งานแต่งงานที่พลาดไปทั้งชีวิต

สวัสดีค่ะ วันนี้จะมาเล่าเรื่องงานแต่งงานอันแสนเจ็บใจให้ฟัง คือเราแต่งงานผ่านมาได้ 3 ปีแล้ว ยุ่งอยู่กับการเลี้ยงลูกเลยไม่มีโอกาสมาเผยแผ่ให้ฟัง
   ย้อนกลับไปเมื่อตอนนั้นเรายังเรียนไม่จบ กำลังเรียนอยู่ชั้น ปวส. แล้วดันพลาดท้องขึ้นมาแล้วก็ไม่กล้าบอกพ่อแม่จนเข้าเดือนที่ 5 เลยมาบอกที่บ้าน โชคดีที่แฟนรับผิดชอบหมดทุกอย่าง ลืมบอกไปแฟนเป็นคนต่างชาตินะคะ มีเวลาเตรียมงานสองเดือนเพราะแฟนต้องกลับไปทำงาน แล้วบินกลับมาอีกทีวันแต่งงาน ตอนแรกเราก็ไม่เข้าใจนะ และไม่รู้เรื่องอะไรเลยเกี่ยวกับวันแต่งงาน ยายที่บ้านนอกเป็นคนจัดการให้ เกือบหมดทุกอย่าง คือทำโดยไม่ถามเราซักคำ เค้าบอกว่าต้องทำให้ถูกต้องตามประเพณีไทย เราก็ไม่ได้ว่าอะไร พอใกล้ถึงวันยายถามว่าเมื่อไหร่แฟนจะโอนเงินค่าจัดงานมา เพราะว่าจ่ายเค้าไปเองเยอะแล้ว เราเลยถามว่าเท่าไหร่ ยายบอกว่าราวๆ 2 แสน เตรียมไว้.... เราอึ้งสิคะ บอกไม่ถูก เพราะยายบอกจ่ายเงินเค้าไปแล้ว เราก็ไปบอกแฟนตอนนั้น แฟนก็โอเค เพราะเค้าไม่อยากให้เราเสียหน้าหรืออายชาวบ้าน(ซึ่งเราไม่รู้จักใครซักคนที่มางานเรา) คือยายบอกให้เรากลับไปแต่งที่บ้านต่างจังหวัด เราก็ทำตาม แต่ตลอดชีวิตที่ผ่านมาใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯทั้งชีวิต เราก็ไม่ได้ว่าอะไรใดๆทั้งสิ้น ยายเดินเรื่องแต่งงานครั้งแรก ในครอบครัว เราคือคนแรกในบรรดาหลานๆที่ได้แต่งงาน
   แฟนเราขอยายดูใบเสร็จต่างๆ แต่ยายไม่มีให้เพราะว่าซื้อของที่ตลาด แต่ก็ได้คร่าวๆมาว่า คนที่มาจัดดอกไม้งาน แต่งหน้า เตรียมโต๊ะอะไรต่างๆนาๆ คิดอยู่ที่ราคา 25,000 บาท เราก็ตกลงไปตามนั้น ค่าเช่าสถานที่ 15,000 บาท ไม่มีโต๊ะจีนนะคะ ยายเราเลือกทำแบบบุฟเฟให้เราค่ะ ค่าเหมารถ ขนคนในหมู่บ้านมา รถบัส 1 คัน รถตู้ขนคนมาจากกรุงเทพฯ คือเราก็ไม่ทราบราคาที่แน่ชัด ค่าจ้างคนทำอาหารซึ่งเป็นญาติๆกันนะคะ ไปแอบมารู้ทีหลังว่าเค้าคิดค่าวัตถุดิบแต่ละอย่าง 2 เท่าตัว ไม่รวมค่าแรง แต่พูดอะไรไม่ได้แล้ว เพราะงานจบไปแล้ว ใส่ซองด้วยค่ะ พระที่นิมนต์บังคับว่าต้อง 9 องค์ ใส่ซององค์ละ 500 บาทค่ะ ตอนแรกใส่ซองละ 1,000 บาท แต่ว่ายายอีกคนนึงบอกว่ายายเราเว่อร์ไปแล้ว ค่าประตูเงินประตูทอง ประตูอะไรก็ไม่รู้เยอะมาก คนไม่รู้จัก ยังมาร่วมกั้นประตูด้วย ซองละ 200 บาท ค่าจ้างวงดนตรี 20,000 บาท มีค่าไปจ้างเค้าทำขันหมาก ค่าน้ำมันรถ ค่าอะไรไม่รู้สารพัด นี่ยังไม่รวมค่าเช่าชุด ค่าการ์ดและของชำร่วยนะคะ ภายในวงเงิน 2 แสนบาท (งานเช้าอย่างเดียว เที่ยงเสร็จ)
