ผมมีเรื่องอยากขอใช้พื้นที่ตรงนี้ ระบายความในใจ ปลดปล่อยความรู้สึกไม่ดีของผมหน่อยครับ (อาจจะยาวไปขออภัยทุกท่านด้วยครับ)
background ชีวิตของผมคือแต่งงานมีครอบครัวมีภรรยาที่น่ารักและเราก็รักกันมากครับ แต่ว่าเรื่องมันเกิดขึ้นเพราะผมเองครับ เมื่อ2-3เดือนก่อน(จากวันที่เขียน) ผมได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง จากสถานที่ที่ผู้ชายชอบไปครับ เธออายุห่างกับผมค่อนข้างเยอะ 10กว่าปีเลยทีเดียว ปกติเวลาผมไปเที่ยวสถานที่แบบนี้ ผมมีกฏกับตัวเองคือไม่ขออะไรก็ตามที่เป็นช่องทางติดต่อ เพราะกลัวความสัมพันธ์และความผูกผันครับ แต่มันก็เป็นแค่กฏโง่ๆของผมเอง ที่ในที่สุดผมก็แหกมันจนได้ หลังจากกลับไปหาน้องเค้าในครั้งที่2 ในรอบสัปดาห์ ซึ่งถือว่าแปลกสำหรับผมมากในการกลับไปหาคนเดิมในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรจะสร้างสัมพันธ์ที่ยาวนานอะไร แต่ในความจริงที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นคือ ผมขอเบอร์ขอไลน์ ของน้องเค้าเอาไว้ พียงแค่คิดว่าเอาไว้คุยเล่นๆ เพราะน้องค่อนข้างมีนิสัยกวนๆ ซึ่งผมเองก็เป็นคนกวนๆในระดับนึง จึงรู้สึกเวลาที่ได้คุยกับน้องเค้าแล้วมีความสุข ได้ปลดปล่อยความเป็นเองเต็มที่ หละก็รู้สึกว่าน้องจะรู้สึกเช่นเดียวกับผม (ไม่รู้คิดไปเองป่าวนะครับ) ซึ่งหลังจากครั้งที่2 ที่เจอกัน ก็คุยไลน์กันมาเรื่อย มีนัดเจอกันหลังน้องเลิกงาน ไปกินข้าวเดินเล่นจับมือกันประหนึ่งคู่รักก็ไม่ผิด ตอนนั้นยอมรับตรงๆว่าก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก ยังไม่คิดว่าจะรู้สึกลึกซึ้งขนาดนี้ คิดแค่ว่าเราแค่ออกไปกินไปเที่ยวหละก็ไปหาความสุขกันแค่นั้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็ยังคงไปหาน้องเค้าที่ร้านอย่างสม่ำเสมอ เรียกว่าต้องเจอกันทุกอาทิตย์ แต่การไปในครั้งหลังๆความรู้สึกรัก รู้สึกชอบก็มากขึ้นในขณะที่ผมไม่รู้ตัว และตัวน้องเองก็เช่นกัน เรามีความรู้สึกดีๆให้กันเสมอ แต่ด้วยน้องทำงานแบบนี้ย่อมมีผู้ชายผ่านมามากมาย ซึ่งแน่นอนต้องมีชายหลายๆคนอยากจะครอบครองตัวน้องเช่นเดียวกัน และก็เป็นเช่นนั้นเพราะน้องก็รู้สึกชอบกับผู้ชายที่เป็นลูกค้าอีกคนที่มาตามจีบอยู่นาน จนน้องตกลงปลงใจที่จะคบกับลูกค้าคนนั้นเป็นแฟน แต่ก็ยังคงเจอเราคุยกับเราอยู่ตลอด โดยน้องเล่าให้ฟังว่าจริงๆแล้วก่อนที่น้องจะคบกับคนนี้ ก็มีผมเป็นอีกคนที่น้องก็รู้สึกดี อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข ซึ่งผมเองก็เคยถามลองใจไปว่าถ้าสมมติผมไม่มีแฟนไม่มีภรรยา แล้วจีบน้อง น้องจะเลือกใคร คำตอบก็คือผม แต่นั่นก็เป็นแค่คำตอบที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้ เพราอย่างไรแล้วผมก็ยังคงรักภรรยาผมอยู่ดีและก็ไม่ได้คิดจะเลิกกับเธอเพื่อไปหาคนอื่น
