คือเวลาที่เหลือว่างส่วนตัวจริงๆ เมื่อหักชั่วโมงทำงาน, เดินทาง, และเวลานอนแล้วน่ะครับ
เช่น คำนวณคร่าวๆ นะ
นอน 8 ชม. (หลับจริงๆ 6-7 ชม.)
ทำงาน 9 ชม.
เดินทางไป-กลับ 4 ชม. (2+2) (เวลาที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อไม่ให้ไปสาย อาจเหลือ 3 ชม.ได้)
เวลาทำกิจกรรมส่วนตัวหลังตื่นตอนเช้า จนถึงเวลาออกจากที่พัก 1 ชม.
8+9+4+1 = 22 ชม. เหลือเวลาว่างเมื่อเดินทางกลับถึงที่พัก 2 ชม. เพื่ออาบน้ำกินข้าวดูทีวี ฯลฯ ก็พอได้นะ
แต่ตรงนี้ถ้าทำโอทีก็ยากเลย
จริงๆ ส่วนตัวผมคิดว่าคนไทย (ในเมือง) ส่วนใหญ่เราก็มีเวลาเหลือกันประมาณนี้นะ วันละ 1-3 ชม. บางทีก็ไม่เหลือเลย ในแง่นึงมันก็ดีที่เรามีทัศคติที่แบบ ขยันมาก ในแง่ของการทำงาน แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามัน healthy แค่ไหน
เคยได้ยิน work & life balance ซึ่งฝั่งตะวันตกเค้าน่าจะมีเวลาเหลือว่างๆ นอกเวลาทำงานแต่ละวัน 4 ชม. ขึ้นไป
และบางครั้งก็คิดว่าสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยบางทีไม่ใช่การทำงาน แต่เป็นเวลาที่หายไปรึปล่าวนะ?
ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ (Social & Economics Disparity/Inequality) ของประเทศอย่างเราทำให้ความเจริญมากระจุกตัวในเมืองใหญ่ ร่วมถึงงานที่ดี เงินที่ดี อนาคตที่ดี คนก็เลยแห่เข้ามากระจุกตัวกันมานับสิบๆ ปีหรือเผลอๆ ก็เป็นร้อยปีแล้วมั้ง?
ซึ่งจากข้างบน นอกเหนือจากปัญหาสังคมอื่นๆ พวกลักวิ่งชิงปล้น ข่มขืน ที่เกิดในเมืองใหญ่แล้ว ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตการทำงานตรงๆ และสำคัญก็คือ ปัญหาการจราจร ระบบขนส่งมวลชน
คนไทยเดินทางทำงานต่อวัน 1.5 - 2 ชั่วโมง "ต่อเที่ยว" กันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งต่อให้ผมไม่ต้องไปอ้างเอาของฝรั่งมาแชร์แต่พวกเราก็คงเห็นว่ามันมากเกินไป แต่... ก็ทำไงได้ล่ะนะ
นึกแล้วก็เศร้าใจ น่าจะสัก 6-7 ปีก่อนเองมั้ง ที่มีการปรับให้ 15,000 เป็นเงินเดือนเริ่มต้น รวมถึงค่าแรง 300 อันฮือฮาในสมัยนั้น
ทุกวันนี้ กระเสือ-กกระสนเดินทางเข้ามาทำงานในเมือง เงินเดือน 25,000 - 30,000 กลับถูกมองว่าน้อยไปแล้วมั้ง
ขออภัยที่บ่นอะไรไปเรื่อยนะครับ จขกท.กำลังคิดเรื่องงานใหม่ที่เสนอมา ซึ่งชีวิตจะเป็นแบบข้างบนเลย แต่ทำงานเกือบ 11 ชม. ต่อวันแทน (2 เบรค) ดังนั้นถ้าเดินทางต่อขา 2 ชม. (เผื่อกันสาย) สรุปแล้วเวลาที่กลับถึงที่พัก ก็จะเหลืออีก 8 ชม. ที่ต้องตื่นไปทำงานพอดี คือไม่ต้องทำอะไรเลย ก็เลยได้แต่คิดว่า มันจะดีเหรอน้ออออ
คิดว่าชีวิตทำงานแต่ละวันควรมีเวลาส่วนตัวเหลือเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมครับ? สัดส่วนเวลาชีวิตที่ดีควรเป็นอย่างไร?
