เราในวัยเกือบเลข5 ที่ใครๆก็ยังทักว่าหน้าอ่อนกว่าวัยมาก แต่ความจริงก็คือความจริง ถึงภาพรวมจะดูละอ่อนแต่ถ้ามองใกล้ๆหรือสังเกตุจริงๆ วัยนี้มันหนีไม่พ้นความหย่อนคล้อยหรือตีนกาหรอก และด้วยความที่เราทำงานสายการเงิน บวกเป็นคนแม่ลูก 2 คน จะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลความสวยความงาม แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือกลัวความเจ็บปวดมาก เลยไม่ใช่สายเข้า คลินิกเสริมความงาม อะไรแบบนั้นเลย ที่ทำบ้างก็แค่ “มาร์กหน้าอยู่บ้าน”
พอให้ตัวเองรู้สึกว่า…ชั้นยังไม่ปล่อยตัวขนาดนั้น
แต่ช่วงหลังเริ่มสังเกตหน้าตัวเองตอนประชุมออนไลน์บ่อยๆ เลยคุยกับเพื่อนเล่นๆ ว่าหรือว่า..งานยกกระชับหน้าต้องเข้าแล้ว? จบที่มีวันนึงเพื่อนคอลมาอวดหน้ายุงใส่ มาบอกว่า “แก…ฉันไปทำหน้ายุงมา คือเริ่ดมาก!” อีนี่ยังนั่งงงอะไรคือหน้ายุง? เราก็นึกถึงยุงกัดก่อนเลยค่ะ
แต่พอเพื่อนเปิดหน้าให้ดู โอเค…มันคือหน้าที่ดู ตึงขึ้น กระชับขึ้น แบบเห็น V shape ชัดเจนแต่ไม่ได้ดูแปลกเหมือนไปทำศัลยกรรมใดๆ เพื่อนบอกไปทำที่ Dermatige และมาเร้าจะพาเราไปทำเพราะนางติดใจความใส่ใจของหมอDermatige และคิดว่าน่าจะตอบโจทย์คนขี้กลัวอย่างเรา 5555
สำหรับเรา “ความมืออาชีพ ละเอียด ใส่ใจ” สำคัญมากค่ะ ไม่รู้ว่าด้วยนิสัยของคนทำงานการเงินหรือเปล่า หน้าเราก็เหมือนพอร์ตลงทุนค่ะ จะทำอะไรต้องเข้าใจชัดแจ้ง ไม่ใช่เสี่ยงดวง
เราเลือกมา Dermatige สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เพราะใกล้บ้านสุด และยอมรับตรง ๆ ว่า… ขี้เกียจเข้าเมืองค่ะ
เราได้เจอคุณหมอทราย หมอผู้หญิงน่ารักมาก นอกจากหน้าตาคุณหมอน่ารักแล้วยังมืออาชีพสุดๆ
ไปถึงก็เข้าเรื่องเลย “ หมอคะ เรากลัวเจ็บ ” เราเล่าให้หมอฟังว่า สามีทำแล้วทั้งหน้ายุงกับ Shape Up แล้วสามีบอกว่า “ไม่เจ็บเลย” แต่เราก็พูดกับหมอตรง ๆ เลยค่ะว่า… แต่ “ เราไม่เชื่อสามีค่ะหมอ… ” เพราะเราได้ยินจากคนรอบข้างมาหมดแล้ว มีทั้ง “ ไม่เจ็บเลย” กับ “เจ็บเหมือนชีวิตโดนทดสอบ ” แต่ทุกคนผ่านมาได้ชิลๆเพราะความอยากสวย 5555
ถึงแม้ว่าเราจะผ่านเข็มมาเยอะจากการเป็นคุณแม่แต่ก็กลัวทุกครั้งแหล่ะที่ต้องฉีดยา เลยย้ำกับหมอทรายไปเลยว่า “กลัวจริง ๆ นะคะ ” หมอทรายก็รับฟังดีมาก ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าเราดราม่าเกินเหตุ
หมอเช็คหน้าแล้วสรุปโปรแกรม
หลังจากหมอทรายเช็คหน้าแล้ว หมอบอกว่าใบหน้าฉันเหมาะกับ การทำโปรแกรมหน้ายุง + โบท็อก นิดหน่อยไม่เยอะ
“หน้ายุงคืออะไรคะหมอ?”
