เด็กหนุ่มในแก้วคริสตรัล (ฉบับแก้ไข)

ผม  ขอโพสเรื่องที่เพื่อนส่งมาให้อีกครั้ง สำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน   ตอนที่ 1 กับ 2 ตามลิ้งนี้    สำหรับคนที่ชอบเรื่องแนวหดหู่ปนซาดิสนิดๆ นะครับ  
ย้ำนะครับ สำหรับคนที่ชอบเรื่องแนวหดหู่ปนซาดิสนิดๆ   กับคนที่ชอบแนวจับมาสตาฟ       เพราะคนที่ไม่ชอบแนวนี้อาจบ่นได้ครับ.........    
https://pantip.com/profile/3492159          ตอนที่ 3  ตอนจบ   ตามนี้ครับ  (อันนี้เว้นช่องไฟตามที่บางคนต้องการให้แล้วครับ)  


นิยาย  เด็กหนุ่มจากแก้วคริสตัล  ตอนที่ 3 ตอนจบ

              หลังจาก กร พิม และเบล  ดูคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเสร็จเรียบร้อยแล้ว  คุยหารือกันซักระยะหนึ่งก็ได้วางแผนตกลงกันว่าจะ จับตัวเด็กน้อยคนนี้เอาไว้  (เพื่อทดลองเล่นอะไรสนุกๆซักหน่อย  เพราะรู้ว่าเด็กคนนี้ออกมาจากแก้วคริสตรัลที่พิมคลอดออกมาจึงยังไม่มีใครเอาชื่อใส่ในทะเบียน  ถ้าจัดการฆ่าไปก็ไม่มีใครเอาเรื่อง )   จึงจัดการเตรียมอุปกรณืต่างๆให้พร้อม  มีทั้งเชือก  ปืน  มีดสปาต้า  ที่ช็อคไฟฟ้า   หลังจากที่แต่และคนสังเกตุระยะเวลาที่เด็กคนนี้ออกมา   ก็สังเกตได้ว่าเด็กคนนี้จะออกมาช่วงประมาณ 10 โมงเช้า     เช้าวันถัดมาทั้งสามคนพ่อแม่และลูกสาว พร้อมทั้งคนใช้และคนสวนอีกจำนวนหนึ่งก็มาตั้งท่ารอในที่หลบซ่อน    ไม่นานนักสิ่งที่ทุกคนรอคอยก็ปรากฏขึ้น

               เด็กน้อยผู้ลักษณะงดงามน่ารัก ดั่งเจ้าชายแห่งสวรรค์สังเกตให้ว่าไม่มีใครอยู่เลยออกจากแก้วคริสตัลมาเดินเล่น โดยหารู้ไม่ว่ามีหลายๆคนแอบดูอยู่   หลังจากเดินคนนี้เดินออกมาห่างที่แก้วคริสตรัลนี้ได้ระยะพอสมควรพิมก็ออกมาจากที่ซ่อนและรีบคว้าแก้วคริสตรัลเอาไว้ไม่ให้เด็กคนนี้เข้า       และเป็นช่วงที่ทุกคนออกจากที่หลบซ่อนพอดี       ทันใดนั้นที่เด็กน้อยคนนี้ได้ยินเสียงก็หันไป  เห็นทั้งพ่อแม่และคนในบ้านแต่ออกมาจากที่ซ่อน  ทำให้เด็กน้อยคนนี้ตกใจกลัว   ทำอะไรไม่ถูก  ทันใดนั้นเด็กน้อยคนนี้ก็สังเกตุไปที่มือของแต่ละคนก็ยิ่งทำให้ตกใจกลัวเข้าไปอีก  เพราะ ปรากฏว่าที่มือของแต่ละคนนั้นต่างก็ถืออุปกรณ์ทั้ง มีด  ทั้งปืน  และเชือก       เด็กน้อยร฿้ว่าผู้ที่มาไม่ได้หวังดีแน่แล้ว  จึงพยามยามวิ่งหนีไปอีกด้านหนึ่งของห้องแต่กรก็เดินมาดักไว้    จะไปอีกด้านพิมกับเบลก็ดักไว้    คราวนี้จะหนีไปอีกด้านบรรดาคนใช้คนสวนภายในบ้านก็ดักไว้อีก    

              เด็กน้อยกลัวจนได้แต่ถอยหลังชนกำแพงและได้แต่ไปนั่งหลบตัวอยู่ที่มุมห้อง   พร้อมพูดจาส่งเสียงอันไพเราะดั่งนกการะเวก  เพื่อหวังว่าตัวเองจะปลอดภัย  เด็กหนุ่ม          พ่อ  แม่    อย่าทำอะไรผมเลยนะครับ   ได้โปรดอย่าทำอะไรผมเลยนะครับ  ผมเพิ่งออกมาดูโลกได้ไม่นานเอง  ได้ไว้ชีวิตผมเถอะ        เด็กน้อยใช้มือป้องตัวเองพร้อมกับตัวสั่น ด้วยความกลัว

