อุทธาหรณ์!! คุณแม่มือใหม่โปรดอ่าน ไม่อยากให้เป็นแบบเรา...เพราะลูกน้อยของคุณยังพูดไม่ได้

สวัสดีค่ะ

ขออนุญาติตั้งกะทู้เตือนภัยดึกนิดนึงค่ะ พอดีเราเพิ่งจะว่าง กว่าจะกล่อมลูกนอน กว่าจะปรนนิบัติสามีเสร็จ 555

แต่เราตั้งใจไว้แล้วว่าเราจะมาตั้งกะทู้เตือนภัยคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายค่ะ เพราะอยากให้เพิ่มความใส่ใจระมัดระวังการใช้สิ่งของให้กับ

ลูกน้อยของเราค่ะ  เริ่มเรื่องเลยนะคะ  

เราเคยมีลูกกับแฟนคนแรก ตั้งแต่ตอนที่เรายังอายุ 16-17ปี ตอนนั้นลำบากมาก ทุกๆเรื่องทั้งครอบครัวเรา

และครอบครัวของแฟนคนแรก  ยอมรับเลยว่าพลาดจริงๆ ด้วยความที่ยังเด็ก ไม่ได้คิดมากๆ เลยต้องเป็นแบบนี้  

ลูกก้อไม่สามารถเลี้ยงเองได้ และเป็นฝ่ายครอบครัวสามีจัดการทั้งหมดค่ะ จัดการทุกๆอย่างจริงๆ…แต่แล้วสุดท้ายไปกันไม่รอดค่ะ

ต้องแยกทางกับแฟนคนแรก ลูกเรา ก้อไม่ได้อยู่กับเรานะคะ ทางครอบครัวแฟนเป็นคนอุปการะเลี้ยงดู เราต้องจำยอม

เพราะทางฝั่งเราไม่มีอะไรเลย เลี้ยงได้ค่ะ แต่คงเป็นตามมีตามเกิด เราเลยเลือกที่จะให้ลูกไปมีคุณภาพชีวิตที่ดีกับฝั่งโน้นดีกว่า

จากเรื่องนั้น เราเลยจำเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่เราจะไม่ลืมอีกเลยว่าเราเคยพลาดอะไรมาในอดีต ปัจจุบัน เวลาผ่านไป

เราได้เจอกับสามีคนปัจจุบัน  และได้แต่งงานกัน เราแต่งงานกับสามีหลายปีแล้วค่ะ แต่เราก้อมีปัญหาอีกแล้ว คือ มีลูกยาก

มีตามธรรมชาติไม่ได้ เพราะทางฝั่งสามีค่ะ เราอยากมีลูกมากเลยนะคะ เพราะเราต้องการสิ่งที่เราพลาดไปในอดีต และครั้งนี้

เราจะทำให้ดีที่สุด  และเราตั้งใจเลยว่าลูกคนนี้ เราจะขอเลี้ยงเองทั้งหมด ไม่จ้างพี่เลี้ยง หรืออะไรทั้งนั้น !!

ก่อนที่จะได้ลูกคนนี้ เราพยายามมาเยอะมาก อะไรเค้าว่าดีทำหมด ไปไหว้พระ ไปบนสิ่งศักดิ์สิทธิ ฯลฯ และสุดท้ายต้องพึ่งคุณหมอ

และสำเร็จในการแต่งงานปีที่  6  ได้ลูกสาวค่ะ  ตอนนี้อายุ  3 เดือนแล้ว  เราและสามีรักลูกคนนี้มาก  ใส่ใจทุกอย่างที่เป็นเรื่องของลูก

ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของเครื่องใช้ของลูก อาหาร หรือแม้แต่ของเล่น เพื่อเพิ่มพัฒนาการ เราเตรียมทุกๆที่ดีที่สุดให้เด็กคนนี้แล้วค่ะ

แต่ว่าก็มาเจอสิ่งที่กำลังจะแชร์เรื่องราวเพื่อเป็นอุทธาหรณ์แก่คุณแม่มือใหม่ค่ะ  โอเค เข้าเรื่องกันเลย  คือย้อนกลับไป ประมาณ 10 วัน