หลังจากที่ผมรู้ว่าน้องตกลงเป็นแฟนกับผู้ชายคนนั้น บอกเลยแบบแมนๆว่าผมรู้สึกหึงรู้สึกหวงอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็บอกไม่ได้หรือแสดงออกมากไม่ได้เพราะจะหาว่ากั๊กเอาไว้ ลืมบอกไปครับ ผู้ชายคนนี้ เป็นคนมีเงินครับ มีธุรกิจส่วนตัว อายุไล่เลี่ยกับผม ทำงานและบ้านอยู่ต่างจังหวัด แต่จากที่น้องเล่าเรื่องผู้ชายคนนี้ให้ผมฟัง ผู้ชายคนนี้เคยมีแฟนมาแล้ว แต่เลิกไปแล้ว ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็เป็นผู้หญิงที่ทำงานประเภทเดียวกับน้องผมคนนี้นี่แหละครับ ผมจึงค่อนข้างเดาทางผู้ชายคนนี้ได้ว่าคิดอะไร ซึ่งก็ตรงหลายอย่างจากที่น้องเล่าให้ผมฟังครับ และนี่แหละครับที่ทำให้ผมรู้สึกเป็นกังวลกับความรักของน้องครั้งนี้ เพราะตลอดเวลาผมอยากให้น้องได้เจอสิ่งดีๆบ้างหลังจากที่เจอเรื่องร้ายๆมาตลอด
มีอยู่อาทิตย์หนึ่งน้องได้วันหยุดยาวก็ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนของเค้า ผมเองก็รู้สึกใจหวิว รู้สึกหวงๆอย่างแปลกๆ แน่นอนครับ ผมเชื่อว่าทุกคนคงกำลังต่อว่าผมแน่นอน ผมยอมรับครับ ตอนนั้นรู้สึกเลยว่าผมเริ่มเลยเถิดไปไกลหละ พยายามดึงตัวเองกลับมาให้ได้ ซึ่งก็ใช้เวลาอยู่หลายวันจนสามารถเคลียร์ใจกับตัวเองได้ แต่ก็ยังคงไปหา ไปเจอน้องทุกครั้งที่เป็นวันหยุดของน้อง หรือน้องเลิกงาน เรียกว่าถ้าว่างเป็นต้องเจอกันตลอด ถึงขั้นลางานไปเที่ยวกับน้องมี อ้างภรรยาว่าจะไปฟิตเนสแต่จริงๆหนีไปหาน้องที่ร้านก็บ่อย ซึ่งมันก็ผ่านมาด้วยดีครับ
และมีอยู่วันนึงน้องไลน์มาหาผมพร้อมข้อความว่า ”ใจหาย” ผมก็สงสัยถามไปว่าทำไม น้องบอกมาว่า ผู้ชายคนนั้นมีลูกแล้ว 5 ขวบ ซึ่งน้องผมเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ซึ่งเค้าก็ยังคงรักกันอยู่ แต่ลูกหละจะยังไง อายุเพิ่ง20 แต่มีแฟนที่มีลูกแล้วจะยังไงต่อ บอกตามตรงเป็นไปตามที่ผมเคยคาดเดาไว้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ น่าจะมีประวัติบางอย่างที่แปลกๆ ผมก็ได้แนะนำน้องไปในฐานะพี่คนหนึ่ง ที่กึ่งบ่งรับแบ่งสู้ไว้ แต่น้องก็เลือกที่จะลองเดินต่อครับ ผมก็คงต้องปล่อยไปตามความตัดสินใจของน้อง โดยหลังจากที่น้องรู้เรื่อง ลูกติดของแฟนเค้าก็เหมือนจะไม่มีอะไร จนเมื่อเร็วๆนี้ ผมกับน้องกำลังจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกันโดยการขี่มอเตอร์ไซค์ไป และน้องก็บอกกับผมว่า ครั้งนี่น่าจะได้ไปเที่ยวกันครั้งสุดท้ายแล้วนะ ตอนนั้นอารมณ์เหมือนคนจะถูกทิ้งเลยครับ ที่น้องบอกเช่นนี้เพราะน้องต้องการจะเลิกทำงานแบบนี้แล้วกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดต่างจังหวัด ซึ่งผมก็ยินดีกับน้องด้วยที่คิดจะเลิกหลังจากคิดมานาน และผมเองก็สนับสนุนน้องให้เลิกมาตลอด อย่างที่บอกครับ ผมอยากให้น้องมีชีวิตที่ดีเหมือนคนปกติ น้องเรียนทางArt ครับมีฝีมือพอตัวเลยทีเดียว