ขอความคิดเห็น : ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลือกทางชีวิตใหม่ (อยากได้ ปสก.ตรงจากแม่เลี้ยงเดี่ยวค่ะ)

## นาน....น่าจะนับเป็นสิบปีที่ไม่ได้โพสต์เกี่ยวกับปัญหาชีวิตของตัวเอง  เพราะเหตุผลหลาย ๆ ด้าน   แต่วันนี้ถึงจุดที่จะต้องตัดสินใจเสียที  จึงได้เข้ามาโพสต์  โดยอยากได้ คคห.จากหลาย ๆ ท่านและโดยเฉพาะแม่เลี้ยงเดี่ยว##

        ขอเริ่มเลยแล้วกัน.....

               ดิฉันและสามีแต่งงานกันมา 14  ปี  เราทำงาน บ.ทั้งคู่  แต่งงานแล้วเขาทำงานต่ออีก 3 ปีเพื่อผ่อนรถ  หลังจากนั้นลาออกเพราะอยากจะมาทำส่วนตัว  แต่ไม่ประสบความสำเร็จ  เพราะนอนรองาน    ดิฉันทนไม่ไหว มีหางานป้อนให้บ้าง แต่ก็ไม่มาก  สุดท้ายก็ต้องเลิกทำตรงนี้ไป  ระหว่าง 2 ปีนี้ ดิฉันไม่ได้ช่วย คชจ.อะไรเขาเท่าไหร่   เขาพอมีเงินเก็บอยู่บ้าง ก็กินใช้ตรงนั้น  สุดท้ายดิฉันทนไม่ไหว ต้องไปบนให้เขาได้ทำงาน  ซึ่งก็ได้งานทำจริง ๆ
             
                  เขาทำงานอีก 2 ปี  เราอยากมีลูกด้วยกันเลย ไปปรึกษาหมอ  เพราะดิฉันมีภาวะมีลูกยาก  ปรากฏว่าโชคดีมากทำครั้งเดียวติด ได้ลูกชาย  (ตอนนี้ใกล้จะ 7 ขวบแล้ว) ระหว่างที่ท้องได้  6-7 เดือน เขาก็บอกดิฉันว่าจะลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกเอง  ตอนนั้นดิฉันช๊อคค่ะ  แต่ก็นิ่ง ๆ ไม่ได้ว่าอะไร   จนคลอดลูก ดิฉันลางานครบ 90 วัน เค้าก็ลาออกจากงานมาเลี้ยงลูก

    จากวันนั้นจนถึงปัจจุบัน  ดิฉันคือคนทำงานเพียงคนเดียวในบ้าน  ตอนแรก ๆ ยอมรับนะทำใจไม่ได้เป็น ปี – 2 ปี  เพราะรายได้รวม 2 คนหลักแสน หายไปครึ่ง   มีวีน-เหวี่ยงใส่บ้าง    ช่วงปีแรกไม่เยอะ เพราะยุ่ง ๆ เรื่องน้ำท่วมใหญ่  ถึงจะมีตรงนี้บ้าง แต่ก็ไม่ได้ตลอด  เป็นช่วง ๆ ตามจังหวะอารมณ์
  
    ค่าใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์ สิ่งของเครื่องใช้ทุกชิ้นในบ้านดิฉันรับผิดชอบซื้อหาหมด   ปีแรกนี้ให้เงินเขาใช้ต่อเดือน ๆ ละ 2,000-2,500 บาท เพราะดิฉันมีภาระผ่อนรถ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้น ๆ จนปัจจุบันอยู่ที่เดือนละ  6,000    แม้แต่ประกันชีวิตส่วนตัวเขาดิฉันก็รับผิดชอบส่งให้  เพราะเค้าจะเวนคืนแต่ดิฉันเสียดาย เพราะส่งมาประมาณ 10 ปีแล้ว  ก็เลยเอามาส่งต่อ ส่งต่อให้มา 5 ปีได้แล้ว

    ระหว่างที่ลูกเข้า รร.ก็ให้ทุนเขาเล่นหุ้น เขามีทุนของเขาลงไปประมาณแสนนึง ดิฉันเติมให้อีกปีละ 5 หมื่น  สำหรับลงทุนให้ลูก  แต่ปีนี้ต้องตัดใจ ไม่เติมให้  เพราะว่าไม่รู้ถึงความคืบหน้ากำไรขาดทุน  ถามทีก็มีอารมณ์เสียฉุนเฉียว ตอบแบบเสียไม่ได้   เงินที่อยู่ตรงนั้นของดิฉัน ลงไปให้เกือบ ๆ 2 แสน

