"วัยรุ่นพันล้าน" หนังไทยคุณภาพตลอดกาลที่วงการภาพยนต์ไทยเคยสร้างมา
ถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะนานมาพอสมควรแล้ว แต่ต้องบอกอย่างนั้นกันเลยทีเดียว เพราะต้องบอกเลยว่าวงการสร้างหนังบ้านเรายังคงด้อยคุณภาพเรื่องสาระและพลอตเรื่องของหนัง หนังไทยยังคงติดภาพเดิมๆกับหนังตลกฝืด บู้ CG โฟโต้ช๊อปทุนต่ำ รวมไปถึงสาระของหนังที่ไม่ค่อยให้คิดตามเชิงซ้อนเหมือนหนังวงการอุตสาหกรรมภาพยนต์ต่างประเทศมากนัก
แต่ต้องยอมรับเลยว่าหนังอ้างอิงชีวประวัติ Base on true story เรื่อง วัยรุ่นพันล้าน เป็นหนังไทยที่สร้างตัดต่อและเดินเรื่องค่อยข้างดีกระชับ รวมไปถึงเนื้อหาหลายๆ ฉากของเรื่องให้แง่คิดมุมมอง และกระตุ้นสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ในการสร้างฐานะสร้างธุรกิจ ซึ่งต้องบอกเลยว่าหนังไทยแนวสร้างแรงบันดาลใจเรื่องความมุมานะเพียรพยายามสู้ชีวิตค่อนข้างหายากและทำได้ดีในวงการสร้างภาพยนต์บ้านเรา ซึ่งหนังไทยส่วนใหญ่สร้างออกมาค่อนไปทางเจ๊งซะเกือบหมด
แต่หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังค่อนข้างสวนกระแสผู้สร้างในบ้านเราที่นิยมสร้างแต่หนังตลก หนังระเบิดภูเขาเผากระท่อมบุ้ CG ตัดต่อคุณภาพต่ำ หนังวัยรุ่นรักๆใคร่ๆ สาละวนกันอยู่เท่านี้
หนังเรื่องนี้มีแง่คิดสอนใจ ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของชีวิต การต่อสู้กับอุปสรรค การมีแพสชั่นในจุดหมาย ช่างสังเกต ตื่นตัวที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองแบบโฟกัสเรื่องนั้นๆ อย่างมุ่งมั่น ไม่เข้าใจก็เข้าหาผู้รู้ถามและจดเรียรรู้โดยไม่อาย รวมไปถึงกล้าตัดสินใจแบบผู้นำ กล้าที่จะทำในสิ่งที่คิด รวมไปถึงวิธีคิดแบบนักบริหารธุรกิจไม่ได้คิดในกรอบแบบคนส่วนใหญ่ที่ต้องทำตามๆ ไหลไปตามกระแสส่วนใหญ่ไป
และตัวเอกของเรื่องที่แสดงเป็น "ต็อบ" อย่างลูกหลานเจ้าของเซ็นทรัลค่อนข้างแสดงออกมาเป็นธรรมชาติอินกับเนื้อเรื่องได้ดี แสดงออกมาดีเกินคาด ต้องยอมรับว่าแสดงได้ค่อยข้างประทับใจเลยทีเดียว
ซึ่งหลายๆ ฉากค่อยข้างมีความลงตัวทั้งภาพและซาวด์อย่างเหมาะเจาะ
อาทิเช่น
ฉากที่ช่วงชีวิตต๊อบตกต่ำหนี้สินครอบครัวล้นพ้นตัวหมดหวังกับธุรกิจเกาลัดที่สร้างมา ฉากที่ต๊อบนั่งรถไปกับแฟนแล้วแฟนให้กินสาหร่ายในรถซึ่งเป็นจังหวะที่กำลังขับรถออกจากอุโมงค์มีแสงที่ปลายอุโมงค์รำไรออกมาภาพจังหวะหยิบสาหร่ายชูขึ้นและตามด้วยการขยี้ซาวด์ประกอบ มันเป็นอะไรที่ค่อยข้างลงตัวสุดๆ
