีกพร้อมกับปัดมีดสั้นออกห่างกันไม่ยอมให้พวกมันอยู่ข้างกันอย่างเป็นระบบระเบียบ หัวของเซ็ทส์คิดอย่างมุ่งมั่นหาวิธีที่รุนแรงที่สุดเพื่อการจบเรื่องนี้

    มือทั้งสองของเซ็ทส์ส่งเวทมนตร์ออกไปเพื่อทำให้ซูเปอร์เบียอยู่กับที่ ขณะเดียวกันปากก็ร่ายบทสวดยาวยืดเกิดเป็นวงไสย์เวทห้าวงล้อมรอบมังกรร้ายอยู่ มันคิดหนีแต่โดนเวทมนตร์ที่มหาศาลดึงร่างกลับเข้าที่เดิม

    พิณเทพลอยกลับมาหาเซ็ทส์เมื่อเขาต้องการ ผู้เป็นอมตะกรีดนิ้วลงบนสายพิณอย่างรวดเร็ว วิหคธาตุทั้งห้าพุ่งออกมาใส่ซูเปอร์เบียที่ไม่อาจหลีกหนีได้ แรงระเบิดพัดร่างของเซ็ทส์ไปกระแทกเสาต้นหนึ่ง เขาคิดว่ากระดูกคงหักสักซี่สองซี่แต่ยังดีกว่าต้องสลบไปเพราะเขาไม่อยากพลาดโอกาสสังหารเป้าหมายอีกต่อไป

    ภายในวิหารสีเงินเต็มไปด้วยเศษเนื้อหนังและกระดูกของเจ้ามังกรร้าย เซ็ทส์ที่ยืนได้แล้วยังกำพิณเทพไว้แน่นอย่างไม่วางใจ ท่านผู้นั้นนั่งอยู่ข้างศพของรวิกานต์พวกเขาได้รับการปกป้องจากโดมแสงสีเงินอีกทีหนึ่ง

    “เยี่ยมมากเซ็ทส์ แบบนี้ถ้าไม่ตายก็ไม่มีวิธีอื่นมาฆ่ามันแล้วแล้ว” ท่านผู้นั้นกล่าวชมเซ็ทที่พยายามพยุงตัวลุกขึ้นอย่างยากเย็น

    “ไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองหรือเปล่าฝ่าบาท ทำไมเวทมนตร์ที่ข้าใช้มันทรงพลังกว่าที่ควรเป็น ยุคสมัยนี้ไม่มีต้นตอพลังเวทเหลือแล้ว พวกเทพย้ายไปที่อื่นหมด” ไม่ทันให้พูดจบเซ็ทส์ก็ล้มลงกับพื้นด้วยความอ่อนแรงจากการต่อสู้

    “เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องรู้หรอก เอาไว้ข้าจะเล่าเฉพาะเรื่องที่เจ้าอยากรู้จริงๆก็แล้วกัน ข้าว่ามีไม่กี่เรื่องหรอก” ท่านผู้นั้นกล่าว “เข้าเรื่องของเราต่อ ในเมื่อเจ้าฆ่าซูเปอร์เบียได้แล้วก็ต้องได้รับสิ่งตอบแทนที่ตกลงกันไว้...แต่จะทำอย่างไรกับรวิกานต์ดี นางติดลูกหลงในการต่อสู้ของเราจนตายเสียแล้ว ข้าไม่มีสิทธิ์ควบคุมความตายได้เสียด้วย คงช่วยไม่ได้จริงๆ”

    “ข้าสงสารนางฝ่าบาท นางไม่ผิดอะไรเลย นอกจากมีใบหน้าเหมือนเซเลสเท่านั้น” เซ็ทส์พูดเสียงเศร้า เขาเผลอใจหลงรักนางแต่นางก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวพันกับคนรักของเขาเลยสักนิด ผู้เป็นอมตะที่เพิ่งบรรลุเป้าหมายส่ายหัว เขายอมเป็นอมตะนับพันปีเพื่อให้ได้อยู่กินกับเซเลสอีกครั้ง จะปล่อยใจไปกับเรื่องอื่นไม่ได้ “อย่างน้อยถ้านางเป็นเซเลสจริงๆคงดี ข้าจะได้รู้สึกผิดน้อยลงบ้าง”

    เกิดแสงสว่างวาบของมนตร์เคลื่อนย้ายไกลจากเซ็ทส์เล็กน้อย ลักซูเรียที่เซ็ทส์ไม่รู้ว่ามาได้อย่างไรทำหน้าปั้นยากเมื่อเห็นสภาพชิ้นเนื้อของซูเปอร์เบีย

    “ฉันสัมผัสได้ว่ามีพวกเราตัวหนึ่งตาย พลังเวทมนตร์ของข้าเพิ่มขึ้นกว่าเดิมด้วยจึงมาหาอวาร์ริเทีย แล้วเขาก็ส่งฉันมาที่นี่” นางมังกรครึ่งมนุษย์เดินมาหาเซ็ทส์ เขายังไม่แน่ใจว่านางคิดอะไรอยู่ในหัวกันแน่ บางทีอาจต้องการแก้แค้นให้ซูเปอร์เบีย “เท่านี้ภารกิจของคุณก็เสร็จหมดแล้วใช่ไหมเซ็ทส์ กำจัดซูเปอร์เบียได้แล้ว”

    “นั่งก่อนสิลักซูเรีย” ท่านผู้นั้นเรียกนางมังกรครึ่งมนุษย์นั่งแล้วเริ่มพูด “ระหว่างที่ข้าส่งข่าวไปหาสี่เสาหลักอยากฟังเรื่องเก่าๆของคนแก่ๆบ้างไหม มันอาจเป็นคำตอบให้รักสามเส้าของพวกเจ้าก็ได้”

(มีต่อ)
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่