   เมื่อใกล้ถึงวันงานเราไปดูความเรียบร้อย ปรากฎว่าป้ายชื่อเราก็พิมพ์ผิดค่ะ เราบอกให้เอาไปแก้ เค้าบอกว่าเป็นความผิดเรา ส่งไปให้เค้าดูผิด ซึ่งจริงๆเราเขียนและส่งไปให้เค้าดูถูกทุกอย่าง แต่เค้าตีมึน เค้าไม่ยอมไปแก้ให้เราค่ะ แฟนเราก็ไม่ยอม บอกให้เอากลับไปแก้ทุกคนว่าเราเรื่องมากค่ะ บอกให้เราใช้ไปเถอะไม่เป็นไรหรอก เราก็ไม่ยอม จนยายเราต้องเอาเงินยัดใส่มือเค้าไป 2,000 บาท แล้วไม่ให้แฟนเรารู้ เพราะรำคาญตัดปัญหา ปรากฎว่าภายในสองชั่วโมงนั้นได้ป้ายใหม่มาทันทีค่ะ เก้าอี้ก็ไม่มี ต้องวิ่งหาขอยืมให้วุ่นวายไปหมด จานชามก็ต้องไปยืมที่วัดใกล้ๆมา ก็ต้องมาค่ายืมหรืออะไรเราก็เรียกไม่ถูกนะคะ หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปหมด แบบนี้แหละมั้งที่เค้าเรียกว่างบบานปลายน่ะ
   พอวันงานมาถึง เรามาถึงสถานที่แต่เช้า แต่งหน้าเสร็จ เหมือนทุกอย่างจะโอเอ พังเอาอีตอนทำผม เราบอกเค้าไว้แต่แรกแล้วว่าเอาทรงแบบนี้ ตั้งแต่ตอนที่รับงาน พอมาจริงเค้าทำแบบยีผม ตีป่องๆ แล้วก็รวบเก็บไว้ คือตกใจมากๆ พอถามเค้าบอกว่าทำได้แค่นี้ ยังไม่ทันจะจบเรื่องผม เราเป็นคนผิวคล้ำ นางเอารองพื้นมาโบกตัวเราค่ะ ขอใช้คำว่าโบกนะคะ จากคล้ำๆกลายเป็นเขียวๆเลยค่ะ แล้วยิ่งท้องอยู่ด้วย กลายเป็นอึ่งลอยน้ำอาบน้ำแดดเลยค่ะ แล้วรองพื้นที่นางเอามาโบกก็หยดๆแหมะใส่ชุดเรา เช็ดออกก็ยังเป็นคราบอยู่ คือแบบตอนนั้นนึกในใจ ฟ้าข้างนอกยังไม่สว่างยังน่ากลัวขนาดนี้ ถ้าสว่างมาแขกจะไม่วิ่งหนีหรอเนี่ย ......
    พอแขกเริ่มมา ทำพิธีอะไรต่างๆเสร็จ ไม่มีแขกคนไหนที่เรารู้จักเลย นอกจากเพื่อนเราที่ชับรถมา จากรุงเทพฯกัน ไม่มีใครเข้ามาร่วมงานหรือฟังพระสวดด้วย ทุกคนเพลิดเพลินกับการตักบุฟเฟกินกัน และตักอาหารใส่ถุงค่ะ ไม่ผิดหรอกค่ะ ตักอาหารใส่ถุง !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! พอผ่านไปถึงบวนขันหมาก ใครก็ไม่รู้ ขบวนดนตรี กลองยาว แตร เยอะแยะ ยิ่งใหญ่มาก เสียงดังสนั่นหวั่นไหว แม่บอกว่า ตอนนั้นประตูเงิน ประตูทอง มีเป็นสิบประตู ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เราคิดเองนะ เพราะว่าเราต้องไปแอบอยู่ข้างหลัง
    พอมาถึงวิธีที่รดน้ำสังข์ คนต่อคิวรดน้ำเยอะมาก เอาตรงๆว่าเราไม่รู้จักใครเลย เค้าเป็นเพื่อนๆในหมู่บ้าน ยายเรารู้จักหมด รดน้ำเสร็จ ก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงแล้ว วงดนตรีเพิ่งมาเล่นได้ มองออกไปข้างนอก คนกลับไปเกือบหมดแล้ว อาหารเหลือแต่เศษๆ เหล้าก็พากันหยิบไปหมด ซื้อมา 4 ลัง เครื่องดื่มน้ำอัดลม หมดเกลี้ยง แม้แต่เพื่อนเราบางคน! ขอขนน้ำอัดลม