คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
เอางี้แล้วกัน สมมุตินะครับ
เกิดคุณทำงานไปเรื่อยๆ จนวันนึงหัวใจวายตายขึ้นมา
ถามว่า บ. จะทำงานต่อไม่ได้เลยหรือป่าว หรือว่าไม่กี่วันก็หาคนมาทำงานแทนได้
อันนี้คือเรื่อง mindset เกี่ยวกับงานของตัว จขกท. เอง
เรื่องงาน ยังไง บ. เขาหาทางให้มันเสร็จได้อยู่แล้ว .... จะมีคุณ หรือไม่มีคุณ เขาก็ทำงานให้เสร็จได้
ดังนั้น อย่าไปทุ่มให้กับงานเกินความจำเป็น (ตราบใดที่ทุ่มให้แล้วผลตอบแทนมันคุ้มก็ทุ่มไปเถอะ แต่ถ้าคิดว่าไม่คุ้มก็ทำไปแค่เขาจ่าย)
ส่วนเรื่องการลาแบบยาวๆ ใน ตปท.
ส่วนมาก ต้องบอกล่วงหน้านานพอสมควรครับ
ถ้าเป็น บ. ที่มีระบบดีๆ เขาจะมีแผนไว้แล้วว่าทั้งปี หรือครึ่งปีนี้จะมีงานอะไรให้เราทำบ้าง
ในช่วงที่เขาวางแผน หัวหน้าจะมาถามแต่ละคนว่ามีแผนลากันช่วงไหน แล้ววันลามันจะอยู่ในแผนที่เขาจะทำเลย
ดังนั้น คนที่จะลา หัวหน้าก็จะไม่จ่ายงานอะไรให้เขาในช่วงนั้น แล้วไปจ่ายให้คนที่ไม่ลาแทน
ยกเว้นบางช่วงที่ลากันแทบทั้งแผนก (หน้าร้อนบางประเทศนี่ ออฟฟิสแทบปิด) เขาจะดูว่าเหลือไม่ลากี่คน แล้ววางแผนแค่ว่าน่าจะทำงานได้แค่ไหน ส่วนที่เหลือก็จะโยนไปให้สาขาอื่น หรือ ดึงคนสาขาอื่นไปช่วยทำ .... มันก็จะสลับๆกันไปทุกสาขาทั่วโลก
ใครจะลายาวแล้วมาบอกแบบกระชั้นชิด แล้วไม่ได้วางแผนงานว่างานที่ตัวเองถืออยู่จะทำไง ก็โดนด่ากลับไป
แล้วให้ไปคิดเรื่องนั้นมาก่อน
บางคนเขาก็ใช้วิธีอยู่ต่อตอนเย็นๆหรือเข้ามาทำงานวันเสาร์ เพื่อปั่นงานให้เสร็จแทน แล้วก็ไปเที่ยวแบบชิลๆ
เรื่องบัดดี้ จริงๆ ก็ไม่ถึงกับบัดดี้หรอก
แต่ใน บ. ที่ระบบดีๆ เขาจะป้องกันความเสี่ยงเอาไว้ในระดับนึง ด้วยการทำงานตามระบบที่วางไว้
และทุกคนในทีมต้องรู้ระบบเหมือนกันหมด
กรณีเกิดเคสอย่างที่ผมยกตัวอย่างไป หัวใจวาย หรือโดนรถชนตายขึ้นมา ก็สลับเอาคนในทีมมานั่งทำได้ ถึงจะไม่ได้รู้ลึกในช่วงแรก แต่เขารู้ภาพรวมมาแล้ว ใช้เวลาไม่นานก็ทำงานต่อกันได้
ถ้างานไหนที่ยากจริงๆ เขาจะหาคนไปช่วยกันทำ ทั้งเป็นเรื่องการแบ่งเบางาน และกระจายความเสี่ยงไปในตัว
เกิดคุณทำงานไปเรื่อยๆ จนวันนึงหัวใจวายตายขึ้นมา
ถามว่า บ. จะทำงานต่อไม่ได้เลยหรือป่าว หรือว่าไม่กี่วันก็หาคนมาทำงานแทนได้
อันนี้คือเรื่อง mindset เกี่ยวกับงานของตัว จขกท. เอง
เรื่องงาน ยังไง บ. เขาหาทางให้มันเสร็จได้อยู่แล้ว .... จะมีคุณ หรือไม่มีคุณ เขาก็ทำงานให้เสร็จได้
ดังนั้น อย่าไปทุ่มให้กับงานเกินความจำเป็น (ตราบใดที่ทุ่มให้แล้วผลตอบแทนมันคุ้มก็ทุ่มไปเถอะ แต่ถ้าคิดว่าไม่คุ้มก็ทำไปแค่เขาจ่าย)
ส่วนเรื่องการลาแบบยาวๆ ใน ตปท.
