สวัสดีค่ะ คือเราเคยตั้งกระทู้แนวๆงานเยอะมาก จนเราคิดว่าถ้าวันนึงเราได้งานประจำจะเอามาเล่าค่ะ
เราเป็นเด็กนักศึกษารหัส 55 เพิ่งรับปริญญาไปเมื่อธันวาที่ผ่านมาค่ะ แต่เราทำโปรเจคจบช่วงกันยา ตอนนั้นยังไม่เริ่มหางานค่ะ แต่มองๆไว้ลองหาเล่นๆ ดูตามสายงานเรา แล้วก็จดๆไว้ กะว่าตุลาค่อยยื่นสมัคร ตอนหามีเยอะมากกกกกกก ที่ที่ตามสายที่เราจบมา ตอนนั้นเหมือนเลยวางใจ คิดว่าเออ หางานไม่ยากหรอก เปิดเยอะแยะ
จนเราก็ใช้ชีวิตว่างๆเที่ยวกับเพื่อนไรไป ช่วงนั้นเริ่มหางานนะคะ ส่งเรซูเม่ไปตามเว้บเลย มีโทรมาเต็มเลยจ้าหลังจากฝากเรซูเม่ไปกับเว้บแค่ 1 วัน ที่โทรติดต่อมานี่ไม่งานประกันก็งานขายแอพกับธนาคาร เราเลยปิดเบอร์ไปเลย
ตอนนั้นความเครียดเริ่มมาเรื่อยๆค่ะ เรากลับบ้านที่ต่างจังหวัดทีไรญาติๆจะเริ่มถาม "ได้งานยัง?" "ทำงานที่ไหน?" คำถามพวกนี้ช่วงนั้นเจอบ่อยมากกกก ขนาดอยูาบ้านก็มีถาม "อ่าว ไม่ไปทำงานหรอ?" คำถามพวกนี้ค่อยๆกดดันเราเรื่อยๆค่ะ แต่เราก็คิดว่าเออน่า ยังไม่รับปริญญาเลย รับแล้วค่อยหาจริงจังๆ
ช่วงประมาณสิ้นปี มีสายโทรมาค่ะ คือเราจบในสายงานนิเทศมาค่ะ แล้วเราลงฝากประวัติไปงานที่อยากทำ อันดับ 1 2 3 แล้วโทรมาบอกเราว่ามีตำแหน่งงานครีเอทีฟค่ะ ให้เลย 18,000 เรานี่หูตั้งเลยค่ะ บอกแม่เลย ดีใจมากกกก แบบเห้ยย นี่ความโชคดีมาหาแล้วสินะ เราโทรนัดเพื่อนให้ไปสัมเป็นเพื่อนเลยค่ะ ก็เดินทางไปแถวพระรามเก้า เราก็บอกเพื่อนว่าคนที่โทรมาเนี่ยพูดเหมือนดีเจเลย พูดจาชัดมาก ตอนนั้นคือวาดฝันสวยงามมากค่ะ
พอมาถึงสถามที่ที่นัด เราก็งงค่ะ นี่ไม่ใช่ที่ที่เราคิดไว้ เป็นเหมือนตึกเช่าอีกทีอ่ะค่ะ แล้วป้ายบริษัทที่เราเห็นคือเป็นป้ายแบบเหมือนข้างทางที่มีป้ายโฆษณาเครื่องดื่มอ่ะค่ะ แขวนๆเอา ตอนนั้นบอกเพื่อนเลยว่าไม่ใช่ล่ะ กลับเถอะ 5555555555555 แต่เพื่อนบอกให้ลอง แล้วระหว่างนั้นมีพนักงานเดินออกมาจากห้องพอดีค่ะ เลยถามเราว่ามาสัมภาษณ์รึเปล่า เลยตอบไปว่าใช่ คิดว่าโอเค ถือว่ามาหาประสบการณืการสัมภาษณ์ รายละเอียดจะใส่สปอยนะคะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้พอถึงเป็นห้องใหญ่ๆค่ะ สักพักก็เรียกเราไป ซึ่งเป็นคนที่โทรหาเราเองค่ะ ระหว่างที่รอเรียกรู้เลยว่าไม่ใช่ เพราะสภาพด้านในนี่มีแต่กล่องค่ะ พร้อมแพคพร้อมส่ง เค้าก็ให้แนะนำตัวเอง แล้วก็ถามว่าทำไมเรียนคณะนี้ สาขานี้ แล้วก็ถามวนค่ะ เราก็งงแล้วก็ตอบใหม่ ตอนนั้นคือไม่กดดันตัวเองเลย เค้าไม่ให้ความน่าเชื่อถือด้วยค่ะ 5555555555 เหมือนถามเราด้วยคำพูดที่ไม่มั่นใจ ถามวน ถามแล้วก็เงียบถึงจะถามอีกคำ
จนเค้าเอากระดาษเอ4 มาวางหน้าเราแล้วเริ่มร่างโครงรายได้ค่ะ แบบเดือนนึงถ้าขายได้เท่านี้ จะได้เท่านี้บาท เราก็เบี่ยงค่ะ ในหัวคือไหนให้มาเป็นครีเอทีฟไงล่ะ เค้าเลยจบด้วยการบอกว่าอยากให้เก็บไปคิด เพราะเค้าอยากได้เรามาทำงานค่ะ
หลังจากที่แรกเราก็เริ่มหางานไม่ตรงสายค่ะ อะไรที่ไม่ระบุว่าต้องจบจากคณะนี้เท่านั้นเราลงเลยค่ะ ขอแค่เดินทางไม่ยากไม่ไกลมากก็พอ ตอนนั้นขอแค่ได้งาน จนเห็นคลีนิกที่เป็นโรงพยาบาบลัตว์ค่ะเปิดรับ ตรงตามที่เรามอง สมัครเลยค่ะ เพราะส่วนตัวเราชอบสัตว์อยู่แล้ว แล้วตำแหน่งที่รับเค้าระบุว่าผู้ช่วยค่ะ แต่ไม่ระบุนะคะ บอกแค่ว่าวุฒิป.ตรี
วันต่อมาสายเข้าสายค่ะ กริ้งกร้างมาจากที่นี่ นัดวันสัมภาษณ์ เราไปแบบไม่บอกเพื่อนค่ะ ไปเลย ในใจเต็มด้วยความหวัง เดินทางไม่ยากค่ะแต่ก็ไกลคือแถวลาดกระบังเลย แต่ตอนนั้นคิดว่าขอให้ได้งานๆๆๆ พอไปถึงก็นั่งรอค่ะ รอพักใหญ่เลย แล้วก็เรียกเราไปกรอกใบสมัครค่ะ ก่อนที่จะไปสัมภาษณ์กับพี่หมอ
รอบสองที่เราสัมภาษณ์บอกเลยว่าไม่เกร็งค่ะ พี่หมอเค้าแทนตัวเองว่าพี่เลย ยังไม่แก่แล้วเค้าวางตัวให้เรารู้สึกว่าเข้าถึงได้และกล้าพูดเป็นตัวของตัวเองค่ะ แกก็ถามว่าไหวไหมถ้าเจอเลือดงี้ บางทีอาจมีเศษชิ้นเนื้อนะ ไหวรึเปล่า เราตอบว่าไหวค่ะ ไม่กลัวค่ะ คือเราไม่กลัวเลยค่ะจริงๆ เพราะตอนเด็กอยากเป็นหมอสัตว์ด้วย ตอนนี้ก็อยากนะคะแต่หัวไม่ไป 5555555555555555
พี่หมอเค้าโอเคกับเราเค้าบอกว่าชอบความคิดคำพูดนะ แต่ขอดูเฟสหน่อย เพราะสมัยนี้ดูคนต้องดูจากในเฟส ซึ่งเฟสเรามีแต่ตั๋วหนังค่ะ มีหนัง มีแมว ไส้เดือน มีไรแค่พวกนี้อ่ะค่ะ พี่หมอก็เออ ไม่กลัวเลยเนอะ
แต่ติดตรงนี้ค่ะ พอคุยกันพี่หมอเห็นว่าช่วงนั้นเรารับฟรีแล้นอยู่ เค้าเลยเสนอให้เราทำงานกับเค้าแค่เสาร์อาทิตย์พอ วันธรรมดาก็ทำงานอื่น ให้เหตุผลว่าเพราะเราพูดแล้วรู้สึกได้เลยว่าชอบสายงานนิเทศมาก แกเลยอยากให้ไปทำค่ะ ในหัวเรานะคะแบบ เอ่อ มันไม่ได้หาง่ายๆ แล้วอีกอย่างคือที่นี่ปิดดึกค่ะ แต่รถที่เรานั่งมาหมดแค่ 6 โมงเย็นค่ะ สรุปก็จบไปอีก 1
