บทนำ
ประตูห้องเล็กๆบานหนึ่งเปิดออก ร่างของเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งวิ่งแวบหายเข้าไปอย่างรวดเร็ว ภายในห้องลักษณะเหมือนห้องใต้หลังคา แสงสว่างน้อยมากจนเกิดความมืดตะคุ่ม หีบเก็บของต่างๆกระจัดกระจายกองอยู่รอบห้อง มีฝุ่นจับเกรอะกรังเต็มไปหมด เด็กชายค่อยๆเดินเขย่งเท้าเพราะกลัวเกิดเสียงพลางหันไปมองประตูที่เปิดแง้มอยู่อย่างหวาดๆ เสียงเอี๊ยดของไม้กระดานที่เหยียบลงไปทำให้เด็กชายสะดุ้งอยู่หลายครั้ง
เด็กชายค่อยๆเคลื่อนตัวไปที่ชั้นหนังสือสุดมุมห้อง รื้อค้นตามชั้นหนังสือ ฝุ่นฟุ้งขึ้นมาเต็มไปหมด
"นี่แกคิดจะทำอะไรหา!!!"เสียงตวาดแว้ดดังขึ้นด้านหลัง เด็กชายสะดุ้งโหยงหันมาเจอแม่ตัวเองยืนเท้าเอว ตาเขียวปั๊ด มือหนึ่งถือตะหลิว ใส่ผ้ากันเปื้อน
"ผมมาหาของครับ"เด็กชายตอบอ้อมแอ้ม
"ของ? ของในห้องนี้เนี่ยนะ อย่ามาโกหกตาฟ้า คิดจะมาหนังสือไร้สาระอ่านอีกล่ะสิ"มารดาตะโกนใส่
"เปล่านะครับแม่"ฟ้ารีบแก้ตัว
"พอ!! รีบลงไปแต่งตัวไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้ นี่จะสายแล้ว ยังมาทำเรื่องไร้สาระอยู่อีก ไป๊! ลงไปเดียวนี้นะ"แม่ฟ้ายกตะหลิวขึ้นทำท่าจะตีลูกชาย ฟ้ารีบวิ่งจู๊ดหลบแม่และออกไปนอกประตูทันที
ผู้เป็นแม่มองตามลูกชายยิ้มๆ ขยับจะเดินตามออกไป แต่แล้วก็ชะงัก หันกลับมามองด้านหลังที่ชั้นหนังสือที่ลูกชายกำลังค้นเมื่อครู่
เธอเดินไปที่ชั้นหนังสือ พยายามก้มมองหนังสือแต่ละเล่ม ค่อยๆเอามือปัดฝุ่นบนหนังสือออกไป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ยิ่งเธอหยิบแต่ละเล่มขึ้นมาดู
:ผีมีจริงหรือ:
:สวรรค์และนรก:
:กฎแห่งกรรม:
:เปรต:
:วันสิ้นโลก:
:ป่าหิมพานต์:
"พระเจ้าช่วย!! นี่มันอะไรกันเนี่ย"เธอกระซิบเอามือปิดปากด้วยความหวาดหวั่น
จบบทนำ
ตอนที่1 คำทำนาย
"ยัยเฟื่อง เร็ว ถึงคิวเราแล้ว"หญิงวัยกลางคนโบกมือเรียกเพื่อนวัยเดียวกันอย่างร้อนรน
"เดี๋ยวสิ มุก ถอดรองเท้าอยู่"เฟื่องเพื่อนสาวมุกกำลังถอดรองเท้าด้วยความเร่งรีบ แล้วรีบวิ่งเข้าไปในศาลา
"แม่นแน่เหรอมุก"เฟื่องถามเพื่อน
"แม่นมาก ชั้นดูมาแล้ว รีบเข้าไปเร็ว ตาแกแล้ว"มุกรีบผลักหลังเพื่อนเข้าไป
"แล้วแกไม่เข้าไปหรอ ชั้นไม่กล้าดูคนเดียว ชั้นกลัว กลัวแกทักเรื่องไม่ดีๆ"เฟื่องวิตกกังวล
