แผลสดมาก จัดการเรื่องราวเสร็จทุกอย่างเลยมานั่งเขียนเลยเพราะกำลังได้อารมณ์
นับเป็นบันทึกความโง่ขั้นสุด จัดการมากี่ทริปเหนือใต้ออกตกในนอก ไม่เคยต้องเสียค่าโง่เท่านี้มาก่อน
ก็นับว่าเป็นบทเรียนที่เจ็บดีเลย
เนื้อเรื่องยาว เพราะอยากเล่า หากอยากอ่านบทสรุปไปย่อหน้าสุดท้ายได้เลย
กำลังจะกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ ปรากฎว่ากำลังจะไปเที่ยวจีนกัน ไปทริปจางเจี๋ยเจี้ย ดูเขาอวาตาร์
ก็ระริกระรี้อยากไปบ้าง เปิดเว็บอ่านคร่าวๆ เรื่องทำวีซ่าจีน
เห็นเพื่อนเห็นพ่อแม่ก็เคยไปแล้ว ทำวีซ่าง่ายดาย อยู่ต่างประเทศก็ทำได้ ศูนย์วีซ่าใกล้ๆ เราคนไทยไม่มีปัญหาแน่ๆ
อ่ะ จองตั๋วไปด้วยกันเลยพร้อมพ่อแม่พี่น้อง เรียบร้อยได้ตั๋วถูก (แต่ก็มาเจอโปรถูกกว่าทีหลัง เอาเถอะ ธรรมดาโลก ซื้อของทีไรไม่กี่วันถัดมาเจอถูกกว่าเป็นทุกขัง อนิจจัง อนัตตา)
จองตั๋วขาไปจีนเสร็จ ก็จัดการมาจองตั๋วไปไทย ใช้วันลาให้น้อยที่สุด บินวันพฤหัส ถึงไทย วันศุกร์
มีเวลากินข้าวบ้านสองมื้อ จัดกระเป๋า เอาของฝากใส่ตู้เย็น บ่ายวันเสาร์บินไปจีนต่อ ชิวๆ
นั่งกระหยิ่มยิ้มย่อง ไหนๆ เปิดเว็บดูการขอวีซ่าจีนซิ เอกสารน้อยนิด สบายๆ ทำวีซ่าได้ก่อนเดินทางไม่เกิน 3 เดือน
ก็นั่งกระดิกเท้าไปชิวๆ พอ 1 เดือนก่อนเดินทาง มาเปิดดูจะขอวีซ่าแบบละเอียด
กรอกเอกสารโชะเชะเรียบร้อย รูปมีแล้ว ตั๋วมีแล้ว ใบจองโรงแรมเรียบร้อย อืมพ่อแม่จัดใบจองมาภาษาไทยหมดเลย
เอาน่ะแปลให้เขาฟัง อย่างน้อยตัวเลขก็อารบิก ที่อยู่โรงแรมก็ภาษาจีนจัดเต็ม ไม่น่าจะมีปัญหา
กดจะจองวันทำวีซ่า...
No appointment date available.
เริ่มใจสั่นนิดๆ แต่อ่ะ ไม่เป็นไร ไหนๆ ลองหาข่าวซิ ช่วงนี้คนเดินทางกันมากนักเหรอ จองเต็มหมดเชียว
อ่อๆ เจอข่าวแล้ว ติดวันสารทจีน...สถานทำวีซ่า กงสุล อะไรต่อมิอะไรจีน หยุดยาวหมด
เอ้อ งั้นโทรไปเมลไปก็คงไม่ตอบ แต่ไหนๆ ก็แล้ว อ่ะ ทิ้งเมลไว้หน่อยไม่เสียหาย
แล้วเมลก็เด้งกลับ เมลนี้ไม่มีในระบบ บะจะว่ะเฮ่ยเอ๊ย พี่จะ made in china กระทั่งระบบเมลหรือครับ?