จนมกรามา ปีใหม่คิดแง่ดีอีกค่ะว่า ปีใหม่อะไรแย่ๆต้องออกไป ฉันต้องได้งานดีๆ ประมาณวันที่ 2 มกรา เพื่อนโทรมาค่ะ มีงานฟรีแล้นกองถ่ายมา คือทำจนปิดกองเลย ได้เงินเป็นคิว ตอนนั้นบอกแม่เลยว่า อย่าห้ามนะ จะเอางานนี้ (ปล. เราอยู่กับแม่ 2 คนค่ะ แล้วพอมีงานแบบนี้มามันจะกลับไม่เป็นเวลา บางทีต้องค้างที่อื่น แม่เค้าก็ห่วง ไม่ให้ทำ) เราก็ไปประชุมค่ะ คุยบทคร่าวๆ แต่สรุปกองนี้ยกเลิกค่ะ เหมือนทางผู้จัดขอทีมงานใหม่ เลยนกงาานนี้ไปจนเพื่อนที่เที่ยวด้วยกันเริ่มได้งานไปค่ะ
จากชีวิตที่ชิลๆ ดูหนังกับเพื่อนทุกอาทิตย์กลายเป็นเหงาค่ะ หลังจากนั้นเราได้สัมภาษณ์ที่โรงแรมที่นึงแถว BTS ชิดลมค่ะ เป็นกราฟิคดีไซน์ แต่ในงานคือถ่ายภาพ/วีดิโอค่ะ อันนี้เพื่อนส่งงานมาให้สมัคร เพื่อนคนนี้ทำงานสายโรงแรมค่ะ ชงเราเพราะเงินดี เราไปถึงเกร็งค่ะ สวยมากกก แต่พี่ๆยามน่ารักมาก ขอบคุณมากๆๆๆนะคะ อันนี้สัมภาษณ์ก็ทั่วไปค่ะ เรียนอะไรมา แนะนำตัวหน่อย ข้อดีข้อเสียคืออะไร พี่ที่สัมภาษณ์เราเป็นผู้หญิงค่ะ เค้าบอกว่าได้เราจะดีมาก เพราะในทีมมีแต่ผู้หญิง ตอนนั้นเราดีใจไปนิ๊ดดดนึง 555555555555555
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้พอสัมภาษณ์จบก็มีการทำเทสค่ะ คือลองไปถ่ายงานเลย เค้ามีกล้องให้เราค่ะ เราลงไปที่ครัวโรงแรมแล้วถ่ายมาค่ะ โจทย์คือทำเป็นคลิปให้อาหารดูน่ากินและเค้าคอนเซปท์โรงแรมค่ะ ตอนนั้นก็ทำเท่าที่จะทำได้ พี่ๆห้องครัวน่ารักมาก ต้อนรับดีมาก คอยช่วยทุกอย่าง เราอยากถ่ายมุมนี้แต่มีดเค้าก็ช่วยเปิดม่าน ช่วยแนะนำมุมสวยๆค่ะ
แล้วเราก็ต้องมาตัดต่อส่งภายในอีกวันค่ะ สรุปงานนี้คือต้องเก่งภาพและกราฟิคค่ะ ซึ่งเราสายภาพอย่างเดียว เลยตกไป แต่ขอขอบคุณลุงยามที่แลกบัตรมากนะคะ ที่ให้กำลังใจ เราบอกลุงว่าถ้าได้คงเจอกัน สรุปไม่เจอนะลุง ขอให้ลุงมีความสุขนะคะ
มาถึงช่วงน่าจะมีนาค่ะ เราสมัครงานตามห้างล่ะ เพราะบ้านเราใกล้ค่ะ เห็นว่าร้านนึงเปิดรับ เราส่งใบสมัครไปเลยค่ะ บอกเพื่อนไปด้วยว่าสมัครกัน สรุปว่าเพื่อนได้ค่ะ เราไม่ได้ แต่อันนี้เพื่อนก็ไม่เอานะคะ เพราะเค้าไปลองงานอีกสาขาซึ่งมันไม่มีรถประจำทางผ่าน