"นี่ยัยบ้า นี่พระนะ ไม่ใช่หมอดูหรือ ร่างทรง ท่านพูดแต่เรื่องดีดี เป็นมงคลทั้งนั้นแหละ ถ้ามีเรื่องร้ายท่านก็จะเตือนหรือหาทางแก้ให้ รีบไปสิ คนอื่นเขารอคิวกันอยู่"มุกรีบบอกเพื่อน
เฟื่องเดินยอบตัวไปนั่งพับเพียบตรงหน้าพระภิกษุสงฆ์ชรารูปหนึ่ง เฟื่องค่อยๆก้มลงกราบช้าๆ เอามือประนมไว้ที่อก ไม่กล้าเหลือบมองใบหน้าท่าน
พระชรารูปนั้นเพ่งจ้องหน้าเธออยู่เป็นนานสองนาน บรรดาฆราวาสที่นั่งรอคิวรอบๆศาลา ต่างพากันมองหน้าเลิ่กลั่กเพราะเห็นท่านเงียบนาน
"ปกติท่านไม่เพ่งนานขนาดนี้นี่นา"ป้าคนหนึ่งพูดกับเพื่อน
"จริงด้วย ทำไมคนนี้ท่านมองนานจัง หรือท่านจะไม่เห็นอนาคต!!!"ป้าอีกคนพูดเสียงดัง
"พูดอะไรพล่อยๆ นั่นปากเหรอ เดี๋ยวเขาก็ได้ยินหรอก"ป้าอีกคนพูดปรามเพื่อนตัวเองพลางบุ้ยปากพยักเพยิดไปทางเฟื่องที่นั่งพับเพียบก้มหน้าอยู่ตรงหน้าหลวงพ่อ
เฟื่องเริ่มหวั่นวิตก เหงื่อเริ่มไหล ใจสั่นไหวบอกไม่ถูก แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือก
"มีลูกชายใช่ไหมโยม"หลวงพ่ออยู่ดีดีก็พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"เอ่อ ใช่ เจ้าค่ะ หลวงพ่อ"ความตกใจแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัย
พระท่านรู้ได้อย่างไร???!!!
"ดูลูกชายไว้ดีดี ต่อไปเมื่อเขาเข้าสู่ปัญจปีก่อนเบญจเพสจะหมกหมุ่นในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ห้ามปรามเขาเอาไว้บ้าง อย่าให้ถลำลึก ไม่งั้นอนาคตจะเผชิญเรื่องที่มนุษย์รับไม่ไหว"
"อะ..อะไรกันเจ้าคะ เรื่องที่มนุษย์รับไม่ไหว คืออะไรคะท่าน"เฟื่องพูดตะกุกตะกักด้วยความตกใจ
"เรื่องอจินไตยน่ะ"หลวงพ่อตอบ
เฟื่องดึงความคิดกลับมายังปัจจุบันขณะ เธอกำลังยืนมองหนังสือแปลกๆที่ลูกชายแอบมาอ่านบนห้องใต้หลังคา ความคิดเธอกระหวัดไปถึงคำทำนายของหลวงพ่อเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นเจ้าฟ้าลูกของหล่อนอายุเพียง3ขวบ ตอนนี้11ปีแล้ว สัญญาณแรกที่พระท่านทักเริ่มปรากฎเป็นครั้งแรก
เธอไม่เคยสอนหรือเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติพวกนี้ให้ลูกชายเธอฟังสักครั้ง เพราะความกลัวในคำทายทักของหลวงพ่อเมื่อครั้งนั้น แต่นี่ลูกชายเธอเองกลับสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเอง
เฟื่องรีบเก็บหนังสือทุกเล่มลงกล่องเอาไปเก็บไว้ที่ห้องของเธอ เธอบอกกับตัวเองว่าจะไม่ให้ลูกชายตนยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้อีกต่อไป เธอเตรียมนำหนังสือทั้งหมดไปบริจาคห้องสมุด
8ปีต่อมา
"แม่ครับบบ แม่ๆๆๆ"ฟ้าในวัย19ปี ร้องแม่เสียงดังลั่นบ้าน
"อะไรตาฟ้า ร้องทำไม เจองูรึไง"ผู้เป็นมารดาตะโกนตอบ วิ่งมาหน้าห้องลูกชาย
"เปล่าไม่ใช่งูแม่ ผมจะบอกว่าผลสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยออกแล้วครับแม่ ผมติดด้วยครับแม่!!!"ฟ้าร้องด้วยความดีใจ ชี้ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ประกาศรายชื่อผู้สอบตรงผ่าน
เฟื่องอึ้งไปชั่วครู่ เดินมาดูชื่อของลูกชายบนหน้าจอ เธอยิ้ม แล้วร้องออกมาดังลั่น
"มีชื่อลูกจริงๆด้วย ลูกสอบติดจริงๆรึนี่ โอ้ แม่ดีใจมาก ลูกเก่งเหลือเกิน ลูกแม่ ไม่อยากจะเชื่อ ลูกจะได้เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว เดี๋ยวแม่จะเอาไปอวดข้างบ้านนะลูกนะ"เฟื่องรีบกอดลูกชายแน่นด้วยความดีใจ
"ว่าแต่ลูกสอบตรงตั้งหลายที่นี่ แล้วที่ติดนี่คณะอะไรล่ะ"แม่ถามมองดูหน้าจอคอม
"คณะมนุษยศาสตร์ เอกปรัชญาและศาสนาครับแม่"ฟ้าตอบ
"อะ...อะไรนะ เอกอะไรนะลูก"มารดาหันหน้ามาถามลูกชายเหมือนฟังไม่ชัด
"ปรัชญาและศาสนาครับแม่"ฟ้าตอบอีกรอบ
เฟื่องค่อยๆ ถอยห่างออกจากลูกชาย มองหน้าลูกชายอยู่ชั่วครู่ รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป ความเย็นชาปรากฎขึ้นมาแทนที่
"ทำไมแม่ไม่รู้ว่าลูกสอบตรงคณะ กับเอกอะไรนี่ด้วย"ผู้เป็นแม่ถามเสียงเย็น
"ผมสอบตั้งหลายที่นะครับแม่ บางที่ก็อาจจะไม่ได้บอกแม่"ฟ้าพูด
เฟื่องเดินไปที่เก้าอี้มุมห้อง นั่งลงอย่างหมดแรง หลับตาลงชั่วครู่
"แม่เป็นอะไรรึเปล่าครับ"ลูกชายถามอย่างเป็นห่วง
แต่เฟื่องไม่ได้ฟังประโยคของลูกชายสักคำเดียว ในสมองของเธอได้ยินแต่คำพูดของหลวงพ่อเมื่อหลายปีมาแล้ว
'อย่าให้เขาหมกหมุ่นในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องอจินไตย จงห้ามปรามเขา เป็นเรื่องที่มนุษย์รับไม่ไหว'
'อย่าให้เขาหมกหมุ่นในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องอจินไตย จงห้ามปรามเขา เป็นเรื่องที่มนุษย์รับไม่ไหว'
'อย่าให้เขาหมกหมุ่นในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องอจินไตย จงห้ามปรามเขา เป็นเรื่องที่มนุษย์รับไม่ไหว'
"สละสิทธิ์ซะ"เฟื่องพูดเสียงแผ่วเบา