              กร  เห็นอาการของลูกตัวเองพยามยามหลบเพื่อป้องกันตัว  คิดว่าถ้าหลบอยู่แบบนี้ก็คงทำอะไรได้ลำบาก    เลยคิดอุบายออกมาได้อย่างหนึ่ง  เลยจัดการเก็บปืนไว้ที่เอว  แล้วจากนั้นก็เดินเข้าไปใกล้ลูกน้อย  แล้วใช้มือค่อยๆแตะไปที่ตัว   ทันทีที่มือของกรสัมผัสไปที่ตัวเด็กหนุ่มขยับตัวหนีเล็กน้อย  แต่กรก็เอามือเข้าไปลูบตัวหนุ่มน้อยคนนี้ไปมาเพื่อให้เด็กน้อยตายใจ   เด็กหนุ่มเมื่อถูกสัมผัสตัวไปมาระยะหนึ่งก็รู้สึกว่าตัวเองคงปลอดภัยไม่มีอะไร    จึงเริ่มคลายตัวแล้วหันหน้ามา  


กร     “มาให้พ่อกอดหน่อยสิมา  พ่อไม่ทำอะไรเจ้าหรอก”                  

          คำพูดนี้ทำให้เด็กหนุ่มเริ่มสบายใจอย่างยิ่ง   เด็กหนุ่มค่อยๆเดิมเข้ามาหากรและ กรก็โอบกอดเด็กหนุ่มคนนี้เอาไว้      ส่วนพิมที่เป็นแม่และเบลที่เป็นพี่สาวก็เดิมเข้ามาสวนกอดเด็กหนุ่มคนนี้เช่นกัน     เด็กหนุ่มก็รู้สึกสบายใจ          แต่แล้วความสบายใจของเด็กหนุ่มนั้นก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อกรพูดว่า  
กร       “ จริงๆแล้วพวกเราก็อยากเลี้ยงลูกไว้  แต่ลูกต้องชดใช้เรื่องขนมที่ลูกกินไปก่อนหน้านี้ก่อน”

เด็กหนุ่ม “ ขนม? ”   เด็กหนุ่มทำหน้างง          ใช่ขนม   กรพูดขึ้น          

เด็กหนุ่ม “ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจขโมยนะครับ ผมแค่มองว่าพ่อแม่ไม่น่าหวงอยู่แล้ว  ผมเลยแค่จะลองทานดูเฉยๆแค่นิดหน่อยเองนะครับ
  
กร       “ แต่ยังไงแกก็ต้องชดใช้”    กรพูดพร้อมแสยะยิ้ม อย่างมีเลสนัย

เด็กหนุ่ม  “แล้วจะให้ผมชดใช้ยังไงเหรอครับ  จะให้ผมช่วยพ่อแม่ทำงานตามที่ผมพอจะทำได้ก็ได้นะครับ ”  
                  เด็กหนุ่มพูดอย่างรู้สึกเริ่มกลัวขึ้นมาอีกครั้ง

กร  “ ไม่ ๆ ๆ  พวกเราต้องการแก้วคริสตรัล และชีวิตของแก ”   เด็กหนุ่มฟังแล้วตกใจมาก ความกลัวประเด
        ประดังเข้ามา
เด็กหนุ่ม  “ แก้วคริสตัลอันนั้นผมรักและหวงของผม   ผมจะยอมให้พ่อและแม่ก็ได้นะครับ  แต่ผมขอร้องให้ไว้ชีวิตผมเถอะ    ผมจะเป็นลูกที่ดี  ไม่ดื้อ  
               ช่วยดูแลเบาภาระ  และดูแลพ่อแม่ยามแก่   และในอนาคตผมจะได้บวชเรียนให้พ่อแม่ ด้วยนะครับ  ผมก็เคยได้ยินว่าพ่อแม่ก็อยากได้ลูกชาย
               ไม่ใช่เหรอ ครับ”      
พิม   “ ใช่ชั้นอยากได้ลูกชาย  แต่ไม่ใช่ลูกชายที่เกิดมาวิปริตเป็นตัวประหลาดแบบแก อย่างนี้ชั้นไม่ต้องการ  และหน้าอย่างแกนี่นะจะบวชให้   เป็นคนหรือ
          เปล่ายังไม่รู้เลย  แต่ชั้นว่าไม่น่าจะใช่คน นะ   และอาจไม่ใช่ลูกชั้นด้วย   แกเป็นแค่ปีศาจที่อยู่ดีๆเกิดมาจากแก้วคริสตรัลเท่านั้น”
เด็กหนุ่มฟังแล้วตกใจอย่างมากอีกครั้ง  ไม่คิดว่าคนเป็นพ่อแม่   จะคิดอะไรแบบนี้ได้  
เด็ก  “ ผมว่าจริงๆเรื่องขนมไม่เกี่ยวหรอก  พ่อแม่คิดจะทำร้ายผมอยู่แล้วใช่ไหม”