และก็มาสมัครอีกที่ในห้างค่ะ มาสมัครด้วยกันเลย 2 คนที่ร้านเสื้อแบรนด์นึง ญี่ปุ่นๆเพราะมีเพื่อนทำค่ะ แล้วเงินดีมากๆๆๆ พอถึงวันสัมภาษร์เรานี่ไม่เร็งค่ะ เพราะเชี่ยวชาญการสัมภาษณ์แล้ว 5555555555555 เราอ่านมาเลยค่ะว่าร้านนี้รับคนแนวไหน คือใสๆค่ะ น้ำห้ามแต่ง ผมสีเข้ม เล็บห้ามทา ตอนสัมภาษณ์เข้าไปพร้อมกัน 6 คนค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้คำถามจะคำถามเดียวกันหมดเลยค่ะ ตอบทีล่ะคน เราตอบมั่นใจมากค่ะ อาจจะเพราะเคยมาหลายที่ เพื่อนเราก็บอกว่าเราตอบดี ไม่มีสะดุดเลย แล้วทางร้านบอกว่าจะติดต่อไปภายใน 7 วันค่ะ
หลังจากสัมภาษณืเรากับเพื่อนก็ไปหาอะไรกินกัน แล้วระหว่างนั้นร้านโทรมาหาเพื่อนเราค่ะ ให้มาเซ็นสัญญาในวันรุ่งขึ้นเลย ซึ่งเราอยู่ตรงนั้นชามาค่ะ แบบเอามือถือมาดูเลย ปิดเสียงรึเปล่านะ แล้วเพื่อนก็บอกว่าเดี๋ยวก็โทรมา เรารอค่ะ แต่ก็ไม่มี เราเลยเข้าใจว่าที่เพื่อนเราได้เนี่ย เพราะมันว่างทุกวันค่ะ คนในห้อองจะมีว่างวันนี้ วันนั้นเรียนงี้ค่ะ เราวางว่าพุธไม่ว่าง คือเขียนกะไว้เพราะพ่อชอบนัดหมอพุธค่ะเราจะได้ไป สรุปเราไม่ได้
หลังจากเพื่อนเราได้เราเงียบเหงามาก เพื่อนเที่ยวไม่มีเลยค่ะ ชีวิตเราเริ่มมองคนนั้นคนนี้ในรุ่นมีชีวิตดีกันไป ชีวิตดีในมุมของเราคือหาเงินได้เอง ไม่ต้องขอพ่อแม่แล้ว เราอยู่แต่บ้านเลยค่ะ หางานก็แบบเดิมๆไม่มีโทรมาเลยยย แถวบ้านก็ไม่มีเลยยย จนเราได้จากทีนึง เค้าให้เราไปทำด้านการตลาดค่ะ ก็ไปสัมภาษณ์พร้อมกันสองคนค่ะ เป็นบริษัทแถวศาลาแดง
อันนี้มาแนวขายฝันเลยค่ะ ออกแนวจิตวิทยา เป็นงานขายที่ไม่เหมือนงานขาย เราคล้อยตามล่ะทำงานด้วยเลยค่ะ คือตอนสัมภาษณ์เนี่ยข้างๆเราจบจุฬาเลยค่ะ เราแค่ม.เอกชน ตอนนั้นคิดว่าเละแน่ เลือกมาพร้อมทำไม แต่นัดรอบสองเราผ่านค่ะแต่ไม่เห็นเพื่อนจุฬาคนนี้ เราก็คิดว่าเราได้ คนนั้นไม่ได้ แต่เอาจริงๆตอนมาทำงาน ทุกคนที่เห็นในวันนั้น ผ่านหมดค่ะ เราทำได้ 1 อาทิตย์เลิกค่ะ ให้เป็นรายวันค่ะ จะได้ตามแบบที่เค้าบอกต่อเมื่อเราหาลูกค้าได้
อยากเล่าเรื่องการหางาน จนได้งานประจำตอนเรียนจบเกือบ 1 ปี
