ตามหัวข้อเลยครับ ผมคบอยู่กับแฟนมา7-8ปี ปัญหาคนเป็นแฟนกันก็ธรรมดาครับ 3 วันดี 4 วันทะเลาะ แต่เราก็ยังรักกัน มาวันนึงเกิดเหตุการที่ทำให้ผมต้องเลือกว่าระหว่างครอบครัวกับคนรัก คือ ครอบครัวผมอยู่ที่ กทม. มียายกับน้องชายผมอีกคนที่อยู่ ตจว. ผมเป็นลูกชายคนโตครับ มีพี่น้องรวมกัน 4 คน แม่อยู่กับน้องสาว ส่วนผมแยกมาอยู่กับแฟน ส่วนพ่อผมเสียไป15ปีแล้วครับ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมายายผมเสียชีวิต แม่เลยต้องกลับมาอยู่ที่บ้าน ตจว. เพื่อมาอยู่กับน้องชาย ก็ขนของย้ายกันกลับมาอยู่ที่บ้าน มีผมกับน้องสาวคนที่สอง ไม่ได้กลับมาด้วย เพราะผมต้องทำงานอยู่กับแฟน ส่วนน้องสาวก็เรียนอยู่ปีสี่ สุดท้ายแล้ว แม่ก็ไม่ได้ทำงาน อยู่บ้านเฉยๆ ทั้งบ้านมีแค่ผมที่ทำงาน เพราะฉะนั้นเราต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัว ต้องส่งแม่ ส่งน้องเรียนอีก3คน แล้วน้องสาวผมจะจบปีสุดท้ายแล้ว แต่ต้องจ่ายค่าเทอม เป็นเงินค่อนข้างมาก ซึ่งน้องก็ปรึกษาว่าจะหาได้จากที่ไหน ผมจึงเสนอว่าจะรับผิดชอบให้เองไม่ต้องห่วง แค่ปีเดียวอย่างน้อยน้องสาวผมคนนี้ก็รับพี่น้องทุกคน อีกอย่างถ้าน้องสาวผมจบก็จะมีคนมาช่วยทำงานหาเงินเพิ่มจะได้ไม่ต้องหนักแค่คนเดียว ผมจึงได้นำเรื่องไปขอยืมคุณอาที่ ตปท. อาบอกจะช่วย แต่ต้องมาทำงานกับอาก่อน ถึงจะให้ เหตุที่อาต้องทำอย่างนี้ เพราะกลัวผมไม่รับผิดชอบ เพราะเมื่อก่อนผมค่อนข้างที่จะเกเรมาก จึงตอบตกลง ผมก็ยังไม่ได้คุยกับแหนอย่างจริงจังเลยสักครั้ง ผมเข้าใจความรู้สึกที่ต้องห่างกัน แต่เพื่อปากท้องของครอบครัวคนที่อยู่ข้างหลัง ผมเป็นลูกชายคนโตไม่ควรที่จะเห็นแก่ตัวที่จะไม่สนเรื่องที่บ้านจะเอาแต่แฟนคนเดียวก็ไม่ได้ ผมคิดว่าแฟนจะเข้าใจในสิ่งที่ผมทำ แต่เขากลับยื่นคำขาดว่า ถ้าไปก็เท่ากับเลิกกัน เพราะเขารับไม่ได้ที่ต้องให้แยกกันอยู่ ถ้าจะรบกวนเขาผมก็ทราบดีว่ายังไงก็ไม่มี แฟนผมเปิดธุรกิจร้านเสริมสวยครับ มี2สาขา อยู่กันคนละร้าน ช่วงนี้ก็อย่างที่ทุกคนพอจะทราบกันดีเงียบหมดทุกอาชีพ แต่เราก็ประคองไว้ ได้แต่คิดว่าสักวันมันก็จะกลับมาดีเหมือนเมื่อก่อน แต่ไม่เลย เพราะค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มมากขึ้น มีทั้งค่างวดรถ บัตรเครดิต ค่าจ้างช่าง1คน ค่าเช่าร้าน2ที่ ค่าดอกเบี้ยที่ดินอีก ซึ่งรายรับมันไม่พอรายจ่าย แฟนผมเขาก็ตกในสถานะเดียวกัน คือต้องเป็นหลักให้คนในบ้าน ทั้งหมด9คน เขาหาคนเดียว เขาใช้ที่ดินของแม่เพื่อเอาเงินมาพยุงร้านไว้ และใช้จ่ายในครอบครัว ซึ่งเขาเคยพูดกับพี่ที่รู้จักกันอย่างสนิทสนมว่า