กลุ้มมากค่ะ สามีไม่ชอบแม่เรา จะทำยังไงดีคะ

สวัสดีค่ะเพื่อนๆชาวพันทิป เรามีเรื่องกลุ้มใจหนักมาก ยกมาเป็นประเด็นทะเลาะกันได้ตลอดเวลาเลยค่ะร้องไห้ ชีวิตเราอาจจะคล้ายกับชีวิตใครหลายๆคนก็ได้ เลยอยากปรึกษาว่าคุณมีวิธีแก้ไขกันยังไง อาจจะยาวหน่อยนะคะ

       ขอเล่านิสัยพอสังเขปก่อนนะคะ บ้านเราฐานะปานกลางไม่ได้ร่ำรวย พ่อกับแม่เราแยกกันอยู่ แม่เราเป็นคนเฮฮา ชอบกินเบียร์ พอกินเบียร์แล้วท่านจะติดลม พูดจาโผงผาง แซวคนนั้นคนนี้ เพื่อนๆของแม่ก็จะชอบเวลาถูกว่าถูกแซวเลยยังคบกันได้ เพราะแม่สามารถให้คำปรึกษาที่ดีได้ เป็นคนฉลาดคิด เชื่อมั่นในตัวเอง และเป็นตัวของตัวเองสูง เวลาที่ไม่ได้กินเบียร์ท่านก็จะเป็นคนขยันขันแข็ง ชอบทำงาน ใครเดือดร้อนก็คอยไปช่วยเหลือเค้าเสมอ เพื่อนฝูงเลยรัก
       สามีเราเป็นคนไม่ชอบออกงานสังคม ชอบอยู่บ้านเล่นเกมส์กับเพื่อนๆ บ่อยครั้งที่เล่นจนดึกแล้วตื่นสายบ้างเที่ยงบ้าง เป็นคนประหยัด ไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือย ไม่เจ้าชู้ ไม่กินเหล้า (กินบ้างนานๆครั้ง) ไม่สูบบุหรี่ เป็นคนไม่เอาเปรียบใครแต่ก็ไม่ชอบให้ใครเอาเปรียบ ไม่ค่อยมีน้ำใจที่จะยื่นมือช่วยเหลือใครเท่าไหร่ ฐานะบ้านเค้าค่อนข้างดี มีเงินใช้สบายๆไม่ลำบาก แต่ไม่อวดร่ำอวดรวย
       ส่วนตัวเราเป็นคนเพื่อนเยอะ ชอบเข้าสังคม ชอบแต่งตัว รักสวยรักงาม ชอบถ่ายรูป ชอบทำงานหาเงิน ชอบใจอ่อน มองโลกในแง่ดีมากและรักครอบครัว โดยเฉพาะแม่ เวลาว่างก็ชอบเล่นเกมส์ เค้าเลยถูกใจว่างานอดิเรกคล้ายกัน