    ตอนลูกอยู่ อ.2 เขาก็คิดจะทำกิจการของเขาอีก  ไปสมัครอบรมงานช่างไม้  ดิฉันก็โอเครนะ  อย่างน้อยเค้าก็ยังพยายามจะหาอะไรทำ....   ( แต่งานนี้ไม่ช่วยแล้ว  เพราะว่าตัวดิฉันเอง ก็ทำงานหารายได้เสริม และจริง ๆ ก็ดูว่าจะไปได้ดีกว่างานของเค้า แต่เค้าก็ไม่เคยช่วยดิฉันสานต่อตรงนั้น ซึ่งปัจจุบันดิฉันทำเองคนเดียวตรงนี้ไม่ไหว ก็เลิกทำไปแล้ว )      จากที่เล่ามาเหมือนไม่มีอะไรใช่มั๊ยคะ ?? ชีวิตเรียบง่ายของผู้หญิงคนหนึ่งที่แค่เลี้ยงดูสามีและลูก  แต่ในระยะหลัง ปี/2ปีมานี้   เราทะเลาะและมีปากเสียงกันค่อนข้างบ่อย  ลูกเริ่มโตแล้ว เริ่มรู้เรื่อง  หลังจากมีปากเสียงกันทุกครั้ง ดิฉันพยายามเงียบ เงียบ  (แล้วก็) เงียบ  คือไม่พูดกัน  ไม่คุยกัน   ต่างคนต่างเหมือนอากาศธาตุ  ถ้าไม่มีเรื่องที่จำเป็นต้องพูดกันจริง ๆ   เพราะไม่อยากทะเลาะเถียงกันให้ลูกได้ยิน ได้เห็น  สิ่งที่ทะเลาะ/เถียงกัน  เป็นเรื่องที่เขามาหาว่า ดิฉันขี้เกียจ ไม่ช่วยทำงานบ้าน  ไม่ตื่นมาหุงข้าว  , ดิฉันนอนตื่นสาย (ในวันหยุด ) ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีกับลูก  ( ซึ่งทำให้ปลุกลูก ๆ ไม่ยอมลุกจากที่นอน  เพื่อจะไป รร.เพราะสาเหตุนี้ – เขาว่า..)  ซึ่งเวลามีเรื่องแบบนี้  ดิฉันก็จะเถียงบอกว่า “ เขาไม่มีสิทธิ์มาพูดอย่างนี้  เพราะเขาไม่ได้ดีกว่าดิฉัน ช่วยไปพิสูจน์ตัวเองก่อนว่าดีกว่า หรือเท่ากับ จึงค่อยมาว่า  ถ้ายังไม่ดีกว่า ไม่มีสิทธิ์มาว่ากัน ”  และที่สำคัญ  ดิฉันไม่เคยว่าเค้า ไม่เคยบอกว่าทำไมเค้าเป็น/ไม่เป็น หรือไม่ทำอย่างนั้นอย่างนี้  ดิฉันเงียบ-เฉยตลอด  บ้านช่อง ห้องน้ำสกปรกดิฉันไม่เคยว่า  ทนได้ก็ทน ทนไม่ได้วันหยุดดิฉันก็ทำ

    ดิฉันออกจากบ้านไปทำงาน 7 โมงเช้าค่ะ  กลับถึงบ้านประมาณ 2-2ทุ่มครึ่ง เพราะกลับจากทำงานก็แวะรับลูกกลับจากเรียนกีฬาด้วยเลย  กลางคืนอาบน้ำให้  พาลูกอ่านนิทาน  พานอน  ทำอย่างนี้ตั้งแต่เกิด  เสาร์-อาทิตย์ ซักผ้าลูก ชุดชั้นในตัวเอง (ซักมือ) – รีดผ้า , ล้างห้องน้ำ  และอื่น ๆ  ส่วนตัวเขาไปส่งลูกที่ รร.ตอนเช้า 7 โมง กลับถึงบ้านไม่เกิน 7 ครึ่ง  แล้วไปรับลูกตอนประมาณบ่าย 4  แล้วไปส่งลูกเรียนกีฬา  

    อ้อ....งานไม้งานเฟอร์นิเจอร์ที่เค้าทำ มันยังขายไม่ได้ ไม่ได้มีออเดอร์อะไรเข้ามา ทำมากองไว้ที่บ้าน จะเอาไปขายทีตอนที่ทางราชการหาที่ให้ขาย  ถ้าไม่มีตรงนี้  เค้าก็ไม่ไปหาที่ขาย สรุปคือมันยังไม่สามารถยึดถือเอามาเป็นรายได้หลักได้

    ที่เจ็บช้ำน้ำใจที่สุดคือ   ดิฉันเพิ่งมารู้ว่าเขาเอาดิฉันไปด่าในกลุ่มไลน์ของครอบครัวเค้าหลายครั้งมาแล้ว ซึ่งในกลุ่มนั้นมีหลายคน พี่น้อง สะใภ้ หลาน ๆ ดิฉันไม่ได้เข้าอยู่ในกลุ่มกับเขาด้วย เพราะเห็นว่าไร้สาระ  ซึ่งก่อนหน้านี้ก็พอจะทราบว่าเขาต้องเอาไปพูดคุยกับพ่อแม่ น้องเค้าบ้าง  เพราะถ้าไปหากันทีไรกลับมาก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกคนหนึ่ง  เช่น  ดิฉันจะพาลูกไปเรียนภาษาจีน  (แต่จริง ๆ ลูกไม่อยากไป ก็ไม่ได้บังคับให้ไป ปัจจุบันก็ไม่ได้ให้เรียน) เค้าก็ด่าว่าบังคับลูก  หาว่าดิฉันบังคับลูกอ่านหนังสือ จนลูกไม่ชอบภาษาไทย และอ่านไม่ได้ (แต่ผลสอบออกมาลูกทำคะแนนวิชาภาษาไทยได้ดีที่สุด)  ด่าอีกหลายเรื่อง  ขี้เกียจ... ไม่ช่วยงาน...เป็นนังแม่มดร้าย...ใครไม่อยู่ด้วยไม่รู้หรอก..??  (ตามที่บอก เวลาเถียง/ทะเลาะหรือมีปากเสียงกัน สำหรับดิฉันคือตรงนั้นจบ  อาจจะเถียงกัน 2-3 นาที หลังจากนั้นดิฉันก็จะเงียบตลอดคือไม่...อะไรเลย...