รวมไปถึงฉากที่ซึ้งสอนใจสะท้อนสังคมไทยเรื่องการให้สินบนของสังคมไทย เป็นอะไรที่ค่อยข้างซึ้งเจ็บจิ๊ดกันเลยทีเดียว
สุดท้ายแล้วหนังเรื่องนี้หนังที่เนื้อหาค่อยข้างดีการตัดต่อเล่นเรื่องลงตัว ทั้งตอนที่ต็อบเล่าให้นายแบงค์ฟังเพื่อทำเรื่องกู้เงินทำธุรกิจ และฉากสุดซึ่ง
ท้ายเรื่องที่ ต๊อบ ทำงานหนักจนไม่ได้พัก เลือดกำเดาไหล ไปนั่งตรงโรงงานกระจายสินค้าของเซเว่นหลังจากส่งสาหร่ายล็อตแรกให้เซเว่นแล้ว นั่งมองดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้วโทรหาพ่อที่เมืองจีนที่หนีหนี้ ประโยคสุดพีค "ป๊ากับม๊ากลับบ้านได้แล้วนะ" ซึ่งพ่อตอบเสียงสะอื้นว่า "...เหนื่อยมั้ยลูก"
เป็นการขยี้อารมณ์คนดูสุดๆ หลังจากที่ต๊อบดิ้นรนสร้างธุรกิจจนสามารถใช้หนี้ให้ครอบครัวได้สำเร็จ
ซึ่งหนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นอีกว่าเป็นหนี้จากธุรกิจก็ต้องสร้างธุรกิจให้เป็นท่อน้ำเลี้ยงมาใช้หนี้ให้ได้ รวมไปถึงทักษะการค้าขายนั้นมาจากประสบการณ์การลงมือปฏิบัติ และเรียนรู้วิธีปรับตัวในการทำธรุกิจ ไม่ใช่อย่าฝืนก็เปลี่ยนวิธีแต่ไม่ยอมแพ้
"วัยรุ่นพันล้าน" หนังไทยคุณภาพตลอดกาลที่วงการภาพยนต์ไทยเคยสร้างมา
ถึงแม้ว่าหนังเรื่องนี้จะนานมาพอสมควรแล้ว แต่ต้องบอกอย่างนั้นกันเลยทีเดียว เพราะต้องบอกเลยว่าวงการสร้างหนังบ้านเรายังคงด้อยคุณภาพเรื่องสาระและพลอตเรื่องของหนัง หนังไทยยังคงติดภาพเดิมๆกับหนังตลกฝืด บู้ CG โฟโต้ช๊อปทุนต่ำ รวมไปถึงสาระของหนังที่ไม่ค่อยให้คิดตามเชิงซ้อนเหมือนหนังวงการอุตสาหกรรมภาพยนต์ต่างประเทศมากนัก
แต่ต้องยอมรับเลยว่าหนังอ้างอิงชีวประวัติ Base on true story เรื่อง วัยรุ่นพันล้าน เป็นหนังไทยที่สร้างตัดต่อและเดินเรื่องค่อยข้างดีกระชับ รวมไปถึงเนื้อหาหลายๆ ฉากของเรื่องให้แง่คิดมุมมอง และกระตุ้นสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ในการสร้างฐานะสร้างธุรกิจ ซึ่งต้องบอกเลยว่าหนังไทยแนวสร้างแรงบันดาลใจเรื่องความมุมานะเพียรพยายามสู้ชีวิตค่อนข้างหายากและทำได้ดีในวงการสร้างภาพยนต์บ้านเรา ซึ่งหนังไทยส่วนใหญ่สร้างออกมาค่อนไปทางเจ๊งซะเกือบหมด
แต่หนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังค่อนข้างสวนกระแสผู้สร้างในบ้านเราที่นิยมสร้างแต่หนังตลก หนังระเบิดภูเขาเผากระท่อมบุ้ CG ตัดต่อคุณภาพต่ำ หนังวัยรุ่นรักๆใคร่ๆ สาละวนกันอยู่เท่านี้
