ไปต่อดีไหม

สวัสดีค่ะ .. เริ่มเรื่องเลยนะคะ เมื่อวันที่ 13 ที่ผ่านมาเราต้องไปนอนโรงพยาบาลเพื่อรอผ่าตัดในวันที่ 14 (ผ่านิ่วในถุงน้ำดี) เราไปคนเดียวค่ะ และแม่จะมาเฝ้าได้แค่บางช่วงเท่านั้น เลยเลือกนอนห้องรวม (แอบกลัวการนอนห้องพิเศษคนเดียว) เราได้เตียงที่ 19 (แถวนึงมี 4 เตียงเรียงกัน ล็อคนึงมี 8 เตียงรวมเตียงตรงข้าม) คืนแรกที่เราไปนอนก็ไม่มีอะไร แต่มีเตียงที่ 24 ซึ่งอยู่แถวตรงข้ามเตียงเรา แบบมองเห็นได้พอดีสายตา มีวัยรุ่นผู้ชาย 3 คน (หน้าตาดุๆหนวดเครามาเต็ม เซอร์ระดับ10) คนแรกอายุประมาณ 30ต้นๆ คนกลาง 27-28 คนเล็ก 20-21 ช่วยกันดูแลแม่ที่มีอาการขาหักเดินไม่ได้ เราก็แอบชมในใจว่าเก่งจัง เป็นผู้ชายแท้ๆช่วยกันดูแลแม่ เปลี่ยนแพมเพิท ป้อนข้าวป้อนน้ำอย่างดี ทุกคนก็มองเราแต่ก็ไม่มีใครยิ้มให้หรืออะไร เราก็ยิ้มเก้อ 5555555 คืนนั้นลูกชายบ้านนี้ช่วยกันประสานเสียงกรนแบบสนั่นหวั่นไหวมาก เราหลับเช้าค่ะ กรนดังแบบทะลุตึกมากนอนไม่หลับเลย พอวันที่ 14 หลังจากออกจากห้องผ่าตัดเราต้องใส่ท่อระบายน้ำดีออกทางจมูก และท่อฉี่ ซึ่งทรมานมาก ลุกขึ้นไม่ได้เลย ปวดแผลมาก เมายาสลบอยู่จนวันที่ 15 เช้า เราก็ตื่นขึ้นมาเพราะพยาบาลมาฉีดยา เลยหันไปมองเตียง 20 (ติดกับเรา) กลายเป็นแม่ของผู้ชาย 3 คนนั้นย้ายมาข้างเราตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ตอนเราหลับคนไข้คนก่อนคงกลับบ้านและแม่ของผู้ชาย 3คนเลยโดนย้ายมาเตียงนี้แทน เราก็นอนปวดแผลใส่สายขยับไม่ได้ จนช่วงดึก เราหนาวมาก แต่เราลุกปิดพัดลมไม่ได้ จะเรียกแม่ก็ใส่สายอยู่ ไม่มีเสียงเลย พอดีกับว่าลูกชายคนกลางของเตียงข้างๆ เดินมาดูแม่ เราเลยนอนจ้อง แล้วก็กวักมือเรียก เขาก็เดินมา เราก็ชี้ไปที่พัดลม เขาก็ปิดให้แล้วก็ยิ้ม โอ้ย เป็นรอยยิ้มที่แบบเขายิ้มให้ฉันคนเดียว จากผู้ชายหน้าโจร หน้าบึ้งตึง หล่อขึ้นมาทันที จนวันที่ 16 ขอพยาบาลถอดสายเพราะเดินได้เเล้ว (พยายามลุกเดิน แผลจะได้หาย) วันนี้เราตื่นมาก็เห็นแม่เรากับลูกชายคนกลางเตียงนั้นนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน มีแอบนินทาเราให้ผู้ชายฟังด้วยค่ะ แล้วพอช่วงสายแม่ก็กลับบ้านไป ก่อนกลับได้ยินลูกชายคนกลางพูดว่าเดี๋ยวผมดูน้องให้ (แม่เราฝากให้เขาช่วยดูเราช่วงแม่กลับบ้าน) เราก็ไม่ได้อะไรนะ แต่ได้ยินแม่เขาพูดว่าพาน้องไปเดินเล่นบ้าง เขาก็หันมามองเรา เราก็พยักหน้า