ส่วนมาก ต้องบอกล่วงหน้านานพอสมควรครับ
ถ้าเป็น บ. ที่มีระบบดีๆ เขาจะมีแผนไว้แล้วว่าทั้งปี หรือครึ่งปีนี้จะมีงานอะไรให้เราทำบ้าง
ในช่วงที่เขาวางแผน หัวหน้าจะมาถามแต่ละคนว่ามีแผนลากันช่วงไหน แล้ววันลามันจะอยู่ในแผนที่เขาจะทำเลย
ดังนั้น คนที่จะลา หัวหน้าก็จะไม่จ่ายงานอะไรให้เขาในช่วงนั้น แล้วไปจ่ายให้คนที่ไม่ลาแทน
ยกเว้นบางช่วงที่ลากันแทบทั้งแผนก (หน้าร้อนบางประเทศนี่ ออฟฟิสแทบปิด) เขาจะดูว่าเหลือไม่ลากี่คน แล้ววางแผนแค่ว่าน่าจะทำงานได้แค่ไหน ส่วนที่เหลือก็จะโยนไปให้สาขาอื่น หรือ ดึงคนสาขาอื่นไปช่วยทำ .... มันก็จะสลับๆกันไปทุกสาขาทั่วโลก
ใครจะลายาวแล้วมาบอกแบบกระชั้นชิด แล้วไม่ได้วางแผนงานว่างานที่ตัวเองถืออยู่จะทำไง ก็โดนด่ากลับไป
แล้วให้ไปคิดเรื่องนั้นมาก่อน
บางคนเขาก็ใช้วิธีอยู่ต่อตอนเย็นๆหรือเข้ามาทำงานวันเสาร์ เพื่อปั่นงานให้เสร็จแทน แล้วก็ไปเที่ยวแบบชิลๆ
เรื่องบัดดี้ จริงๆ ก็ไม่ถึงกับบัดดี้หรอก
แต่ใน บ. ที่ระบบดีๆ เขาจะป้องกันความเสี่ยงเอาไว้ในระดับนึง ด้วยการทำงานตามระบบที่วางไว้
และทุกคนในทีมต้องรู้ระบบเหมือนกันหมด
กรณีเกิดเคสอย่างที่ผมยกตัวอย่างไป หัวใจวาย หรือโดนรถชนตายขึ้นมา ก็สลับเอาคนในทีมมานั่งทำได้ ถึงจะไม่ได้รู้ลึกในช่วงแรก แต่เขารู้ภาพรวมมาแล้ว ใช้เวลาไม่นานก็ทำงานต่อกันได้
ถ้างานไหนที่ยากจริงๆ เขาจะหาคนไปช่วยกันทำ ทั้งเป็นเรื่องการแบ่งเบางาน และกระจายความเสี่ยงไปในตัว
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
ฝรั่งนี่เค้ามีระบบการทำงานแทนกันยังไงหรือครับ