สวัสดีเพื่อนๆทุกคนครับ วันนี้ MC มาริโอ้ทำหน้าที่อีก 1 วัน FC ของ MC ฮารุ รอไปก่อนเพราะช่วงนี้ติดงานแถมงานหนักมาก เอาใจช่วย MC ฮารุให้เร่งงานให้เสร็จแล้วรีบกลับมาทักทายเพื่อนๆครับผม
เรามาว่าเรื่อง พรบ. เก็บค่าน้ำสาธารณะกันอีกสักวัน ห้องเพลงเคยนำเสนอเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อประมาณช่วงต้นเดือนที่แล้ว
https://pantip.com/topic/36853008
หลังจากที่มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรนํ้า ฉบับใหม่ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. พิจารณา ซึ่งขณะนี้อยู่ในวาระ 2 ของการพิจารณากฎหมาย หากมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย หนึ่งในนั้นมีหลักการที่ระบุว่าใครใช้น้ำสาธารณะต้องรับภาระค่าใช้จ่าย
นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า ร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำฉบับใหม่ จะทำให้ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงน้ำสาธารณะ ที่หมายถึง แม่น้ำ ลำคลอง บึง แหล่งน้ำใต้ดิน ทะเลสาบ และแหล่งน้ำตามธรรมชาติอื่นๆ ทั้งที่รัฐจัดสร้างหรือพัฒนาขึ้น เพื่อให้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน อย่างเท่าเทียมกัน
จึงมีการแบ่งกลุ่มผู้ใช้น้ำออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่ 1 ใช้น้ำเพื่อการดำรงชีพ ซึ่งหมายถึงประชาชนทั่วไป ไม่ต้องเสียค่าใช้น้ำ
กลุ่มที่ 2 การใช้น้ำเพื่อประกอบธุรกิจการเกษตร เลี้ยงสัตว์ เพื่อการพาณิชย์ เสียค่าน้ำอัตราลูกบาศก์เมตรละไม่เกิน 50 สตางค์ การอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปาหรือกิจการอื่น เก็บค่าน้ำในอัตราลูกบาศก์เมตรละ 1-3 บาท
กลุ่มที่ 3 สำหรับกิจการขนาดใหญ่ ได้แก่ สนามกอล์ฟ โรงไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจขายน้ำดิบเชิงพาณิชย์ จะเก็บค่าน้ำอัตราลูกบาศก์เมตรละ 3 บาท
โดยมีคณะกรรมการลุ่มแม่น้ำ 25 ลุ่มน้ำ กำหนดการจัดสรรน้ำโควตาแต่ละกลุ่มประเภทผู้ใช้น้ำ และอัตราจัดเก็บภายใน ลุ่มน้ำของตนเอง ภายใต้เพดานค่าจัดเก็บตามที่กำหนด
ล่าสุด เลขาฯกฤษฎีกา ชี้ ภาษีน้ำ เพียงกำหนดกรอบ หนุนประชาพิจารณ์ให้เกิดความชัดเจน
นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เผย ภาษีน้ำ ยังไม่กำหนดอะไรแน่ชัด เพียงการกำหนดกรอบ หนุนประชาพิจารณ์เพื่อเคลียร์ให้เกิดความชัดเจน
วันนี้ (3ต.ค.) เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 3 ก.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงข้อวิตกกังวลการเก็บภาษีน้ำ ตามร่างพ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำว่า ขณะนี้ดูตามร่างยังไม่มีการกำหนดอะไรที่ชัดเจน ปัจจุบันยังเป็นเพียงการกำหนดกรอบเท่านั้น เนื่องจากมีการแยกเกษตรกรรายย่อยและเกษตรกรรายใหญ่ การกำหนดอัตราก็ยังไม่ได้เขียนอะไรทั้งสิ้น ต้องไปกำหนดรายละเอียดอีก โดยผู้รับผิดชอบต้องเสนอมายังกรรมาธิการในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา และหลังจากนี้จะต้องไปออกเป็นกฎกระทรวง