หนังเรื่องนี้มีแง่คิดสอนใจ ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของชีวิต การต่อสู้กับอุปสรรค การมีแพสชั่นในจุดหมาย ช่างสังเกต ตื่นตัวที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเองแบบโฟกัสเรื่องนั้นๆ อย่างมุ่งมั่น ไม่เข้าใจก็เข้าหาผู้รู้ถามและจดเรียรรู้โดยไม่อาย รวมไปถึงกล้าตัดสินใจแบบผู้นำ กล้าที่จะทำในสิ่งที่คิด รวมไปถึงวิธีคิดแบบนักบริหารธุรกิจไม่ได้คิดในกรอบแบบคนส่วนใหญ่ที่ต้องทำตามๆ ไหลไปตามกระแสส่วนใหญ่ไป
และตัวเอกของเรื่องที่แสดงเป็น "ต็อบ" อย่างลูกหลานเจ้าของเซ็นทรัลค่อนข้างแสดงออกมาเป็นธรรมชาติอินกับเนื้อเรื่องได้ดี แสดงออกมาดีเกินคาด ต้องยอมรับว่าแสดงได้ค่อยข้างประทับใจเลยทีเดียว
ซึ่งหลายๆ ฉากค่อยข้างมีความลงตัวทั้งภาพและซาวด์อย่างเหมาะเจาะ
อาทิเช่น
ฉากที่ช่วงชีวิตต๊อบตกต่ำหนี้สินครอบครัวล้นพ้นตัวหมดหวังกับธุรกิจเกาลัดที่สร้างมา ฉากที่ต๊อบนั่งรถไปกับแฟนแล้วแฟนให้กินสาหร่ายในรถซึ่งเป็นจังหวะที่กำลังขับรถออกจากอุโมงค์มีแสงที่ปลายอุโมงค์รำไรออกมาภาพจังหวะหยิบสาหร่ายชูขึ้นและตามด้วยการขยี้ซาวด์ประกอบ มันเป็นอะไรที่ค่อยข้างลงตัวสุดๆ
รวมไปถึงฉากที่ซึ้งสอนใจสะท้อนสังคมไทยเรื่องการให้สินบนของสังคมไทย เป็นอะไรที่ค่อยข้างซึ้งเจ็บจิ๊ดกันเลยทีเดียว
สุดท้ายแล้วหนังเรื่องนี้หนังที่เนื้อหาค่อยข้างดีการตัดต่อเล่นเรื่องลงตัว ทั้งตอนที่ต็อบเล่าให้นายแบงค์ฟังเพื่อทำเรื่องกู้เงินทำธุรกิจ และฉากสุดซึ่ง
ท้ายเรื่องที่ ต๊อบ ทำงานหนักจนไม่ได้พัก เลือดกำเดาไหล ไปนั่งตรงโรงงานกระจายสินค้าของเซเว่นหลังจากส่งสาหร่ายล็อตแรกให้เซเว่นแล้ว นั่งมองดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้วโทรหาพ่อที่เมืองจีนที่หนีหนี้ ประโยคสุดพีค "ป๊ากับม๊ากลับบ้านได้แล้วนะ" ซึ่งพ่อตอบเสียงสะอื้นว่า "...เหนื่อยมั้ยลูก"
เป็นการขยี้อารมณ์คนดูสุดๆ หลังจากที่ต๊อบดิ้นรนสร้างธุรกิจจนสามารถใช้หนี้ให้ครอบครัวได้สำเร็จ
ซึ่งหนังเรื่องนี้แสดงให้เห็นอีกว่าเป็นหนี้จากธุรกิจก็ต้องสร้างธุรกิจให้เป็นท่อน้ำเลี้ยงมาใช้หนี้ให้ได้ รวมไปถึงทักษะการค้าขายนั้นมาจากประสบการณ์การลงมือปฏิบัติ และเรียนรู้วิธีปรับตัวในการทำธรุกิจ ไม่ใช่อย่าฝืนก็เปลี่ยนวิธีแต่ไม่ยอมแพ้