
หากพูดถึงบ้านในฝันของแต่ละคน คงมีหลากหลายสไตล์ ขึ้นอยู่กับความชอบ ขนาดครอบครัว งานอดิเรก และเงื่อนไขอื่นๆ อีกมากมาย เช่น บางคนก็ชอบบ้านใหญ่ให้มีพื้นที่กับครอบครัวอยู่แล้วไม่อึดอัด มีพื้นที่ส่วนตัว หรือบางคนก็อาจชอบบ้านที่เล็ก สามารถดูแลได้ง่าย พบหน้ากันได้ตลอด

แต่พอคิดเรื่องกู้ซื้อบ้านนี่สิ คิดหนักกันเลยทีเดียว ยิ่งคนที่เงินเดือนไม่ได้สูง ก็อาจจะต้องคิดกันเยอะ เพราะการกู้ซื้อบ้านถือเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่ต้องให้ความสำคัญ ที่ส่งผลกับทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ในระยะยาว ส่วนใหญ่แบงก์ต่างๆ ก็จะให้ความสามารถในการผ่อนตามรายได้ของผู้กู้ ส่วนใหญ่ไม่เกิน 40-60% ของรายได้ โดยหากมีภาระผ่อนอย่างอื่นอยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถ พอจะกู้บ้าน ความสามารถในการผ่อนบ้าน ก็จะลดลง คือ มีโอกาสได้วงเงินกู้บ้าน้อยลงนั่นเอง

บางคนรายได้สูงก็อาจยื่นกู้คนเดียวได้ ผ่านสบายๆ แต่สำหรับคนที่รายได้ไม่มากนัก ก็อาจใช้การกู้ร่วมเพื่อเพิ่มฐานรายได้ที่สูงขึ้น แต่การกู้ร่วมไม่ใช่การขอยืมชื่อมาใส่เพื่อบวกฐานรายให้สูงขึ้น เพราะถือเป็นการก่อหนี้ระยะยาวที่จะส่งผลต่อผู้กู้ทั้งหมดร่วมกัน เช่น หากผู้กู้ทั้งหมดไม่สามารถผ่อนชำระได้ ทำให้ต้องมีการยึดทรัพย์เพื่อไปขายทอดตลาด หากขายแล้วยังไม่สามารถชำระหนี้ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด ผู้กู้ร่วมก็ต้องรับผิดในการชำระคืนเงินให้ครบด้วยเช่นกัน เพราะถือว่าเป็นลูกหนี้ของแบงก์ในระดับเดียวกัน ผู้กู้ทุกคนจึงต้องคิดให้ดีก่อนตัดสินใจ

การกู้ร่วมจึงเป็นทางเลือกที่ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถกู้ร่วมกันได้ประเด็นหลักๆ ที่ต้องรู้เลยคือ การกู้ร่วมกันได้นั้นต้องเป็น “สายโลหิตเดียวกัน” (ไม่ใช่ละครนะ แต่เป็น พ่อ แม่ พี่ น้อง เครือญาติ) หรือ คู่สมรสเท่านั้น สำหรับคนที่ไม่ได้จดทะเบียนต้องนำเสนอหลักฐานประกอบ หากยังไม่มีลูก ต้องใช้ใบลงบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจที่ระบุว่าอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียน ถ้ามีลูกร่วมกันให้ใช้สำเนาทะเบียนบ้านซึ่งจะระบุชื่อของคู่สมรสที่มากู้ร่วม แต่ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายพิจารณาการให้สินเชื่อของแต่ละสถาบันการเงินด้วย ปกติจะกู้ร่วมกันสูงสุดได้ไม่เกิน 3 คนเท่านั้น
ต่อมาคือ “ความรับผิดต่อภาระหนี้” ที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นลูกหนี้ลำดับเดียวกัน พูดง่ายๆ เลยคือ แบงก์จะตามหนี้ที่ใครก็ได้ที่กู้ร่วมกัน เพราะถือว่ามาขอกู้ด้วยกัน ส่วน “กรรมสิทธิ์” ของบ้านนั้นให้ถือว่าผู้ที่ขอกู้เป็นเจ้าของเท่าๆ กัน หรือจะระบุผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นคนใดคนหนึ่งก็ได้ แต่ต้องแจ้งแก่แบงก์ที่กู้ก่อนการจดจำนอง