ที่แล้วลูกเราอายุได้ประมาณเกือบ ๆ  2  เดือน ค่ะ ข้างหลังบ้านเราจะเป็นสวน มีร่องน้ำ ทำให้มียุงเยอะ ขนาดว่าติดมุ้งลวดแล้ว

บางครั้งเปิดประตูบ้านไว้แป้บเดียวยุงก็เข้ามาแล้ว เราจึงไปหาซื้อผลิตภัณฑ์ยากันยุงสำหรับทารก เราเฟ้นหานะคะ  

และแน่นอนเราเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากออร์แกนิก ซึ่งเราคิดว่ามันจะต้องดีแน่นอน เราขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อนะคะ แต่ในฉลากระบุ

อย่างชัดเจนเลยว่า “สามารถใช้กับทารกแรกเกิดได้” เราก็ซื้อมาให้ลูกค่ะ แต่พอทาให้ลูกไปแล้ว ประมาณ  3 ชั่วโมง

ลูกก็เริ่มมีผื่นแดงขึ้นตามบริเวณหน้า และเริ่มร้องไห้งอแงตลอด  พอเราเห็นก็ใจเสียเลยค่ะ ตกใจมาก เพราะไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน

เลยรีบโทรบอกสามี ก่อนจะรีบพาน้องนั่งแท็กซี่มาโรงพยาบาลทันที เพราะเรากลัวน้องจะเป็นมากกว่านี้ค่ะ

ภาพน้องค่ะ แต่อาการกำลังเริ่มแพ้ค่ะ เราถ่ายให้แฟนดู ขออนุญาติคาดตาน้องนิดนึงค่ะ



พอคุณหมอแล้วทำให้เราทราบสาเหตุค่ะ เกิดจากที่น้องแพ้ยากันยุงค่ะ คุณหมอก็ตำหนิเล็กน้อยค่ะ แต่เราได้แจ้งกับคุณหมอแล้วว่า

ก่อนใช้เราอ่านฉลากดีแล้วว่า “สามารถใช้กับทารกแรกเกิดได้”  คุณหมอเลยอธิบายยาวเลยค่ะ เราขอยกส่วนตรงนี้ไว้ให้เป็นความรู้นะคะ

“ยากันยุงสำหรับเด็กทารก  ถึงแม้ว่าจะเป็น organic ธรรมชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่า ธรรมชาติทุกชนิดจะไม่ทำร้ายผิวเด็ก

เพราะมียากันยุงส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของ  essential oil จัดว่าเป็น oil อยู่ในตระกูลซิตรัส ซึ่งอาจจะทำให้ระคายเคืองผิวเด็กแรกเกิดได้

อายุเด็กที่เหมาะสมสามารถใช้ยากันยุงได้ควรมีอายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปจะดีกว่า หากน้อยกว่านั้นควรใช้วิธีการอื่น ๆ เช่น นอนในมุ้ง

ใส่เสื้อผ้าแขน – ขายาว เพื่อป้องกันยุงกัน จะดีกว่าและปลอดภัยที่สุด”  พอได้ฟังคุณหมอเราถึงกับบางอ้อเลยค่ะ

เลยทำให้กลับมาศึกษาเกี่ยวกับความรู้ด้าน organic  ใหม่เลย  คือ  สินค้า organic มีหลายประเภท การที่จะนำผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก

มาใช้กับเด็ก จะต้องดูส่วนผสม บางส่วนผสมใช้ได้กับเด็กแรกเกิดก็จริง แต่ถ้ามีส่วนผสมอื่นที่ต้องใช้กับเด็กอายุ 3 เดือนขึ้นไป

นั่นก็เท่ากับว่า ผลิตภัณฑ์นั้นเหมาะกับเด็กที่มีอายุ 3 เดือนค่ะ อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ นะคะ  เช่น สมมุติว่า ผลิตภัณฑ์ 1 ตัว มีส่วนผสม