เมื่อถามว่า มีความจำเป็นต้องทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นประชาชนหรือไม่ นายดิสทัต ตอบว่า รู้สึกทางกรรมาธิการต้องการให้ทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นประชาชน ทั้งนี้แม้มาตรา 77 ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่ได้บังคับว่าการทำกฎกระทรวงต้องทำประชาพิจารณ์ แต่กรณีนี้ถ้าจะทำเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเคลียร์ก็เป็นเรื่องดี และวิเคราะห์ผลกระทบด้วย โดยส่วนของกฎกระทรวงต้องทำเรื่องเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา
ขอบคุณข่าวจ่ากผู้จัดการออนไลน์
https://mgronline.com/politics/detail/9600000101001
MC แสดงความยินดีล่วงหน้ากับเกษตรกร ภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาการใช้น้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติด้วย ในที่สุดก็ต้องแขวน พรบ. กับเรื่องการมาเก็บค่าน้ำไว้ก่อน และเป็นการหาทางออกของ พรบ. เห็นด้วยกับการทำประชาพิจารณ์เพื่อสอบถามผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และเป็นทางลงที่ไม่ถือว่าเสียอะไรสำหรับผู้ที่พยายามผลักดัน พรบ. นี้ตั้งแต่ต้น พอจะคาดเดาได้ว่าผลการทำประชาพิจารณ์มีแนวโน้มจะออกมาเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการไปถามกลุ่มอาชีพที่ต้องพึ่งพาแหล่งน้ำสาธารณะโดยตรง ทั้งๆที่ประเทศนี้มีกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในแหล่งน้ำในพื้นที่ ที่ต้องทำหน้าที่จัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อการใช้น้ำของประชาชนอยู่แล้ว
ฝากไว้เป็นข้อคิดสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ว่า ก่อนที่เราจะมองไปถึงการเก็บค่าน้ำจากการใช้น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะ อย่าพึ่งมองข้ามขั้นตอนไปถึงเรื่องเงินก่อนโดยเอาเรื่องจัดสรรทรัพยากรมาอ้างอิง MC เองอยากให้มองถึงการบริหารจัดการน้ำที่ดีให้ได้ก่อนเป็นลำดับแรก อย่าให้ใครมาดูถูกเอาได้ว่าประเทศไทยบริหารเป็นอยู่ 2 อย่างคือทำให้น้ำแล้งกับน้ำท่วม แต่ทำให้น้ำพอดีไม่เป็น
เรื่องบริหารจัดการน้ำที่ดีคือการแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดที่สุด ซึ่งประเทศเรานั้นเดิมทีมีต้นทุนทางทรัพยากรน้ำสูงกว่าหลายๆประเทศ หากเรามีการบริหารจัดการน้ำที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ปัญหาภัยแล้งก็จะไม่เกิด ประชาชนโดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมก็จะไม่เดือดร้อน
นี่คือภาพแสดงดัชนีความมั่นคงด้านน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำ ที่จริงแล้วประเทศเรานับว่าโชคดีที่มีน้ำจืดอุปโภคบริโภคมากกว่าประเทศอื่นๆ แต่พอดูดัชนีแล้วจะเห็นว่า ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์รวมถึงสิงคโปร์ ทั้งๆ ที่ประเทศเขาขาดแคลนน้ำจืด แต่ทำไมดัชนีความมั่นคงน้ำถึงสูง นั่นก็เพราะเขามีการจัดการที่ดี ในขณะที่เราเองกลับอยู่เกาะกลุ่มกับอินเดีย ฟิลิปปินส์ บังคลาเทศ ซึ่งรู้กันอยู่ว่าประเทศเหล่านี้มีปัญหาขาดแคลนน้ำมากกว่าเรา (บังคลาเทศอาจมีน้ำท่วมบ่อยๆ แต่ไม่ได้หมายถึงมีน้ำใช้เพียงพอในการอุปโภคบริโภค)


