ระหว่างอนาคตกับความรักพวกคุณจะเลือกอะไร

ผมเป็นคนนึงที่มี2สิ่งนี้พร้อมกัน
อนาคต=ผมสัมภาษณ์งานผ่านแล้วเขาให้เริ่มงานได้ทันที(กทม.)
ความรัก=ผมชอบผู้หญิงคนนึงที่ทำงานเก่า แต่ด้วยระยะทางมันชั่งห่างไกลกันมากและตัวผมก็ไม่ได้อยู่ในใจเขาซึ่งเราเป็นแค่เพื่อนกัน(ช.ม.)

ผมไปปรึกษากับคนรู้จัก เขาให้เราตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างนึง  แต่ผมกลับเลือกทั้ง2อย่างพร้อมกัน

เรื่องมีอยู่ว่าผมสัมภาษงานที่กรุงเทพผ่านแล้ว ทางต้นสังกัดอยากให้ผมเริ่มงานได้ทันทีหรืออยากพักก่อน
โดยทางเขาให้เวลาเรา2อาทิตย์ในการเคลียร์ธุระให้เสด ผมเลยขอเขา3อาทิต (เพราะลึกๆแล้วผมอยากกลับไปหาคนที่ผมรักก่อนซึ่งเขาอยู่เชียงใหม่)
ทางที่ทำงานเขาก็okกับเรา แต่ยังไม่มีการเซนสัญญาเกิดขึ้น
ทีนี้ผมก็ตีตั๋วรถทัวจาก กทม. มาเชียงใหม่ระยะทาง700กิโล เพื่อมาพบหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้าย!! ซึ่งภายภาคหน้าคงหาโอกาสเจอกันยากขึ้น
และจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ใจเขา ผมทำดีกับเขาโดยการซื้อขนมที่ไม่มีขายในช.ม.จากกทม.มาให้เขากิน มาถึงเชียงใหม่ผมก็ชวนเขาไปโน่นมานี่แหย่เล่นกับเขารวมถึงกินข้าวด้วยกันซื้อของกินให้เขา แต่ยิ่งอยู่ด้วยกันกับเขาเหมือนยิ่งไม่มีความสัมพันธ์คลาดเคลื่อนเหมือนเขาเห็นเราเป็นแค่เพื่อน ผมพยายามพูดอ่อยๆใช้มุขจีบไปบ้างบางที ซึ่งทำขนาดนี้ทางเจ้าตัวน่าจะรู้อยู่แล้ว แต่เราไม่รู้ว่าในใจของเขาคิดอะไรกับเราอยู่กันแน่ เขาทำงาน6วันมีวันหยุดแค่1วัน (ซึ่งช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันตอนแรกนั้น เขาหยุด5วันผมเลยหาเวลามาอยู่กับเขาได้3วันและทำทุกอย่างที่ทำไปหมดแล้ว)
เขาถามผมว่ากลับมาเชียงใหม่ทำไมงานก็ได้แล้วหนิ ผมบอกเขาว่ามาทำธุระที่บ้านซึ่งจิงๆผมก็มีธุระที่บ้านจิงๆน่ะแหละแต่ผมไม่จำเป็นต้องกลับมาทำด้วยตัวเองก็ได้ แต่ประสงสูงสุดของผมคือการได้กลับมาหาเธอเป็นครั้งสุดท้ายหรือต้องการกุมใจเธอ ใจมันเรียกร้องจะให้ทำยังไงล่ะคร้าบบ..
ทีนี้ทางที่ทำงานโทรมาเร่งผมเมื่อวันศุกหรือก็คือวันที่15แล้วว่าคนขาด อยากให้มาเริ่มงานไวไว ซึ่งผมกลับมาอยู่เชียงใหม่ได้แค่1อาทิตย์อยู่เลยแต่ตอนแรกตกลงกันไว้3อาทิต ผมเลยบอกเขาว่าขอเวลาอีก4วันในการเคลียร์ธุระทางบ้านให้เสด ทางที่ทำงานบอกว่าเขาไม่รับปากนะถ้าหาคนมาแทนที่ได้น้องจะเสียโอกาสนะเพราะทางเราต้องรีบใช้คนจิงๆ ผมเลยยินดีที่จะเสี่ยง!!
ซึ่งคนที่ผมชอบนั้นเขาทำงาน6วัน หยุดทุกวันอังคาร ผมก็รอจนถึงวันอังคารรอที่จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับเขานั่นก็คือวันหยุดของเขา
ผมเริ่มจากไลน์ไปหาเขา
เรา: เธอวันนี้หยุดป่าว
เขา: ช่ายยย
เรา: ตอนเย็นๆไปเที่ยวด้วยกันไหม
เขา: มีนัดกับเพื่อนแล้วอ่า
เขา: เธอชวนช้าหรือเราตอบช้าเนี่ยย
เรา: ไม่เป็นไรๆ
เรา: แต่วันนี้เราอยู่เป็นวันสุดท้ายแล้วนะพรุ่งนี้จะไปกทม.แล้ว (ที่พิมไปแบบนี้คือจะสื่อให้เขาเลื่อนนัดเพื่อนเป็นวันอื่น)
เขา: Sorry (ทางเขาเองก็รู้ประโยคที่เราสื่อ)
ทางผมเองก็เข้าใจนะว่าเขารับปากเพื่อนไปแล้วก็แอบเสียใจเหมือนกัน แต่อย่างน้อยก็น่าจะมารำ่ลากันก่อนจะกลับได้ไหม เขาไม่แม้แต่จะมาพบผมเขายังไม่คิดที่จะไลน์มาลาผมอีกด้วย ทำให้ผมได้รู้ความจิงทึ่ว่าในใจลึกๆของเขานั้นไม่ได้มีผมอยู่แล้วตั้งแต่ทีแรกผมเหมือนอากาศที่แวบผ่านมาช่วงนึงแล้วก็หายไปสำหรับเขา ทำดีกับเขามากเท่าไรก็ไม่มีวันได้ใจเขา(ที่จิงผมก็รู้อยู่ก่อนแล้วว่าในใจเขามีคนอื่นอยู่แล้ว แต่ผมเปลี่ยนใจเขาไม่ได้ก็เท่านั้นเอง) สิ่งที่ต้องเปลี่ยนก็คือใจของผมเองต่างหากที่ไปทุ่มเทกับคนที่เขาไม่ต้องการเราตั้งแต่แรก