ลองหาเมลอื่นไปทั่ว ในที่สุดก็ส่งได้สักเมลนึง (แต่เมลแบบ เขียนว่าสถานทำวีซ่าบราซิล แต่ลิงก์เมลเป็นสถานวีซ่าแคลิฟอร์เนียไรงี้ ดีออกเนาะ)
พยายามทำใจดีสู้เสือ หลอกตัวเองต่อไป ไม่เป็นไร เขาอาจจะปิดระบบจองก็ได้...ถึงแม้ในใจจะค้านมาก ว่าระบบมันอัตโนมัติ ใครมันจะมานั่งปิดเปิดเพื่อ
ก็ลองกดจองศูนย์วีซ่าจีนในกรุงเทพฯ
เปิดจองว่ะ Y_Y วันว่างเต็มเบย งานเข้าแน่ๆ ตรู
รอ รอ รอ จนถึงวันเปิดทำการ
กดจองวันทำวีซ่ายังไงก็ไม่มีขึ้น โทรไปร้อยรอบก็ไม่มีมนุษย์มารับสาย ฟังทั้งภาษาถิ่นและภาษาอังกฤษ
เอาล่ะ งานเข้าของจริงล่ะ ซวยแน่ๆ ล่ะ
โยนให้เพื่อนจีนฟังเวอร์ชั่นจีนให้ ได้ข้อมูลเพิ่มจากระบบออเปอร์เรเตอร์ภาษาจีนว่า
อยากทำวีซ่าแบบกรุ๊ปจากประเทศที่ท่านพำนัก โดยท่านไม่ได้มีสัญชาติในประเทศนั้น
ต้องมีหนังสือรับรองจากทางการจีน พร้อมประทับตรามาให้สถานวีซ่าเท่านั้นนะจ๊ะ
เหงื่อเย็นเต็มมือเลยสิฉัน
ไม่ได้ช่วยให้ใจชื้นขึ้น ไม่ยอมพูดถึงวีซ่าแบบรายบุคคลสักนิด แต่มีเค้าลางไม่น่าต่างกัน...ว่าต้องขอจดหมายสินะ
เลยจัดการบอกสามีตามนี้ นางก็ลองโทรเช่นกัน แล้วโทรไปหาเอเจ้นท์ทำวีซ่าด้วย ได้ความว่า ณ ตอนนี้ ถ้าไม่มีจดหมายเชิญจากจีน พร้อมตราประทับ พร้อมบาร์โค้ดส่งตรงมาจากจีนยังสถานทำวีซ่า จะใครหน้าไหนก็ไม่ทำให้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นประชาชนประเทศนั้น หรือต่างประเทศมาอยู่ที่นี่ก็ตาม
หรือถ้าจะเอาให้ได้จริงก็ต้องใช้เส้นและจ่าย 5000 USD (จากค่าวีซ่าปกติ 30 USD แพงขึ้นน๊อยยยเดียวเองเนาะ) และรอคิว(ลับ) 2 เดือน
พร้อมร่ายยาวว่า ตอนนั้นนักฟุตบอลทีมนี้จะไปเล่นแมชท์กระชับมิตรที่จีน ก็ขอจดหมายเชิญทั้งทีม
นักธุรกิจรายใหญ่ที่รู้จักกัน จะไปติดต่อธุรกิจตามปกติ(ซึ่งก็ไปจีนบ่อยๆ อยู่แล้ว) ก็ยังไปไม่ได้ ตั๋วซื้อแล้วก็ต้องทิ้งไป
แล้ว...คนไทยตัวน้อยๆ เส้นอะไรไม่รู้จักนอกจากเส้นในชามก็ไม่ต้องไปเพ้อฝันมากอะนะ
เหลืออีกทางที่คิดได้ คืออันตรายหน่อย ส่งพาสปอร์ต ฝากพ่อไปทำ ก็ฝากพ่อไปถามเค้าก่อนว่า
เนี่ยๆๆๆ อีหนูคนนี้ลูกสาวฉัน แต่งงานสมองไหลออกไปแล้ว แต่จะไปเที่ยวจีนด้วยกันแต่ทำวีซ่าที่โน่นไม่ได้ เขาไม่ให้ทำนะ
ส่งพาสปอร์ตมาทำที่นี่ได้ไหม
แน่นอนว่า...ไม่ได้ ถึงจะโกหกไปว่าตัวอยู่ไทย ฝากคนอื่นมอบอำนาจเอาพาสปอร์ตไปทำให้ก็ไม่ได้
