ทะเลาะกับสามี จนตอนนี้ยังไม่ได้คุยกันดี ๆ เลย

เรากับสามีแต่งงานมากันเกือบ 4 ปี ยังไม่มีลูก ทำงาน บ.เอกชนทั้งคู่ เราได้รายได้มากกว่าเล็กน้อย แต่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ในบ้าน (ค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าของใช้ในบ้าน) อยู่กันมาก็มีปัญหาบ้าง แต่คราวนี้แลดูมันจะหนักหน่อย

เรื่องมันมีอยู่ว่าเราไปสมัครงานใหม่ที่ (ตอนนี้เรายังทำงานที่เดิม และยังไม่ได้ถึงวันรายงานตัวที่ใหม่) รายได้ที่ใหม่ได้พอๆ กับที่เดิม แต่สวัสดิการครอบคลุมครอบครัว และต้องแลกกับการไปประจำอยู่ ตจว. เราเห็นว่างานค่อนข้างมั่นคงกว่าที่ปัจจุบัน และโอกาสในการก้าวหน้ามีมากกว่า แต่ติดที่ว่าเราต้องอยู่คนละที่กับสามี ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเรา แต่นั่นไม่ใช่สำหรับสามีเรา (เขาทำงานที่ กทม.) เราเริ่มมีปากเสียงกัน 4 เดือนก่อน เรายอมรับว่าเรื่องนี้เราผิดที่ทำอะไรโดยไม่ได้ปรึกษาเขาก่อน แต่ด้วยความคิดว่าถ้าเรามั่นคง เราจะช่วยดึงให้ครอบครัวเราดีขึ้นตามไปด้วย ถึงแม้ว่าวันนั้นเขาจะไม่ได้ใช้คำพูดหยาบคาย แต่ค่อนข้างรุนแรง (แบบถ้าใครไม่ใจเย็นพอ คงเลิกกันไปตั้งแต่ตอนนั้น) แต่เราก็เลือกที่จะเงียบเพราะรู้ว่าเขากำลังโมโหและอีกส่วนคือยังไม่ทันคิดว่าจะตอบว่าอะไร คืนนั้นก็จบลงด้วยการที่เขาออกจากบ้านไปนอนบ้านแม่เขา อีกวันเราก็เลยส่งข้อความไปขอโทษและบอกให้เขาอย่าคิดมากเพราะอะไรก็ยังไม่แน่นอน หลังจากนั้นก็เรื่องก็เงียบ แล้วเรากลับมาใช้ชีวิตกันปกติ

แต่มันไม่ได้ราบรื่นแบบนั้น เราเริ่มมีปากเสียงกันอีกครั้งเมื่อเดือนที่แล้ว เนื้อหาเหมือนเดิมแต่ลดความรุนแรงลง เค้าใช้คำพูดที่ว่า “คิดจะใช้ชีวิตอยู่ยังไงต่อไป อยู่ห่างกันแบบนี้ไม่เหมือนครอบครัว ไม่ต่างกับการอยู่คนเดียว” แต่เราคิดว่าวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือหยุดยาวเราก็ไปหากันได้ หรือค่อย ๆ หาทางขยับขยายหรือขอย้ายเข้ามา กทม. ทีหลังได้ แต่มันมีประเด็นที่พีคกว่านั้นคืออยู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมาว่า “ความต้องการของเราก็แตกต่างกันมากขึ้นทุกวัน” แล้วก็จบบทสนทนา เหมือนตั้งลูกขึ้นมาแล้วไม่ยอมตบ ทำให้เรายิ่งงงไปอีกว่าสรุปต้องการอะไรจากเรากันแน่ แต่เราก็ดันไม่เลือกที่จะถามต่อเพราะไม่อยากจะทะเลาะด้วย