เราเป็นเด็กนักศึกษารหัส 55 เพิ่งรับปริญญาไปเมื่อธันวาที่ผ่านมาค่ะ แต่เราทำโปรเจคจบช่วงกันยา ตอนนั้นยังไม่เริ่มหางานค่ะ แต่มองๆไว้ลองหาเล่นๆ ดูตามสายงานเรา แล้วก็จดๆไว้ กะว่าตุลาค่อยยื่นสมัคร ตอนหามีเยอะมากกกกกกก ที่ที่ตามสายที่เราจบมา ตอนนั้นเหมือนเลยวางใจ คิดว่าเออ หางานไม่ยากหรอก เปิดเยอะแยะ
จนเราก็ใช้ชีวิตว่างๆเที่ยวกับเพื่อนไรไป ช่วงนั้นเริ่มหางานนะคะ ส่งเรซูเม่ไปตามเว้บเลย มีโทรมาเต็มเลยจ้าหลังจากฝากเรซูเม่ไปกับเว้บแค่ 1 วัน ที่โทรติดต่อมานี่ไม่งานประกันก็งานขายแอพกับธนาคาร เราเลยปิดเบอร์ไปเลย
ตอนนั้นความเครียดเริ่มมาเรื่อยๆค่ะ เรากลับบ้านที่ต่างจังหวัดทีไรญาติๆจะเริ่มถาม "ได้งานยัง?" "ทำงานที่ไหน?" คำถามพวกนี้ช่วงนั้นเจอบ่อยมากกกก ขนาดอยูาบ้านก็มีถาม "อ่าว ไม่ไปทำงานหรอ?" คำถามพวกนี้ค่อยๆกดดันเราเรื่อยๆค่ะ แต่เราก็คิดว่าเออน่า ยังไม่รับปริญญาเลย รับแล้วค่อยหาจริงจังๆ
ช่วงประมาณสิ้นปี มีสายโทรมาค่ะ คือเราจบในสายงานนิเทศมาค่ะ แล้วเราลงฝากประวัติไปงานที่อยากทำ อันดับ 1 2 3 แล้วโทรมาบอกเราว่ามีตำแหน่งงานครีเอทีฟค่ะ ให้เลย 18,000 เรานี่หูตั้งเลยค่ะ บอกแม่เลย ดีใจมากกกก แบบเห้ยย นี่ความโชคดีมาหาแล้วสินะ เราโทรนัดเพื่อนให้ไปสัมเป็นเพื่อนเลยค่ะ ก็เดินทางไปแถวพระรามเก้า เราก็บอกเพื่อนว่าคนที่โทรมาเนี่ยพูดเหมือนดีเจเลย พูดจาชัดมาก ตอนนั้นคือวาดฝันสวยงามมากค่ะ
พอมาถึงสถามที่ที่นัด เราก็งงค่ะ นี่ไม่ใช่ที่ที่เราคิดไว้ เป็นเหมือนตึกเช่าอีกทีอ่ะค่ะ แล้วป้ายบริษัทที่เราเห็นคือเป็นป้ายแบบเหมือนข้างทางที่มีป้ายโฆษณาเครื่องดื่มอ่ะค่ะ แขวนๆเอา ตอนนั้นบอกเพื่อนเลยว่าไม่ใช่ล่ะ กลับเถอะ 5555555555555 แต่เพื่อนบอกให้ลอง แล้วระหว่างนั้นมีพนักงานเดินออกมาจากห้องพอดีค่ะ เลยถามเราว่ามาสัมภาษณ์รึเปล่า เลยตอบไปว่าใช่ คิดว่าโอเค ถือว่ามาหาประสบการณืการสัมภาษณ์ รายละเอียดจะใส่สปอยนะคะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หลังจากที่แรกเราก็เริ่มหางานไม่ตรงสายค่ะ อะไรที่ไม่ระบุว่าต้องจบจากคณะนี้เท่านั้นเราลงเลยค่ะ ขอแค่เดินทางไม่ยากไม่ไกลมากก็พอ ตอนนั้นขอแค่ได้งาน จนเห็นคลีนิกที่เป็นโรงพยาบาบลัตว์ค่ะเปิดรับ ตรงตามที่เรามอง สมัครเลยค่ะ เพราะส่วนตัวเราชอบสัตว์อยู่แล้ว แล้วตำแหน่งที่รับเค้าระบุว่าผู้ช่วยค่ะ แต่ไม่ระบุนะคะ บอกแค่ว่าวุฒิป.ตรี