เพราะทางจีนจะเช็คกับตม.ไทยอยู่แล้วว่า ผู้สมัครขอวีซ่าคนนี้ อยู่ไทยตามข้อมูลที่โม้ไว้จริงไหมอย่างไร (ข้อมูลนี้ได้มาจากเจ้าหน้าที่)
สรุปก็ต้องเบิกแผนใหม่ ขอวันลาเพิ่ม เปลี่ยนตั๋ว ค่าตั๋วตอนแรกซื้อโปรได้ ดีใจ เพราะปีนี้ค่าตั๋วไปไทยแพงมากเลย
สำหรับช่วงราคาตั๋ว transit ไม่เกิน 3 ชม. full services
ปีที่แล้วได้ etihad มา 13k
ปีนี้ต่ำสุดที่เจอคือ 25k แล้วก็รอๆ จนปะกับ sales รอบสองของ qatar 20k ถ้วน
แต่เมื่อรวมกับความไม่เช็ครายละเอียดเรื่องวีซ่าให้ดี ก็โดนค่าเปลี่ยนตั๋วไปสิ 13k ซื้อตั๋วแยกแพงกว่านี้อีก และซื้อขาเดียวบินกับสายการบินอื่นก็ไม่ได้ เพราะถ้าไม่บินตั๋ว return ขาไป ตั๋วขากลับก็จะ cancel อัตโนมัติทันที (โทรถาม qatar มา)
สรุป
งานเข้ารอบนี้ โดนค่าเสียหายเพิ่มหลากหลายประเภท เป็นบทเรียนให้จำความโง่ ไม่รอบครอบครั้งนี้ ศิริรวม =
1) 13k ค่าเปลี่ยนตั๋ว
2) ต้องลางานเพิ่มอีก 3 วัน สูญเสียรายได้เพราะขอ non-paid holiday อันนี้ไม่เจ็บเท่าไหร่ เพราะที่จริงอยากได้ non-paid ยาวๆ อยู่แล้ว แต่ ผจก. ไม่ให้ตอนแรก เพราะรวมหมดแล้วคือลายาวไป เสียการปกครอง
3) ค่าทำวีซ่าแบบด่วนที่จะต้องจ่ายเมื่อไปถึงไทย (จาก 30 USD แบบธรรมดา) เป็น 60 USD
4) จากการลางานเพิ่ม ทำให้เครดิตในตัวเองลดลง อันนี้แหละที่แพง ผจก.เอาปูนแดงหมายหัวแน่ๆ ถึงเป็นพนักงานคนโปรดก็เถอะ แต่ชีวิตคนเรา ครอบครัวสำคัญกว่างาน ได้เจอปีละหนเอง ยอมจ่าย
5) เสียการเสียงานไปครึ่งวัน เพราะนั่งยืนยันข้อมูลทั้งวันสลับกับทำงาน ผจก.เขม่นนิดๆ แน่ๆ ทำไมอีนี้วันนี้รับโทรศัพท์เดินเข้าเดินออกยิก ดูเครียดและไม่มีสมาธิ
6) สามีเสียเวลาทำงานทำการเช่นกัน โทรไปหาคนโน้นคนนี้ที่รู้จักให้ช่วยเหลือเอาข้อมูล ติดต่อบลาๆ
7) ความเครียดให้ตัวเอง ให้สามี และให้ครอบครัว
เพราะฉะนั้น อย่าวางใจว่าคนไทยคนอื่นๆ ขอวีซ่าไปโน่นนี่แล้วคุณจะทำตามได้ง่ายๆ
กรุณาตรวจสอบให้ละเอียดก่อนทุกครั้งว่า ณ ประเทศที่คุณอยู่เพิ่งโดนประเทศปลายทางของคุณแบนอะไรหรือเปล่า ไม่ว่าจะแบนแจ้งๆ หรือแบนลับๆ
ถ้าให้ดีที่สุดคือขอวีซ่าก่อนได้ก็ขอ มีหลายวิธีในการให้ได้ตั๋วมาเพื่อนำไปขอวีซ่า
ช่วงนี้โลกยิ่งยุ่งๆ จะร่ำๆ สงครามโลกรอบสาม สงครามเศรษฐกิจ ทดลองยิงนิวเคลียร์ สารพัด