สำหรับเรื่อง “ภาษี” สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เท่ากันทุกคน เช่น ยอดดอกเบี้ยที่นำไปลดหย่อนได้ 100 บาทถ้ากู้ร่วมกัน 2 คนก็ต้องนำไปลดหย่อนกันคนละ 50 บาทจะลดหย่อนสามี 40 ภรรยา 60 ไม่ได้นะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ “ผ่อนไหวไหม” เพราะถ้ากู้ร่วม เช่น สามีภรรยา กู้ร่วมกัน ช่วยกันผ่อน คงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่หากเอาชื่อมาใส่เพื่อให้ฐานรายได้สูงขึ้น เช่น พี่อยากกู้ ขอเอาชื่อน้องมาใส่เป็นผู้กู้ร่วม เพื่อขอวงเงินกู้ได้มากขึ้น ได้บ้านหลังใหญ่ขึ้น แต่พี่เป็นคนจ่ายค่าผ่อนคนเดียว (ก็บ้านของพี่ พี่อยากได้ น้องไม่ได้มีส่วนด้วย ก็คงไม่ได้อยากจ่ายค่าผ่อนด้วย) แบบนี้ คนเป็นพี่ที่อยากกู้ ก็ต้องคิดด้วยว่า ไหวรึป่าว รายได้พอกับค่าผ่อน ค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือไม่ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ กู้ผ่าน แต่ผ่อนไม่ไหวตามมา
สรุป! การกู้ร่วมไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แค่เอาชื่อไปใส่เพื่อช่วยให้ฐานรายได้เพิ่มขึ้นเท่านั้นนะ แต่มันยังตามมาถึงเรื่องต่างๆ อีกมากมาย เพื่อนๆ หลายคนที่กำลังคิดจะกู้ร่วมควรตัดสินใจให้รอบคอบนะครับ
สำหรับใครที่อยากรู้ว่า เงินเดือน 2 หมื่นบาทซื้อบ้านได้กี่ล้าน? ติดตามไปอ่านต่อได้ที่
https://pantip.com/topic/36917243
หรือ ไม่ใช่พนักงานประจำแต่อยากกู้บ้านทำไง? ติดตามไปอ่านต่อได้ที่
https://pantip.com/topic/36948515
ใครอยากกู้ร่วม ฟังทางนี้
หากพูดถึงบ้านในฝันของแต่ละคน คงมีหลากหลายสไตล์ ขึ้นอยู่กับความชอบ ขนาดครอบครัว งานอดิเรก และเงื่อนไขอื่นๆ อีกมากมาย เช่น บางคนก็ชอบบ้านใหญ่ให้มีพื้นที่กับครอบครัวอยู่แล้วไม่อึดอัด มีพื้นที่ส่วนตัว หรือบางคนก็อาจชอบบ้านที่เล็ก สามารถดูแลได้ง่าย พบหน้ากันได้ตลอด
แต่พอคิดเรื่องกู้ซื้อบ้านนี่สิ คิดหนักกันเลยทีเดียว ยิ่งคนที่เงินเดือนไม่ได้สูง ก็อาจจะต้องคิดกันเยอะ เพราะการกู้ซื้อบ้านถือเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่ต้องให้ความสำคัญ ที่ส่งผลกับทั้งผู้กู้และผู้ให้กู้ในระยะยาว ส่วนใหญ่แบงก์ต่างๆ ก็จะให้ความสามารถในการผ่อนตามรายได้ของผู้กู้ ส่วนใหญ่ไม่เกิน 40-60% ของรายได้ โดยหากมีภาระผ่อนอย่างอื่นอยู่แล้ว เช่น ผ่อนรถ พอจะกู้บ้าน ความสามารถในการผ่อนบ้าน ก็จะลดลง คือ มีโอกาสได้วงเงินกู้บ้าน้อยลงนั่นเอง
บางคนรายได้สูงก็อาจยื่นกู้คนเดียวได้ ผ่านสบายๆ แต่สำหรับคนที่รายได้ไม่มากนัก ก็อาจใช้การกู้ร่วมเพื่อเพิ่มฐานรายได้ที่สูงขึ้น แต่การกู้ร่วมไม่ใช่การขอยืมชื่อมาใส่เพื่อบวกฐานรายให้สูงขึ้น เพราะถือเป็นการก่อหนี้ระยะยาวที่จะส่งผลต่อผู้กู้ทั้งหมดร่วมกัน เช่น หากผู้กู้ทั้งหมดไม่สามารถผ่อนชำระได้ ทำให้ต้องมีการยึดทรัพย์เพื่อไปขายทอดตลาด หากขายแล้วยังไม่สามารถชำระหนี้ที่เกิดขึ้นได้ทั้งหมด ผู้กู้ร่วมก็ต้องรับผิดในการชำระคืนเงินให้ครบด้วยเช่นกัน เพราะถือว่าเป็นลูกหนี้ของแบงก์ในระดับเดียวกัน ผู้กู้ทุกคนจึงต้องคิดให้ดีก่อนตัดสินใจ