Part 1 ช่วงก่อนแต่งงาน
       ตอนที่เจอกับสามีเค้าทำงานออฟฟิศ เราก็ทำงานเป็นเซลล์ และไปเจอกันตอนไปนำเสนองาน และก็คุยกันมาเรื่อยๆ แต่เนื่องจากเรามองหารักแท้ที่พร้อมจะแต่งงานอยู่กันจนแก่เฒ่า จึงบอกกับเค้าว่าไม่ต้องมีช่วงโปรโมชั่น เป็นยังไงให้ทำตัวแบบนั้น เราจะได้รู้ว่ารับได้หรือไม่ เรื่องเปย์ก็ไม่ต้องพูดถึงนะคะ หารกันบ้าง ผลัดกันออกบ้าง ของเซอร์ไพรส์ไม่มี คำพูดหวานๆก็ไม่มี เพียงแต่เค้าติดเรา อยู่ด้วยกันตลอดเวลา กับแม่เราเค้าก็ดูแลดี เวลาไปหาก็พาไปทานข้าว คุยกันถูกคอ หัวเราะเฮฮา คอยช่วยเหลือเสมอถ้าต้องการให้ช่วยเรื่องไหน ฝั่งครอบครัวเค้าแรกๆก็ไม่ได้เอ็นดูอะไรเรามากนัก ทำเฉยๆเพราะท่านก็ยังไม่รู้จักเรา และค่อนข้างหัวโบราณ คืออยากให้แต่งงานกันก่อน ค่อยมาอยู่ด้วยกัน แต่พอคบกันไปนานๆเข้าท่านก็รักเราเพราะเราเอาการเอางานและลูกเค้าก็ดีขึ้น (ตอนหลังออกจากพนักงานออฟฟิศมาเปิดบริษัทร่วมกัน ออกมาเช่าโฮมออฟฟิศอยู่ด้วยกัน) สามีเราค่อนข้างที่จะเน้นเรื่องผลประโยชน์ คือไม่ยอมให้เราเลยในเรื่องเงิน ทุกอย่างต้องแฟร์ ต้องเป๊ะ บางทีเรื่องนี้ก็ทำให้เราคิดมากเหมือนกันว่าเค้ารักเราหรือเปล่า หรือเค้าเห็นเงินสำคัญกว่าเรา หรือเค้าคิดว่าบ้านเราฐานะด้อยกว่าอาจจะหวังอยากมีอยากได้เงินมาก เค้าเลยซีเรียสเรื่องนี้หรือเปล่าก็ไม่ทราบ แต่ก่อนเรามีเงินของเราเอง เงินที่เราหามา จตะใช้จ่ายยังไง จะให้แม่หรือครอบครัว มันก็ส่วนของเรา เราก็ใช้ตามสบาย พอตอนหลังออกมาเปิดบริษัทร่วมกัน เงินก็รวมกันเพราะไม่ได้ตั้งเงินเดือน ส่วนฟุ่มเฟือยเราเองก็ไม่กล้าใช้ เสื้อผ้า เครื่องประดับรองเท้า แทบไม่เคยซื้อ เครื่องสำอางค์ก็แทบไม่ได้ใช้ ครีมบำรุงผิวที่จะใช้ก็ใช้รวมกับเค้า เพราะกลัวว่าเค้าจะหาว่าเราใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย เพื่อนฝูงที่เคยไปเจอไปกินข้าวกัน ก็เริ่มห่างๆออกไป ทำงานและอยู่แต่บ้าน ทั้งแม่เราและแม่เค้าก็อยากจะให้แต่งงานกัน จะได้ไม่เป็นที่ครหาของคนอื่น ที่อยู่กินกันก่อนแต่ง แม่เราก็เลยเร่งถามว่าเมื่อไหร่จะแต่งอยู่เสมอๆๆ แต่ก็อยู่กันมาจน 3 ปี กว่าจะได้ฤกษ์แต่งงาน (พ่อแม่สามีเป็นคนหาฤกษ์) ซึ่งตอนนั้นสามีก็ชอบบ่นว่าเร่งรัดเค้าให้แต่ง

Part 2 ช่วงแต่งงาน

          พอใกล้แต่งงาน บ้านสามีก็สร้างเรือนหอให้ โดยซื้อเป็นอาคารพาณิชย์ 2 หลังติดกัน หลังนึงเป็นชื่อพ่อสามี อีกหนังนึงเป็นชื่อเรากับสามี ส่วนค่าก่อสร้างตกแต่งทางบ้านสามีเป็นคนออก รถ 1 คัน และสินสอด โดยสินสอดที่ให้มา แม่เราไม่ได้เอาเพราะยกให้ไปสร้างตัวพร้อมให้ทรัพย์สินมาเพิ่มด้วย พวกทองคำที่แม่สะสมไว้ ตอนสร้างบ้าน แม่เราก็มักมาพักอยู่กับเราบ้าง ด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง ไปๆๆมาๆๆ ระหว่างบ้านเราและบ้านญาติ โดยเราก็อยากมีห้องนอนสำรองไว้ให้บ้านเรามาพัก เวลาเค้ามาหา แม่ก็ซื้อเตียง เฟอร์นิเจอร์ ทุกอย่างมาเอง ขอแค่มีห้องพร้อมติดแอร์ให้เค้า พักนี้ก็เริ่มมีเรื่องไม่พอใจกันอยู่เรื่อยๆ ขอแบ่งเป็นหัวข้อ

