ขอพื้นที่ระบายให้หายบ้า ไม่เขาใจความรู้สึกของคนที่ถูกรักนะว่าเขาคิดอะไรอยู่ ?

    ไม่เขาใจความรู้สึกของคนที่ถูกรักนะว่าเขาคิดอะไรอยู่ ?
    เราแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่งมาตั้งแต่มัธยม พี่เขาเป็นคนหน้าตาดี แต่เราสงสัยว่าในตอนนั้นเขาคิดอะไรอยู่ ถึงได้เขามาวุ่นวายกับเรา  ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วเราไม่ใช่คนสวยอะไรเลย หน้าตาบ้านๆ แถมดูภายนอกไม่ค่อยจะมีมนุษย์สัมพันธ์กับใครเท่าไหร่หรอก  เราเริ่มคุยกับพี่เขาตอนประมาณเราอยู่ ม.2 ส่วนพี่เขาอยู่ ม.4 แรกๆ เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่เขาเลยสักนิดเดียว ทั้งยังมองเลยผ่านแบบไม่สนใจใยดีเลยด้วยซ้ำ ในตอนนั้นกลับไม่ชอบด้วยซ้ำประมาณว่าสาวๆในโรงเรียนรุมล้อมพี่เขาเหลือเกิน ท่าทางภายนอกออกจะดูเป็นผู้ชายชอบเก็กตลอดเวลา  เชื่อเลยว่าสิ่งไหนที่เราไม่ชอบไม่อยากวุ่นวายด้วย พยายามหนีก็ยิ่งดึงดูดเข้าหากัน .. เพื่อนสนิทเราเป็นหนึ่งในสาวๆที่รุมล้อมพี่เขามันมักจะมีเรื่องราวของพี่เขามาเล่าให้เราฟังทุกๆวัน ไม่ว่าพี่เขาจะทำอะไร ที่ไหน มันก็จะตามไปเฝ้าโดยต้องพาเราติดสอยห้อยตามไปด้วยตลอด จนมันกลายเป็นความเคยชิน การที่เราได้รับรู้เรื่องราวของเขา หรือการมีเขาอยู่ในสายตาของเราตลอด ไม่รู้ว่าเริ่มเมื่อไหร่ แต่รู้แค่ว่าเราไม่สามารถละสายตาจากพี่เขาได้เลย ในช่วงหลังๆเพื่อนเราเลิกเห่อ เลิกตามติดชีวิตพี่เขา ก็เริ่มมีช่วงที่ห่างๆกันไป  จำว่า เรากับพี่เขาคุยกันครั้งแรกในห้องสมุดของโรงเรียนวันที่ต้องเตรียมการแข่งขันในงานวิชาการของโรงเรียน ส่วนพี่เขากำลังเข้าเรียนแล้วต้องทำงานเย็บปักถักร้อย เรารู้สึกเหมือนมีพี่เขามองๆ พยายามจะเข้ามาคุย แต่ก็ไม่เข้ามา  จนเราเตรียมเก็บของจะกลับพี่เขาเดินเขามานั่งด้วยเพียงแค่มาถามว่า ผ้าที่เขาปักสวยรึป่าว ไอเราก็เขินแล้วก็งงๆด้วยอะแหละ เลยพยักหน้าส่งๆไป แต่พี่เขากลับตะโกนบอกเพื่อนยิ้มดีใจ จับมือเราเว้ยยย ครั้งแรกที่ต้องมือชาย 555 เราจำคำพูดของเขาในตอนนั้นได้ดีเลย เขาบอกว่า “เดียวพี่เอาไปปักให้เสร็จก่อนแล้วเดียวพี่เอามาให้น้องนะ เขียนชื่อไว้ก่อน”แล้วคือจับมือเราไปเขียนอะแก คือฉันเขินจนหูดับกันเลยทีเดียว  คนถูกรักเขาไม่รู้เลยเหรอว่าการกระทำแบบนั้นของเขามันทำให้คนแอบรักมันคิดไปไกล (คือก็ไม่อยากคิดไปไกลเว้ย แต่ก็นะ คนมันแอบชอบเว้ย ต้องเข้าใจว่าอะไรที่คิดไปแล้วมีความสุข กูคิดหมด) หลังจากนั้นประมาณเกือบๆอาทิตย์พี่เขาก็โทรมา โทรมาคุยทุกวัน คอยเป็นห่วง คอยหวง เราจะไปไหนกับใครจะต้องบอก เพื่อนๆพี่เขาแซวเรา หรือแม้แต่เพื่อนผู้ชายที่เราสนิทด้วยมาแกล้งหรือมาคุยกับเราพี่เขาก็จะโกรธจนไม่คุยกับเรา ตอนอยู่โรงเรียนเรากับพี่เขาก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากมายหรือบ่อยเท่าไร เดินผ่านก็แค่ยิ้มให้ ยิ่งตอนที่เราอยู่กับเพื่อนเราพี่เขาจะไม่คุย หรือแม้แต่มองด้วยซ้ำ ในตอนพักกลางวันพี่เขาจะคอยเดินไปซื้อน้ำ ซื้อข้าวให้ หรือบาครั้งก็แอบเอาของมาให้จนเพื่อนๆเราสงสัยว่าเรากับพี่เขาเป็นอะไรกัน เพราะเราเองก็ไม่ได้บอกใครว่าเรากับพี่เขาคุยกันถึงจะให้บอกเราก็ไม่รู้ว่าจะต้องบอกว่าอะไร เพราะเรากับพี่เขาไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ  