เช็คข้อมูลให้เรียบร้อยจริงๆ ก่อนออกตั๋วเรือบิน อย่างไรก็ไม่เสียหายมากแน่นอน
ไอ้ที่โดนเรื่องแบนไม่ออกวีซ่านี่ ก็เพิ่งเริ่มเมื่อมีนานี้เอง แถมที่หนักกว่าคือเว็บไซท์ไม่แจ้งอะไรเลยด้วย ไม่มีประกาศ ข่าว ใดๆ ทั้งสิ้น
เข้าเว็บไปดูยังไงก็ต้องคิดว่าสามารถทำวีซ่าได้ตามปกติ บนเว็บไซท์ยังคงเขียนว่าให้ทำตามนี้ๆ ก็ได้วีซ่า มาเจอจุดบอดอีตอนจะจองวันทำนี่แหละ
ไม่โทรหาเอเจนซี่ก็ไม่รู้ ข้อมูลภาษาที่สาม และภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์ก็ไม่มีบอก บอกไว้แต่ในภาษาจีน
เห็นชัดๆ ว่าไม่อยากให้โลกรู้ว่ากำลังหนีปัญหาระหว่างประเทศเนียนๆ โดยไม่ประกาศอยู่ สมเป็นพี่จีนจริงๆ!
เอวัง
ราตรีสวัสดิ์ หากมีคำพิมพ์ผิด ขออภัย ขี้เกียจเช็ค ง่วงแหล่ว
ไม่ตรวจสอบการทำวีซ่าจีนให้ดีก่อนซื้อตั๋ว ก็ได้บทหนักเรียนฉะนี้
นับเป็นบันทึกความโง่ขั้นสุด จัดการมากี่ทริปเหนือใต้ออกตกในนอก ไม่เคยต้องเสียค่าโง่เท่านี้มาก่อน
ก็นับว่าเป็นบทเรียนที่เจ็บดีเลย
เนื้อเรื่องยาว เพราะอยากเล่า หากอยากอ่านบทสรุปไปย่อหน้าสุดท้ายได้เลย
กำลังจะกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ ปรากฎว่ากำลังจะไปเที่ยวจีนกัน ไปทริปจางเจี๋ยเจี้ย ดูเขาอวาตาร์
ก็ระริกระรี้อยากไปบ้าง เปิดเว็บอ่านคร่าวๆ เรื่องทำวีซ่าจีน
เห็นเพื่อนเห็นพ่อแม่ก็เคยไปแล้ว ทำวีซ่าง่ายดาย อยู่ต่างประเทศก็ทำได้ ศูนย์วีซ่าใกล้ๆ เราคนไทยไม่มีปัญหาแน่ๆ
อ่ะ จองตั๋วไปด้วยกันเลยพร้อมพ่อแม่พี่น้อง เรียบร้อยได้ตั๋วถูก (แต่ก็มาเจอโปรถูกกว่าทีหลัง เอาเถอะ ธรรมดาโลก ซื้อของทีไรไม่กี่วันถัดมาเจอถูกกว่าเป็นทุกขัง อนิจจัง อนัตตา)
จองตั๋วขาไปจีนเสร็จ ก็จัดการมาจองตั๋วไปไทย ใช้วันลาให้น้อยที่สุด บินวันพฤหัส ถึงไทย วันศุกร์
มีเวลากินข้าวบ้านสองมื้อ จัดกระเป๋า เอาของฝากใส่ตู้เย็น บ่ายวันเสาร์บินไปจีนต่อ ชิวๆ
นั่งกระหยิ่มยิ้มย่อง ไหนๆ เปิดเว็บดูการขอวีซ่าจีนซิ เอกสารน้อยนิด สบายๆ ทำวีซ่าได้ก่อนเดินทางไม่เกิน 3 เดือน
ก็นั่งกระดิกเท้าไปชิวๆ พอ 1 เดือนก่อนเดินทาง มาเปิดดูจะขอวีซ่าแบบละเอียด
กรอกเอกสารโชะเชะเรียบร้อย รูปมีแล้ว ตั๋วมีแล้ว ใบจองโรงแรมเรียบร้อย อืมพ่อแม่จัดใบจองมาภาษาไทยหมดเลย
เอาน่ะแปลให้เขาฟัง อย่างน้อยตัวเลขก็อารบิก ที่อยู่โรงแรมก็ภาษาจีนจัดเต็ม ไม่น่าจะมีปัญหา
กดจะจองวันทำวีซ่า...