เรียกว่ามีพรสวรรค์เลยก็ว่าได้ครับ แต่แล้วเรื่องที่น้องจะกลับบ้านต่างจังหวัดน้องไม่ได้ไป เพราะแน่นอนว่าแฟนของน้องก็ย่อมไม่ต้องการเช่นเดียวกัน จึงมารับตัวน้องให้ไปอยู่ที่บ้านเค้าที่ต่างจังหวัดไปทำงานกับเค้า ซึ่งความพยายามนี้มีมาตลอดครับ แต่ที่แน่ๆน้องจะไปในฐานะอะไร จะบอกคนที่บ้านแฟนเค้าว่าเป็นใครทำอะไรมา หละลูกติดของเค้าอีกหละจะจัดการตัวเองยังไง ผมเองก็ด้วยความเป็นห่วง ปนกับหวงด้วยก็พยายามอยู่ให้คำปรึกษาน้องตลอดครับ
และก็ตามคาดอีกเช่นเคยครับ น้องไปอยู่ไม่กี่วันก็มีปัญหากับลูกติด เพราะลูกติดก็ไม่เอาแม่ใหม่ ตัวแฟนก็ติดกับบ้าน เข้าข้างน้องผมก็เพียงคำพูดแต่พฤติกรรมต่อไปมันก็ต้องดูยาวๆว่าเค้าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ที่แน่ๆผมก็มีหัวร้อนอยากเจอ อยากคุย บ้างตามจังหวะที่เหงาๆ รวมกับคิดถึงน้องเค้าครับ
ตอนนี้ผมพยายามห้ามใจและเฟดตัวเองออกมาจากน้องเค้าให้ได้ หละพยายามกลับมาอยู่กับภรรยาของผม ทำสิ่งที่ผมควรทำกับภรรยาผมมากกว่า โดนพยายามจะลืมน้องคนนี้ไปครับ ที่เล่ามาทั้งหมดไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากระบายความในใจ ความรู้สึกผิดต่อตัวเอง ต่อภรรยา ต่อทุกคนที่รู้จักตัวตนของผม เรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร คงต้องปล่อยไปให้ความรู้สึกนี้หาไป และรักภรรยาผมให้มากๆ ถูกต้องใช่ไหมครับ ขอบคุณทุกคนมากครับที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้ ขอบคุณที่ให้ผมได้ระบายออกมาครับ ขอบคุณมากครับ
เมื่อความสนุกกลายเป็นความเครียด ให้กับตัวเอง
background ชีวิตของผมคือแต่งงานมีครอบครัวมีภรรยาที่น่ารักและเราก็รักกันมากครับ แต่ว่าเรื่องมันเกิดขึ้นเพราะผมเองครับ เมื่อ2-3เดือนก่อน(จากวันที่เขียน) ผมได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง จากสถานที่ที่ผู้ชายชอบไปครับ เธออายุห่างกับผมค่อนข้างเยอะ 10กว่าปีเลยทีเดียว ปกติเวลาผมไปเที่ยวสถานที่แบบนี้ ผมมีกฏกับตัวเองคือไม่ขออะไรก็ตามที่เป็นช่องทางติดต่อ เพราะกลัวความสัมพันธ์และความผูกผันครับ แต่มันก็เป็นแค่กฏโง่ๆของผมเอง ที่ในที่สุดผมก็แหกมันจนได้ หลังจากกลับไปหาน้องเค้าในครั้งที่2 ในรอบสัปดาห์ ซึ่งถือว่าแปลกสำหรับผมมากในการกลับไปหาคนเดิมในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรจะสร้างสัมพันธ์ที่ยาวนานอะไร แต่ในความจริงที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นคือ ผมขอเบอร์ขอไลน์ ของน้องเค้าเอาไว้ พียงแค่คิดว่าเอาไว้คุยเล่นๆ เพราะน้องค่อนข้างมีนิสัยกวนๆ ซึ่งผมเองก็เป็นคนกวนๆในระดับนึง จึงรู้สึกเวลาที่ได้คุยกับน้องเค้าแล้วมีความสุข ได้ปลดปล่อยความเป็นเองเต็มที่ หละก็รู้สึกว่าน้องจะรู้สึกเช่นเดียวกับผม (ไม่รู้คิดไปเองป่าวนะครับ) ซึ่งหลังจากครั้งที่2 ที่เจอกัน