    นี่คือสิ่งที่ดิฉันได้รับการตอบแทนจาก ผช.คนนี้  ดิฉันต้องเลี้ยงดูให้เงินเค้าใช้นานมากกว่า 6 ปีแล้ว รับผิดชอบทุกอย่างในบ้าน  ทุกอย่างจริง ๆ ค่ะ ของกินของใช้ทุกอย่าง ข้าวสารอาหารแห้ง เครื่องปรุงต่าง ๆ ของอุปโภค บริโภค ค่าเล่าเรียนลูก เค้าไม่ได้เคยช่วยดิฉันเลยแม้แต่บาทหรือสลึงเดียว ตลอดเวลาที่มีลูกที่ผ่านมา และ ณ.ปัจจุบัน ดิฉันก็ไม่ได้คาดหวังถึงรายได้จากการทำงานของเขา ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะทำงานมีอาชีพของตัวเองเลี้ยงดูครอบครัวได้  สิ่งที่คาดหวังคือ ให้เขาทำหน้าที่ “แม่บ้าน ” คือกลับบ้านมาดิฉันอยากเห็นบ้านช่องสะอาดสะอ้าน ไม่ใช่ต้องมาหงุดหงิดกับเรื่องเหล่านี้

        ณ.ตอนนี้ดิฉันต้องการเดินออกมาจากชีวิตเขา  แต่ติดตรงที่ลูกยังเล็ก ยังช่วยตัวเองไม่ได้  และส่วนตัวดิฉันเองก็มีข้อจำกัดของตัวเอง คือ
1. ดิฉันไม่มีญาติ/พี่น้องแม้แต่คนเดียวอยู่ในบริเวณพื้นที่ ๆ ที่จะไปขออาศัยอยู่ด้วยได้ (พ่อแม่ญาติพี่น้องทุกคนอยู่ ตจว.หมด  - เพื่อนรักที่พอจะช่วยกันได้  ก็อยู่รอบนอก ถ้าไปอยู่กับด้วย  ดิฉันจะมีปัญหาเรื่องการเดินทางไปทำงาน )
2. จะกลับไปอยู่กับ พ่อแม่ที่ ตจว.ก็ติดปัญหา เรื่องที่ไม่สามารถเดินทางไปทำงาน (คงต้องลาออกจากงาน –ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีอะไรรองรับ )  และการรับส่งลูกไป รร. เพราะพ่อแม่ดิฉันแก่มากแล้วค่ะ อายุ  80  แล้ว  มีพี่สาว-พี่ชายอยู่บ้านก็จริง  แต่เค้ามีอาชีพค้าขาย  ก็ไม่ได้มีเวลาจะมาดูแลหรือรับส่งให้    อีกอย่าง ในเขตที่อยู่ตรงนี้ มันมีทรัพยากร มีความพร้อมมากกว่า ตจว.ในการที่จะปูพื้นฐานดี ๆ ให้กับลูก เช่น สถานที่เรียน ที่เรียนพิเศษ เรียนกีฬา  ซึ่งที่ ตจว.ไม่มีสิ่งเหล่านี้ค่ะ

สิ่งทิ่คิดจะทำ  และอยากขอคำปรึกษาหลายท่าน โดยเฉพาะแม่เลี้ยงเดี่ยวคือ  ดิฉันคิดว่าจะเจรจากับเขา  คือดิฉันจะแยกบ้านออกไป  ไปเช่าอยู่ แต่อาจอยู่ในละแวกเดียวกับเขา  ตอนเช้าดิฉันไปส่งลูกที่ รร.ตอนเย็นเขาไปรับและไปส่งเรียนกีฬา  เลิกงานดิฉันรับกลับและลูกนอนกับดิฉันอยู่กับดิฉัน ลูกจะอยู่กับเค้า ทุกวันจันทร์ และเดือนละ  2-3  เสาร์ (เพราะดิฉันติดทำงาน ) โดยดิฉันจะจ้างเค้าค่ะ  อยากทราบว่าสิ่งนี้ทำได้มั๊ย ?? มีใครทำอย่างนี้บ้าง  เลิกกันแล้ว  และจ้างให้อดีตสามีดูแลลูก  หรือใครมีวิธีการอย่างไร รบกวนแนะนำด้วยค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่