สวัสดีค่ะ ก่อนหน้านี้ที่จะขอวีซ่าอเมริกา ก็ไล่อ่านพันทิปหาข้อมูลอยู่พักนึง พร้อมกับความหลอนว่าขอวีซ่าเข้าอเมริกามันต้องยากมากแน่ๆเลย หลักฐานต้องแน่น ต้องมีการงานมั่นคง
แถมบางคนยังขู่ว่าต้องกับไปขอที่ไทยอีก
วันนี้จะมาแชร์ประสพการณ์ขอวีซ่า B2 ในเมลเบิร์นนะคะ
แต่ต้องขอเล่าก่อนว่า เราเป็นเพศ ญ อายุ 26 ปี
ถือวีซ่านักเรียนอยู่ที่ออสเตรเลียตั้งแต่ 2013-2020 ในสถาบันที่น่าเชื่อถือ และเกรดเฉลี่ยค่อนข้างโอเค
ซึ่งในตอนนั้นก็คิดว่ามันคงจะช่วยเราได้บ้าง (แต่เค้าก็ไม่ได้ขอดูทราสคริปอยู่ดี)
แต่ด้วยอายุและเพศ ดูเหมือนอาจจะยากหน่อย
ตามสูตรที่อ่านพันทิปมา
และเรามีญาติถึงสองคนถือกรีดการ์ดอเมริกา
ก็คือแม่และน้องชายแท้ๆ
ซึ่งอ่านในพันทิปเค้าบอกว่าตรงนี้จะทำให้ทางนั้นคิดว่าเราจะโดดวีซ่าไปอยู่กับครอบครัว
แต่เรากรอกข้อมูลใน DS-160 ตามจริงทุกอย่างนะคะ เพราะเราคิดว่ายังไงเค้าก็เช็คได้อยู่ดี
- ไม่มีแพลนเที่ยว
- กรอกว่ากำลังศึกษา และ unemployed เพราะไม่อยากไปรบกวนที่ทำงานเรื่องใบลาและอื่นๆ
อีกอย่างเราอยูานี่ด้วยวีซ่านักเรียน แต่ก็ทำงานเสียภาษี
- บอกว่าแม่และน้องอยู่ที่นั่น และจะไปพักกับแม่ด้วย แถมกรอกที่อยู่ใน US “ผิดหมดเลย” Las Vegas, Nervada ไปกรอกว่า New York เฉ้ยยยย
- ไปสองอาทิตย์ค่ะช่วง june 2018
- สถานะความสัมพันธ์ civil relationship เพราะเราจดทะเบียนความสัมพันธ์(ไม่ใช่ทะเบียนสมรส) กับ partner เราที่ออสเตรเลีย
เอกสารที่เตรียมไปก็เหมือนคนอื่นๆนะคะ
ทุกอย่างที่มี ใบรับรองสถานะภาพการศึกษา
ใบเกรด payslip แต่แทบไม่มีเอกสารอะไรเกี่ยวกับที่ไทยเลย เนื่องจากไปแปลไม่ทัน
สมุดบัญชีไทย (6xx,xxx) แบงค์สเตทเม้นที่นี่ (แทบไม่มีเงิน แต่เงินหมุนนะคะ 😅) ทุกสิ่งอย่างที่หาได้ ใบเสร็จอู่ซ่อมรถยังเอาไป ฯลฯ
ซึ่งหลังจากกรอกแบบฟอร์ม DS-160 เรียบร้อย
นัดวันสัมภาษณ์ จ่ายเงิน $260 AUD
ทุกอย่างออนไลน์ค่ะ ถ่ายรูปเองไม่ได้ตัดต่อ ปรับแสงนิดหน่อยให้ไม่น่าเกลียดมาก
นัดไว้ 9 โมงเช้า ไปต่อคิวถึงที่ตึกประมาณ 9 โมง ก็มีคนรออยู่ก่อนแล้ว ขั้นตอนก็คล้ายๆที่ไทยค่ะ
ทางการ์ดก็เรียกเข้าไปฝากกระเป๋าทีละสามคน และเช็คใบจ่ายเงิน แล้วก็ทยอยๆกันเข้าไปค่ะ
ต่อแถวที่ 1 มีการเช็คพาสปอร์ต (อย่างเดียว) และสแกนลายนิ้มือ จนทดูเป็นคนอินเดีย เฟรนลี่มากๆ บอกว่า your country is our second home. Me and my woft go there ever year บลาๆๆๆ
เราก็ได้แต่พยักหน้า แทบไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็ยิ้มๆ
เค้าก็นิดหน่อยว่าไปเที่ยวอย่างเดียวเหรอ เราก็เซย์เยส...