ถ้าต้องเลือกระหว่างแฟนกับครอบครัว เขาเลือกครอบครัว เพราะแฟนมาทีหลัง และแฟนผมเขาเอาเงินในบ้านมาลงทุนทำธุรกิจ จึงไม่ผิดที่เขาจะเลือกครอบครัว มากกว่าที่จะเลือกผม ซึ่งประโยคนี้มันทำให้ผมได้ตัดสินใจอะไรได้มากขึ้น จากที่คิดว่าจะทำยังไงที่จะทำให้ทั้ง2อย่างสามารถเคียงคู่ไปด้วยกันได้ แฟนผมมีอคติกับแม่ผม และตอนนี้ก็เริ่มมีอาการอคติกับครอบครัวผมเพราะทำให้ผมกับแฟนต้องแยกกัน เมื่อความรู้สึกมันเสียไปแล้วก็ยากที่จะดึงมาเชื่อมใหม่ได้ ผมจึงคิดไม่ตกในตอนนั้นว่าจะทำอย่างไร แต่ตอนนี้ผมคิดได้แล้ว ว่าจะทำยังไง คนรักกันต่อให้แยกกันก็ไม่มีวันหมดรักกัน เว้นเสียแต่เขาไม่ได้คิดแบบนั้น แยกคือเลิก อย่างเดียว แต่ผมไม่ได้คิดจะเลิกกับเขานะครับ ผมรักเขามาก ช่วงแรกผมยอมที่จะไม่สนใจครอบครัวเพราะแม่ผมมีแฟนใหม่ซึ่งเขาก็ดูแลดี แต่ตอนนี้เริ่มระหองระแหงกัน ผมเลยต้องกลับมาดูแลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องดูแลต่อ อีกคำพูดที่ผมตัดสินใจยากก็คือ เขาพูดว่า "ยามกูจนก็จะทิ้งกูไปงั้นหรอ" ทำให้ผมต้องกลับมาคิดอีกครั้ง ว่าเรา เห็นแก่ตัวรึป่าว ที่ทำแบบนี้ แต่พอฟังที่อาพูดกลับมาทำให้ผมคิดอีกว่า ที่ผ่านมามีอะไรที่อยู่ด้วยกันมาเป็นของเราบ้าง ใช่ เขาเอาเงินที่บ้านมาเพื่อลงทุน เพื่อรถ แต่ก็เป็นชื่อเขาทั้งหมด อยู่กันมาตั้ง7-8ปี เรามีเงินเก็บรึป่าว แล้วที่ผ่านมาก็มีแต่เราไม่ใช่หรอที่หาเงินช่วยเขาส่ง พอเรื่องของเราจะเอ่ยปากทีก็ลำบาก เพราะเราก็รู้อยู่ว่ามันไม่พอที่จะหามาเจียดให้เราได้ เราต้องหาเอง
ผมจึงสับสนว่าจะทำอย่างไรดี ครอบครัวคือหน้าที่ที่ผมต้องแบกและรับผิดชอบ ส่วนแฟนก็คือคนที่ผมรักมาก แต่เมื่อมีเรื่องแบบนี้เข้ามา ผมตัดสินใจต้องเลือกครอบครัว ผมคิดถูกต้องแล้วใช่มั๊ยครับ และผมไม่ได้กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวใช่มั๊ยครับ
เป็นคุณคุณจะเลือกอะไรครับหากต้องตกอยู่ในสภาพสถานะการณ์ตอนนี้ "ระหว่างครอบครัวกับคนรัก"
ขอบคุณที่อ่านจนจบ ขอบคุณครับ
ใครเคยมีเหตุการที่ต้องเลือก ระหว่างครอบครัว กับ คนรัก บ้างไหมครับ เหตุผลเพราะอะไรกันบ้างครับ
ผมจึงสับสนว่าจะทำอย่างไรดี ครอบครัวคือหน้าที่ที่ผมต้องแบกและรับผิดชอบ ส่วนแฟนก็คือคนที่ผมรักมาก แต่เมื่อมีเรื่องแบบนี้เข้ามา ผมตัดสินใจต้องเลือกครอบครัว ผมคิดถูกต้องแล้วใช่มั๊ยครับ และผมไม่ได้กลายเป็นคนเห็นแก่ตัวใช่มั๊ยครับ
เป็นคุณคุณจะเลือกอะไรครับหากต้องตกอยู่ในสภาพสถานะการณ์ตอนนี้ "ระหว่างครอบครัวกับคนรัก"
ขอบคุณที่อ่านจนจบ ขอบคุณครับ