เช่น คำนวณคร่าวๆ นะ
นอน 8 ชม. (หลับจริงๆ 6-7 ชม.)
ทำงาน 9 ชม.
เดินทางไป-กลับ 4 ชม. (2+2) (เวลาที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อไม่ให้ไปสาย อาจเหลือ 3 ชม.ได้)
เวลาทำกิจกรรมส่วนตัวหลังตื่นตอนเช้า จนถึงเวลาออกจากที่พัก 1 ชม.
8+9+4+1 = 22 ชม. เหลือเวลาว่างเมื่อเดินทางกลับถึงที่พัก 2 ชม. เพื่ออาบน้ำกินข้าวดูทีวี ฯลฯ ก็พอได้นะ
แต่ตรงนี้ถ้าทำโอทีก็ยากเลย
จริงๆ ส่วนตัวผมคิดว่าคนไทย (ในเมือง) ส่วนใหญ่เราก็มีเวลาเหลือกันประมาณนี้นะ วันละ 1-3 ชม. บางทีก็ไม่เหลือเลย ในแง่นึงมันก็ดีที่เรามีทัศคติที่แบบ ขยันมาก ในแง่ของการทำงาน แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามัน healthy แค่ไหน
เคยได้ยิน work & life balance ซึ่งฝั่งตะวันตกเค้าน่าจะมีเวลาเหลือว่างๆ นอกเวลาทำงานแต่ละวัน 4 ชม. ขึ้นไป
และบางครั้งก็คิดว่าสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเหนื่อยบางทีไม่ใช่การทำงาน แต่เป็นเวลาที่หายไปรึปล่าวนะ?
ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมและเศรษฐกิจ (Social & Economics Disparity/Inequality) ของประเทศอย่างเราทำให้ความเจริญมากระจุกตัวในเมืองใหญ่ ร่วมถึงงานที่ดี เงินที่ดี อนาคตที่ดี คนก็เลยแห่เข้ามากระจุกตัวกันมานับสิบๆ ปีหรือเผลอๆ ก็เป็นร้อยปีแล้วมั้ง?
ซึ่งจากข้างบน นอกเหนือจากปัญหาสังคมอื่นๆ พวกลักวิ่งชิงปล้น ข่มขืน ที่เกิดในเมืองใหญ่แล้ว ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตการทำงานตรงๆ และสำคัญก็คือ ปัญหาการจราจร ระบบขนส่งมวลชน
คนไทยเดินทางทำงานต่อวัน 1.5 - 2 ชั่วโมง "ต่อเที่ยว" กันเป็นเรื่องปกติ ซึ่งต่อให้ผมไม่ต้องไปอ้างเอาของฝรั่งมาแชร์แต่พวกเราก็คงเห็นว่ามันมากเกินไป แต่... ก็ทำไงได้ล่ะนะ
นึกแล้วก็เศร้าใจ น่าจะสัก 6-7 ปีก่อนเองมั้ง ที่มีการปรับให้ 15,000 เป็นเงินเดือนเริ่มต้น รวมถึงค่าแรง 300 อันฮือฮาในสมัยนั้น
ทุกวันนี้ กระเสือ-กกระสนเดินทางเข้ามาทำงานในเมือง เงินเดือน 25,000 - 30,000 กลับถูกมองว่าน้อยไปแล้วมั้ง
ขออภัยที่บ่นอะไรไปเรื่อยนะครับ จขกท.กำลังคิดเรื่องงานใหม่ที่เสนอมา ซึ่งชีวิตจะเป็นแบบข้างบนเลย แต่ทำงานเกือบ 11 ชม. ต่อวันแทน (2 เบรค) ดังนั้นถ้าเดินทางต่อขา 2 ชม. (เผื่อกันสาย) สรุปแล้วเวลาที่กลับถึงที่พัก ก็จะเหลืออีก 8 ชม. ที่ต้องตื่นไปทำงานพอดี คือไม่ต้องทำอะไรเลย ก็เลยได้แต่คิดว่า มันจะดีเหรอน้ออออ