เสร็จแล้วไปต่อแถว 2 รอสัมภาษณ์เลยค่ะ
พอถึงคิวสัมภาษณ์ ทางเจ้าหน้าที่ขอไปแค่พาสปอร์ตอย่างเดียว และก็มาถึงช่วงตอบคำถามชิงรางวัลค่าาา
(จขกท แต่งตัวปรกติเหมือนในชีวิตประจำวันเลยค่ะ กางเกงยีนเอวสูงสีดำ เสื้อknitแขนยาวสีเข้ม makeup no makeup เป็นการบังหน้านิดหน่อยค่ะ 55)
จนท - ทักทายตามปรกติค่ะ
จขก - ทักทาย และมีเอ๋อไปสองวิ มองซ้ายมองขวา ว่าเข้ามาถูกช่องมั้ย เพราะว่ามันเป็นแค่ช่องเล็กๆ มีประจกกั้น และยืนสัมภาษณ์
จนท - แสกนนิ้วมือข้างซ้ายเลยครับ (จขก แสกนนิ้ว)
จนท - อยู่ออสเตรเลียมากี่ปี
จขก - สี่ปีครึ่งค่ะ
จนท - ทำอะไรที่นี่
จขก - เรียนค่ะ (ไม่ได้พูดถึงเรื่องงานเลยค่ะ)
จนท - เรียนอะไร
จขก - (ก็ตอบไปสั้นๆ ไม่ได้บอกว่าเรียนระดับไหน)
จนท - เรียนที่ไหน
จขก - (ตอบชื่อสถาบัน)
จนท - ใครออกค่าเรียนให้
จขก - แม่ค่ะ
จนท - แม่ทำงานอะไร
จขก - แม่เป็นเรสซิเด้น ตอนนี้อยู่เวกัสค่ะ ตอนอยุ่ไทยทำ property investment (ขายบ้านมือสอง) คงจะทำเหมือนกันที่อเมริกา
จนท - ทำไมถึงมาเรียนที่ออสเตรเลีย ทำไมไม่เรียนที่ไทย
จขก - นิ่งไปเสี้ยววิ แล้วบอกว่ามหาลัยที่เรียนดังด้านที่กำลังศึกษาค่ะ (ไม่ได้คิดเลยว่าจะโดนคำถามนี้)
— เข้าสู่ภาวะเงียบ มีแต่เสียงพิมพ์ก๊อกแก๊กๆ —
จนท - เก็บพาสปอร์ตไป แล้วบอกว่า you’ll receive your visa within 10 days (หน้านิ่งๆ)
ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็วมากกกก ไม่ถึงห้านาทีจริงๆ ค่ะจนท พูดเร็วมาก เหมือนรีบ
พอถามเร็ว เราก็ตอบเร็ว นึกออกมั้ยคะ เหมือนแบบ รีบถามรีบตอบรีบไป 555
แล้วก็กลับบ้านแบบงงๆ ว่าไม่ขอดูเอกสารอะไรเลยทั้งสิ้น ทุกขั้นตอนใช้พาสปอร์ตเล่มเดียวจริงๆ
และจขกทเคยไปแค่จีนปีที่แล้วค่ะ กับยุโรปตอนอายุ 10 ขวบ
อยากจะมาเล่าให้ฟังว่ามันง่ายมากแบบไม่น่าเชื่อ
เคยคุยกับนักเรียนอีกคนที่เคยขอเหมือนกัน
ก็บอกเหมือนกันว่าจนทไม่ขอเอกสารอะไรเลย
(เคสนั้นไม่มีญาติ ไม่มีแพลนเที่ยวเหมือนกันค่ะ)
เผื่อมีนักเรียนออสเตรเลียคนไหนสนใจอยากขอเก็บไว้นะคะ เผื่อจะได้วียาวๆ เอาไว้เวลาตั๋วถูกจะได้ไปเที่ยวง่ายๆ
(แอบบอกว่าตอนไป เห็นนักเรียนเอเชียมาขอกันเยอะเลยค่ะ บางทีมากันเป็นกลุ่มก็เข้ากันไปไม่นาน)
หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ
แชร์ประสพการณ์ขอวีซ่า B2 ที่ออสเตรเลียค่ะ