"อะไรนะครับ"ฟ้าหันมาถามอย่างไม่เชื่อหู
"ชั้นบอกให้แกสละสิทธิ์ซะ"เฟื่องตะโกนลั่น ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด
"หมายความว่าไงครับแม่ ทำไมผมต้องสละสิทธิ์"ฟ้าถาม
"ไม่ต้องมาถาม สละสิทธิ์ซะ เอาคณะอื่นสอบตรงตั้งเยอะแยะไม่ใช่รึไง หรือไม่ก็รอแอดมิดชั่น ชั้นไม่ให้แกเรียนปรัชญาศาสนาอะไรนี่ จบไปจะทำงานอะไร"ผู้เป็นแม่พูดรัวเร็ว อกสะท้อนขึ้นลงด้วยความโกรธจัด
"ผมไม่เข้าใจ ผมอุตส่าห์สอบติด ไม่ใช่ง่ายๆที่จะติด ทำไมแม่ถึง.."ฟ้าพูดยังไม่ทันจบ มารดาก็ตะโกนดังลั่นคับห้อง
"แกไม่ต้องมาไม่เข้าใจ ชั้นสั่งแกไม่ให้เรียนก็คือไม่ให้ ไปสละสิทธิ์ ชั้นพยายามป้องกัน แต่แกกลับพุ่งเข้าหา ชั้นไม่มีวันยอม"เฟื่องตะโกน ตาลุกวาว
"ป้องกัน ป้องกันผมจากอะไร"ฟ้าถาม ใบหน้าฉายแววสงสัยปนโกรธ
เฟื่องเงียบไป หันหน้าไปทางอื่น
"ไม่ต้องสนใจ ทำตามที่ชั้นบอกก็พอ"เฟื่องพูดเสียงปกติตามเดิม แล้วเดินออกไปจากห้องของลูกชาย ทิ้งให้ลูกชายยืนนิ่งด้วยความไม่เข้าใจอยู่เช่นนั้น
จบตอนที่1
ลิ้งตอนที่2 ล่วงแดน
https://pantip.com/topic/37067010
🎄🎄🎄ทวิธราดล🎄🎄🎄(ตอนที่1)
ประตูห้องเล็กๆบานหนึ่งเปิดออก ร่างของเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งวิ่งแวบหายเข้าไปอย่างรวดเร็ว ภายในห้องลักษณะเหมือนห้องใต้หลังคา แสงสว่างน้อยมากจนเกิดความมืดตะคุ่ม หีบเก็บของต่างๆกระจัดกระจายกองอยู่รอบห้อง มีฝุ่นจับเกรอะกรังเต็มไปหมด เด็กชายค่อยๆเดินเขย่งเท้าเพราะกลัวเกิดเสียงพลางหันไปมองประตูที่เปิดแง้มอยู่อย่างหวาดๆ เสียงเอี๊ยดของไม้กระดานที่เหยียบลงไปทำให้เด็กชายสะดุ้งอยู่หลายครั้ง
เด็กชายค่อยๆเคลื่อนตัวไปที่ชั้นหนังสือสุดมุมห้อง รื้อค้นตามชั้นหนังสือ ฝุ่นฟุ้งขึ้นมาเต็มไปหมด
"นี่แกคิดจะทำอะไรหา!!!"เสียงตวาดแว้ดดังขึ้นด้านหลัง เด็กชายสะดุ้งโหยงหันมาเจอแม่ตัวเองยืนเท้าเอว ตาเขียวปั๊ด มือหนึ่งถือตะหลิว ใส่ผ้ากันเปื้อน
"ผมมาหาของครับ"เด็กชายตอบอ้อมแอ้ม
"ของ? ของในห้องนี้เนี่ยนะ อย่ามาโกหกตาฟ้า คิดจะมาหนังสือไร้สาระอ่านอีกล่ะสิ"มารดาตะโกนใส่
"เปล่านะครับแม่"ฟ้ารีบแก้ตัว
"พอ!! รีบลงไปแต่งตัวไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้ นี่จะสายแล้ว ยังมาทำเรื่องไร้สาระอยู่อีก ไป๊! ลงไปเดียวนี้นะ"แม่ฟ้ายกตะหลิวขึ้นทำท่าจะตีลูกชาย ฟ้ารีบวิ่งจู๊ดหลบแม่และออกไปนอกประตูทันที