เขาก็เดินมาช่วยพยุงเราแล้วเขาก็เดินจับมือเราจ้า นี่ก็ใจง่ายเดินจับมือกับผู้ชายที่ไม่รู้จักเดินเล่น แต่เขาไม่คุยนะ เงียบๆ เราก็ไม่คุยอะไร เรามีคนมาเยี่ยมเยอะมาก นมขนมเราเลยเยอะแบบต้องลามมาวางบนเตียง เขาก็มาช่วยจัด แกะขนมให้กิน เวลาเราเข้าห้องน้ำนานๆเขาจะไปเดินวนๆน่าห้องน้ำ (เราออกมาทุกทีเห็นทุกที) เขาจะถามตลอดว่าไปเดินเล่นมั้ย อยากกินอะไรมั้ย เราก็ไปค่ะ ไปทุกครั้งที่โดนถาม เรากับแม่เขาเข้ากันได้ดีเราแบ่งนมขนมให้แม่เขาตลอด เขาเฝ้าแม่เขา 24 ชม. เลยค่ะ ซึ่งก่อนน่านี้แม่เขาบอกว่า เขาชอบหายไปกับเพื่อนนานๆ แล้วฝากน้องชายคนเล็กดูแม่แทน แต่มาช่วง 2-3วันนี้ไม่ไปไหนเลย เดินวนเตียงแม่ เตียงเราตลอด ก่อนนอนเจอ ดึกได้ยินเสียงกรน เช้าก็เจอ พอวันที่ 17 หมอบอกว่าเราอาจจะได้กลับบ้าน เขาก็พูดว่ากลับทำไม ยังเจ็บอยู่เดี๋ยวแผลก็ติดเชื้ออีก เรากับเขาสนิทกันเดินจับมือกันจนพยาบาลและคนไข้แซว และเขาก็ยิ้ม เขาดูแลเราดีมาก แต่อยู่ๆแม่เราก็แอบถามแม่เขาว่าลูกชาย 3คนนี่ทำงานอะไร มีครอบครัวยัง จนถึงลูกชายคนกลางเราก็ตั้งใจฟัง แม่เขาบอกว่า ลูกชายคนโตกับคนกลางออกเรือนแล้ว คนกลางอยู่บ้านเมีย มีลูก 1 คน เราได้ยินปุ๊บเรานอนเลย 5555555 แต่แม่เขาเล่าค้างๆคาๆ เล่าไม่จบ ซึ่งก่อนน่านี้เราก็เต๊าะ(อ่อย จีบ หยอด) เขาบ่อยๆ เราอารมณ์ดีค่ะ เขาก็ขี้เล่น พอเรารู้ว่าเขามีครอบครัวเราก็ลุกเดินเล่นคนเดียว เข้าห้องน้ำเอง และพร้อมกลับบ้านแล้ว แต่เราก็ยังยิ้มแค่ไม่ไปอยู่ใกล้ๆเท่านั้นเอง จนวันที่ 17 หมอให้เรากลับบ้าน เราก็เก็บของ และนอนรอแม่มารับ พอแม่เรามาเขาเดินไปหาแม่เราบอกว่าเขาไปส่งเอง พร้อมเดินมายกของเรา ไปที่รถเขา (บ้านเราไม่มีรถยนต์ ตอนแรกแม่จะให้น้ามารับ) พอขึ้นรถเขาก็คุยกับแม่เรา เราก็เงียบๆ แม่เลยบอกเราว่า ขอไลน์พี่เขาไว้สิ เผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกัน เราก็หยิบมือถือ แต่เขาไม่ให้ค่ะ เขาอึกๆอักๆ ดูสับสน นั่งจ้องหน้าเราแทบตลอดทาง จนมาส่งเราที่บ้านก็ลงไปไหว้ปู่ย่า น้าๆเราจนครบ เขาก็ขับรถกลับ จนวันที่ 18 เราก็ไปโรงพยาบาลไปทำแผล (หมอนัดทำทุกวัน) แม่เราก็บอกว่าเดี๋ยวแม่ไปเยี่ยมพวกเขาหน่อย (คนไข้เก่าๆที่อยู่บนตึก เพราะยังไม่มีใครได้ออก) พอเราออกจากห้องทำแผล แม่เราก็นั่งอยู่กับเขา เราก็ยกมือไหว้ และชวนกันไปกินข้าว
** ต่อข้างล่างค่ะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่