Part 2.1 เรื่องห้องน้ำ
            เกี่ยวกับเรื่องบ้าน เรื่องห้องน้ำสำหรับแขกนี่ก็ทะเลาะกันเพราะแม่ขอให้มีถังรองน้ำเพื่อที่แม่จะได้ตักอาบ ฝักบัวไม่สะใจ และอยากให้ติดพัดลมที่ห้องน้ำเพราะร้อนเวลาเค้านั่งทำธุระ สามีไม่อยากมีถังเพราะเกะกะ และไม่สวย พัดลมก็ว่าสิ้นเปลือง สุดท้ายเราก็ช่วยเจรจา ได้ถังน้ำมาวาง แต่พัดลมติดผนังไม่ได้ เนื่องจากเป็นงบก่อสร้างของบ้านสามี เค้าก็อยากมีเท่าที่จำเป็นเพื่อประหยัดรายจ่าย ส่วนแม่เราก็มองว่าไหนๆทำแล้วก็ทำทีเดียวจะได้ใช้นานๆ สุดท้ายได้พัดลมดูดอากาศเพื่อช่วยระบายความร้อน เพราะห้องน้ำอยู่กลางบ้านไม่มีทางระบายอากาศ กลางวันค่อนข้างร้อน

Part 2.2 ตื่นสาย
             สามีจะชอบตื่นสายกว่าเรา เพราะเล่นเกมส์ดึก เราจะตื่นก่อนลงมาเคลียส์งานว่าต้องทำอะไรยังบ้างในแต่ละวัน ช่วงที่แม่อยู่ แม่ก็จะตื่นแต่เช้ามาทำกับข้างไว้รอ เราลงมาก็ได้กินเลย แต่สามีส่วนใหญ่จะได้กินเป็นมื้อเที่ยง พอแม่มาอยู่ด้วยแล้วเห็นบ่อยๆเข้า ท่านก็ไม่พอใจ เห็นเราทำงานเยอะ ก็บอกสามีว่า ตื่นสายขนาดนี้ คนอื่นเค้าทำงานหาเงินกันไปได้เท่าไหร่แล้ว สามีก็เริ่มไม่พอใจเพราะแม่มาอยู่ที่บ้านแล้วยังจะบ่นอีก

Part 2.3 กินเบียร์
              แม่เราเป็นคนชอบทำอาหาร เพราะทำอร่อย ซื้อเค้าไม่ถูกปาก แต่สามีเราเป็นคนกินง่ายๆ อะไรก็ได้แค่อิ่มก็พอ ตอนที่แม่มาอยู่บ้านก็จะทำอาหารไว้รอพอเราลงมาก็มีของกินเลย เวลาไปตลาดทีนึงก็จะเสียค่าของสดประมาณ 1-3 พัน กินได้ประมาณ 1 อาทิตย์ และช่วงเย็นบางวันก็ยังออกไปกินนอกบ้าน กินเบียร์บ้าง ติดลมก็อยากนั่งนานๆ ซึ่งเราและสามีไม่กินเบียร์ กินเสร็จก็อยากรีบกลับบ้าน เราคนเป็นลูก แม่กินเรานั่งเป็นเพื่อนก็ไม่เป็นไร แต่สามีชอบมาบ่นว่าไม่อยากไปนั่งรอแม่กิน ทำไมไม่ซื้อมากินที่บ้าน สามีก็เริ่มบ่นเรื่องค่าใช้จ่ายว่าแม่มาแล้วใช้เงินเยอะและไม่ชอบนั่งรอแม่กินเบียร์ แม่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องค่าใช้จ่าย ท่านก็พูดว่าเดี๋ยวเลี้ยงเอง บางมื้อไม่แพงเราก็ให้แม่ออกแต่บางอย่างเช่นของสดที่กินด้วยกันเราก็จ่าย เพราะแม่ก็ไม่ได้มีรายได้อะไร เราโตแล้วก็อยากเลี้ยงดูเค้าเท่าที่ทำได้ ช่วงที่เค้ากินเบียร์ก็เป็นช่วงที่เค้ามีความสุขเพราะมีเวลาได้นั่งคุยกับลูกๆ ตอนนั้นเป็นคนกลาง โคตรอึดอัดเลยค่ะ กับแม่ก็พยายามค่อยๆบอกให้เค้าเข้าใจ ส่วนสามีเค้าถือว่าไม่ได้เบียดเบียนใคร อะไรก็ไม่ยอมค่ะ