ผู้เป็นแม่มองตามลูกชายยิ้มๆ ขยับจะเดินตามออกไป แต่แล้วก็ชะงัก หันกลับมามองด้านหลังที่ชั้นหนังสือที่ลูกชายกำลังค้นเมื่อครู่
เธอเดินไปที่ชั้นหนังสือ พยายามก้มมองหนังสือแต่ละเล่ม ค่อยๆเอามือปัดฝุ่นบนหนังสือออกไป ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ยิ่งเธอหยิบแต่ละเล่มขึ้นมาดู
:ผีมีจริงหรือ:
:สวรรค์และนรก:
:กฎแห่งกรรม:
:เปรต:
:วันสิ้นโลก:
:ป่าหิมพานต์:
"พระเจ้าช่วย!! นี่มันอะไรกันเนี่ย"เธอกระซิบเอามือปิดปากด้วยความหวาดหวั่น
จบบทนำ
ตอนที่1 คำทำนาย
"ยัยเฟื่อง เร็ว ถึงคิวเราแล้ว"หญิงวัยกลางคนโบกมือเรียกเพื่อนวัยเดียวกันอย่างร้อนรน
"เดี๋ยวสิ มุก ถอดรองเท้าอยู่"เฟื่องเพื่อนสาวมุกกำลังถอดรองเท้าด้วยความเร่งรีบ แล้วรีบวิ่งเข้าไปในศาลา
"แม่นแน่เหรอมุก"เฟื่องถามเพื่อน
"แม่นมาก ชั้นดูมาแล้ว รีบเข้าไปเร็ว ตาแกแล้ว"มุกรีบผลักหลังเพื่อนเข้าไป
"แล้วแกไม่เข้าไปหรอ ชั้นไม่กล้าดูคนเดียว ชั้นกลัว กลัวแกทักเรื่องไม่ดีๆ"เฟื่องวิตกกังวล
"นี่ยัยบ้า นี่พระนะ ไม่ใช่หมอดูหรือ ร่างทรง ท่านพูดแต่เรื่องดีดี เป็นมงคลทั้งนั้นแหละ ถ้ามีเรื่องร้ายท่านก็จะเตือนหรือหาทางแก้ให้ รีบไปสิ คนอื่นเขารอคิวกันอยู่"มุกรีบบอกเพื่อน
เฟื่องเดินยอบตัวไปนั่งพับเพียบตรงหน้าพระภิกษุสงฆ์ชรารูปหนึ่ง เฟื่องค่อยๆก้มลงกราบช้าๆ เอามือประนมไว้ที่อก ไม่กล้าเหลือบมองใบหน้าท่าน
พระชรารูปนั้นเพ่งจ้องหน้าเธออยู่เป็นนานสองนาน บรรดาฆราวาสที่นั่งรอคิวรอบๆศาลา ต่างพากันมองหน้าเลิ่กลั่กเพราะเห็นท่านเงียบนาน
"ปกติท่านไม่เพ่งนานขนาดนี้นี่นา"ป้าคนหนึ่งพูดกับเพื่อน
"จริงด้วย ทำไมคนนี้ท่านมองนานจัง หรือท่านจะไม่เห็นอนาคต!!!"ป้าอีกคนพูดเสียงดัง
"พูดอะไรพล่อยๆ นั่นปากเหรอ เดี๋ยวเขาก็ได้ยินหรอก"ป้าอีกคนพูดปรามเพื่อนตัวเองพลางบุ้ยปากพยักเพยิดไปทางเฟื่องที่นั่งพับเพียบก้มหน้าอยู่ตรงหน้าหลวงพ่อ
เฟื่องเริ่มหวั่นวิตก เหงื่อเริ่มไหล ใจสั่นไหวบอกไม่ถูก แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือก
"มีลูกชายใช่ไหมโยม"หลวงพ่ออยู่ดีดีก็พูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"เอ่อ ใช่ เจ้าค่ะ หลวงพ่อ"ความตกใจแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัย
พระท่านรู้ได้อย่างไร???!!!
