มีใครเคยคิดอยากหนีออกจากบ้าน ไปอยู่คนเดียวไหมคะ

ที่บ้านเราปัญหาเยอะจังค่ะ
เราตามแก้ให้ไม่ไหว พออ้างกับแม่ ท่านก็ไม่ยอมฟัง
ท่านป่วยค่ะ หัวใจท่านไม่ค่อยดี ทำบายพาส บอลลูน มาทุกอย่างแล้วค่ะ ตัดขาเพราะเดินไม่ได้อีก
พอเราอ้างว่า เราไม่ไหว แม่ก็จะบ่นทันที ว่าเราไม่ตามใจท่าน อยากให้ท่านตายเหรอ
พี่ชายเราชอบสร้างปัญหาค่ะ ติดยา งานการไม่ทำ ให้ดูบ้านเช่า เก็บค่าเช่าใช้ แต่ก็ไม่เคยพอ
สร้างแต่ปัญหา ก่อหนี้ ยืมสิน เราก็ต้องตามไปใช้หนี้ให้
มาขอแม่ ตะหวาดแม่ แม่ก็หัวใจไม่ค่อยดี พาลแย่ลงไปเรื่อย เราก็ต้องตามใจแม่
ล่าสุดพี่ไปทำอะไรไม่รู้ โทรมาโวยวายขอเงินแม่ เราทำงานอยู่ไซท์ลูกค้าที่ชลบุรี
(เรามีงานประจำค่ะ และช่วงเย็นจะรับ part time ด้วย เพราะต้องหาเงินให้ได้เยอะที่สุด)
ต้องรีบโอนเงิน แล้วรีบขับรถมาหาแม่ที่โรงพยาบาล  
(เราเลี้ยงเด็กคนนึงค่ะ ส่งเค้าเรียนหนังสือ แล้วก็อยู่เป็นเพื่อนแม่ตอนเราไปทำงาน เพราะลองคิดรายจ่ายแล้ว ถูกกว่าจ้างแม่บ้านค่ะ)
ตั้งแต่โอนเงินก้อนนั้นไปให้พี่ ตลอดทั้งเดือน เราทานข้าวแค่ตอนไปไซท์ค่ะ เพราะเราเบิกได้
(เราทำงานคอนซัลท์ค่ะ เวลาไปไซท์จะเบิกค่าข้าวได้ แต่ถ้าอยู่ office ก็หากินเองค่ะ)
นอกนั้นเราก็ทานแต่ไข่ต้มค่ะ ประหยัดมาก เพราะกลัวไม่มีเงินพาแม่ไปหาหมอ  
(แม่ต้องไปหาหมอประมาณเดือนละ2ครั้งค่ะ ค่าหมอค่ายาไม่ต้องจ่ายค่ะ แต่ค่าแท้กซี่ไปกลับนี่สิ ครั้งละประมาณพันบาท
แต่บางทีมันมีอะไรฉุกเฉินค่ะ แม่ก็กลัว เราก็กลัว เลยต้องพาแม่เข้าเอกชนใกล้บ้าน แล้วค่อยให้เค้าไปส่ง รพ รัฐค่ะ)

ลุงป่วย ลูกเมียลุงทิ้งไป แม่ก็มาให้เราช่วยค่าดูแลรักษา ลุงเป็นโรคไตค่ะ ฟอกไตวันเว้นวันแล้วค่ะ
เราบอกแม่ว่าไม่ไหว ให้ลุงใช้สิทธิ์ 30 บาท ล้างท้องไปได้ไหม เรื่องค่าคนดูแลเดือนละ 20000 บาท เราจะจัดการให้ได้
แม่ก็ไม่ยอมค่ะ ว่าเราอกตัญญูบ้าง เพราะลุงเคยช่วยเหลือตอนแม่ลำบากค่ะ (ตอนนี้เราก็ลำบากค่ะ)
จากเคยคุยไว้ว่าเดือนละสองหมื่น กลายเป็นเดือนละห้าหมื่น เป็นแบบนี้ 5 เดือนแล้วค่ะ
เงินเก็บเราก็จะหมดแล้ว คอนโดเรา ก็ต้องขาย สมบัติอะไรที่เราเคยสะสมไว้ ก็ต้องขายไปหมด
จากที่เราเคยใช้เงินคนเดียว (ส่งให้แม่ทุกเดือนนะคะ ตั้งแต่ทำงาน) อยากกินอะไรก็ได้กิน
อยากได้เสื้อผ้าใหม่ๆก็ซื้อได้ แต่ตอนนี้ ชุดชั้นใน ยังซักไม่ทันเลยค่ะ เพราะมีน้อยเหลือเกิน ไม่กล้าซื้อใหม่
ทุกคนที่ทำงานด้วยกันเค้าเข้าใจเรา พยายามหางานมาป้อนให้ เห็นว่าเราต้องการเงิน ภาระเราเยอะ

เราเคยพูดเรื่องนี้กับแม่ค่ะ เคยถามแม่ว่าไม่ห่วงเราเหรอ
แม่โกรธมาก ถีบรถเข็นมาชนเรา ปาข้าวของใส่เรา และไล่เราออกจากบ้าน
(บ้านนี้เป็นของเราค่ะ ชื่อเรา เราผ่อนเอง)
เราต้องไปนั่งที่ร้านที่เปิด 24 ชม จนเช้าแล้วค่อยแอบกลับเข้าบ้านค่ะ

เราเคยบอกตัวเองว่า เงินเดือนเรา เราขอใช้สักเดือนละหมื่น
ขอให้เรามีเงินเติมน้ำมันรถไปทำงาน ไม่อยากแบกสมบัติขึ้นรถเมล์
อยากมีเงินกินข้าวง่ายๆ ข้างทางสักวันละสองมื้อ
เสื้อผ้าของใช้ก็ขอให้มีใหม่บ้าง ไม่เอาของแพง
แต่ตอนนี้ บางเดือนเหลือใช้ส่วนตัวแค่วันละ 30 บาทค่ะ
ประทังชีวิตด้วยไข่ต้ม ที่ห่อมาจากบ้าน

ตอนนี้เราเหนื่อยจังเลยค่ะ ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว
เราเลี้ยงแม่ไหว แต่เรากำลังจะรับภาระของแม่ไม่ไหว
อยากออกจากบ้าน ไปอยู่คนเดียว แล้วส่งเงินให้แม่ใช้เหมือนเดิม
แต่ก็ไม่กล้า ห่วงแม่ กลัวท่านเป็นอะไร แล้วเราจะเสียใจไปตลอดชีวิต ที่ดูแลท่านไม่ดี
แม่เลี้ยงเราดีมากค่ะ เราได้เรียนโรงเรียนดีดี มีสังคมดีดี เพราะแม่คนนี้เลย
พ่อเราเสียตั้งแต่เล็กๆ แม่ก็ไม่มีคนใหม่ เพราะเห็นแก่ลูก
เราเลยตั้งใจว่าถ้าทำงานจะดูแลแม่ให้ดี
แต่ความจริง .... นอกจากเราจะต้องดูแลแม่แล้ว เราต้องดูแลภาระของแม่ด้วย

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่