เราเป็นผู้หญิง วัย 30 + ค่ะ อยากจะแบ่งปันเรื่องราวในบางช่วงของชีวิต
แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่มันก็เป็น บทเรียน ที่ดีให้กับเราเอง
จนอยากจะนำมาบอกต่อ และทิ้งเรื่องราวนี้ไว้ที่กระทู้แห่งนี้ แล้วเราจะก้าวต่อไปไม่หันกลับมา
เรื่องราวเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เราเจอ ผู้ชาย คนแรก แบบงงๆ เขาเข้ามาจีบเรา
รู้จักกันไม่นานเราก็ไปบ้านเขา พาไปรู้จักพ่อกับแม่ ตกลงว่าคบกัน
เราเหมือนเจ้าหญิง เขาดูแลเราทุกอย่าง ดีมากๆ จนเราคิดไปเองว่านี่คือความรักครั้งแรก
และเป็นรักครั้งสุดท้ายของเรา คงไม่มีใครจะมารักเรา ดีกับเราได้เท่านี้อีกแล้ว
คบกันมาได้ 8 เดือน ความสุขมันสั้นนัก เวลาแห่งความเลวร้ายก็เกิด
วันหนึ่งจู่ๆเขาหายไป หายไป 3 วัน หายไปพร้อมกับเงินค่าเช่าหอพักของเรา
(ที่เราต้องไปจ่ายให้กับเพื่อน ที่เป็นเมทกัน ค่าเช่า หารสอง)
เราตามหาเขา คิดถึงเขาเหมือนคนบ้า สุดท้ายเราก็เจอ เจอเขา แต่เงินเราที่เขาเอาไปเขาใช้จนหมดแล้ว
ตอนนั้นจำได้ ติดค่าห้องเพื่อน แบบนานมาก เพื่อนก็ดี ไม่ค่อยมีเงินหรอก แต่ก็ออกให้เราก่อนไม่ทวงซักคำ
แต่สุดท้ายก็แอบเก็บเงินจากที่พ่อแม่ให้ ไว้ทีละน้อย คืนเพื่อนจนหมด (เพราะเขาคุมการเงินเราทุกบาท)
จากวันที่เราตามหาเขาจนเจอ ธาตุแท้เขาก็ออก
เริ่มจากเรารู้มาว่า เขาเคยมีแฟน แฟนเขามีอาชีพกลางคืน เขาซ้อมตีผู้หญิงคนนี้ เรียกว่า ตลอดๆเลย
ซ้อมตีแบบ แก้ผ้ากลางถนน เลือดออกปาก ออกจมูก เป็นถังๆ กร้อนผม (เขียนงี้ป่าวไม่แน่ใจนะ) ทุบตีสารพัด
อันนี้เราไม่เห็นนะ คือ มีคนมาบอกเล่าทีหลัง แล้วผู้หญิงคนนี้ก็ทำงานเลี้ยงเขา
ส่วนเราโดนเขาทำร้ายมั้ย โดนนะ แต่ไม่ใช่การซ้อม ทารุณอะไร
ก็จะเป็นแบบตบ ผลัก ขว้างของใส่ อะไรแบบนี้ ถ้านับ นี่ก็ เรื่องที่ 2 แล้วนะที่เราทนเขา
1. เรื่องเงินที่เอาของเราไป แล้วยังควบคุมเอาเงินเราไปทุกบาททุกสตางค์
ทั้งสร้อยทอง แหวนทอง โทรศัพท์ของเราไม่ว่ากี่เครื่อวต่อกี่เครื่อง ก็ เอาไปขายจนหมด
2.เรื่องทำร้ายร่างกายแม้มันจะเล็กน้อย แต่ก็ไม่ควรทำ
3.เรื่องอารมณ์สองขั้ว เขาจะมีดีมากๆๆๆๆๆ กับ โมโหร้ายมากๆๆๆ มีแค่นี้จริงๆ
ตอนโมโหร้ายนี่แบบ สุดๆอ่ะ ความรู้สึกแบบ กลัวตายมาก อีกทั้ง คำพูดจาที่แบบ ขนสัตว์มาทั้งป่า
4.จริงๆเขาไม่มีงานทำเลย กินสมบัติที่บ้านไปเรื่อยๆ มันทำให้เรา ไม่มีเงินเก็บ
หรือไม่มีแม้แต่เงินที่จะมาซื้อของใช้ ไปเที่ยว อื่นๆ ไม่มีเลย
เพราะเขาติดการพนันอย่างหนัก!