“หน้ายุง” ในเคสฉันคือการทำ Ulthera Prime + Ultraformer mpt ซึ่งเป็นการยกกระชับใบหน้า ลดเหนียง ทำให้หน้าเป็น V Shape และตึงขึ้นดูไม่ตั้งใจเกินไปเหมือนฉีดทั้งหน้า ส่วนเรื่องจำนวนช็อต…อันนี้ฉันขอไม่บอกนะคะ เพราะมันขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคนจริง ๆ
(เราไม่อยากให้ใครเอาไปเทียบแบบผิด ๆ)
ช่วงเริ่มทำจริง
1.เริ่มจากแปะยาชาค่ะ ตอนนั้นใจยังนิ่งมาก… แต่ความนิ่งนี้อยู่ได้ไม่นาน 555
2.เริ่มทำ Ulthera Prime พอหมอทรายเริ่มลงช็อตแรก… ยังไม่เจ็บค่ะ เราเริ่มคิดในใจว่า “เออ หรือสามีจะพูดจริง?”
แต่พอทำไปหลายช็อต… เริ่มเจ็บค่ะ และเราอยากจะโทรหาสามีตอนนั้นเลย… ไหนบอกว่าไม่เจ็บ?!!
คือเจ็บแบบ…ไม่ได้เจ็บจนร้องไห้ แต่เจ็บแบบ หน้าตึง ๆ ลึก ๆ แล้วสะดุ้งในใจ เป็นความเจ็บที่ทำให้เราต้องใช้ “สติ” เยอะกว่าปกติ
หมอทรายถามตลอดนะคะว่า
“ทำไหวไหมคะ?”
เราก็พยายามตอบให้ดูเป็นผู้ใหญ่
“ไม่ไหวค่ะหมอ…” 55555555 ขอหมอพักตั้งแต่ 20 ช็อตแรก บอกขอฝากไว้ก่อนค่อยมาทำวันหลังได้มั้ยคะ ทั้งหมอทรายและน้องๆพนักงานถึงกับขำดัง หลังจากนั้นทุกคนก็ช่วยกันชวนเราคุย ชวนเม้า น้องพนักงานมาจับมือเบาๆ ช่วยกันเชียร์จนเหมือนไม่ค่อยเจ็บและผ่านมาแบบ งงๆ เลยเพิ่งรู้ว่า อ่า.. การชวนคุย, ให้กำลังใจ, กุมมือ, อยู่เป็นเพื่อนมันช่วยได้เยอะมาก “นี่แหละบริการแบบคนกรุงเทพที่อยากได้”
สุดท้าย… ทำครบช็อตจนได้ค่ะ! ต้องขอบคุณน้อง ๆ มากจริง ๆ
ต่อด้วย Ultraformer mpt
หลังจากนั้นทำ Ultraformer mpt ต่อ อันนี้คือ… โอเคแล้วค่ะ ไม่เจ็บ ฉันโล่งมาก เครื่องนี้สบายๆเลย หมอทรายบอกว่าจริงๆ เราใช้เครื่องหลักทำแค่ปีละครั้งก็ได้ แล้วมาทำแค่ Ultraformer mpt เหมือนเป็นการ maintenance ให้สวยคงที่นานขึ้น
ปิดท้ายด้วยโบท็อกส่วนโบท็อกนี่ของเราใช้แค่นิดหน่อยตรงรอยตีนกากับหน้าผาก ไม่ได้เยอะมาก เจ็บนิด ๆ ค่ะ โบท็อกถือว่าเบาไปเลยสำหรับเรา
คุณหมอแนะนำทำทุกๆ 6 เดือน เพราะฉันบอกว่าเลยว่าไม่เอาเด้งมาก ตึงไปก็ไม่เอา ขอฟิลธรรมชาติ คุณหมอจัดให้ได้เลย คือเริ่ดอ่ะ อ้อ..ใครสายโบอย่าลืมเช็คกล่องที่ใช้และสแกน QR เช็คทุกขั้นตอนนะคะ หมอบอกว่าของปลอมหรือย้อมแมวเยอะนะ แต่คลินิกได้มาตรฐานจะเปิดให้เช็คทุกขั้นตอนอยู่แล้วค่ะ
สรุปความรู้สึกหลังทำ (แบบตรง ๆ)