    เรากับพี่เขาคุยกันมาเรื่อยๆจนช่วงที่เราจะเข้า ม.4 และพี่เขากำลังจะขึ้น ม.6 คือที่บ้านเราต้องการให้เราไปเรียนโรงเรียนอีกโรงเรียนหนึ่ง เราก็เลยเขียนส่งโควตต้าไป ไม่คิดหรอกว่าจะได้กะว่าเขียนไปเล่นๆ  แต่เผอิญว่ามันได้จริงๆ แล้วพี่เขาก็ดันรู้ก่อนที่เราจะบอก เลยโกรธไม่คุยกับเราประมาณว่าให้รู้เป็นคนสุดท้าย หลังจากวันนั้นเราโทรไปหาพี่เขาครั้งหนึ่งเขารับนะแต่ไม่พูด สักพักก็ตัดสายไป และเราก็ไม่ได้คุยกับพี่เขาอีกเลย จนกระทั่งเปิดเทอมเราสละสิทธิ์โควตต้าไปเพราะว่ามีปัญหาเอกสารอะไรสักอย่าง เราก็ยังเรียนอยู่ที่เดิม พี่เขาก็ยังอยู่ที่เดิม … เพียงแต่หลายๆอย่างมันไม่เหมือนเดิม เรากับพี่เขาไม่ได้คุยกันอีกเกือบๆ 2 เดือน ไม่เจอ ไม่โทรมาหา ไม่มีข้อความ วันไหนที่บังเอิญเจอก็จะมองผ่าน ไม่ยิ้ม ไม่สบตา ในตอนนั้นเราบอกไม่ถูกเลยว่ารู้สึกยังไง  มันสับสนไปหมด  อยากจะถามแต่เราก็ไม่กล้าพอ  เรากลัวจะทำให้พี่เขารำคาญ  เราเลยเลือกที่จะถอยออกมา พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ลืม พาตังเองไปในที่ใหม่ๆ ในช่วงยุคที่เฟสบุ๊ค เริ่มกระจายเป็นวงกว้างพี่เขาแอดเฟสบุ๊คมาหาเรา ทักมาหาเรา เพื่อมาบอกคิดถึง กลับมาทำทุกๆอย่างแบบเดิมเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น คืออะไรหายไป 2 เดือน กลับมาบอกว่าคิดถึง แล้วตลอดเวลาที่เราพยายามจะลืม แค่เขากลับมาความพยายามที่ผ่านมาของเราก็ไม่มีความหมายอะไรเลย
    ความสุข มักจะอยู่กับเราได้มันนาน จริงๆนะ เราได้ยินเพื่อนพี่เขาพูดถึงคนที่พี่เขาแอบชอบ คนในโทรศัพท์ รู้ไหม เราไม่เคยสติหลุดแบบนั้นมาก่อนเลย มันเคว้งไปหมด เหมือนโดนเทกลางอากาศ เราพยายามปลอบตัวเองทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น มีอยู่ครั้งหนึ่งเราบังเอิญเห็นภาพหน้าจอโทรศัพท์ของพี่เขาเป็นภาพถ่ายข้างหลังผู้หญิงคนหนึ่ง และเรามั่นใจมากว่าผู้หญิงในภาพเป็นเราเพราะมันเป็นเสื้อตัวที่พี่เขาซื้อให้เรา มันเป็นความรู้สึกใจชื่นขึ้นมาบ้าง แต่ก็นะใจชื่นได้ไม่ถึงวันก็พาคนมาแนะนำให้รู้จัก 555
บอกกับใครต่อใครว่าเราเป็น “น้อง”เขา และบอกกับเราว่าผู้หญิงคนนั้น คือ “แฟน”เขา อึ้งไหมละง คือตกลงกูเป็นตัวอะไรกันแน่ ที่ทำทุกอย่างให้นี่คือไม่ได้รู้สึกอะไรเลยใช่ไหม หลังจากนั้นเราก็ดราม่าหนักจนคนรอบข้างเริ่มสงสัยคือปกติเราไม่เคยเป็นแบบนั้น เราตัดสินใจเด็ดขาดเลิกยุ่งเลิกติดต่อทุกทางเราถอยห่างออกมาจนเราเชื่อว่าเราไม่สามารถย้อนกลับไปอีกแน่แล้ว แต่วันที่เราตัดสินใจแบบนั้นก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่พี่เขารั้งเราไว้โดยที่ตัวเขาเองอาจไม่ตั้งใจ เขาเดินเข้ามาขอกอดเราในวันที่เลี้ยงส่ง เขาร้องไห้ เขาฝากให้น้องชายเขาดูแลเรา เขาบอกให้เราดูแลตัวเองดีๆ เขาบอกว่าเขาเป็นห่วงเรา เขาบอกให้เรารีบตามเขาไป เขาจะรู้บ้างไหมนะ? คำพูดและการกระทำของเขามันติดอยู่ในใจเราจนเราไม่สามารถที่จะลืมมันไปได้เลย
    ล่าสุดที่เรากับเขาเจอกันคือเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว เขาถามเราแค่ว่าทำไมไม่ตามเขาไป อยากจะไปใจจะขาด เพียงแต่เราต้องเข้มแข็ง เรายอมแล้วเราถอยออกมาเอง ไม่ต้องบอกว่าพี่กับเขารักกันมากเท่าไร เขาทำพี่เสียใจมากแค่ไหน น้องไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว น้องปล่อยพี่แล้ว ได้โปรดปล่อยน้องไปเถอะนะ เพราะพี่ก็น่าจะรู้ว่าน้องรู้สึกยังไง พี่ไม่ตอบรับความรู้สึกน้องไม่เป็นไรเลยน้องไม่เคยโกรธอะไรเลย แต่หลังจากนี้ขอให้เราเป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องกันจริงๆสักทีเถอะนะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่