อยากเล่าเรื่องการหางาน จนได้งานประจำตอนเรียนจบเกือบ 1 ปี

สวัสดีค่ะ คือเราเคยตั้งกระทู้แนวๆงานเยอะมาก จนเราคิดว่าถ้าวันนึงเราได้งานประจำจะเอามาเล่าค่ะ

เราเป็นเด็กนักศึกษารหัส 55 เพิ่งรับปริญญาไปเมื่อธันวาที่ผ่านมาค่ะ แต่เราทำโปรเจคจบช่วงกันยา ตอนนั้นยังไม่เริ่มหางานค่ะ แต่มองๆไว้ลองหาเล่นๆ ดูตามสายงานเรา แล้วก็จดๆไว้ กะว่าตุลาค่อยยื่นสมัคร ตอนหามีเยอะมากกกกกกก ที่ที่ตามสายที่เราจบมา ตอนนั้นเหมือนเลยวางใจ คิดว่าเออ หางานไม่ยากหรอก เปิดเยอะแยะ

จนเราก็ใช้ชีวิตว่างๆเที่ยวกับเพื่อนไรไป ช่วงนั้นเริ่มหางานนะคะ ส่งเรซูเม่ไปตามเว้บเลย มีโทรมาเต็มเลยจ้าหลังจากฝากเรซูเม่ไปกับเว้บแค่ 1 วัน ที่โทรติดต่อมานี่ไม่งานประกันก็งานขายแอพกับธนาคาร เราเลยปิดเบอร์ไปเลย

ตอนนั้นความเครียดเริ่มมาเรื่อยๆค่ะ เรากลับบ้านที่ต่างจังหวัดทีไรญาติๆจะเริ่มถาม "ได้งานยัง?" "ทำงานที่ไหน?" คำถามพวกนี้ช่วงนั้นเจอบ่อยมากกกก ขนาดอยูาบ้านก็มีถาม "อ่าว ไม่ไปทำงานหรอ?" คำถามพวกนี้ค่อยๆกดดันเราเรื่อยๆค่ะ แต่เราก็คิดว่าเออน่า ยังไม่รับปริญญาเลย รับแล้วค่อยหาจริงจังๆ

ช่วงประมาณสิ้นปี มีสายโทรมาค่ะ คือเราจบในสายงานนิเทศมาค่ะ แล้วเราลงฝากประวัติไปงานที่อยากทำ อันดับ 1 2 3 แล้วโทรมาบอกเราว่ามีตำแหน่งงานครีเอทีฟค่ะ ให้เลย 18,000 เรานี่หูตั้งเลยค่ะ บอกแม่เลย ดีใจมากกกก แบบเห้ยย นี่ความโชคดีมาหาแล้วสินะ เราโทรนัดเพื่อนให้ไปสัมเป็นเพื่อนเลยค่ะ ก็เดินทางไปแถวพระรามเก้า เราก็บอกเพื่อนว่าคนที่โทรมาเนี่ยพูดเหมือนดีเจเลย พูดจาชัดมาก ตอนนั้นคือวาดฝันสวยงามมากค่ะ

พอมาถึงสถามที่ที่นัด เราก็งงค่ะ นี่ไม่ใช่ที่ที่เราคิดไว้ เป็นเหมือนตึกเช่าอีกทีอ่ะค่ะ แล้วป้ายบริษัทที่เราเห็นคือเป็นป้ายแบบเหมือนข้างทางที่มีป้ายโฆษณาเครื่องดื่มอ่ะค่ะ แขวนๆเอา ตอนนั้นบอกเพื่อนเลยว่าไม่ใช่ล่ะ กลับเถอะ 5555555555555 แต่เพื่อนบอกให้ลอง แล้วระหว่างนั้นมีพนักงานเดินออกมาจากห้องพอดีค่ะ เลยถามเราว่ามาสัมภาษณ์รึเปล่า เลยตอบไปว่าใช่ คิดว่าโอเค ถือว่ามาหาประสบการณืการสัมภาษณ์ รายละเอียดจะใส่สปอยนะคะ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