- Ulthera Prime เจ็บค่ะ (อย่างน้อยสำหรับฉัน) แต่ทนได้ ยิ่งถ้าเจอคุณหมอและทีมงานช่วยเยอะมาก
- Ultraformer mpt ไม่เจ็บ/สบายกว่าเยอะ
- โบท็อก เจ็บนิด ๆ ทนได้
และประโยคที่อยากฝากไว้เลยคือ… ความเจ็บแต่ละคนต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการสวยด้วยนะ 5555
หลังทำเสร็จทันที (Day 0)
พอทำเสร็จแล้วนะคะ ความรู้สึกแรกคือ… โล่งค่ะ โล่งมาก เหมือนเพิ่งปิดงบไตรมาสเสร็จแล้วรอดตาย หน้าตอนนั้นเห็นชัดมากว่ามันฟีบลง ยุงจริง และไม่บวมเราออกไปประชุมต่อเลย จะมีแค่ฟีล ตึง ๆ ร้อน ๆ นิด ๆ และมีความ “เมื่อยหน้า” นิดหน่อยเหมือนเราไปออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้ามา ทั้งที่จริง ๆ เรานอนเฉย ๆ รอยแดงมีบ้างเพราะจุดเข็ม ถ้าอยากแต่งหน้าก็แค่ รอ 2 ชั่วโมง ก็แต่งหน้าได้แล้ว แต่ถ้าให้ดี…ทำวันหยุดจะสบายใจกว่า
คืนแรกหลังทำ
คืนนี้คือช่วงที่ฉัน “ลุ้น” มากที่สุดค่ะ เพราะกลัวตื่นมาแล้วหน้าบวมเหมือนโดนต่อย
สรุปคือ…ไม่บวมค่ะ มีแค่ตึง ๆ กับระบมบางจุดรู้สึกตอนมือไปโดน เช่น ล้างหน้า ทาครีม นอกนั้นไม่มีอะไรเลย
แต่ถ้าถามถึงความคุ้มกับการลงทุนกับหน้าครั้งนี้ สำหรับเรา
คุ้มมากค่ะ!! เพราะหลังทำมาแล้วเกือบเดือนมีแต่คนทักว่าสวยขึ้น ไปทำอะไรมา (มีแค่เรา สามี กับเพื่อนสาวที่รู้ว่าเราไปทำอะไรมา นอกนั้นคิดว่าสวยธรรมชาติหมด 5555)
ขอจบรีวิวนี้เท่านี้ก่อนที่ลูกจะตื่น ที่มารีวิวก็แค่อยากแชร์ประสบการณ์เก็บไว้กับการเข้าคลินิกเสริมความงามครั้งแรก
#หมอDermatige #งานยกกระชับ #รีวิวคลินิกเสริมความงาม #UltheraPrime #Ultraformermpt
[CR] รีวิว หน้ายุง+Botox ครั้งแรกของคุณแม่ลูก2 วัยเกือบเลข 5 ที่จริงใจ...
พอให้ตัวเองรู้สึกว่า…ชั้นยังไม่ปล่อยตัวขนาดนั้น
แต่ช่วงหลังเริ่มสังเกตหน้าตัวเองตอนประชุมออนไลน์บ่อยๆ เลยคุยกับเพื่อนเล่นๆ ว่าหรือว่า..งานยกกระชับหน้าต้องเข้าแล้ว? จบที่มีวันนึงเพื่อนคอลมาอวดหน้ายุงใส่ มาบอกว่า “แก…ฉันไปทำหน้ายุงมา คือเริ่ดมาก!” อีนี่ยังนั่งงงอะไรคือหน้ายุง? เราก็นึกถึงยุงกัดก่อนเลยค่ะ
แต่พอเพื่อนเปิดหน้าให้ดู โอเค…มันคือหน้าที่ดู ตึงขึ้น กระชับขึ้น แบบเห็น V shape ชัดเจนแต่ไม่ได้ดูแปลกเหมือนไปทำศัลยกรรมใดๆ เพื่อนบอกไปทำที่ Dermatige และมาเร้าจะพาเราไปทำเพราะนางติดใจความใส่ใจของหมอDermatige และคิดว่าน่าจะตอบโจทย์คนขี้กลัวอย่างเรา 5555
