สวัสดีครับ กระทู้นี้ไม่มีสาระอะไรเหมือนอันก่อนนะครับ แค่อยากระบายและแชร์ประสบการณ์ความซวยต่างๆนานาที่บังเกิดกับตัวผมในการไปเยือนแดนผู้ดีประเทศอังกฤษครั้งแรกในชีวิต ทั้งจากความสะเพร่าส่วนตัว และ อื่นๆ ครับ ค่อนข้างยาวหน่อยนะครับเพราะรายละเอียดมันเยอะ
ผมจำได้แม่นมากจากเหตุการณ์นี้
เข้าเรื่องเลยละกันนะครับ
เรื่องมันมีอยู่ว่าทางมหาวิทยาลัยมีโปรแกรมไปดูงานที่ ลอนดอน ประเทศอังกฤษในวันที่ 14-19 กรกฏาคม 2014 ที่ผ่านมานี้
โดย Prof.ทำการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ให้กับทุกคน
ผมและเพื่อนอีกคนหนึ่ง ขอใช้ชื่อย่อว่า ง. วางแผนว่าจะไปเที่ยวกันเองต่ออีกซักสองสามวันหลังจากดูงานเสร็จในวันที่ 19
ก่อนจะบินกลับไปพักร้อนที่ประเทศไทยในช่วงซัมเมอร์ เราจึงต้องจองที่พักและตั๋วขากลับเองในวันที่ 22 ซึ่งผมเองก็จองตั๋วกลับไทยในวันที่ 23 เครื่องออกตอน เกือบๆ สี่ทุ่ม
หลังจากที่ Prof. ได้ทำการจองและได้รับ E-ticket มาแล้วก็นำมาแจกจ่ายให้กับทุกคน Prof. ก็ให้เช็คว่า ชื่อ-นามสกุล ของแต่ละคนเขียนถูกต้องหรือไม่ ผมก็ดูซ้ำไปซ้ำมา ก็ไม่มีอะไรผิดนี่หว่า เลยไม่ได้สนใจอะไร จนมาถึงอีกประมาน 1 เดือนก่อนบิน ผมเอาตั๋วมานั่งดูอีกครั้ง................
.
.
เฮ้ยยย นามสกุลสะกดผิดนี่หว่า เลยรีบเอาไปแจ้ง Prof. และได้คำตอบกลับมาว่า ไม่ทันแล้วละตอนแรกผมให้เช็คแล้วก็มีคนมาแก้แค่คนเดียว
ตอนนี้ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ...............อ้าวชิหายละ จองตั๋วเครื่องบินขากลับไปแล้วด้วย จะได้ไปป่าววะ ปรึกษาเพื่อนๆ ว่านามสกุลสะกดผิดไปตัวนึงเป็นไรป่าว มันก็บอกว่ามีปัญหาแน่ๆ เลยตัดสินใจโทรไปยังบริษัทที่จองตั๋วโดยตรงแล้วบอกมันว่า มีตัวสะกดผิดอยู่นะ แก้ให้หน่อย แต่มันก็บอกว่า
อาจจะสายเกินไปแล้วนะครับเพราะส่งชื่อให้กับสายการบินไปแล้ว แต่เดี๋ยวจะเช็คให้ว่าทำได้หรือเปล่า ความกังวลใจจึงเกิดขึ้น
อีกสองชั่วโมงถัดมา มันโทรกลับมาบอกว่าเรียบร้อยแก้ให้ได้ ........ ความซวยเนื่องจากสะเพร่าเริ่มขึ้นแล้ว
เนื่องจากการไปเยือนอังกฤษ คนไทยซึ่งไม่ใช่คนใน EU จึงต้องทำวีซ่า ซึ่งเพื่อนที่เคยไปก็บอกว่าวุ่นวายมาก ผมกับเพื่อนก็ทำส่งกันในอินเตอร์เนท
โดยเสียค่าใช้จ่ายในการกรอกข้อมูลและปริ้นมันออกมา เพื่อจะเอาเอกสารนี้ไปส่ง ราคา 105 ยูโร ซึ่งมันจะนัดวันเวลาให้ไปส่งด้วย