แถมบางคนยังขู่ว่าต้องกับไปขอที่ไทยอีก
วันนี้จะมาแชร์ประสพการณ์ขอวีซ่า B2 ในเมลเบิร์นนะคะ
แต่ต้องขอเล่าก่อนว่า เราเป็นเพศ ญ อายุ 26 ปี
ถือวีซ่านักเรียนอยู่ที่ออสเตรเลียตั้งแต่ 2013-2020 ในสถาบันที่น่าเชื่อถือ และเกรดเฉลี่ยค่อนข้างโอเค
ซึ่งในตอนนั้นก็คิดว่ามันคงจะช่วยเราได้บ้าง (แต่เค้าก็ไม่ได้ขอดูทราสคริปอยู่ดี)
แต่ด้วยอายุและเพศ ดูเหมือนอาจจะยากหน่อย
ตามสูตรที่อ่านพันทิปมา
และเรามีญาติถึงสองคนถือกรีดการ์ดอเมริกา
ก็คือแม่และน้องชายแท้ๆ
ซึ่งอ่านในพันทิปเค้าบอกว่าตรงนี้จะทำให้ทางนั้นคิดว่าเราจะโดดวีซ่าไปอยู่กับครอบครัว
แต่เรากรอกข้อมูลใน DS-160 ตามจริงทุกอย่างนะคะ เพราะเราคิดว่ายังไงเค้าก็เช็คได้อยู่ดี
- ไม่มีแพลนเที่ยว
- กรอกว่ากำลังศึกษา และ unemployed เพราะไม่อยากไปรบกวนที่ทำงานเรื่องใบลาและอื่นๆ
อีกอย่างเราอยูานี่ด้วยวีซ่านักเรียน แต่ก็ทำงานเสียภาษี
- บอกว่าแม่และน้องอยู่ที่นั่น และจะไปพักกับแม่ด้วย แถมกรอกที่อยู่ใน US “ผิดหมดเลย” Las Vegas, Nervada ไปกรอกว่า New York เฉ้ยยยย
- ไปสองอาทิตย์ค่ะช่วง june 2018
- สถานะความสัมพันธ์ civil relationship เพราะเราจดทะเบียนความสัมพันธ์(ไม่ใช่ทะเบียนสมรส) กับ partner เราที่ออสเตรเลีย
เอกสารที่เตรียมไปก็เหมือนคนอื่นๆนะคะ
ทุกอย่างที่มี ใบรับรองสถานะภาพการศึกษา
ใบเกรด payslip แต่แทบไม่มีเอกสารอะไรเกี่ยวกับที่ไทยเลย เนื่องจากไปแปลไม่ทัน
สมุดบัญชีไทย (6xx,xxx) แบงค์สเตทเม้นที่นี่ (แทบไม่มีเงิน แต่เงินหมุนนะคะ 😅) ทุกสิ่งอย่างที่หาได้ ใบเสร็จอู่ซ่อมรถยังเอาไป ฯลฯ
ซึ่งหลังจากกรอกแบบฟอร์ม DS-160 เรียบร้อย
นัดวันสัมภาษณ์ จ่ายเงิน $260 AUD
ทุกอย่างออนไลน์ค่ะ ถ่ายรูปเองไม่ได้ตัดต่อ ปรับแสงนิดหน่อยให้ไม่น่าเกลียดมาก
นัดไว้ 9 โมงเช้า ไปต่อคิวถึงที่ตึกประมาณ 9 โมง ก็มีคนรออยู่ก่อนแล้ว ขั้นตอนก็คล้ายๆที่ไทยค่ะ
ทางการ์ดก็เรียกเข้าไปฝากกระเป๋าทีละสามคน และเช็คใบจ่ายเงิน แล้วก็ทยอยๆกันเข้าไปค่ะ
ต่อแถวที่ 1 มีการเช็คพาสปอร์ต (อย่างเดียว) และสแกนลายนิ้มือ จนทดูเป็นคนอินเดีย เฟรนลี่มากๆ บอกว่า your country is our second home. Me and my woft go there ever year บลาๆๆๆ
เราก็ได้แต่พยักหน้า แทบไม่ได้ตอบอะไร แต่ก็ยิ้มๆ
เค้าก็นิดหน่อยว่าไปเที่ยวอย่างเดียวเหรอ เราก็เซย์เยส...