สำหรับเรา “ความมืออาชีพ ละเอียด ใส่ใจ” สำคัญมากค่ะ ไม่รู้ว่าด้วยนิสัยของคนทำงานการเงินหรือเปล่า หน้าเราก็เหมือนพอร์ตลงทุนค่ะ จะทำอะไรต้องเข้าใจชัดแจ้ง ไม่ใช่เสี่ยงดวง
เราเลือกมา Dermatige สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต เพราะใกล้บ้านสุด และยอมรับตรง ๆ ว่า… ขี้เกียจเข้าเมืองค่ะ
เราได้เจอคุณหมอทราย หมอผู้หญิงน่ารักมาก นอกจากหน้าตาคุณหมอน่ารักแล้วยังมืออาชีพสุดๆ
ไปถึงก็เข้าเรื่องเลย “ หมอคะ เรากลัวเจ็บ ” เราเล่าให้หมอฟังว่า สามีทำแล้วทั้งหน้ายุงกับ Shape Up แล้วสามีบอกว่า “ไม่เจ็บเลย” แต่เราก็พูดกับหมอตรง ๆ เลยค่ะว่า… แต่ “ เราไม่เชื่อสามีค่ะหมอ… ” เพราะเราได้ยินจากคนรอบข้างมาหมดแล้ว มีทั้ง “ ไม่เจ็บเลย” กับ “เจ็บเหมือนชีวิตโดนทดสอบ ” แต่ทุกคนผ่านมาได้ชิลๆเพราะความอยากสวย 5555
ถึงแม้ว่าเราจะผ่านเข็มมาเยอะจากการเป็นคุณแม่แต่ก็กลัวทุกครั้งแหล่ะที่ต้องฉีดยา เลยย้ำกับหมอทรายไปเลยว่า “กลัวจริง ๆ นะคะ ” หมอทรายก็รับฟังดีมาก ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าเราดราม่าเกินเหตุ
หมอเช็คหน้าแล้วสรุปโปรแกรม
หลังจากหมอทรายเช็คหน้าแล้ว หมอบอกว่าใบหน้าฉันเหมาะกับ การทำโปรแกรมหน้ายุง + โบท็อก นิดหน่อยไม่เยอะ
“หน้ายุงคืออะไรคะหมอ?”
“หน้ายุง” ในเคสฉันคือการทำ Ulthera Prime + Ultraformer mpt ซึ่งเป็นการยกกระชับใบหน้า ลดเหนียง ทำให้หน้าเป็น V Shape และตึงขึ้นดูไม่ตั้งใจเกินไปเหมือนฉีดทั้งหน้า ส่วนเรื่องจำนวนช็อต…อันนี้ฉันขอไม่บอกนะคะ เพราะมันขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละคนจริง ๆ
(เราไม่อยากให้ใครเอาไปเทียบแบบผิด ๆ)
ช่วงเริ่มทำจริง
1.เริ่มจากแปะยาชาค่ะ ตอนนั้นใจยังนิ่งมาก… แต่ความนิ่งนี้อยู่ได้ไม่นาน 555
2.เริ่มทำ Ulthera Prime พอหมอทรายเริ่มลงช็อตแรก… ยังไม่เจ็บค่ะ เราเริ่มคิดในใจว่า “เออ หรือสามีจะพูดจริง?”
แต่พอทำไปหลายช็อต… เริ่มเจ็บค่ะ และเราอยากจะโทรหาสามีตอนนั้นเลย… ไหนบอกว่าไม่เจ็บ?!!
คือเจ็บแบบ…ไม่ได้เจ็บจนร้องไห้ แต่เจ็บแบบ หน้าตึง ๆ ลึก ๆ แล้วสะดุ้งในใจ เป็นความเจ็บที่ทำให้เราต้องใช้ “สติ” เยอะกว่าปกติ
หมอทรายถามตลอดนะคะว่า
“ทำไหวไหมคะ?”