ก็คุยไลน์กันมาเรื่อย มีนัดเจอกันหลังน้องเลิกงาน ไปกินข้าวเดินเล่นจับมือกันประหนึ่งคู่รักก็ไม่ผิด ตอนนั้นยอมรับตรงๆว่าก็ยังไม่ได้คิดอะไรมาก ยังไม่คิดว่าจะรู้สึกลึกซึ้งขนาดนี้ คิดแค่ว่าเราแค่ออกไปกินไปเที่ยวหละก็ไปหาความสุขกันแค่นั้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็ยังคงไปหาน้องเค้าที่ร้านอย่างสม่ำเสมอ เรียกว่าต้องเจอกันทุกอาทิตย์ แต่การไปในครั้งหลังๆความรู้สึกรัก รู้สึกชอบก็มากขึ้นในขณะที่ผมไม่รู้ตัว และตัวน้องเองก็เช่นกัน เรามีความรู้สึกดีๆให้กันเสมอ แต่ด้วยน้องทำงานแบบนี้ย่อมมีผู้ชายผ่านมามากมาย ซึ่งแน่นอนต้องมีชายหลายๆคนอยากจะครอบครองตัวน้องเช่นเดียวกัน และก็เป็นเช่นนั้นเพราะน้องก็รู้สึกชอบกับผู้ชายที่เป็นลูกค้าอีกคนที่มาตามจีบอยู่นาน จนน้องตกลงปลงใจที่จะคบกับลูกค้าคนนั้นเป็นแฟน แต่ก็ยังคงเจอเราคุยกับเราอยู่ตลอด โดยน้องเล่าให้ฟังว่าจริงๆแล้วก่อนที่น้องจะคบกับคนนี้ ก็มีผมเป็นอีกคนที่น้องก็รู้สึกดี อยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข ซึ่งผมเองก็เคยถามลองใจไปว่าถ้าสมมติผมไม่มีแฟนไม่มีภรรยา แล้วจีบน้อง น้องจะเลือกใคร คำตอบก็คือผม แต่นั่นก็เป็นแค่คำตอบที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้ เพราอย่างไรแล้วผมก็ยังคงรักภรรยาผมอยู่ดีและก็ไม่ได้คิดจะเลิกกับเธอเพื่อไปหาคนอื่น
หลังจากที่ผมรู้ว่าน้องตกลงเป็นแฟนกับผู้ชายคนนั้น บอกเลยแบบแมนๆว่าผมรู้สึกหึงรู้สึกหวงอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็บอกไม่ได้หรือแสดงออกมากไม่ได้เพราะจะหาว่ากั๊กเอาไว้ ลืมบอกไปครับ ผู้ชายคนนี้ เป็นคนมีเงินครับ มีธุรกิจส่วนตัว อายุไล่เลี่ยกับผม ทำงานและบ้านอยู่ต่างจังหวัด แต่จากที่น้องเล่าเรื่องผู้ชายคนนี้ให้ผมฟัง ผู้ชายคนนี้เคยมีแฟนมาแล้ว แต่เลิกไปแล้ว ซึ่งผู้หญิงคนนั้นก็เป็นผู้หญิงที่ทำงานประเภทเดียวกับน้องผมคนนี้นี่แหละครับ ผมจึงค่อนข้างเดาทางผู้ชายคนนี้ได้ว่าคิดอะไร ซึ่งก็ตรงหลายอย่างจากที่น้องเล่าให้ผมฟังครับ และนี่แหละครับที่ทำให้ผมรู้สึกเป็นกังวลกับความรักของน้องครั้งนี้ เพราะตลอดเวลาผมอยากให้น้องได้เจอสิ่งดีๆบ้างหลังจากที่เจอเรื่องร้ายๆมาตลอด
มีอยู่อาทิตย์หนึ่งน้องได้วันหยุดยาวก็ออกไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนของเค้า ผมเองก็รู้สึกใจหวิว รู้สึกหวงๆอย่างแปลกๆ แน่นอนครับ ผมเชื่อว่าทุกคนคงกำลังต่อว่าผมแน่นอน ผมยอมรับครับ ตอนนั้นรู้สึกเลยว่าผมเริ่มเลยเถิดไปไกลหละ พยายามดึงตัวเองกลับมาให้ได้ ซึ่งก็ใช้เวลาอยู่หลายวันจนสามารถเคลียร์ใจกับตัวเองได้ แต่ก็ยังคงไปหา ไปเจอน้องทุกครั้งที่เป็นวันหยุดของน้อง หรือน้องเลิกงาน เรียกว่าถ้าว่างเป็นต้องเจอกันตลอด ถึงขั้นลางานไปเที่ยวกับน้องมี อ้างภรรยาว่าจะไปฟิตเนสแต่จริงๆหนีไปหาน้องที่ร้านก็บ่อย ซึ่งมันก็ผ่านมาด้วยดีครับ