2 ชนิด ชนิดแรกใช้กับเด็กทารกแรกเกิดได้ ชนิดที่ 2 ใช้ได้กับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ฉะนั้น ฉลากจะต้องระบุว่าใช้ได้กับ

เด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปเท่านั้นไม่ใช่เคลมว่า สามารถใช้ได้กับเด็กแรกเกิด  ดังนั้นสินค้าตามท้องตลาดที่เราเห็นส่วนใหญ่จะเน้น

เขียนฉลากว่าใช้กับเด็กทารกแรกเกิดได้ เราจะต้องทำการบ้านเพิ่มขึ้นไปอีกเพื่อความมั่นใจว่าสามารถใช้ได้กับลูกเราจริงๆ ซึ่งตรงนี้

บรรดาคุณแม่ต้องใส่ใจ ไม่ละเลยนะคะ คำแนะนำการปฏิบัติสำหรับคุณแม่หลังพบว่าลูกมีอาการแพ้ผลิตภัณฑ์สารตัวใดตัวหนึ่ง

หลังใช้หรือรับประทานเข้าไป ควรรีบนำลูกพบหมอทันที และต้องตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไปให้คุณหมอด้วยค่ะ เพราะว่าหากนำมาใช้

กับลูกน้อยของคุณแล้ว น้องยังไม่สามารถพูดหรือบอกอะไรกับคุณได้ ว่าเจ็บ ว่าปวด ตรงไหน ทรมานอย่างไร และตัวเราเอง

ซึ่งแม่คงได้แต่นั่งมองลูกร้องไห้ทรมาน จากความผิดพลาดซึ่งเกิดจากเราเอง และมันคงเป็นปมติดใจเราไปอีกนานเลยค่ะ

หวังว่ากะทู้ของเราอาจจะเป็นประโยชน์แก่คุณแม่ ๆ ทั้งหลายนะคะ

ขอบคุณค่ะ

หมายเหตุ
รายชื่อโรงพยาบาลเด็กที่มีกุมารแพทย์ บริการให้การตรวจวินิจฉัยดูแลและรักษาพยาบาลผู้ป่วยเด็กตลอด 24 ชม.

โรงพยาบาลใจกลางกรุงเทพ
ร.พ.เปาโล พหลโยธิน 02–271–7000
ร.พ.พญาไท 2 02–617–2444 ต่อ 3219, 3220
สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี 1415
ร.พ.พญาไท 1 02–640–1111 ต่อ 3111, 3112

โรงพยาบาลในกรุงเทพโซนเหนือ (ดอนเมือง สายไหม หลักสี่ บางเขน)
ร.พ.บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ 02–523–3359–71
ร.พ.สายไหม 02–991–8999
ร.พ.เซ็นทรัลเยนเนอรัล 02–552–8777
ร.พ.เปาโล โชคชัย 4 02–514–4140–9

โรงพยาบาลในกรุงเทพโซนตะวันออก (บางกะปิ คันนายาว มีนบุรี หนองจอก)
ร.พ.สินแพทย์ 02–793–5099
ร.พ.เวชธานี 1 02–734–0000
ร.พ.เสรีรักษ์ 02–762–9888, 02–918–9888

โรงพยาบาลในกรุงเทพโซนตะวันออกเฉียงใต้ (สวนหลวง บางนา-เทพารักษ์)
ร.พ.ศิครินทร์ 1728
ร.พ.ไทยนครินทร์ 02–361–2727, 02–361–2828 ต่อ 3104, 3106
ร.พ.วิภาราม 02–722–2500, 02–032–2550 ต่อ 2417, 2418
ร.พ.สมิติเวช ศรีนครินทร์ 02–378–9090–1

โรงพยาบาลในกรุงเทพฝั่งธนบุรี
ร.พ.พญาไท 3 02–467–1111
ร.พ.เกษมราษฎร์ บางแค 02–804–8959–70 ต่อ 5111, 5093
ร.พ.เจ้าพระยา 02–434–0117, 02–884–7000
ร.พ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล 02–109–9111 ต่อ 10221
ร.พ.บางปะกอก 1 02–872–1111 ต่อ 1145
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่