แค่นี้ก็น่าจะหนักหนา ที่จะทำให้เราเลิกกับเขาได้แล้วใช่มั้ย แต่ไม่ เราทนมาถึงเข้าปีที่ 5
8 เดือน กับความสุข ที่เหลือ นรกมากๆ คือช่วงนั้น ถ้าถามเราว่า ความสุข คืออะไรเราคงนึกไม่ออก
เรากลายเป็นคน หงุดหงิดง่าย ติดนิสัยโมโหร้ายมา(จนทุกวันนี้ก็มีบ้างนิดๆ พยายามเลิกอยู่ คิดว่าทำได้ 90 %แล้วล่ะ)
มีความเครียดสูง เพราะ กังวล สารพัด ว่าวันนี้เขาจะด่าว่าอะไรเราอีก วันนี้ถ้าบอกให้เราเอาทองไปขาย ถ้าเราไม่ทำ
จะทำร้ายเรามั้ย จะแอบขโมยโทรศัพท์เราไปขายเมื่อไร วันนี้เขาจะอยู่ไหน กินข้าวกับอะไร ไม่คิดหางานทำบ้างหรอ
สมบัติก็หมดไปเรื่อยๆ แล้วไหนว่าจะเก็บเงินมาขอเราแต่งงาน มีครั้งนึง เขาโทรมาตอนตี 3 เราหลับอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่
พอเรารับ เขาด่าว่าเราเป็นชุดเลย ประมาณว่า เรานอนหลับสบาย ในขณะที่เขาต้องเดินเท้ากลับบ้าน ในเวลานี้
เพราะเขาเอารถไปขาย เล่นการพนันจนหมดตัว รถก็หมดไปด้วย จึงต้องเดินกลับบ้าน
มีอีกเรื่อง ที่ทำให้เราได้ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด เราเคยขอร้องเขาว่า โทรศัพท์เครื่องนึงของเรา มีรูปพ่อ แม่และน้องของเรา
เราบอกเขาว่าอย่าเอาไปขายหรือจำนำเพื่อเอาเงินไปเล่นการพนันนะ เพราะพ่อกับแม่เราเป็นที่รู้จักในสังคม
เรากลัวพ่อกับแม่เราอาย เขาก็รับปากอย่างดี เราต้องเอาเครื่องนี้ให้เขาไว้ใช้เพราะ ของเขา เขาขายหมดแล้ว
ของเราเครื่องอื่นๆก็โดนเขาเอาไปขายจนหมดแล้ว ถ้าไม่ให้เครื่องนี้ เราก็กลัวจะติดต่อเขาไม่ได้
เพราะเราเป็นห่วงเขามาก กลัวเป็นอะไรไปเราจะช่วยเขาไม่ทัน
แต่ให้เขาไว้ไม่กี่ ชม . ต่อมา พอโทรไปก็อยู่ที่รับจำนำแล้ว
ความอดทนเราเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ขาดลงทันที
เรารีบไปไถ่โทรศัพท์เครื่องนั้นออกมา ซึ่งอยู่ใกล้บ้านเขา
เราไม่ลืมแวะซื้อข้าว และของใช้บางอย่างไปให้เขาด้วย กลัวเขาไม่มีเงินซื้อ
และนั่น คือ การเจอกันครั้งสุดท้ายของเรากับเขา
อย่า อดทน เพราะคำว่ารัก
แม้จะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่มันก็เป็น บทเรียน ที่ดีให้กับเราเอง
จนอยากจะนำมาบอกต่อ และทิ้งเรื่องราวนี้ไว้ที่กระทู้แห่งนี้ แล้วเราจะก้าวต่อไปไม่หันกลับมา