ผมน่าจะเลือกอนาคตตั้งแต่แรก
(หาเงินเลี้ยงพ่อแม่รีบประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน เพราะถ้ายิ่งเริ่มงานไวเท่าไรก็ยิ่งมีอนาคต ความรักดีๆสักวันก็จะมาหาเราเอง)

แต่ผมกับเลือกทั้ง 2 อย่าง ซึ่งรู้อยู่แล้วว่ามันยาก แต่ก็จะยังเลือก (ในข้อนี้จะเบนไปเรื่องความรักมากกว่า)
ผมเสียเงินในการเดินทาง700กิโลและของกินให้กับเธอ (ทางเขาเองก็ไม่ได้อยากให้เราซื้อให้ แต่เราเต็มใจ)
เสียเวลาและโอกาสในการเริ่มงาน
เสียทั้งความความรู้สึก
แถมยังเสี่ยงต่อการตกงาน!!!
ที่ทำมาทั้งหมดนี้ล้วนแล้วเปล่าประโยชน์หมดเลย!!!

สรุปเลยอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ก่อนที่คุณจะไปรักคนอื่นลองมองย้อนกลับมาที่ตัวเองว่าคุณรักตัวเองและครอบครัวแล้วหรือยัง เพราะความรักนั้นเป็นสิ่งที่ไม่แน่ไม่นอนอาจจะสมหวังได้อาจจะผิดหวังได้ มันอยู่ที่ตัวคุณเลือกเองว่าจะพบความรักแบบไหนต่างหาก ซึ่งของผมก็ได้รับบทเรียนราคาแพงไปแล้ว เขาไม่สนใจยังจะดิ้นรนสละเวลาทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะใจของเขา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่