ห้องเพลงคนรากหญ้าเปิดขึ้นมามีวัตถุประสงค์ เพื่อ
1. มีพื้นที่ให้เพื่อนๆ ได้มาพบปะ พูดคุยระหว่างกัน ในภาวะที่ต้องระมัดระวังการโพสการเมืองอย่างเคร่งครัด
2. เป็นพื้นที่ พักผ่อน ลดความเครียดทางการเมือง ให้เพื่อนๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
3. สร้างมิตรภาพและความปรองดอง ซึ่งเราหวังให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ แม้นคิดต่างกัน แต่เมื่อคุยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
กระทู้ห้องเพลงเป็นกระทู้เปิด มิได้ปิดกั้นผู้หนึ่งผู้ใด "ขอให้มาดี เราคือเพื่อนกัน" ซึ่งก็เหมือนกับกระทู้ทั่วไป ที่เราไม่จำเป็นต้องทราบว่า User ท่านไหนเป็นใครมาจากไหน ...ดังนั้น หากมีบุคคลใดที่มีการโพสสิ่งผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีของสังคมนั้น หรือสิ่งรบกวนใดๆ ในบอร์ด เป็นเรื่องส่วนบุคคล ทางห้องเพลงจึงขอแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
ไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็ต้องหากินกันทั้งนั้นและมีความสำคัญเหมือนกันหมด เราเคยมีแนวคิดที่จะอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์อย่างสันติและไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน แต่ในทางกลับกัน มนุษย์กับมนุษย์ต้องหลีกเลี่ยงการเบียดเบียนซึ่งกันและกันเพื่อที่จะอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับคนอย่างสันติด้วยครับผม
ชีวิตสัมพันธ์ - รวมศิลปิน [อีสานเขียว]

ห้องเพลง *คนรากหญ้า* พักยกการเมือง มุมเสียงเพลงมุมนี้ไม่มีสีไม่มีกลุ่มมีแต่เสียง 4/10/2017 "แขวน พ.ร.บ.เก็บเงินค่าน้ำ"
เรามาว่าเรื่อง พรบ. เก็บค่าน้ำสาธารณะกันอีกสักวัน ห้องเพลงเคยนำเสนอเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อประมาณช่วงต้นเดือนที่แล้ว
https://pantip.com/topic/36853008
หลังจากที่มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรนํ้า ฉบับใหม่ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. พิจารณา ซึ่งขณะนี้อยู่ในวาระ 2 ของการพิจารณากฎหมาย หากมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย หนึ่งในนั้นมีหลักการที่ระบุว่าใครใช้น้ำสาธารณะต้องรับภาระค่าใช้จ่าย
นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เปิดเผยว่า ร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำฉบับใหม่ จะทำให้ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงน้ำสาธารณะ ที่หมายถึง แม่น้ำ ลำคลอง บึง แหล่งน้ำใต้ดิน ทะเลสาบ และแหล่งน้ำตามธรรมชาติอื่นๆ ทั้งที่รัฐจัดสร้างหรือพัฒนาขึ้น เพื่อให้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน อย่างเท่าเทียมกัน
จึงมีการแบ่งกลุ่มผู้ใช้น้ำออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มที่ 1 ใช้น้ำเพื่อการดำรงชีพ ซึ่งหมายถึงประชาชนทั่วไป ไม่ต้องเสียค่าใช้น้ำ