เรื่องราวเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เราเจอ ผู้ชาย คนแรก แบบงงๆ เขาเข้ามาจีบเรา
รู้จักกันไม่นานเราก็ไปบ้านเขา พาไปรู้จักพ่อกับแม่ ตกลงว่าคบกัน
เราเหมือนเจ้าหญิง เขาดูแลเราทุกอย่าง ดีมากๆ จนเราคิดไปเองว่านี่คือความรักครั้งแรก
และเป็นรักครั้งสุดท้ายของเรา คงไม่มีใครจะมารักเรา ดีกับเราได้เท่านี้อีกแล้ว
คบกันมาได้ 8 เดือน ความสุขมันสั้นนัก เวลาแห่งความเลวร้ายก็เกิด
วันหนึ่งจู่ๆเขาหายไป หายไป 3 วัน หายไปพร้อมกับเงินค่าเช่าหอพักของเรา
(ที่เราต้องไปจ่ายให้กับเพื่อน ที่เป็นเมทกัน ค่าเช่า หารสอง)
เราตามหาเขา คิดถึงเขาเหมือนคนบ้า สุดท้ายเราก็เจอ เจอเขา แต่เงินเราที่เขาเอาไปเขาใช้จนหมดแล้ว
ตอนนั้นจำได้ ติดค่าห้องเพื่อน แบบนานมาก เพื่อนก็ดี ไม่ค่อยมีเงินหรอก แต่ก็ออกให้เราก่อนไม่ทวงซักคำ
แต่สุดท้ายก็แอบเก็บเงินจากที่พ่อแม่ให้ ไว้ทีละน้อย คืนเพื่อนจนหมด (เพราะเขาคุมการเงินเราทุกบาท)
จากวันที่เราตามหาเขาจนเจอ ธาตุแท้เขาก็ออก
เริ่มจากเรารู้มาว่า เขาเคยมีแฟน แฟนเขามีอาชีพกลางคืน เขาซ้อมตีผู้หญิงคนนี้ เรียกว่า ตลอดๆเลย
ซ้อมตีแบบ แก้ผ้ากลางถนน เลือดออกปาก ออกจมูก เป็นถังๆ กร้อนผม (เขียนงี้ป่าวไม่แน่ใจนะ) ทุบตีสารพัด
อันนี้เราไม่เห็นนะ คือ มีคนมาบอกเล่าทีหลัง แล้วผู้หญิงคนนี้ก็ทำงานเลี้ยงเขา
ส่วนเราโดนเขาทำร้ายมั้ย โดนนะ แต่ไม่ใช่การซ้อม ทารุณอะไร
ก็จะเป็นแบบตบ ผลัก ขว้างของใส่ อะไรแบบนี้ ถ้านับ นี่ก็ เรื่องที่ 2 แล้วนะที่เราทนเขา
1. เรื่องเงินที่เอาของเราไป แล้วยังควบคุมเอาเงินเราไปทุกบาททุกสตางค์
ทั้งสร้อยทอง แหวนทอง โทรศัพท์ของเราไม่ว่ากี่เครื่อวต่อกี่เครื่อง ก็ เอาไปขายจนหมด
2.เรื่องทำร้ายร่างกายแม้มันจะเล็กน้อย แต่ก็ไม่ควรทำ
3.เรื่องอารมณ์สองขั้ว เขาจะมีดีมากๆๆๆๆๆ กับ โมโหร้ายมากๆๆๆ มีแค่นี้จริงๆ
ตอนโมโหร้ายนี่แบบ สุดๆอ่ะ ความรู้สึกแบบ กลัวตายมาก อีกทั้ง คำพูดจาที่แบบ ขนสัตว์มาทั้งป่า
4.จริงๆเขาไม่มีงานทำเลย กินสมบัติที่บ้านไปเรื่อยๆ มันทำให้เรา ไม่มีเงินเก็บ
หรือไม่มีแม้แต่เงินที่จะมาซื้อของใช้ ไปเที่ยว อื่นๆ ไม่มีเลย
เพราะเขาติดการพนันอย่างหนัก!