ในเยอรมันมีสองที่คือ มิวนิค และ ดุสเซลดอฟ พอถึงวันนั้นก็ไปตามนัด เสียเงินอีก 75 ยูโรแบบบังคับจ่ายเป็นค่าส่งเอกสารไปอังกฤษพร้อมกับพาสปอร์ต ซึ่งเงินที่เสียไป ราว 180 ยูโร ก็ยังไม่รู้ว่าเราจะได้วีซ่าหรือเปล่าด้วย
วีซ่าที่ผมใช้อยู่ในเยอรมันเมื่อก่อนมันจะเป็นแบบแปะติดกับพาสปอร์ต แต่เดี๋ยวนี้มันแยกออกมาเป็นกระดาษใบหนึ่งกับบัตรแข็งอีกใบหนึ่ง
ซึ่งจะต้องพกไปด้วยกันรวมแล้ว 3 ชิ้น คือ พาสปอร์ต กระดาษใบนั้น และบัตรแข็งที่มีรูปเรา
ทำวีซ่าอังกฤษจึงต้องส่งพาสปอร์ตไป แต่ตัววีซ่าเยอรมันทั้งสองใบผมเก็บเอาไว้ และให้มันออกใบยืนยันว่าส่งพาสปอร์ตไปทำ เผื่อโดนเรียกตรวจ
ซึ่งได้รับเป็นกระดาษขนาด A4 โง่ๆ มาแผ่นนึง ผมก็พับมันเก็บไว้แล้วยัดวีซ่าเยอรมันไว้ด้านใน ใส่ซองพลาสติกใสเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อกันหนาว
แล้วก็อยู่แบบไร้ซึ่งพาสปอร์ตเป็นเวลากว่าสองเดือน
หลังจากที่วีซ่าอังกฤษทำเสร็จแล้วมันก็ส่งกลับมาทางไปรษณีย์ ผมแกะมันออกเช็คพาสปอร์ตว่ามีวีซ่าอังกฤษไหม ปรากฏว่ามีโอเคโล่งใจ โอเคได้ไปอังกฤษแน่ๆแล้วเราเย้ โดยยังไม่รู้เลยว่าชะตากรรมเราในอังกฤษมันซวยจริงๆ
ผมเก็บพาสปอร์ตใส่ในกระเป๋าเสื้อกันหนาวตามที่เคยทำมากว่าหกปี และนี่แหละเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้เลย.............
เเชร์ประสบการณ์ความโคตรซวย กับการไปเยือนเมืองผู้ดีครั้งเเรก...
ผมจำได้แม่นมากจากเหตุการณ์นี้
เข้าเรื่องเลยละกันนะครับ
เรื่องมันมีอยู่ว่าทางมหาวิทยาลัยมีโปรแกรมไปดูงานที่ ลอนดอน ประเทศอังกฤษในวันที่ 14-19 กรกฏาคม 2014 ที่ผ่านมานี้
โดย Prof.ทำการจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ให้กับทุกคน
ผมและเพื่อนอีกคนหนึ่ง ขอใช้ชื่อย่อว่า ง. วางแผนว่าจะไปเที่ยวกันเองต่ออีกซักสองสามวันหลังจากดูงานเสร็จในวันที่ 19
ก่อนจะบินกลับไปพักร้อนที่ประเทศไทยในช่วงซัมเมอร์ เราจึงต้องจองที่พักและตั๋วขากลับเองในวันที่ 22 ซึ่งผมเองก็จองตั๋วกลับไทยในวันที่ 23 เครื่องออกตอน เกือบๆ สี่ทุ่ม
หลังจากที่ Prof. ได้ทำการจองและได้รับ E-ticket มาแล้วก็นำมาแจกจ่ายให้กับทุกคน Prof. ก็ให้เช็คว่า ชื่อ-นามสกุล ของแต่ละคนเขียนถูกต้องหรือไม่ ผมก็ดูซ้ำไปซ้ำมา ก็ไม่มีอะไรผิดนี่หว่า เลยไม่ได้สนใจอะไร จนมาถึงอีกประมาน 1 เดือนก่อนบิน ผมเอาตั๋วมานั่งดูอีกครั้ง................
.
.