"ดูลูกชายไว้ดีดี ต่อไปเมื่อเขาเข้าสู่ปัญจปีก่อนเบญจเพสจะหมกหมุ่นในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ห้ามปรามเขาเอาไว้บ้าง อย่าให้ถลำลึก ไม่งั้นอนาคตจะเผชิญเรื่องที่มนุษย์รับไม่ไหว"
"อะ..อะไรกันเจ้าคะ เรื่องที่มนุษย์รับไม่ไหว คืออะไรคะท่าน"เฟื่องพูดตะกุกตะกักด้วยความตกใจ
"เรื่องอจินไตยน่ะ"หลวงพ่อตอบ
เฟื่องดึงความคิดกลับมายังปัจจุบันขณะ เธอกำลังยืนมองหนังสือแปลกๆที่ลูกชายแอบมาอ่านบนห้องใต้หลังคา ความคิดเธอกระหวัดไปถึงคำทำนายของหลวงพ่อเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นเจ้าฟ้าลูกของหล่อนอายุเพียง3ขวบ ตอนนี้11ปีแล้ว สัญญาณแรกที่พระท่านทักเริ่มปรากฎเป็นครั้งแรก
เธอไม่เคยสอนหรือเล่าเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องเหนือธรรมชาติพวกนี้ให้ลูกชายเธอฟังสักครั้ง เพราะความกลัวในคำทายทักของหลวงพ่อเมื่อครั้งนั้น แต่นี่ลูกชายเธอเองกลับสนใจเรื่องพวกนี้ด้วยตัวเอง
เฟื่องรีบเก็บหนังสือทุกเล่มลงกล่องเอาไปเก็บไว้ที่ห้องของเธอ เธอบอกกับตัวเองว่าจะไม่ให้ลูกชายตนยุ่งเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้อีกต่อไป เธอเตรียมนำหนังสือทั้งหมดไปบริจาคห้องสมุด
8ปีต่อมา
"แม่ครับบบ แม่ๆๆๆ"ฟ้าในวัย19ปี ร้องแม่เสียงดังลั่นบ้าน
"อะไรตาฟ้า ร้องทำไม เจองูรึไง"ผู้เป็นมารดาตะโกนตอบ วิ่งมาหน้าห้องลูกชาย
"เปล่าไม่ใช่งูแม่ ผมจะบอกว่าผลสอบตรงเข้ามหาวิทยาลัยออกแล้วครับแม่ ผมติดด้วยครับแม่!!!"ฟ้าร้องด้วยความดีใจ ชี้ไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ประกาศรายชื่อผู้สอบตรงผ่าน
เฟื่องอึ้งไปชั่วครู่ เดินมาดูชื่อของลูกชายบนหน้าจอ เธอยิ้ม แล้วร้องออกมาดังลั่น
"มีชื่อลูกจริงๆด้วย ลูกสอบติดจริงๆรึนี่ โอ้ แม่ดีใจมาก ลูกเก่งเหลือเกิน ลูกแม่ ไม่อยากจะเชื่อ ลูกจะได้เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว เดี๋ยวแม่จะเอาไปอวดข้างบ้านนะลูกนะ"เฟื่องรีบกอดลูกชายแน่นด้วยความดีใจ
"ว่าแต่ลูกสอบตรงตั้งหลายที่นี่ แล้วที่ติดนี่คณะอะไรล่ะ"แม่ถามมองดูหน้าจอคอม
"คณะมนุษยศาสตร์ เอกปรัชญาและศาสนาครับแม่"ฟ้าตอบ
"อะ...อะไรนะ เอกอะไรนะลูก"มารดาหันหน้ามาถามลูกชายเหมือนฟังไม่ชัด