หลังจากวันนั้นก็เงียบกันไป ถามคำตอบคำ ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านเดียวกันเหมือนต่างคนต่างอยู่ เรารู้สึกอึดอัด ก็เลยถามไปว่าสรุปเป็นอะไร บอกให้มาคุยกันดี ๆ แต่ก็ได้รับคำตอบด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า “อยากทำอะไรก็ทำไป ไม่ต้องมาสนใจ พูดไปแล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ไม่พูดดีกว่า” เราโทรไปปรึกษาแม่เรา แม่เราก็บอกว่าให้เราโทรไปหาแม่ของเขาด้วย เพราะตอนนี้คุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว (แม่เรารับฟัง ให้คำปรึกษา และให้เราตัดสินใจเอง ไม่เคยมายุ่งวุ่นวายอะไร) เราก็เลยโทรไปปรึกษาแม่สามี แม่สามีบอกว่าสามีเราน้อยใจที่เราทำอะไรไม่ปรึกษา เราก็ขอโทษเพราะต้นเหตุมันเกิดจากเรา (เราทำผิดเราขอโทษเป็นนะ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ทำผิดร้ายแรงก็ตาม) สามีเราขี้ประชดประชัน บางทีหงุดหงิดหรือโมโหชอบทำอะไรเสียงดัง (ปิดประตู วางของ ฯลฯ) แม่สามีได้ฟังแล้วก็บอกว่าจะลองคุยให้ แต่อยู่ ๆ แม่สามีพูดขึ้นมาประโยคนึงว่า “ผู้ชายจะมีความเห็นแก่ตัวอยู่กันทุกคนแหละ” เราก็พูดออกไปว่า ตอนแรกไม่คิดนะ แต่พอแม่พูดแล้วคิดเลย แม่ก็ถามว่ามีเรื่องอะไรมากกว่านี้อีกเหรอ เราก็เลยเล่าให้แม่สามีฟังว่าที่ผ่านมามันมีเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เขาเคยทำให้เราเสียใจแต่เขาไม่เคยคิดถึงความรู้สึกของเราเลย หรือสิ่งที่เขาเอาเปรียบเราต่าง ๆ อย่างเช่น เรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน (ที่บอกไปตอนต้น) ขอหย่าเราเวลาหงุดหงิดหรือไม่พอใจ ที่พีคสุดคือเอาแหวนแต่งงานไปขาย ฯลฯ (แต่พอมันมีเรื่องที่กระทบเขาปุ๊บ เขากลับปรี๊ดขึ้นมาทันที) เราเข้าใจว่าเงินทองเป็นของนอกกาย ไม่ตายก็หาใหม่ได้ แต่คือเรื่องบางเรื่องมันเป็น common sense ไม่จำเป็นต้องให้บอกหรือให้ขอ ก็น่าจะต้องรู้เองว่ามันเป็นเรื่องที่จะต้องช่วยกัน

วันก่อนถามแม่สามี สรุปว่าคือยังไม่ได้คุยอะไรกันค่ะ เราก็เลยบอกขอบคุณไป และบอกว่าไม่เป็นไร ก็ไม่ต้องคุยแล้วก็ได้ ส่วนตอนนี้เรากับสามีก็อยู่กันแบบตึง ๆ ไปค่ะ ตื่นเช้าไปทำงาน เย็นมากลับบ้าน วันไหนกลับก่อนก็ซื้อกับข้าวมาไว้ให้ แต่วันไหนกลับดึกก็กลับบ้านมาอาบน้ำนอนเลย คือตอนนี้ก็อึดอัดมากค่ะ เพราะไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย เพราะถามก็ไม่ยอมคุย ถามดีๆ ก็ไม่ยอมพูด คุยกับแม่ให้ช่วยไปคุยให้ก็ไม่ได้ผล เราไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วเขาต้องการอะไรกันแน่ ไม่อยากให้เราไป หรือไม่อยากอยู่กับเราแล้ว หรือถ้ามองแบบแย่คือ กลัวที่จะได้รับผิดชอบทุก ๆ อย่างเพียงคนเดียวทั้งหมด (เพราะที่ผ่านมา เราเป็นคนรับผิดชอบ) ตอนนี้ก็จนปัญญาแล้วค่ะ ทำยังไงดีคะ?
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่