เฮ้ยยย นามสกุลสะกดผิดนี่หว่า เลยรีบเอาไปแจ้ง Prof. และได้คำตอบกลับมาว่า ไม่ทันแล้วละตอนแรกผมให้เช็คแล้วก็มีคนมาแก้แค่คนเดียว
ตอนนี้ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ...............อ้าวชิหายละ จองตั๋วเครื่องบินขากลับไปแล้วด้วย จะได้ไปป่าววะ ปรึกษาเพื่อนๆ ว่านามสกุลสะกดผิดไปตัวนึงเป็นไรป่าว มันก็บอกว่ามีปัญหาแน่ๆ เลยตัดสินใจโทรไปยังบริษัทที่จองตั๋วโดยตรงแล้วบอกมันว่า มีตัวสะกดผิดอยู่นะ แก้ให้หน่อย แต่มันก็บอกว่า
อาจจะสายเกินไปแล้วนะครับเพราะส่งชื่อให้กับสายการบินไปแล้ว แต่เดี๋ยวจะเช็คให้ว่าทำได้หรือเปล่า ความกังวลใจจึงเกิดขึ้น
อีกสองชั่วโมงถัดมา มันโทรกลับมาบอกว่าเรียบร้อยแก้ให้ได้ ........ ความซวยเนื่องจากสะเพร่าเริ่มขึ้นแล้ว
เนื่องจากการไปเยือนอังกฤษ คนไทยซึ่งไม่ใช่คนใน EU จึงต้องทำวีซ่า ซึ่งเพื่อนที่เคยไปก็บอกว่าวุ่นวายมาก ผมกับเพื่อนก็ทำส่งกันในอินเตอร์เนท
โดยเสียค่าใช้จ่ายในการกรอกข้อมูลและปริ้นมันออกมา เพื่อจะเอาเอกสารนี้ไปส่ง ราคา 105 ยูโร ซึ่งมันจะนัดวันเวลาให้ไปส่งด้วย
ในเยอรมันมีสองที่คือ มิวนิค และ ดุสเซลดอฟ พอถึงวันนั้นก็ไปตามนัด เสียเงินอีก 75 ยูโรแบบบังคับจ่ายเป็นค่าส่งเอกสารไปอังกฤษพร้อมกับพาสปอร์ต ซึ่งเงินที่เสียไป ราว 180 ยูโร ก็ยังไม่รู้ว่าเราจะได้วีซ่าหรือเปล่าด้วย
วีซ่าที่ผมใช้อยู่ในเยอรมันเมื่อก่อนมันจะเป็นแบบแปะติดกับพาสปอร์ต แต่เดี๋ยวนี้มันแยกออกมาเป็นกระดาษใบหนึ่งกับบัตรแข็งอีกใบหนึ่ง
ซึ่งจะต้องพกไปด้วยกันรวมแล้ว 3 ชิ้น คือ พาสปอร์ต กระดาษใบนั้น และบัตรแข็งที่มีรูปเรา
ทำวีซ่าอังกฤษจึงต้องส่งพาสปอร์ตไป แต่ตัววีซ่าเยอรมันทั้งสองใบผมเก็บเอาไว้ และให้มันออกใบยืนยันว่าส่งพาสปอร์ตไปทำ เผื่อโดนเรียกตรวจ
ซึ่งได้รับเป็นกระดาษขนาด A4 โง่ๆ มาแผ่นนึง ผมก็พับมันเก็บไว้แล้วยัดวีซ่าเยอรมันไว้ด้านใน ใส่ซองพลาสติกใสเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อกันหนาว
แล้วก็อยู่แบบไร้ซึ่งพาสปอร์ตเป็นเวลากว่าสองเดือน
หลังจากที่วีซ่าอังกฤษทำเสร็จแล้วมันก็ส่งกลับมาทางไปรษณีย์ ผมแกะมันออกเช็คพาสปอร์ตว่ามีวีซ่าอังกฤษไหม ปรากฏว่ามีโอเคโล่งใจ โอเคได้ไปอังกฤษแน่ๆแล้วเราเย้ โดยยังไม่รู้เลยว่าชะตากรรมเราในอังกฤษมันซวยจริงๆ
ผมเก็บพาสปอร์ตใส่ในกระเป๋าเสื้อกันหนาวตามที่เคยทำมากว่าหกปี และนี่แหละเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้เลย.............