และมีอยู่วันนึงน้องไลน์มาหาผมพร้อมข้อความว่า ”ใจหาย” ผมก็สงสัยถามไปว่าทำไม น้องบอกมาว่า ผู้ชายคนนั้นมีลูกแล้ว 5 ขวบ ซึ่งน้องผมเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ซึ่งเค้าก็ยังคงรักกันอยู่ แต่ลูกหละจะยังไง อายุเพิ่ง20 แต่มีแฟนที่มีลูกแล้วจะยังไงต่อ บอกตามตรงเป็นไปตามที่ผมเคยคาดเดาไว้แล้วว่าผู้ชายคนนี้ น่าจะมีประวัติบางอย่างที่แปลกๆ ผมก็ได้แนะนำน้องไปในฐานะพี่คนหนึ่ง ที่กึ่งบ่งรับแบ่งสู้ไว้ แต่น้องก็เลือกที่จะลองเดินต่อครับ ผมก็คงต้องปล่อยไปตามความตัดสินใจของน้อง โดยหลังจากที่น้องรู้เรื่อง ลูกติดของแฟนเค้าก็เหมือนจะไม่มีอะไร จนเมื่อเร็วๆนี้ ผมกับน้องกำลังจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกันโดยการขี่มอเตอร์ไซค์ไป และน้องก็บอกกับผมว่า ครั้งนี่น่าจะได้ไปเที่ยวกันครั้งสุดท้ายแล้วนะ ตอนนั้นอารมณ์เหมือนคนจะถูกทิ้งเลยครับ ที่น้องบอกเช่นนี้เพราะน้องต้องการจะเลิกทำงานแบบนี้แล้วกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดต่างจังหวัด ซึ่งผมก็ยินดีกับน้องด้วยที่คิดจะเลิกหลังจากคิดมานาน และผมเองก็สนับสนุนน้องให้เลิกมาตลอด อย่างที่บอกครับ ผมอยากให้น้องมีชีวิตที่ดีเหมือนคนปกติ น้องเรียนทางArt ครับมีฝีมือพอตัวเลยทีเดียว เรียกว่ามีพรสวรรค์เลยก็ว่าได้ครับ แต่แล้วเรื่องที่น้องจะกลับบ้านต่างจังหวัดน้องไม่ได้ไป เพราะแน่นอนว่าแฟนของน้องก็ย่อมไม่ต้องการเช่นเดียวกัน จึงมารับตัวน้องให้ไปอยู่ที่บ้านเค้าที่ต่างจังหวัดไปทำงานกับเค้า ซึ่งความพยายามนี้มีมาตลอดครับ แต่ที่แน่ๆน้องจะไปในฐานะอะไร จะบอกคนที่บ้านแฟนเค้าว่าเป็นใครทำอะไรมา หละลูกติดของเค้าอีกหละจะจัดการตัวเองยังไง ผมเองก็ด้วยความเป็นห่วง ปนกับหวงด้วยก็พยายามอยู่ให้คำปรึกษาน้องตลอดครับ
และก็ตามคาดอีกเช่นเคยครับ น้องไปอยู่ไม่กี่วันก็มีปัญหากับลูกติด เพราะลูกติดก็ไม่เอาแม่ใหม่ ตัวแฟนก็ติดกับบ้าน เข้าข้างน้องผมก็เพียงคำพูดแต่พฤติกรรมต่อไปมันก็ต้องดูยาวๆว่าเค้าจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ที่แน่ๆผมก็มีหัวร้อนอยากเจอ อยากคุย บ้างตามจังหวะที่เหงาๆ รวมกับคิดถึงน้องเค้าครับ
ตอนนี้ผมพยายามห้ามใจและเฟดตัวเองออกมาจากน้องเค้าให้ได้ หละพยายามกลับมาอยู่กับภรรยาของผม ทำสิ่งที่ผมควรทำกับภรรยาผมมากกว่า โดนพยายามจะลืมน้องคนนี้ไปครับ ที่เล่ามาทั้งหมดไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากระบายความในใจ ความรู้สึกผิดต่อตัวเอง ต่อภรรยา ต่อทุกคนที่รู้จักตัวตนของผม เรื่องราวต่อไปจะเป็นอย่างไร คงต้องปล่อยไปให้ความรู้สึกนี้หาไป และรักภรรยาผมให้มากๆ ถูกต้องใช่ไหมครับ ขอบคุณทุกคนมากครับที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้ ขอบคุณที่ให้ผมได้ระบายออกมาครับ ขอบคุณมากครับ