"ปรัชญาและศาสนาครับแม่"ฟ้าตอบอีกรอบ
เฟื่องค่อยๆ ถอยห่างออกจากลูกชาย มองหน้าลูกชายอยู่ชั่วครู่ รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไป ความเย็นชาปรากฎขึ้นมาแทนที่
"ทำไมแม่ไม่รู้ว่าลูกสอบตรงคณะ กับเอกอะไรนี่ด้วย"ผู้เป็นแม่ถามเสียงเย็น
"ผมสอบตั้งหลายที่นะครับแม่ บางที่ก็อาจจะไม่ได้บอกแม่"ฟ้าพูด
เฟื่องเดินไปที่เก้าอี้มุมห้อง นั่งลงอย่างหมดแรง หลับตาลงชั่วครู่
"แม่เป็นอะไรรึเปล่าครับ"ลูกชายถามอย่างเป็นห่วง
แต่เฟื่องไม่ได้ฟังประโยคของลูกชายสักคำเดียว ในสมองของเธอได้ยินแต่คำพูดของหลวงพ่อเมื่อหลายปีมาแล้ว
'อย่าให้เขาหมกหมุ่นในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องอจินไตย จงห้ามปรามเขา เป็นเรื่องที่มนุษย์รับไม่ไหว'
'อย่าให้เขาหมกหมุ่นในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องอจินไตย จงห้ามปรามเขา เป็นเรื่องที่มนุษย์รับไม่ไหว'
'อย่าให้เขาหมกหมุ่นในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรื่องอจินไตย จงห้ามปรามเขา เป็นเรื่องที่มนุษย์รับไม่ไหว'
"สละสิทธิ์ซะ"เฟื่องพูดเสียงแผ่วเบา
"อะไรนะครับ"ฟ้าหันมาถามอย่างไม่เชื่อหู
"ชั้นบอกให้แกสละสิทธิ์ซะ"เฟื่องตะโกนลั่น ลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธจัด
"หมายความว่าไงครับแม่ ทำไมผมต้องสละสิทธิ์"ฟ้าถาม
"ไม่ต้องมาถาม สละสิทธิ์ซะ เอาคณะอื่นสอบตรงตั้งเยอะแยะไม่ใช่รึไง หรือไม่ก็รอแอดมิดชั่น ชั้นไม่ให้แกเรียนปรัชญาศาสนาอะไรนี่ จบไปจะทำงานอะไร"ผู้เป็นแม่พูดรัวเร็ว อกสะท้อนขึ้นลงด้วยความโกรธจัด
"ผมไม่เข้าใจ ผมอุตส่าห์สอบติด ไม่ใช่ง่ายๆที่จะติด ทำไมแม่ถึง.."ฟ้าพูดยังไม่ทันจบ มารดาก็ตะโกนดังลั่นคับห้อง
"แกไม่ต้องมาไม่เข้าใจ ชั้นสั่งแกไม่ให้เรียนก็คือไม่ให้ ไปสละสิทธิ์ ชั้นพยายามป้องกัน แต่แกกลับพุ่งเข้าหา ชั้นไม่มีวันยอม"เฟื่องตะโกน ตาลุกวาว
"ป้องกัน ป้องกันผมจากอะไร"ฟ้าถาม ใบหน้าฉายแววสงสัยปนโกรธ
เฟื่องเงียบไป หันหน้าไปทางอื่น
"ไม่ต้องสนใจ ทำตามที่ชั้นบอกก็พอ"เฟื่องพูดเสียงปกติตามเดิม แล้วเดินออกไปจากห้องของลูกชาย ทิ้งให้ลูกชายยืนนิ่งด้วยความไม่เข้าใจอยู่เช่นนั้น
จบตอนที่1
ลิ้งตอนที่2 ล่วงแดน
https://pantip.com/topic/37067010