การกู้ร่วมจึงเป็นทางเลือกที่ไม่ใช่ว่าใครก็จะสามารถกู้ร่วมกันได้ประเด็นหลักๆ ที่ต้องรู้เลยคือ การกู้ร่วมกันได้นั้นต้องเป็น “สายโลหิตเดียวกัน” (ไม่ใช่ละครนะ แต่เป็น พ่อ แม่ พี่ น้อง เครือญาติ) หรือ คู่สมรสเท่านั้น สำหรับคนที่ไม่ได้จดทะเบียนต้องนำเสนอหลักฐานประกอบ หากยังไม่มีลูก ต้องใช้ใบลงบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจที่ระบุว่าอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา แต่ไม่ได้จดทะเบียน ถ้ามีลูกร่วมกันให้ใช้สำเนาทะเบียนบ้านซึ่งจะระบุชื่อของคู่สมรสที่มากู้ร่วม แต่ต้องขึ้นอยู่กับนโยบายพิจารณาการให้สินเชื่อของแต่ละสถาบันการเงินด้วย ปกติจะกู้ร่วมกันสูงสุดได้ไม่เกิน 3 คนเท่านั้น
ต่อมาคือ “ความรับผิดต่อภาระหนี้” ที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็นลูกหนี้ลำดับเดียวกัน พูดง่ายๆ เลยคือ แบงก์จะตามหนี้ที่ใครก็ได้ที่กู้ร่วมกัน เพราะถือว่ามาขอกู้ด้วยกัน ส่วน “กรรมสิทธิ์” ของบ้านนั้นให้ถือว่าผู้ที่ขอกู้เป็นเจ้าของเท่าๆ กัน หรือจะระบุผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นคนใดคนหนึ่งก็ได้ แต่ต้องแจ้งแก่แบงก์ที่กู้ก่อนการจดจำนอง
สำหรับเรื่อง “ภาษี” สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เท่ากันทุกคน เช่น ยอดดอกเบี้ยที่นำไปลดหย่อนได้ 100 บาทถ้ากู้ร่วมกัน 2 คนก็ต้องนำไปลดหย่อนกันคนละ 50 บาทจะลดหย่อนสามี 40 ภรรยา 60 ไม่ได้นะครับ
อีกเรื่องหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เลยคือ “ผ่อนไหวไหม” เพราะถ้ากู้ร่วม เช่น สามีภรรยา กู้ร่วมกัน ช่วยกันผ่อน คงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่หากเอาชื่อมาใส่เพื่อให้ฐานรายได้สูงขึ้น เช่น พี่อยากกู้ ขอเอาชื่อน้องมาใส่เป็นผู้กู้ร่วม เพื่อขอวงเงินกู้ได้มากขึ้น ได้บ้านหลังใหญ่ขึ้น แต่พี่เป็นคนจ่ายค่าผ่อนคนเดียว (ก็บ้านของพี่ พี่อยากได้ น้องไม่ได้มีส่วนด้วย ก็คงไม่ได้อยากจ่ายค่าผ่อนด้วย) แบบนี้ คนเป็นพี่ที่อยากกู้ ก็ต้องคิดด้วยว่า ไหวรึป่าว รายได้พอกับค่าผ่อน ค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือไม่ ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ กู้ผ่าน แต่ผ่อนไม่ไหวตามมา
สรุป! การกู้ร่วมไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แค่เอาชื่อไปใส่เพื่อช่วยให้ฐานรายได้เพิ่มขึ้นเท่านั้นนะ แต่มันยังตามมาถึงเรื่องต่างๆ อีกมากมาย เพื่อนๆ หลายคนที่กำลังคิดจะกู้ร่วมควรตัดสินใจให้รอบคอบนะครับ
สำหรับใครที่อยากรู้ว่า เงินเดือน 2 หมื่นบาทซื้อบ้านได้กี่ล้าน? ติดตามไปอ่านต่อได้ที่
https://pantip.com/topic/36917243
หรือ ไม่ใช่พนักงานประจำแต่อยากกู้บ้านทำไง? ติดตามไปอ่านต่อได้ที่
https://pantip.com/topic/36948515