กลุ่มที่ 2 การใช้น้ำเพื่อประกอบธุรกิจการเกษตร เลี้ยงสัตว์ เพื่อการพาณิชย์ เสียค่าน้ำอัตราลูกบาศก์เมตรละไม่เกิน 50 สตางค์ การอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปาหรือกิจการอื่น เก็บค่าน้ำในอัตราลูกบาศก์เมตรละ 1-3 บาท
กลุ่มที่ 3 สำหรับกิจการขนาดใหญ่ ได้แก่ สนามกอล์ฟ โรงไฟฟ้า นิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจขายน้ำดิบเชิงพาณิชย์ จะเก็บค่าน้ำอัตราลูกบาศก์เมตรละ 3 บาท
โดยมีคณะกรรมการลุ่มแม่น้ำ 25 ลุ่มน้ำ กำหนดการจัดสรรน้ำโควตาแต่ละกลุ่มประเภทผู้ใช้น้ำ และอัตราจัดเก็บภายใน ลุ่มน้ำของตนเอง ภายใต้เพดานค่าจัดเก็บตามที่กำหนด
ล่าสุด เลขาฯกฤษฎีกา ชี้ ภาษีน้ำ เพียงกำหนดกรอบ หนุนประชาพิจารณ์ให้เกิดความชัดเจน
นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เผย ภาษีน้ำ ยังไม่กำหนดอะไรแน่ชัด เพียงการกำหนดกรอบ หนุนประชาพิจารณ์เพื่อเคลียร์ให้เกิดความชัดเจน
วันนี้ (3ต.ค.) เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 3 ก.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงข้อวิตกกังวลการเก็บภาษีน้ำ ตามร่างพ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำว่า ขณะนี้ดูตามร่างยังไม่มีการกำหนดอะไรที่ชัดเจน ปัจจุบันยังเป็นเพียงการกำหนดกรอบเท่านั้น เนื่องจากมีการแยกเกษตรกรรายย่อยและเกษตรกรรายใหญ่ การกำหนดอัตราก็ยังไม่ได้เขียนอะไรทั้งสิ้น ต้องไปกำหนดรายละเอียดอีก โดยผู้รับผิดชอบต้องเสนอมายังกรรมาธิการในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณา และหลังจากนี้จะต้องไปออกเป็นกฎกระทรวง
เมื่อถามว่า มีความจำเป็นต้องทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นประชาชนหรือไม่ นายดิสทัต ตอบว่า รู้สึกทางกรรมาธิการต้องการให้ทำประชาพิจารณ์สอบถามความคิดเห็นประชาชน ทั้งนี้แม้มาตรา 77 ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่ได้บังคับว่าการทำกฎกระทรวงต้องทำประชาพิจารณ์ แต่กรณีนี้ถ้าจะทำเพื่อให้เกิดความชัดเจนและเคลียร์ก็เป็นเรื่องดี และวิเคราะห์ผลกระทบด้วย โดยส่วนของกฎกระทรวงต้องทำเรื่องเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา
ขอบคุณข่าวจ่ากผู้จัดการออนไลน์ https://mgronline.com/politics/detail/9600000101001
MC แสดงความยินดีล่วงหน้ากับเกษตรกร ภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาการใช้น้ำจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติด้วย ในที่สุดก็ต้องแขวน พรบ. กับเรื่องการมาเก็บค่าน้ำไว้ก่อน และเป็นการหาทางออกของ พรบ. เห็นด้วยกับการทำประชาพิจารณ์เพื่อสอบถามผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และเป็นทางลงที่ไม่ถือว่าเสียอะไรสำหรับผู้ที่พยายามผลักดัน พรบ. นี้ตั้งแต่ต้น พอจะคาดเดาได้ว่าผลการทำประชาพิจารณ์มีแนวโน้มจะออกมาเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการไปถามกลุ่มอาชีพที่ต้องพึ่งพาแหล่งน้ำสาธารณะโดยตรง ทั้งๆที่ประเทศนี้มีกรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร
หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในแหล่งน้ำในพื้นที่ ที่ต้องทำหน้าที่จัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อการใช้น้ำของประชาชนอยู่แล้ว
ฝากไว้เป็นข้อคิดสำหรับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ว่า ก่อนที่เราจะมองไปถึงการเก็บค่าน้ำจากการใช้น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะ อย่าพึ่งมองข้ามขั้นตอนไปถึงเรื่องเงินก่อนโดยเอาเรื่องจัดสรรทรัพยากรมาอ้างอิง MC เองอยากให้มองถึงการบริหารจัดการน้ำที่ดีให้ได้ก่อนเป็นลำดับแรก อย่าให้ใครมาดูถูกเอาได้ว่าประเทศไทยบริหารเป็นอยู่ 2 อย่างคือทำให้น้ำแล้งกับน้ำท่วม แต่ทำให้น้ำพอดีไม่เป็น
เรื่องบริหารจัดการน้ำที่ดีคือการแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดที่สุด ซึ่งประเทศเรานั้นเดิมทีมีต้นทุนทางทรัพยากรน้ำสูงกว่าหลายๆประเทศ หากเรามีการบริหารจัดการน้ำที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ปัญหาภัยแล้งก็จะไม่เกิด ประชาชนโดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมก็จะไม่เดือดร้อน
นี่คือภาพแสดงดัชนีความมั่นคงด้านน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำ ที่จริงแล้วประเทศเรานับว่าโชคดีที่มีน้ำจืดอุปโภคบริโภคมากกว่าประเทศอื่นๆ แต่พอดูดัชนีแล้วจะเห็นว่า ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์รวมถึงสิงคโปร์ ทั้งๆ ที่ประเทศเขาขาดแคลนน้ำจืด แต่ทำไมดัชนีความมั่นคงน้ำถึงสูง นั่นก็เพราะเขามีการจัดการที่ดี ในขณะที่เราเองกลับอยู่เกาะกลุ่มกับอินเดีย ฟิลิปปินส์ บังคลาเทศ ซึ่งรู้กันอยู่ว่าประเทศเหล่านี้มีปัญหาขาดแคลนน้ำมากกว่าเรา (บังคลาเทศอาจมีน้ำท่วมบ่อยๆ แต่ไม่ได้หมายถึงมีน้ำใช้เพียงพอในการอุปโภคบริโภค)
ห้องเพลงคนรากหญ้าเปิดขึ้นมามีวัตถุประสงค์ เพื่อ
1. มีพื้นที่ให้เพื่อนๆ ได้มาพบปะ พูดคุยระหว่างกัน ในภาวะที่ต้องระมัดระวังการโพสการเมืองอย่างเคร่งครัด
2. เป็นพื้นที่ พักผ่อน ลดความเครียดทางการเมือง ให้เพื่อนๆ มีกิจกรรมสนุกๆ ร่วมกัน
3. สร้างมิตรภาพและความปรองดอง ซึ่งเราหวังให้สังคมไทยเป็นเช่นนี้ แม้นคิดต่างกัน แต่เมื่อคุยกันแล้วก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
กระทู้ห้องเพลงเป็นกระทู้เปิด มิได้ปิดกั้นผู้หนึ่งผู้ใด "ขอให้มาดี เราคือเพื่อนกัน" ซึ่งก็เหมือนกับกระทู้ทั่วไป ที่เราไม่จำเป็นต้องทราบว่า User ท่านไหนเป็นใครมาจากไหน ...ดังนั้น หากมีบุคคลใดที่มีการโพสสิ่งผิดกฎหมายและศีลธรรมอันดีของสังคมนั้น หรือสิ่งรบกวนใดๆ ในบอร์ด เป็นเรื่องส่วนบุคคล ทางห้องเพลงจึงขอแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งสิ้น
ไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็ต้องหากินกันทั้งนั้นและมีความสำคัญเหมือนกันหมด เราเคยมีแนวคิดที่จะอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์อย่างสันติและไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน แต่ในทางกลับกัน มนุษย์กับมนุษย์ต้องหลีกเลี่ยงการเบียดเบียนซึ่งกันและกันเพื่อที่จะอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับคนอย่างสันติด้วยครับผม