ไป 6-7 ขวด เหล้าก็ขอกลับไป ตอนวงดนตรีเล่น เหลือแขกที่เป็นเพื่อนเราจริงไม่ถึง 30 คน เหล้าก็หมด อะไรก็หมด ตอนนั้นไม่มีแขกแล้ว เราเลยพอแต่กันขับรถกลับบ้าน ไปส่งตัวเจ้าสาว กลับไปถึงบ้าน ส่งตัวเจ้าสาว ทำอะไรเสร็จ ก็มาเปิดดูซอง ที่คนเค้าใใส่มา เพราะว่าต้องจดว่าแต่ละคนให้มาเท่าไหร่ พอถึงเวลาต้องกลับไปช่วยเค้าคืน บางคนที่ตักอาหารไปเยอะๆ ใส่ซองมา 50 บาท หลายๆคนที่ไม่ใสซองเลยก็มี มาตามคำเชิญเฉยๆ
      หมดไปเกิน 2 แสนบาท รู้สึกๆจุกๆ แต่ไม่กล้าพูดกับยายเพราะยายตั้งใจทำมาก ภายในใจเรารู้นะว่าแค่ทำอวดชาวบ้าน แบบคนบ้านนอก ต้องแข่งกัน น้อยหน้ากันไม่ได้ กลัวตาและยายเสียใจ ....งบที่บอกมาไม่มีตากล้อง ไม่มีรูปแต่งงาน ไม่มีห่าอะไรเลยย บัดซบมาก พอเห็นเพื่อนแต่งงาน งานเค้าเว่อวัง อลังการณ์ หมดไม่ถึง 2 แสน ไม่ต้องออกแรงทำอะไรเลย แค่ไปชิมอาหารและลองชุด เลือกชุดแต่งงาน แค่นั้น
      แฟนถามเราว่าชอบมั้ย อยากตะโกนใส่หน้าไปมาก ว่าไม่ชอบ เกลียดๆๆๆๆๆๆ เหมือนโรงทาน แต่ก็กลัวเค้ายายเรามากๆ เลยแกล้งบอกไปว่าชอบ มันถูกต้องตามประเพณีไทย ทุกอย่าง แฟนก็เลยบอกว่าโอเค คุณมีความสุข ผมก็ดีใจ ผมก้มีความสุขด้วย ....
      คือบอกตรงๆ ว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ไม่อยากแต่งเลย เสียดายเงินมากๆ รูปที่เพื่อนถ่ายให้ ไม่เคยได้เปิดดูเลย เพราะมันทุเรศมากๆ ตัวเขียวๆ หน้าลอยๆ แขนกับคอคนละสีกันเลย ไม่โทษใครนะคะ โทษตัวเอง เพราะว่าตอนยายเตรียมงาน เราไม่เคยไปช่วย ไปถามอะไรเลย แฟนเราก็ทำงาน ยายทำคนเดียว เดินเรื่อง ทุกอย่างเองหมด เวลามีใครแต่งงาน เราก็ไม่เคยไปงานใครเลย นอนไม่ตื่น ไปทันแต่งานเย็นค่ะ ทีนี้ก้รู้แล้วว่าโลกนี้คือบทเรียนที่สำคัญ ทุกอย่างต้องออกไปเรียนรู้ แต่ถ้าเลือกย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่ทำอะไรเว่อร์ขนาดนั้น แค่ผูกข้อมือพอแล้ว เพราะเวลาลูกป่วยเข้าโรงพยาบาทีนึงหมดเงินหลายบาท เมื่อปีที่แล้วเป็นโรคคาวาซากิ รักษาโรงพยาบาลเอกชนหมดไป เท่ากับจัดงานแต่งงานเลยค่ะ สู้เก็บเงินนั้นไว้ใช้ยามจำเป็น หรือสะสมเป็นค่าเทอมลูกในอนาคตจะดีมากๆเลย
      ตอนนี้ครอบครัวมีความสุขดีค่ะ ลูกสองคนแล้ว กะว่ากลับเมืองไทยไป จะพากันไปถ่ายรูป post wedding ด้วยกัน เป็นรูปครอบครัวไปเลย ลูกจะได้ไม่ถามว่าหนูไปไหนหม่ามิ๊ 5555555
    ข้อฝากไว้สำหรับคนที่กำลังจะแต่งงานนะคะ หาเหตุผลค่ะ ว่าจุดประสงค์ในการแต่งงานคืออะไร และตั้งงบ และความต้องการค่ะ ฝากไว้เท่านี้นะคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่