เสร็จแล้วไปต่อแถว 2 รอสัมภาษณ์เลยค่ะ
พอถึงคิวสัมภาษณ์ ทางเจ้าหน้าที่ขอไปแค่พาสปอร์ตอย่างเดียว และก็มาถึงช่วงตอบคำถามชิงรางวัลค่าาา
(จขกท แต่งตัวปรกติเหมือนในชีวิตประจำวันเลยค่ะ กางเกงยีนเอวสูงสีดำ เสื้อknitแขนยาวสีเข้ม makeup no makeup เป็นการบังหน้านิดหน่อยค่ะ 55)
จนท - ทักทายตามปรกติค่ะ
จขก - ทักทาย และมีเอ๋อไปสองวิ มองซ้ายมองขวา ว่าเข้ามาถูกช่องมั้ย เพราะว่ามันเป็นแค่ช่องเล็กๆ มีประจกกั้น และยืนสัมภาษณ์
จนท - แสกนนิ้วมือข้างซ้ายเลยครับ (จขก แสกนนิ้ว)
จนท - อยู่ออสเตรเลียมากี่ปี
จขก - สี่ปีครึ่งค่ะ
จนท - ทำอะไรที่นี่
จขก - เรียนค่ะ (ไม่ได้พูดถึงเรื่องงานเลยค่ะ)
จนท - เรียนอะไร
จขก - (ก็ตอบไปสั้นๆ ไม่ได้บอกว่าเรียนระดับไหน)
จนท - เรียนที่ไหน
จขก - (ตอบชื่อสถาบัน)
จนท - ใครออกค่าเรียนให้
จขก - แม่ค่ะ
จนท - แม่ทำงานอะไร
จขก - แม่เป็นเรสซิเด้น ตอนนี้อยู่เวกัสค่ะ ตอนอยุ่ไทยทำ property investment (ขายบ้านมือสอง) คงจะทำเหมือนกันที่อเมริกา
จนท - ทำไมถึงมาเรียนที่ออสเตรเลีย ทำไมไม่เรียนที่ไทย
จขก - นิ่งไปเสี้ยววิ แล้วบอกว่ามหาลัยที่เรียนดังด้านที่กำลังศึกษาค่ะ (ไม่ได้คิดเลยว่าจะโดนคำถามนี้)
— เข้าสู่ภาวะเงียบ มีแต่เสียงพิมพ์ก๊อกแก๊กๆ —
จนท - เก็บพาสปอร์ตไป แล้วบอกว่า you’ll receive your visa within 10 days (หน้านิ่งๆ)
ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็วมากกกก ไม่ถึงห้านาทีจริงๆ ค่ะจนท พูดเร็วมาก เหมือนรีบ
พอถามเร็ว เราก็ตอบเร็ว นึกออกมั้ยคะ เหมือนแบบ รีบถามรีบตอบรีบไป 555
แล้วก็กลับบ้านแบบงงๆ ว่าไม่ขอดูเอกสารอะไรเลยทั้งสิ้น ทุกขั้นตอนใช้พาสปอร์ตเล่มเดียวจริงๆ
และจขกทเคยไปแค่จีนปีที่แล้วค่ะ กับยุโรปตอนอายุ 10 ขวบ
อยากจะมาเล่าให้ฟังว่ามันง่ายมากแบบไม่น่าเชื่อ
เคยคุยกับนักเรียนอีกคนที่เคยขอเหมือนกัน
ก็บอกเหมือนกันว่าจนทไม่ขอเอกสารอะไรเลย
(เคสนั้นไม่มีญาติ ไม่มีแพลนเที่ยวเหมือนกันค่ะ)
เผื่อมีนักเรียนออสเตรเลียคนไหนสนใจอยากขอเก็บไว้นะคะ เผื่อจะได้วียาวๆ เอาไว้เวลาตั๋วถูกจะได้ไปเที่ยวง่ายๆ
(แอบบอกว่าตอนไป เห็นนักเรียนเอเชียมาขอกันเยอะเลยค่ะ บางทีมากันเป็นกลุ่มก็เข้ากันไปไม่นาน)
หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