No appointment date available.
เริ่มใจสั่นนิดๆ แต่อ่ะ ไม่เป็นไร ไหนๆ ลองหาข่าวซิ ช่วงนี้คนเดินทางกันมากนักเหรอ จองเต็มหมดเชียว
อ่อๆ เจอข่าวแล้ว ติดวันสารทจีน...สถานทำวีซ่า กงสุล อะไรต่อมิอะไรจีน หยุดยาวหมด
เอ้อ งั้นโทรไปเมลไปก็คงไม่ตอบ แต่ไหนๆ ก็แล้ว อ่ะ ทิ้งเมลไว้หน่อยไม่เสียหาย
แล้วเมลก็เด้งกลับ เมลนี้ไม่มีในระบบ บะจะว่ะเฮ่ยเอ๊ย พี่จะ made in china กระทั่งระบบเมลหรือครับ?
ลองหาเมลอื่นไปทั่ว ในที่สุดก็ส่งได้สักเมลนึง (แต่เมลแบบ เขียนว่าสถานทำวีซ่าบราซิล แต่ลิงก์เมลเป็นสถานวีซ่าแคลิฟอร์เนียไรงี้ ดีออกเนาะ)
พยายามทำใจดีสู้เสือ หลอกตัวเองต่อไป ไม่เป็นไร เขาอาจจะปิดระบบจองก็ได้...ถึงแม้ในใจจะค้านมาก ว่าระบบมันอัตโนมัติ ใครมันจะมานั่งปิดเปิดเพื่อ
ก็ลองกดจองศูนย์วีซ่าจีนในกรุงเทพฯ
เปิดจองว่ะ Y_Y วันว่างเต็มเบย งานเข้าแน่ๆ ตรู
รอ รอ รอ จนถึงวันเปิดทำการ
กดจองวันทำวีซ่ายังไงก็ไม่มีขึ้น โทรไปร้อยรอบก็ไม่มีมนุษย์มารับสาย ฟังทั้งภาษาถิ่นและภาษาอังกฤษ
เอาล่ะ งานเข้าของจริงล่ะ ซวยแน่ๆ ล่ะ
โยนให้เพื่อนจีนฟังเวอร์ชั่นจีนให้ ได้ข้อมูลเพิ่มจากระบบออเปอร์เรเตอร์ภาษาจีนว่า
อยากทำวีซ่าแบบกรุ๊ปจากประเทศที่ท่านพำนัก โดยท่านไม่ได้มีสัญชาติในประเทศนั้น
ต้องมีหนังสือรับรองจากทางการจีน พร้อมประทับตรามาให้สถานวีซ่าเท่านั้นนะจ๊ะ
เหงื่อเย็นเต็มมือเลยสิฉัน
ไม่ได้ช่วยให้ใจชื้นขึ้น ไม่ยอมพูดถึงวีซ่าแบบรายบุคคลสักนิด แต่มีเค้าลางไม่น่าต่างกัน...ว่าต้องขอจดหมายสินะ
เลยจัดการบอกสามีตามนี้ นางก็ลองโทรเช่นกัน แล้วโทรไปหาเอเจ้นท์ทำวีซ่าด้วย ได้ความว่า ณ ตอนนี้ ถ้าไม่มีจดหมายเชิญจากจีน พร้อมตราประทับ พร้อมบาร์โค้ดส่งตรงมาจากจีนยังสถานทำวีซ่า จะใครหน้าไหนก็ไม่ทำให้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นประชาชนประเทศนั้น หรือต่างประเทศมาอยู่ที่นี่ก็ตาม