แค่นี้ก็น่าจะหนักหนา ที่จะทำให้เราเลิกกับเขาได้แล้วใช่มั้ย แต่ไม่ เราทนมาถึงเข้าปีที่ 5
8 เดือน กับความสุข ที่เหลือ นรกมากๆ คือช่วงนั้น ถ้าถามเราว่า ความสุข คืออะไรเราคงนึกไม่ออก
เรากลายเป็นคน หงุดหงิดง่าย ติดนิสัยโมโหร้ายมา(จนทุกวันนี้ก็มีบ้างนิดๆ พยายามเลิกอยู่ คิดว่าทำได้ 90 %แล้วล่ะ)
มีความเครียดสูง เพราะ กังวล สารพัด ว่าวันนี้เขาจะด่าว่าอะไรเราอีก วันนี้ถ้าบอกให้เราเอาทองไปขาย ถ้าเราไม่ทำ
จะทำร้ายเรามั้ย จะแอบขโมยโทรศัพท์เราไปขายเมื่อไร วันนี้เขาจะอยู่ไหน กินข้าวกับอะไร ไม่คิดหางานทำบ้างหรอ
สมบัติก็หมดไปเรื่อยๆ แล้วไหนว่าจะเก็บเงินมาขอเราแต่งงาน มีครั้งนึง เขาโทรมาตอนตี 3 เราหลับอยู่ที่บ้านกับพ่อแม่
พอเรารับ เขาด่าว่าเราเป็นชุดเลย ประมาณว่า เรานอนหลับสบาย ในขณะที่เขาต้องเดินเท้ากลับบ้าน ในเวลานี้
เพราะเขาเอารถไปขาย เล่นการพนันจนหมดตัว รถก็หมดไปด้วย จึงต้องเดินกลับบ้าน
มีอีกเรื่อง ที่ทำให้เราได้ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด เราเคยขอร้องเขาว่า โทรศัพท์เครื่องนึงของเรา มีรูปพ่อ แม่และน้องของเรา
เราบอกเขาว่าอย่าเอาไปขายหรือจำนำเพื่อเอาเงินไปเล่นการพนันนะ เพราะพ่อกับแม่เราเป็นที่รู้จักในสังคม
เรากลัวพ่อกับแม่เราอาย เขาก็รับปากอย่างดี เราต้องเอาเครื่องนี้ให้เขาไว้ใช้เพราะ ของเขา เขาขายหมดแล้ว
ของเราเครื่องอื่นๆก็โดนเขาเอาไปขายจนหมดแล้ว ถ้าไม่ให้เครื่องนี้ เราก็กลัวจะติดต่อเขาไม่ได้
เพราะเราเป็นห่วงเขามาก กลัวเป็นอะไรไปเราจะช่วยเขาไม่ทัน
แต่ให้เขาไว้ไม่กี่ ชม . ต่อมา พอโทรไปก็อยู่ที่รับจำนำแล้ว
ความอดทนเราเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ขาดลงทันที
เรารีบไปไถ่โทรศัพท์เครื่องนั้นออกมา ซึ่งอยู่ใกล้บ้านเขา
เราไม่ลืมแวะซื้อข้าว และของใช้บางอย่างไปให้เขาด้วย กลัวเขาไม่มีเงินซื้อ
และนั่น คือ การเจอกันครั้งสุดท้ายของเรากับเขา