Part 3 ช่วงแต่งงานและตั้งครรภ์

              ช่วงที่เราแต่งงานก็ผ่านพ้นไปด้วยดี คบกันมาก็นานพอแต่งงานก็อยากมีลูก ฝ่ายพ่อแม่ทั้ง 2 บ้านก็อยากให้รีบมี แต่สามีบอกไม่อยากมี แต่เราก็หลอกให้ทำจนท้องจนได้ พอท้องแล้วเค้าก็รับสภาพค่ะ จนมาถึงช่วงที่เราตั้งท้อง แม่ก็มาช่วยดูแลอยู่นาน มาหาบ่อยมาก เพราะเป็นห่วงเรื่องอาหารการกิน อาหารเช้าแม่ไม่อยู่เราก็แทบไม่ได้กิน เพราะสามีตื่นสาย ก็เลยไม่ได้กินกันไปด้วย อยากกินอะไร เค้าก็ไม่ได้ตามใจ บอกกินไปเหอะ อย่าเรื่องมากเลย ช่วงนั้นนอยด์มากค่ะ กลางคืนเค้าก็เล่นแต่เกมส์ ไม่สนใจเราเลย นอนร้องไห้บ่อยมากค่ะ แต่ก็ไม่เป็นไร เราต้องเข้มแข็งเพื่อลูก คิดแบบนั้น คือดูแลเค้าก็ดูแลปกติเหมือนตอนไม่ได้ท้อง แต่ร่างกายเราไม่เหมือนเดิม นึกออกไหมคะ เราก็อ่อนไหวง่าย อยากให้สามีมาลูบท้องคุยกับลูกเหมือนในหนังงี๊ แต่ไม่มีเลยค่ะ (นี่สินะชีวิตจริง..)

Part 3.1 คาราโอเกะ

                 พอแม่ต้องมาอยู่นานๆ ก็เบื่ออยากหาอะไรทำ ญาติมาหาบ่อยมากค่ะ เพราะเห่อที่จะมีหลาน แม่ก็เลยซื้อเครื่องเสียง คาราโอเกะมาไว้ที่บ้าน จัดแจงออกเงินเองด้วยนะคะ สามีก็ไม่เห็นด้วยหรอกนะคะ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ดีกว่าต้องไปรอกินเบียร์นอกบ้าน ญาติเริ่มมาเยอะค่ะ ก็มีต้มสุกี้กินกันบ้าง นอกห้องมันร้อนก็มากินกันในห้อง เค้าก็ไม่ชอบที่ห้องเหม็นก็ชอบมาบ่นกับเรา (สามีเวลาไม่ถูกใจอะไรนี่บ่นจนตายกันไปข้างนึงค่ะ)

Part 4 ช่วงมีลูก

                ช่วงมีลูกนี้ทุกอย่างดูมีความสุขค่ะ เพราะมีสมาชิกใหม่ เค้าก็รักลูกนะคะ อุ้มตลอด เห่อมากๆ ญาติก็ให้ของขวัญกันเยอะแยะ ซึ่งเราเป็นคนสำนึกบุญคุณ ใครทำอะไรกับเราไว้เราก็จำเสมอ เวลาเค้าขอความช่วยเหลือ สามีไม่อยากทำ เราก็จะบอกว่าเค้าเคยทำดีกับเรานะ นั่นนี่ บอกให้เค้าฟังแต่สามีจะบอกว่า ถ้าให้แล้วต้องมามีบุญคุณเอาคืนไปเลยดีกว่า (มันคนละประเด็นไหมคะ) เราพูดจนไม่มีอะไรจะพูดละ ก็ปล่อยผ่านไป เหตุการณ์คล้ายๆกันแบบนี้ก็มีมาเรื่อยๆ ด้วยความที่เป็นแบบนี้ แม่เราก็ชอบแซวสามีว่า "ขี้งก" ซึ่งตรงนี้สามีไม่ชอบมากๆค่ะ แต่ลับหลังแม่เรารักสามีมากนะคะ ชมกับญาติเสมอๆเลยว่าเค้าดีเพราะไม่เอาเงินไปใช้ฟุ่มเฟือยและไม่กินเหล้า ไม่เจ้าชู้ แต่ไม่ชอบชมต่อหน้า เวลาสามีมาฟ้องอะไรจะเข้าข้างลูกมากกว่า แต่ค่อยมาปรามลับหลัง