หรือถ้าจะเอาให้ได้จริงก็ต้องใช้เส้นและจ่าย 5000 USD (จากค่าวีซ่าปกติ 30 USD แพงขึ้นน๊อยยยเดียวเองเนาะ) และรอคิว(ลับ) 2 เดือน
พร้อมร่ายยาวว่า ตอนนั้นนักฟุตบอลทีมนี้จะไปเล่นแมชท์กระชับมิตรที่จีน ก็ขอจดหมายเชิญทั้งทีม
นักธุรกิจรายใหญ่ที่รู้จักกัน จะไปติดต่อธุรกิจตามปกติ(ซึ่งก็ไปจีนบ่อยๆ อยู่แล้ว) ก็ยังไปไม่ได้ ตั๋วซื้อแล้วก็ต้องทิ้งไป
แล้ว...คนไทยตัวน้อยๆ เส้นอะไรไม่รู้จักนอกจากเส้นในชามก็ไม่ต้องไปเพ้อฝันมากอะนะ
เหลืออีกทางที่คิดได้ คืออันตรายหน่อย ส่งพาสปอร์ต ฝากพ่อไปทำ ก็ฝากพ่อไปถามเค้าก่อนว่า
เนี่ยๆๆๆ อีหนูคนนี้ลูกสาวฉัน แต่งงานสมองไหลออกไปแล้ว แต่จะไปเที่ยวจีนด้วยกันแต่ทำวีซ่าที่โน่นไม่ได้ เขาไม่ให้ทำนะ
ส่งพาสปอร์ตมาทำที่นี่ได้ไหม
แน่นอนว่า...ไม่ได้ ถึงจะโกหกไปว่าตัวอยู่ไทย ฝากคนอื่นมอบอำนาจเอาพาสปอร์ตไปทำให้ก็ไม่ได้
เพราะทางจีนจะเช็คกับตม.ไทยอยู่แล้วว่า ผู้สมัครขอวีซ่าคนนี้ อยู่ไทยตามข้อมูลที่โม้ไว้จริงไหมอย่างไร (ข้อมูลนี้ได้มาจากเจ้าหน้าที่)
สรุปก็ต้องเบิกแผนใหม่ ขอวันลาเพิ่ม เปลี่ยนตั๋ว ค่าตั๋วตอนแรกซื้อโปรได้ ดีใจ เพราะปีนี้ค่าตั๋วไปไทยแพงมากเลย
สำหรับช่วงราคาตั๋ว transit ไม่เกิน 3 ชม. full services
ปีที่แล้วได้ etihad มา 13k
ปีนี้ต่ำสุดที่เจอคือ 25k แล้วก็รอๆ จนปะกับ sales รอบสองของ qatar 20k ถ้วน
แต่เมื่อรวมกับความไม่เช็ครายละเอียดเรื่องวีซ่าให้ดี ก็โดนค่าเปลี่ยนตั๋วไปสิ 13k ซื้อตั๋วแยกแพงกว่านี้อีก และซื้อขาเดียวบินกับสายการบินอื่นก็ไม่ได้ เพราะถ้าไม่บินตั๋ว return ขาไป ตั๋วขากลับก็จะ cancel อัตโนมัติทันที (โทรถาม qatar มา)
สรุป
งานเข้ารอบนี้ โดนค่าเสียหายเพิ่มหลากหลายประเภท เป็นบทเรียนให้จำความโง่ ไม่รอบครอบครั้งนี้ ศิริรวม =
1) 13k ค่าเปลี่ยนตั๋ว
2) ต้องลางานเพิ่มอีก 3 วัน สูญเสียรายได้เพราะขอ non-paid holiday อันนี้ไม่เจ็บเท่าไหร่ เพราะที่จริงอยากได้ non-paid ยาวๆ อยู่แล้ว แต่ ผจก. ไม่ให้ตอนแรก เพราะรวมหมดแล้วคือลายาวไป เสียการปกครอง
