หุบเขาแสงจันทร์ 2 (ปฐมบท ทะเลแห่งชีวิต) / ตรีวิทย์ นฤดม



พายุฝนยังคงกระหน่ำเป็นเสียงดังสะท้อน

..เมื่อกระทบกับหลังคาเรือที่สร้างขึ้นจากใบเตยหนาม  แม้ใบของมัน  จะทนแดด  ทนฝน  ทนร้อน  ทนหนาว  เพียงไร  แต่มันก็พร้อมที่จะพังอับปางลงได้ทุกเมื่อเหมือนมนุษย์  หากเจอพายุใหญ่เกินจะต้านทาน
        
เรือก่าบางเร่งเครื่องยนต์  มุ่งตรงใกล้สู่เกาะมากขึ้นทุกที
ท่ามกลางม่านฝนรุนแรง  ภาพรางๆ เหมือนมีแสงไฟตรงเกาะเบื้องหน้า  เหมือนแสงของไฟบนแผ่นดินใหญ่ที่เขาและละมอเพิ่งออกเรือมา ทั้งสายตาของทั้งสองเหมือนกำลังจับจ้องในสิ่งเดียวกัน  พิศวงแห่งแสงไฟอันเลือนรางบนเกาะ  คือความไม่คุ้นตางงใจ  เพราะเกาะร้างเล็กตรงหน้านี้  แต่เด็กจนโตเขาไปเคยพบแสงไฟแบบนี้เลยสักดวง

และเมื่อยิ่งเข้าไปใกล้
แสงไฟที่พบ ก็เริ่มแตกออกเป็นสองดวง  สามดวง  และสี่ดวง
ตาไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม   ซายอถามตัวเอง  และยังคงจ้องมองแสงไฟผ่านม่านพายุ  ส่วนละมอเองก็ยังคงงุนงงกับสิ่งที่เห็น   แต่ไม่มีคำถาม มีเพียงความสับสน  ถ้ามีแสงไฟก็ต้องมีมนุษย์  แต่เท่าที่เคยมายังเกาะแห่งนี้ แต่เด็กจนโตเป็นสาวแรกละมอเองไม่เคยเจอมนุษย์  หรือคนจากฝั่งเมืองเลยสักคน  เหมือนที่พี่ชายของหล่อนก็ไม่เคยเจอ
        
แล้วถ้ามันเป็นแสงไฟที่ไม่เกี่ยวกับการมีอยู่ของมนุษย์  มันจะคืออะไร   คนทะเล  คนป่า  ไร้การศึกษาอย่างพวกเขา   ยังคิดอะไรไม่ออกมากไปกว่านี้
        
เรือก่าบางเกยหาด.. ซายอดับเครื่องยนต์  
แต่สายตาทุกวินาทียังคงจับจดอยู่กับแสงไฟตรงหน้า  แสงไฟที่เหมือนกับหลอดไฟบนฝั่งเมือง  เหมือนจะลืมไปแล้วด้วยว่า  พายุฝนที่สาดกระหน่ำร่าง  ทำให้เผ้าผม เนื้อตัว  เสื้อผ้าที่สวมใส่  เปียกปอนไปมากมาย
        
ทั้งซายอและละมอก้าวออกจากเรือ  เร่งรีบเดินลุยคลื่นทะเลริมฝั่ง  จนก้าวเท้าขึ้นมาบนชาดหาด  สายตาของทั้งคู่ที่จ้องมองแสงไฟนั้น เหมือนจะยังสงสัยไม่เลิก
        
“เหมือนจะมีคน”
คำของละมอ  คือการคาดคะเนปนความหวาดระแวง
ไม่มีถ้อยคำแสดงความเห็นใดๆจากคนผู้เป็นพี่ชายร่วมสายเลือดของหล่อน  แต่ในใจนั้นซายอพอจะเชื่อเหมือนละมออยู่ว่า  น่าจะมีคน
        
ท่ามกลางแผ่นน้ำทะเลกว้างใหญ่  เกาะเล็ก เกาะน้อยทุกแห่งหนทั่วน่านน้ำอันดามัน  เขาและพวกชนเผ่าของเขาเคยไปตั้งถิ่นฐานโยกย้ายไปมา  พักค้างแรม  แวะหลบพักลมมรสุมมาแล้วทั้งสิ้น  ไม่เว้นแม้แต่เกาะเล็กๆที่เขากำลังยืนอยู่ในตอนนี้
        
นึกแรกซายอคิดว่าอาจเป็นคนเผ่าของพวกเขา  มาตั้งถิ่นฐานอ้างแรมที่นี่  แต่แสงแห่งดวงไฟ  ผิดวิสัยที่ชนเผ่าอย่างพวกเขาจะมีหรือรู้จัก และเมื่อเป็นดังนี้.. ชนเผ่าที่เป็นเจ้าของแสงไฟเหล่านี้  คือพวกใด
        
“เราไปหาที่หลบฝนก่อนเถอะพี่”
คำของละมอ เริ่มเปลี่ยนความสนใจจากแสงไฟตรงหน้ามาเป็นเรื่องราวของตัวเอง  ความหนาวเย็นของพายุฝนที่กระทบร่างเปียกปอน ทำให้เริ่มนึกมองหาที่พักพิงก่อน  ก่อนจะมาครุ่นคิดว่าใครคือเจ้าของแสงไฟเหล่านั้น  อีหรือมันเป็นพวกไหนกัน
        
“ไปตรงแสงไฟนั่นละ  กูอยากรู้ว่าพวกมันเป็นใคร”
ว่ากล่าวเสร็จไม่รีรอ  ซายอรีบก้าวเดินต่อตรงไปยังแสงไฟตรงหน้าทันที  ขณะที่ละมอเร่งก้าวเท้าเดินตามหลัง  อย่างจะให้ทันพี่ชายให้ได้
        
ร่นเข้าไปจากขอบชายทะเลราวกว่าหนึ่งกิโลเมตร  
เป็นหมู่ทิวสนและต้นมะพร้าวตั้งตระหง่านเรียงกันอยู่หนาตา  แต่ในยามนี้เหล่าต้นไม้ดูสูงทะมึนอยู่ท่ามกลางความมืดมิด  และใบของพวกมันก็กรูเสียงดัง ลู่ไปตามแรงของลมพายุ แรงฝน ดูน่ากลัว


อ่านต่อในครั้งหน้า

สำนักพิมพ์บ้านทะเลล้อม 2008
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่