เราก็พยายามตอบให้ดูเป็นผู้ใหญ่
“ไม่ไหวค่ะหมอ…” 55555555 ขอหมอพักตั้งแต่ 20 ช็อตแรก บอกขอฝากไว้ก่อนค่อยมาทำวันหลังได้มั้ยคะ ทั้งหมอทรายและน้องๆพนักงานถึงกับขำดัง หลังจากนั้นทุกคนก็ช่วยกันชวนเราคุย ชวนเม้า น้องพนักงานมาจับมือเบาๆ ช่วยกันเชียร์จนเหมือนไม่ค่อยเจ็บและผ่านมาแบบ งงๆ เลยเพิ่งรู้ว่า อ่า.. การชวนคุย, ให้กำลังใจ, กุมมือ, อยู่เป็นเพื่อนมันช่วยได้เยอะมาก “นี่แหละบริการแบบคนกรุงเทพที่อยากได้”
สุดท้าย… ทำครบช็อตจนได้ค่ะ! ต้องขอบคุณน้อง ๆ มากจริง ๆ
ต่อด้วย Ultraformer mpt
หลังจากนั้นทำ Ultraformer mpt ต่อ อันนี้คือ… โอเคแล้วค่ะ ไม่เจ็บ ฉันโล่งมาก เครื่องนี้สบายๆเลย หมอทรายบอกว่าจริงๆ เราใช้เครื่องหลักทำแค่ปีละครั้งก็ได้ แล้วมาทำแค่ Ultraformer mpt เหมือนเป็นการ maintenance ให้สวยคงที่นานขึ้น
ปิดท้ายด้วยโบท็อกส่วนโบท็อกนี่ของเราใช้แค่นิดหน่อยตรงรอยตีนกากับหน้าผาก ไม่ได้เยอะมาก เจ็บนิด ๆ ค่ะ โบท็อกถือว่าเบาไปเลยสำหรับเรา
คุณหมอแนะนำทำทุกๆ 6 เดือน เพราะฉันบอกว่าเลยว่าไม่เอาเด้งมาก ตึงไปก็ไม่เอา ขอฟิลธรรมชาติ คุณหมอจัดให้ได้เลย คือเริ่ดอ่ะ อ้อ..ใครสายโบอย่าลืมเช็คกล่องที่ใช้และสแกน QR เช็คทุกขั้นตอนนะคะ หมอบอกว่าของปลอมหรือย้อมแมวเยอะนะ แต่คลินิกได้มาตรฐานจะเปิดให้เช็คทุกขั้นตอนอยู่แล้วค่ะ
สรุปความรู้สึกหลังทำ (แบบตรง ๆ)
- Ulthera Prime เจ็บค่ะ (อย่างน้อยสำหรับฉัน) แต่ทนได้ ยิ่งถ้าเจอคุณหมอและทีมงานช่วยเยอะมาก
- Ultraformer mpt ไม่เจ็บ/สบายกว่าเยอะ
- โบท็อก เจ็บนิด ๆ ทนได้
และประโยคที่อยากฝากไว้เลยคือ… ความเจ็บแต่ละคนต่างกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการสวยด้วยนะ 5555
หลังทำเสร็จทันที (Day 0)
พอทำเสร็จแล้วนะคะ ความรู้สึกแรกคือ… โล่งค่ะ โล่งมาก เหมือนเพิ่งปิดงบไตรมาสเสร็จแล้วรอดตาย หน้าตอนนั้นเห็นชัดมากว่ามันฟีบลง ยุงจริง และไม่บวมเราออกไปประชุมต่อเลย จะมีแค่ฟีล ตึง ๆ ร้อน ๆ นิด ๆ และมีความ “เมื่อยหน้า” นิดหน่อยเหมือนเราไปออกกำลังกายกล้ามเนื้อหน้ามา ทั้งที่จริง ๆ เรานอนเฉย ๆ รอยแดงมีบ้างเพราะจุดเข็ม ถ้าอยากแต่งหน้าก็แค่ รอ 2 ชั่วโมง ก็แต่งหน้าได้แล้ว แต่ถ้าให้ดี…ทำวันหยุดจะสบายใจกว่า
คืนแรกหลังทำ
คืนนี้คือช่วงที่ฉัน “ลุ้น” มากที่สุดค่ะ เพราะกลัวตื่นมาแล้วหน้าบวมเหมือนโดนต่อย
สรุปคือ…ไม่บวมค่ะ มีแค่ตึง ๆ กับระบมบางจุดรู้สึกตอนมือไปโดน เช่น ล้างหน้า ทาครีม นอกนั้นไม่มีอะไรเลย
แต่ถ้าถามถึงความคุ้มกับการลงทุนกับหน้าครั้งนี้ สำหรับเรา คุ้มมากค่ะ!! เพราะหลังทำมาแล้วเกือบเดือนมีแต่คนทักว่าสวยขึ้น ไปทำอะไรมา (มีแค่เรา สามี กับเพื่อนสาวที่รู้ว่าเราไปทำอะไรมา นอกนั้นคิดว่าสวยธรรมชาติหมด 5555)
ขอจบรีวิวนี้เท่านี้ก่อนที่ลูกจะตื่น ที่มารีวิวก็แค่อยากแชร์ประสบการณ์เก็บไว้กับการเข้าคลินิกเสริมความงามครั้งแรก
#หมอDermatige #งานยกกระชับ #รีวิวคลินิกเสริมความงาม #UltheraPrime #Ultraformermpt
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น