Part 4.1 จุดแตกหัก

                พอลูกอายุได้ประมาณ 2 ขวบ แม่และญาติๆก็เริ่มบ่นว่าเมื่อไหร่จะมีอีกคน ซึ่งเราเองคิดแล้วก็อยากให้ลูกมีเพื่อน ก็บอกกับเค้าว่าแม่มีถามมานะ แต่เค้าบอกคนเดียวพอแล้ว "แม่อยากมีก็ไปมีเองสิ" เค้าพอแล้ว พอวันนึงที่เรามาเยี่ยมบ้านแม่ ญาติก็ถามขึ้นมา สามีบอกว่าคนเดียวพอแล้วครับ แม่ก็ดันพูดขึ้นมาว่า "แบบนี้ก็เห็นแก่ตัวสิ" ทุกคนเงียบ ญาติก็บอกว่า เออคนเลี้ยงมันก็เหนื่อยเนอะ เด็กเดี๋ยวนี้ค่าใช้จ่ายเยอะ เปลี่ยนประเด็นไป เรื่องนี้เราก็มาคุยกับแม่ตอนหลังว่า  แม่พูดแรงไปนะคะ เรื่องนี้แม่ทำเฉยๆก่อนเดี๋ยวเราจะค่อยๆพูดเอง ทางฝั่งสามีก็เรียกเรามานั่งบ่นเรื่องแม่ เราก็คนกลาง ไม่อยากให้ใครมาว่าแม่เหมือนกัน ก็บอกไปว่า เราจัดการให้แล้วต่อไปท่านก็ไม่พูดแล้ว และหลังจากนั้นแม่ก็ไม่เคยว่าอะไรสามีอีกเลย บ้านก็ไม่ค่อยมาหา เพราะรู้ลึกๆว่าสามีคงไม่ชอบ แต่สามียังบ่นแม่กับเราเรื่อยๆ ซึ่งก็ทะเลาะกับเราทุกครั้ง ล่าสุดก็ทะเลาะกันเพราะเราต้องไปงานศพญาติห่างๆที่ค่อนข้างมีฐานะและมีบุญคุณกับบ้านเรา แต่สามีไม่ยอมไป เค้าก็บอกว่า ไม่ใช่ญาติเค้า เค้าไม่จำเป็นต้องไป เรากับแม่ก็ไปแล้ว จะให้เค้าไปทำไม สุดท้ายทะเลาะกันใหญ่โตมาก เราโทรไปร้องไห้กับแม่ (ก่อนหน้านี้ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลยเพราะไม่อยากให้เค้าทั้ง 2 เกลียดกัน) อึดอัดมากที่สามีไม่ยอมเข้าใจอะไรเลย แม่ก็บอกว่า อย่าเอาแม่มาเป็นประเด็น อย่ามาทะเลาะกันเพราะแม่ (แม่ร้องไห้) แม่ก็อยู่อีกไม่กี่วันแล้ว ให้คิดว่า เราต้องเอาครอบครัวของเราให้สำคัญที่สุด ไม่ต้องห่วงแม่ (ณ จุดนี้เรายิ่งรู้สึกผิด นึกย้อนสิ่งดีๆที่แม่ทำมาให้เราตลอด เลี้ยงดูเรา ให้เงินเราใช้ รักทะนุถนอมเรา จนถึงวันที่เรามีครอบครัวแล้ว มีเงินพอที่จะเลี้ยงดูเค้าได้แล้ว กลับไม่สามารถดูแลเค้าได้ เรารู้สึกผิดจริงๆ) ตอนนั้นบอกกับสามีและแม่เลยว่าเราเลือกแม่ ที่แต่งกับเค้าเหตุนึงเพราะเห็นว่าเค้ารักแม่เราและครอบครัวเรา แต่ในเมื่อตอนนี้เค้าไม่เคารพ แถมพูดจาต่อว่าบุพการีเรา เราทนไม่ได้ และไม่อยากทนอีกต่อไป  

เดี๋ยวมาต่อนะคะ .. ขอไปเช็ดน้ำตา สงบอารมณ์แปปค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่