หลังจากที่แรกเราก็เริ่มหางานไม่ตรงสายค่ะ อะไรที่ไม่ระบุว่าต้องจบจากคณะนี้เท่านั้นเราลงเลยค่ะ ขอแค่เดินทางไม่ยากไม่ไกลมากก็พอ ตอนนั้นขอแค่ได้งาน จนเห็นคลีนิกที่เป็นโรงพยาบาบลัตว์ค่ะเปิดรับ ตรงตามที่เรามอง สมัครเลยค่ะ เพราะส่วนตัวเราชอบสัตว์อยู่แล้ว แล้วตำแหน่งที่รับเค้าระบุว่าผู้ช่วยค่ะ แต่ไม่ระบุนะคะ บอกแค่ว่าวุฒิป.ตรี

วันต่อมาสายเข้าสายค่ะ กริ้งกร้างมาจากที่นี่ นัดวันสัมภาษณ์ เราไปแบบไม่บอกเพื่อนค่ะ ไปเลย ในใจเต็มด้วยความหวัง เดินทางไม่ยากค่ะแต่ก็ไกลคือแถวลาดกระบังเลย แต่ตอนนั้นคิดว่าขอให้ได้งานๆๆๆ พอไปถึงก็นั่งรอค่ะ รอพักใหญ่เลย แล้วก็เรียกเราไปกรอกใบสมัครค่ะ ก่อนที่จะไปสัมภาษณ์กับพี่หมอ

รอบสองที่เราสัมภาษณ์บอกเลยว่าไม่เกร็งค่ะ พี่หมอเค้าแทนตัวเองว่าพี่เลย ยังไม่แก่แล้วเค้าวางตัวให้เรารู้สึกว่าเข้าถึงได้และกล้าพูดเป็นตัวของตัวเองค่ะ แกก็ถามว่าไหวไหมถ้าเจอเลือดงี้ บางทีอาจมีเศษชิ้นเนื้อนะ ไหวรึเปล่า เราตอบว่าไหวค่ะ ไม่กลัวค่ะ คือเราไม่กลัวเลยค่ะจริงๆ เพราะตอนเด็กอยากเป็นหมอสัตว์ด้วย ตอนนี้ก็อยากนะคะแต่หัวไม่ไป 5555555555555555

พี่หมอเค้าโอเคกับเราเค้าบอกว่าชอบความคิดคำพูดนะ แต่ขอดูเฟสหน่อย เพราะสมัยนี้ดูคนต้องดูจากในเฟส ซึ่งเฟสเรามีแต่ตั๋วหนังค่ะ มีหนัง มีแมว ไส้เดือน มีไรแค่พวกนี้อ่ะค่ะ พี่หมอก็เออ ไม่กลัวเลยเนอะ

แต่ติดตรงนี้ค่ะ พอคุยกันพี่หมอเห็นว่าช่วงนั้นเรารับฟรีแล้นอยู่ เค้าเลยเสนอให้เราทำงานกับเค้าแค่เสาร์อาทิตย์พอ วันธรรมดาก็ทำงานอื่น ให้เหตุผลว่าเพราะเราพูดแล้วรู้สึกได้เลยว่าชอบสายงานนิเทศมาก แกเลยอยากให้ไปทำค่ะ ในหัวเรานะคะแบบ เอ่อ มันไม่ได้หาง่ายๆ แล้วอีกอย่างคือที่นี่ปิดดึกค่ะ แต่รถที่เรานั่งมาหมดแค่ 6 โมงเย็นค่ะ สรุปก็จบไปอีก 1

จนมกรามา ปีใหม่คิดแง่ดีอีกค่ะว่า ปีใหม่อะไรแย่ๆต้องออกไป ฉันต้องได้งานดีๆ ประมาณวันที่ 2 มกรา เพื่อนโทรมาค่ะ มีงานฟรีแล้นกองถ่ายมา คือทำจนปิดกองเลย ได้เงินเป็นคิว ตอนนั้นบอกแม่เลยว่า อย่าห้ามนะ จะเอางานนี้ (ปล. เราอยู่กับแม่ 2 คนค่ะ แล้วพอมีงานแบบนี้มามันจะกลับไม่เป็นเวลา บางทีต้องค้างที่อื่น แม่เค้าก็ห่วง ไม่ให้ทำ) เราก็ไปประชุมค่ะ คุยบทคร่าวๆ แต่สรุปกองนี้ยกเลิกค่ะ เหมือนทางผู้จัดขอทีมงานใหม่ เลยนกงาานนี้ไปจนเพื่อนที่เที่ยวด้วยกันเริ่มได้งานไปค่ะ

