JJNY : ชีวิตดี๊ดี...ซี้จุกสูญ เกษตรกรตายแน่ รัฐจ่อรีดภาษีน้ำ ภาคเกษตรเก็บไม่เกิน 50สตางค์ต่อลบ.ม.คาดเดือนหน้าเริ่มบังคับ

กระทู้คำถาม
เกษตรกรตายแน่ รัฐจ่อรีดภาษีน้ำ ภาคเกษตรเก็บไม่เกิน 50 สตางค์ต่อลบ.ม. คาดเดือนหน้าเริ่มบังคับใช้

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายวรศาสน์ อภัยพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ จัดแถลงข่าวการจัดทำร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ…. โดยนายวรศาสน์ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่ความเสี่ยงเรื่องทรัพยากรน้ำ รัฐบาลจึงต้องมีกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งร่างพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำที่รัฐบาลผลักดันอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนี้ หากมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายจะอยู่ภายใต้คณะกรรมการทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ(กนช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

นายวรศาสน์ กล่าวต่อว่า การจัดสรรน้ำจึงเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอ ซึ่งระบบการจัดสรรน้ำจะสร้างสิทธิในการเข้าถึงน้ำสาธารณะที่หมายถึง แม่น้ำ ลำคลอง บึง แหล่งน้ำใต้ดิน ทะเลสาบ และแหล่งน้ำตามธรรมชาติอื่นๆ ทั้งที่รัฐจัดสร้างหรือพัฒนาขึ้น เพื่อให้ใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ทั้งนี้กฎหมายได้กำหนดประเภทการใช้น้ำไว้ 3 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1 ใช้นํ้าเพื่อการดำรงชีพ ไม่ต้องเสียค่าใช้นํ้า
ประเภทที่ 2 ใช้นํ้าด้านการเกษตร เลี้ยงสัตว์เพื่อการพาณิชย์ เก็บค่าน้ำไม่เกิน 50 สตางค์ต่อลบ.ม. ด้านการท่องเที่ยว โรงแรม สถานที่พักผ่อน ร้านอาหาร เก็บค่าน้ำ 1-3 บาทต่อลบ.ม. และธุรกิจสนามกอล์ฟ การผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปาสัมปทาน เก็บค่าน้ำไม่เกิน 3 บาทต่อลบ.ม. และ
ประเภทที่ 3 สำหรับภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ และกิจการอื่นๆ ที่ใช้น้ำในปริมาณมากตามมติของกนช. เก็บค่าน้ำไม่ต่ำกว่า 3 บาทต่อลบ.ม.

“ทั้งนี้คาดว่าในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน จะมีผลบังคับใช้กฎหมายร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว จากนั้นภายใน 180 วันจะมีการออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ โดยจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนทั่วประเทศอีกครั้งโดยเฉพาะเรื่องอัตราการเก็บค่าน้ำ ก่อนจะออกเป็นกฎกระทรวง” อธิบดีกรมฯน้ำ กล่าว

อธิบดีกรมฯน้ำ กล่าวเสริมว่า สำหรับมติกนช.ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนั้น ได้สั่งการให้ย้ายกรมฯน้ำ ขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากที่ผ่านมาการบริหารจัดการน้ำมีหลายหน่วยงานและขาดหน่วยงานที่จะมาควบคุมกำกับโดยตรง ทำให้ขั้นตอนในการสั่งการมีความล่าช้า ซึ่งการย้ายไปยังสำนักนายกฯ จะทำให้สะดวกในการแก้ปัญหาน้ำที่เป็นปัญหาเร่งด่วนของประเทศไทยในขณะนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่