3) ค่าทำวีซ่าแบบด่วนที่จะต้องจ่ายเมื่อไปถึงไทย (จาก 30 USD แบบธรรมดา) เป็น 60 USD
4) จากการลางานเพิ่ม ทำให้เครดิตในตัวเองลดลง อันนี้แหละที่แพง ผจก.เอาปูนแดงหมายหัวแน่ๆ ถึงเป็นพนักงานคนโปรดก็เถอะ แต่ชีวิตคนเรา ครอบครัวสำคัญกว่างาน ได้เจอปีละหนเอง ยอมจ่าย
5) เสียการเสียงานไปครึ่งวัน เพราะนั่งยืนยันข้อมูลทั้งวันสลับกับทำงาน ผจก.เขม่นนิดๆ แน่ๆ ทำไมอีนี้วันนี้รับโทรศัพท์เดินเข้าเดินออกยิก ดูเครียดและไม่มีสมาธิ
6) สามีเสียเวลาทำงานทำการเช่นกัน โทรไปหาคนโน้นคนนี้ที่รู้จักให้ช่วยเหลือเอาข้อมูล ติดต่อบลาๆ
7) ความเครียดให้ตัวเอง ให้สามี และให้ครอบครัว
เพราะฉะนั้น อย่าวางใจว่าคนไทยคนอื่นๆ ขอวีซ่าไปโน่นนี่แล้วคุณจะทำตามได้ง่ายๆ
กรุณาตรวจสอบให้ละเอียดก่อนทุกครั้งว่า ณ ประเทศที่คุณอยู่เพิ่งโดนประเทศปลายทางของคุณแบนอะไรหรือเปล่า ไม่ว่าจะแบนแจ้งๆ หรือแบนลับๆ
ถ้าให้ดีที่สุดคือขอวีซ่าก่อนได้ก็ขอ มีหลายวิธีในการให้ได้ตั๋วมาเพื่อนำไปขอวีซ่า
ช่วงนี้โลกยิ่งยุ่งๆ จะร่ำๆ สงครามโลกรอบสาม สงครามเศรษฐกิจ ทดลองยิงนิวเคลียร์ สารพัด
เช็คข้อมูลให้เรียบร้อยจริงๆ ก่อนออกตั๋วเรือบิน อย่างไรก็ไม่เสียหายมากแน่นอน
ไอ้ที่โดนเรื่องแบนไม่ออกวีซ่านี่ ก็เพิ่งเริ่มเมื่อมีนานี้เอง แถมที่หนักกว่าคือเว็บไซท์ไม่แจ้งอะไรเลยด้วย ไม่มีประกาศ ข่าว ใดๆ ทั้งสิ้น
เข้าเว็บไปดูยังไงก็ต้องคิดว่าสามารถทำวีซ่าได้ตามปกติ บนเว็บไซท์ยังคงเขียนว่าให้ทำตามนี้ๆ ก็ได้วีซ่า มาเจอจุดบอดอีตอนจะจองวันทำนี่แหละ
ไม่โทรหาเอเจนซี่ก็ไม่รู้ ข้อมูลภาษาที่สาม และภาษาอังกฤษทางโทรศัพท์ก็ไม่มีบอก บอกไว้แต่ในภาษาจีน
เห็นชัดๆ ว่าไม่อยากให้โลกรู้ว่ากำลังหนีปัญหาระหว่างประเทศเนียนๆ โดยไม่ประกาศอยู่ สมเป็นพี่จีนจริงๆ!
เอวัง
ราตรีสวัสดิ์ หากมีคำพิมพ์ผิด ขออภัย ขี้เกียจเช็ค ง่วงแหล่ว