วันต่อมาสายเข้าสายค่ะ กริ้งกร้างมาจากที่นี่ นัดวันสัมภาษณ์ เราไปแบบไม่บอกเพื่อนค่ะ ไปเลย ในใจเต็มด้วยความหวัง เดินทางไม่ยากค่ะแต่ก็ไกลคือแถวลาดกระบังเลย แต่ตอนนั้นคิดว่าขอให้ได้งานๆๆๆ พอไปถึงก็นั่งรอค่ะ รอพักใหญ่เลย แล้วก็เรียกเราไปกรอกใบสมัครค่ะ ก่อนที่จะไปสัมภาษณ์กับพี่หมอ
รอบสองที่เราสัมภาษณ์บอกเลยว่าไม่เกร็งค่ะ พี่หมอเค้าแทนตัวเองว่าพี่เลย ยังไม่แก่แล้วเค้าวางตัวให้เรารู้สึกว่าเข้าถึงได้และกล้าพูดเป็นตัวของตัวเองค่ะ แกก็ถามว่าไหวไหมถ้าเจอเลือดงี้ บางทีอาจมีเศษชิ้นเนื้อนะ ไหวรึเปล่า เราตอบว่าไหวค่ะ ไม่กลัวค่ะ คือเราไม่กลัวเลยค่ะจริงๆ เพราะตอนเด็กอยากเป็นหมอสัตว์ด้วย ตอนนี้ก็อยากนะคะแต่หัวไม่ไป 5555555555555555
พี่หมอเค้าโอเคกับเราเค้าบอกว่าชอบความคิดคำพูดนะ แต่ขอดูเฟสหน่อย เพราะสมัยนี้ดูคนต้องดูจากในเฟส ซึ่งเฟสเรามีแต่ตั๋วหนังค่ะ มีหนัง มีแมว ไส้เดือน มีไรแค่พวกนี้อ่ะค่ะ พี่หมอก็เออ ไม่กลัวเลยเนอะ
แต่ติดตรงนี้ค่ะ พอคุยกันพี่หมอเห็นว่าช่วงนั้นเรารับฟรีแล้นอยู่ เค้าเลยเสนอให้เราทำงานกับเค้าแค่เสาร์อาทิตย์พอ วันธรรมดาก็ทำงานอื่น ให้เหตุผลว่าเพราะเราพูดแล้วรู้สึกได้เลยว่าชอบสายงานนิเทศมาก แกเลยอยากให้ไปทำค่ะ ในหัวเรานะคะแบบ เอ่อ มันไม่ได้หาง่ายๆ แล้วอีกอย่างคือที่นี่ปิดดึกค่ะ แต่รถที่เรานั่งมาหมดแค่ 6 โมงเย็นค่ะ สรุปก็จบไปอีก 1
จนมกรามา ปีใหม่คิดแง่ดีอีกค่ะว่า ปีใหม่อะไรแย่ๆต้องออกไป ฉันต้องได้งานดีๆ ประมาณวันที่ 2 มกรา เพื่อนโทรมาค่ะ มีงานฟรีแล้นกองถ่ายมา คือทำจนปิดกองเลย ได้เงินเป็นคิว ตอนนั้นบอกแม่เลยว่า อย่าห้ามนะ จะเอางานนี้ (ปล. เราอยู่กับแม่ 2 คนค่ะ แล้วพอมีงานแบบนี้มามันจะกลับไม่เป็นเวลา บางทีต้องค้างที่อื่น แม่เค้าก็ห่วง ไม่ให้ทำ) เราก็ไปประชุมค่ะ คุยบทคร่าวๆ แต่สรุปกองนี้ยกเลิกค่ะ เหมือนทางผู้จัดขอทีมงานใหม่ เลยนกงาานนี้ไปจนเพื่อนที่เที่ยวด้วยกันเริ่มได้งานไปค่ะ