เบล    “  อิอิ   ฉลาดนิ น้องชาย เตรียมใจไว้ให้พร้อมนะ สำหรับการชดใช้กรรมในครั้งนี้   คิดซะว่าชาติที่แล้วคงทำกรรมมาชาตินี้เลยต้องชดใช้ละกันนะ  
             อิอิ ”    เด็กน้อยได้ยินยิ่งตกใจขึ้นอีก  คราวนี้เด็กหนุ่มได้แต่คุกเข่าพนมมือ  ร้องขอชีวิต

เด็กหนุ่ม  “  พ่อ  แม่  พี่  ได้โปรดไว้ชีวิต มเถอะ ผมไหว้ล่ะ ถ้าไม่อยากเลี้ยงดูผมผมจะกลับไปอยู่ในคริสตรัลก็ได้นะครับ    ถ้าพ่อแม่ฆ่าผมก็จะเป็นบาป
              เป็นกรรมติดตัวด้วย  ผมทำอะไรให้อ่ะทำไมถึงจะฆ่าผมแบบนี้ ”      เด็กน้อยพูดด้วยน้ำตาคลอเบ้าและกำลังไหลริน
              ออกมา  และหยดลงพื้นแหมะๆ
กร   หยิบปืนที่แหน็บไว้ข้างเอว  แล้วเอามาจี้ที่หัวเด็กหนุ่ม  เูสิลูกปืนกระบอกนร้สวยไหม   เด็กหนุ่มได้แต่หลับตาปี๋ด้วยความกลัว     " แกเป็นปีศาจ  ฆ่า
       แกไปคงไม่บาปเท่าไหร่หรอก   อาจจะบาปน้อยกว่าฆ่ามดตัวนึงด้วยซ้ำ   แต่ไม่ต้องห่วงหรอก  ถ้าแกอยากอยู่บ้านนี้ เดี๋ยวพอเราฆ่าลูกแล้วก็จะเอา
        ศพลูกมาสตาฟเก็บไว้ในห้อง  สะสมก็ได้ ”              
เด็กหนุ่ม     “ ฮื้อๆๆๆ     ไม่เอา อย่าทำผมแบบนี้สิ  ผมไม่ใช่ปีศาจก็เป็นมนุษย์เหมือนกันนะ แม้ผมจะเกิดมาไม่เหมือน  คนทั่วไป ก็เหอะ ”              
กร      “ชั้นว่างร่างขอแกถ้านำมาสตาฟประดับบารมีไว้ก็ดีเหมือนกันนะ        แถมแกก็ยังไม่มีบัตรประชาชน  
           ยังไม่มีชื่อในทะเบียนราช    แม้แต่ชื่อแกตอนนี้ก็ยังไม่มีเลย   ฆ่าไปก็ไม่มีใครเอาเรื่องหรอก 555”
เด็กหนุ่ม    “ ถ้าพ่อแม่ฆ่าผมก็เหมือนกับพ่อแม่ทำร้ายตัวเองด้วย  ตายไปอาจจะต้องตกนรกนะครับ”  เด็กน้อยพูดอย่างเศร้าโศกน้ำตาไหลออกมา
              พิม     “หนอยแน่แก  กล้าแช่งฉันเหรอเตรียมตัวตายเถอะ”      

           จากนั้นกรและพิม ก็ได้สั่งให้คนสวนและคนใช้จับตัวเด็กหนุ่มคนนี้ไปมัดไว้กับเก้าอี้  เด็กหนุ่มพยามยามดิ้นจนหลุดและวิ่งหนีออกมาจากวง    เพื่อหาทางหนีออกจากบ้านหลังนี้ให้ได้  แต่ประตูบ้านก็ล็อดเอาไว้จริงกลายเป็นว่าแค่หนีออกจากตัวบ้านยังทำไม่ได้เลย  เด็กหนุ่มเหลือบไป้ห็นพระพุทธรูปที่ตั้งไว้บูชา   เด็กหนุ่มพยายามก้มลงกราบเป็นการใหญา   เพื่อหวังพระจะช่วยคุ้มครองให้พ้นอันตราย   แต่ก็ถูกพ่อและคนรับใช้ในบ้านตามาตะครุบและช่วยกันจับไวได้ไว้   แม้เด็กหนุ่มจะมีแรงมีกำลังมากกว่าคนในวัยเดียวกันถึง 5 เท่า  แต่ด้วยความเป็นเด็กก็ไม่สามารถสู้แรงผู้ใหญ่ได้อยู่ดี   แถมสถานณ์นี้ก็ยังถูกผู้ใหญ่หลายคนรุมจับตัวด้วย  ทำให้ยิ่งหมดหวังเข้าไปใหญ่
กร  “แรงเยอะจริง  นะ   แต่ก็ยิ่งน่าสนใจ”