จากชีวิตที่ชิลๆ ดูหนังกับเพื่อนทุกอาทิตย์กลายเป็นเหงาค่ะ หลังจากนั้นเราได้สัมภาษณ์ที่โรงแรมที่นึงแถว BTS ชิดลมค่ะ เป็นกราฟิคดีไซน์ แต่ในงานคือถ่ายภาพ/วีดิโอค่ะ อันนี้เพื่อนส่งงานมาให้สมัคร เพื่อนคนนี้ทำงานสายโรงแรมค่ะ ชงเราเพราะเงินดี เราไปถึงเกร็งค่ะ สวยมากกก แต่พี่ๆยามน่ารักมาก ขอบคุณมากๆๆๆนะคะ อันนี้สัมภาษณ์ก็ทั่วไปค่ะ เรียนอะไรมา แนะนำตัวหน่อย ข้อดีข้อเสียคืออะไร พี่ที่สัมภาษณ์เราเป็นผู้หญิงค่ะ เค้าบอกว่าได้เราจะดีมาก เพราะในทีมมีแต่ผู้หญิง ตอนนั้นเราดีใจไปนิ๊ดดดนึง 555555555555555

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

มาถึงช่วงน่าจะมีนาค่ะ เราสมัครงานตามห้างล่ะ เพราะบ้านเราใกล้ค่ะ เห็นว่าร้านนึงเปิดรับ เราส่งใบสมัครไปเลยค่ะ บอกเพื่อนไปด้วยว่าสมัครกัน สรุปว่าเพื่อนได้ค่ะ เราไม่ได้ แต่อันนี้เพื่อนก็ไม่เอานะคะ เพราะเค้าไปลองงานอีกสาขาซึ่งมันไม่มีรถประจำทางผ่าน

และก็มาสมัครอีกที่ในห้างค่ะ มาสมัครด้วยกันเลย 2 คนที่ร้านเสื้อแบรนด์นึง ญี่ปุ่นๆเพราะมีเพื่อนทำค่ะ แล้วเงินดีมากๆๆๆ พอถึงวันสัมภาษร์เรานี่ไม่เร็งค่ะ เพราะเชี่ยวชาญการสัมภาษณ์แล้ว 5555555555555 เราอ่านมาเลยค่ะว่าร้านนี้รับคนแนวไหน คือใสๆค่ะ น้ำห้ามแต่ง ผมสีเข้ม เล็บห้ามทา ตอนสัมภาษณ์เข้าไปพร้อมกัน 6 คนค่ะ  

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

หลังจากเพื่อนเราได้เราเงียบเหงามาก เพื่อนเที่ยวไม่มีเลยค่ะ ชีวิตเราเริ่มมองคนนั้นคนนี้ในรุ่นมีชีวิตดีกันไป ชีวิตดีในมุมของเราคือหาเงินได้เอง ไม่ต้องขอพ่อแม่แล้ว เราอยู่แต่บ้านเลยค่ะ หางานก็แบบเดิมๆไม่มีโทรมาเลยยย แถวบ้านก็ไม่มีเลยยย จนเราได้จากทีนึง เค้าให้เราไปทำด้านการตลาดค่ะ ก็ไปสัมภาษณ์พร้อมกันสองคนค่ะ เป็นบริษัทแถวศาลาแดง

อันนี้มาแนวขายฝันเลยค่ะ ออกแนวจิตวิทยา เป็นงานขายที่ไม่เหมือนงานขาย เราคล้อยตามล่ะทำงานด้วยเลยค่ะ คือตอนสัมภาษณ์เนี่ยข้างๆเราจบจุฬาเลยค่ะ เราแค่ม.เอกชน ตอนนั้นคิดว่าเละแน่ เลือกมาพร้อมทำไม แต่นัดรอบสองเราผ่านค่ะแต่ไม่เห็นเพื่อนจุฬาคนนี้ เราก็คิดว่าเราได้ คนนั้นไม่ได้ แต่เอาจริงๆตอนมาทำงาน ทุกคนที่เห็นในวันนั้น ผ่านหมดค่ะ เราทำได้ 1 อาทิตย์เลิกค่ะ ให้เป็นรายวันค่ะ จะได้ตามแบบที่เค้าบอกต่อเมื่อเราหาลูกค้าได้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่