จากชีวิตที่ชิลๆ ดูหนังกับเพื่อนทุกอาทิตย์กลายเป็นเหงาค่ะ หลังจากนั้นเราได้สัมภาษณ์ที่โรงแรมที่นึงแถว BTS ชิดลมค่ะ เป็นกราฟิคดีไซน์ แต่ในงานคือถ่ายภาพ/วีดิโอค่ะ อันนี้เพื่อนส่งงานมาให้สมัคร เพื่อนคนนี้ทำงานสายโรงแรมค่ะ ชงเราเพราะเงินดี เราไปถึงเกร็งค่ะ สวยมากกก แต่พี่ๆยามน่ารักมาก ขอบคุณมากๆๆๆนะคะ อันนี้สัมภาษณ์ก็ทั่วไปค่ะ เรียนอะไรมา แนะนำตัวหน่อย ข้อดีข้อเสียคืออะไร พี่ที่สัมภาษณ์เราเป็นผู้หญิงค่ะ เค้าบอกว่าได้เราจะดีมาก เพราะในทีมมีแต่ผู้หญิง ตอนนั้นเราดีใจไปนิ๊ดดดนึง 555555555555555
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
มาถึงช่วงน่าจะมีนาค่ะ เราสมัครงานตามห้างล่ะ เพราะบ้านเราใกล้ค่ะ เห็นว่าร้านนึงเปิดรับ เราส่งใบสมัครไปเลยค่ะ บอกเพื่อนไปด้วยว่าสมัครกัน สรุปว่าเพื่อนได้ค่ะ เราไม่ได้ แต่อันนี้เพื่อนก็ไม่เอานะคะ เพราะเค้าไปลองงานอีกสาขาซึ่งมันไม่มีรถประจำทางผ่าน
และก็มาสมัครอีกที่ในห้างค่ะ มาสมัครด้วยกันเลย 2 คนที่ร้านเสื้อแบรนด์นึง ญี่ปุ่นๆเพราะมีเพื่อนทำค่ะ แล้วเงินดีมากๆๆๆ พอถึงวันสัมภาษร์เรานี่ไม่เร็งค่ะ เพราะเชี่ยวชาญการสัมภาษณ์แล้ว 5555555555555 เราอ่านมาเลยค่ะว่าร้านนี้รับคนแนวไหน คือใสๆค่ะ น้ำห้ามแต่ง ผมสีเข้ม เล็บห้ามทา ตอนสัมภาษณ์เข้าไปพร้อมกัน 6 คนค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หลังจากเพื่อนเราได้เราเงียบเหงามาก เพื่อนเที่ยวไม่มีเลยค่ะ ชีวิตเราเริ่มมองคนนั้นคนนี้ในรุ่นมีชีวิตดีกันไป ชีวิตดีในมุมของเราคือหาเงินได้เอง ไม่ต้องขอพ่อแม่แล้ว เราอยู่แต่บ้านเลยค่ะ หางานก็แบบเดิมๆไม่มีโทรมาเลยยย แถวบ้านก็ไม่มีเลยยย จนเราได้จากทีนึง เค้าให้เราไปทำด้านการตลาดค่ะ ก็ไปสัมภาษณ์พร้อมกันสองคนค่ะ เป็นบริษัทแถวศาลาแดง
อันนี้มาแนวขายฝันเลยค่ะ ออกแนวจิตวิทยา เป็นงานขายที่ไม่เหมือนงานขาย เราคล้อยตามล่ะทำงานด้วยเลยค่ะ คือตอนสัมภาษณ์เนี่ยข้างๆเราจบจุฬาเลยค่ะ เราแค่ม.เอกชน ตอนนั้นคิดว่าเละแน่ เลือกมาพร้อมทำไม แต่นัดรอบสองเราผ่านค่ะแต่ไม่เห็นเพื่อนจุฬาคนนี้ เราก็คิดว่าเราได้ คนนั้นไม่ได้ แต่เอาจริงๆตอนมาทำงาน ทุกคนที่เห็นในวันนั้น ผ่านหมดค่ะ เราทำได้ 1 อาทิตย์เลิกค่ะ ให้เป็นรายวันค่ะ จะได้ตามแบบที่เค้าบอกต่อเมื่อเราหาลูกค้าได้