            กรก็ได้สั่งให้คนรับใช้นำตัวเด็กหนุ่มคนนี้ไปมัดไว้กับเก้าอี้ อย่างแน่น และจากนั้นก็นำตัวเด็กหนุ่มไปไว้ในห้องด้านบนที่จัดเตรียมไว้   พอตกดึกกรจึงให้คนรับใช้ส่วนตัวนำอุปกรณ์คล้ายๆที่บริจาคเลือดมาทำการเจาะเอาเลือดของเด็กหนุ่มคนนี้  เด็กหนุ่มสดุ้งด้วยความเจ็บเหมือนกับเข็มตำที่ข้อมือ   กร  “ ขอดูเลือดแกด้วยนะว่าสีอะไร  และชั้นจะได้นำเลือดแกมาทำเป็นเครื่องดื่มสุดหรู เพื่อชิมซะหน่อย     เลือดสีแดงๆของเด็กหนุ่มไหลผ่านหลอดเรื่อยๆเข้ามาในถุงเก็บ  เด็กหนุ่มได้แต่ร้องไห้อยู่ในห้องนั้นตลอดเวลาตั้งแต่เช้าเย็น  จนถึงดึก    และจนถึงรุ่งเช้าของอีกวัน ทรมาณจากการถูกมัด    อาหารก็ไม่ได้กิน   แถมยังโดยเจาะเอาเลือดไป    แก้วคริสตรัล ก็โดนยึดเอาไป   แถมความรักจากพ่อแม่ที่ควรจะได้ก็ไม่ได้อีก     มันเป็นความทุกข์ทรมาณทั้งกายและใจ   และมันอาจจะโหดร้ายเกินไปสำหรับเเ็กวัยเพียงเท่านี้ที่จะรับได้    วันรุ่งขึ้นเด็กหนุ่มอ่อนแรงลงเต็มที      เลือดโดนดูดไปเกือบ 30% ของร่างกาย        กรจัดการเก็บถุงเลือดออกมา และทดลองผสมในไวน์แดงแล้วชิมดู

กร “เลือดของแก สีแดงสวยดีนิ  รสก็อร่อย  555”    
    
        เด็กหนุ่มได้แต่มองหน้าพ่อของตัวเองอย่างหมดแรงไม่ได้โต้ตอบอะไรแล้วจากนั้น กรก็โทรเรียกรุ่นน้องชื่อกายที่เป็นนักวิทยาศาสตร์  ให้มารับเอาตัวเด็กหนุ่มคนนี้ไปช่วยจัดการฆ่าโดยการทำการสตาฟให้ที   เมื่อกายมารับตัวเด็กหนุ่มรูปงามคนนี้ไปก็จัดการฉีดน้ำยาสำหรับสตาฟลงไปที่ข้อมือ  ข้างซ้ายตำแหน่งเดียวกับที่โดนเจาะเลือด      ร่างกายเด็กหนุ่มค่อยๆแข็งขยับไม่ได้  กายก็ได้จัดการเซทท่าให้ร่างกายเด็กหนุ่มนั้นอยู่ในท่ายืน
เด็กหนุ่ม   “ ผมให้อภัยพ่อกับแม่ และทุกคนที่ทำกับผมนะครับ ถ้าพ่ออยากได้ร่างนี้ผมก็ขอยกให้นะครับ ”        
          จากนั้นไม่นานนักเด็กหนุ่มก็หมดลมหายใจสิ้นชีวิตในทันที  กายได้นำศพของเด็กหนุ่มที่ถูกสตาฟแล้วมาให้กร   กรก็ตอบแทนรุ่นน้องสุดรักโดยการมอบไวน์สุดโปรดขวดละแสนกว่าบาทให้      กรก็ได้นำร่างสตาฟสุดงามของเด็กหนุ่มมาตั้งไว้ในห้องสะสมของตัวเองซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าราคาแพงและหาอยากที่สุดในบ้าน        ในประเทศหรืออาจจะหาไม่ได้อีกเลยสำหรับของมีค่าชิ้นนี้

………………………............................…………….………จบบริบูรณ์……………........................................……

ภาพประกอบ   คำบรรยาย

แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่