สวัสดีครับท่านที่เข้ามาอ่านกระทู้ของผม มันอาจจะเป็นกระทู้ที่ไร้สาระสำหรับใครหลายๆคนนะครับ
#แต่สำหรับผมมันหนักมาก เริ่มเลยนะครับ ผมอายุตอนนี้ 21ปีแล้ว เรียนชั้นปี 3 เทอม 2 แล้ว เรียนที่มหาวิยาลัยรัฐแห่งหนึ่งในแถบภาคอีสาน ใกล้บ้านมากสามารถกลับบ้านได้ทุกสัปดาห์
เรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ผมเริ่มที่จะหาที่เรียนตั้งแต่ปี 1 แล้วครับ ผมเป็นคนที่ชอบภาคเหนือมากอยากไปเป็นที่สุดในชีวิต เคยคิดไว้แม้กระทั่งจะย้ายไปอยู่ที่นั่นเลย ก็คือ ผมสอบติดมหาลัยรัฐแห่งหนึ่งในแถบภาคเหนือซึ่งผมก็ได้ไปรายงานตัวพร้อมเข้าเรียนแล้วพร้อมซื้อเครื่องแบบนักศึกษาเรียบร้อย หอพักก็หาพูดได้ว่าพร้อมที่จะไปเลยก็ว่าได้ครับ เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เตรียมตัวอย่างมีความสุขอย่างที่หวังไว้เลยแหละครับ และประมาณอีก 2วันที่ผมจะไปเรียนนั่นเอง แม่ผมได้นั่งคุยกับผมว่า ไม่ต้องไปแล้วนะที่นั่นนะทิ้งมันไปเถอะ แล้วแม่ก็ยื่นตังให้ผมจำนวนหนึ่งเพื่อไปสมัครพร้อมรายงานตัวเข้าเรียนรอบเพิ่มเติมมหาวิทยาลัยที่ผมกำลังเรียนอยู่ตอนนี้ ช่วงนั้นผมได้ แต่นั่งเก็บตัวไม่พูดกับใครเลยเหมือนฝันสลายลงไปเลยแหละครับ ก็คิดมากๆๆๆคิดเยอะ ด้วยความคิดที่ว่า เค้าเป็นแม่ย่อมคิดสิ่งที่ดีให้เราเสมอ แล้วผมก็ตัดสินใจเข้าเรียนโดยทิ้งที่ๆผมฝันไว้ มันก็ยังคงเป็นได้แค่เพียงฝันของผมต่อไปอย่างนั้น ผมก็เิร่มเข้าเรียนมาเรื่อยๆในหัวผมมันจะฉุกคิดเข้ามาเรื่อยๆว่าทำไมไม่ไปในที่ๆเราอยากอยู๋ ผมได้แต่เสียใจกับสิ่งที่ผมตัดสินใจมาที่นี่ครับ ทำให้จิตผมเริ่มตกบ้างโทรไปร้องไห้กับแม่ ร้องไห้กับเพื่อนบ้าง พยายามปรับตัวให้ได้ ยิ่งเรียนสูงยิ่งเหนื่อยท้อ ผมจะไปต่ออย่างไงดีครับ
สู้ต่อไปอย่างไงดีครับ
#แต่สำหรับผมมันหนักมาก เริ่มเลยนะครับ ผมอายุตอนนี้ 21ปีแล้ว เรียนชั้นปี 3 เทอม 2 แล้ว เรียนที่มหาวิยาลัยรัฐแห่งหนึ่งในแถบภาคอีสาน ใกล้บ้านมากสามารถกลับบ้านได้ทุกสัปดาห์
เรื่องนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ผมเริ่มที่จะหาที่เรียนตั้งแต่ปี 1 แล้วครับ ผมเป็นคนที่ชอบภาคเหนือมากอยากไปเป็นที่สุดในชีวิต เคยคิดไว้แม้กระทั่งจะย้ายไปอยู่ที่นั่นเลย ก็คือ ผมสอบติดมหาลัยรัฐแห่งหนึ่งในแถบภาคเหนือซึ่งผมก็ได้ไปรายงานตัวพร้อมเข้าเรียนแล้วพร้อมซื้อเครื่องแบบนักศึกษาเรียบร้อย หอพักก็หาพูดได้ว่าพร้อมที่จะไปเลยก็ว่าได้ครับ เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เตรียมตัวอย่างมีความสุขอย่างที่หวังไว้เลยแหละครับ และประมาณอีก 2วันที่ผมจะไปเรียนนั่นเอง แม่ผมได้นั่งคุยกับผมว่า ไม่ต้องไปแล้วนะที่นั่นนะทิ้งมันไปเถอะ แล้วแม่ก็ยื่นตังให้ผมจำนวนหนึ่งเพื่อไปสมัครพร้อมรายงานตัวเข้าเรียนรอบเพิ่มเติมมหาวิทยาลัยที่ผมกำลังเรียนอยู่ตอนนี้ ช่วงนั้นผมได้ แต่นั่งเก็บตัวไม่พูดกับใครเลยเหมือนฝันสลายลงไปเลยแหละครับ ก็คิดมากๆๆๆคิดเยอะ ด้วยความคิดที่ว่า เค้าเป็นแม่ย่อมคิดสิ่งที่ดีให้เราเสมอ แล้วผมก็ตัดสินใจเข้าเรียนโดยทิ้งที่ๆผมฝันไว้ มันก็ยังคงเป็นได้แค่เพียงฝันของผมต่อไปอย่างนั้น ผมก็เิร่มเข้าเรียนมาเรื่อยๆในหัวผมมันจะฉุกคิดเข้ามาเรื่อยๆว่าทำไมไม่ไปในที่ๆเราอยากอยู๋ ผมได้แต่เสียใจกับสิ่งที่ผมตัดสินใจมาที่นี่ครับ ทำให้จิตผมเริ่มตกบ้างโทรไปร้องไห้กับแม่ ร้องไห้กับเพื่อนบ้าง พยายามปรับตัวให้ได้ ยิ่งเรียนสูงยิ่งเหนื่อยท้อ ผมจะไปต่ออย่างไงดีครับ