เมื่อรู้สึกว่าชีวิตได้มาพอแล้วอนาคตมีแต่จะแย่ลงชนิดพร้อมตายวันตายพรุ่งควรทำอย่างไร

ขอท้าวความชีวิตตัวเองนิดนึง ผมเองนั่นเป็น ออทิสติกที่จบจากสาธิตเกษตรเป็นรุ่นที่สอง ในรุ่นของผมมีทั้งหมด 4 คน กล่าวคือผมเข้าเรียนประถม 1 ปี 2534
ดังนั้นปัจจุบันจึงอายุย่างเข้า 33 ปี ตาม login 2527 ซึ่งเป็นปีเกิดนั้นเอง

http://info.gotomanager.com/news/details.aspx?id=5554

พอขึ้นมาแบบนี้หลายคนคงคาดว่าพ่อแม่ผมน่าจะต้องรวยมาก ซึ่งนั้นคุณคิดถูก ด้วยอาชีพของพ่อเงินเดือนเป็นแสนตั้งแต่ผมอยู่ระดับมัธยมปีที่1

4 คนนี้หลังเรียนจบเกิดอะไรขึ้น คนนึงกลับไปทำงานที่เก่าคือห้องสมุดรพ.ยุวประสาท คนที่สองเรียนศิลปะเก่งจึงเข้ากรมศิลปากรตามพ่อที่เคยเป็นถึงระดับอธิบดีเป็นช่างสิบหมู่ คนที่สามอาการหนักสุดเท่าที่ดูสงสัยอยู่บ้าน ส่วนผม ทำงานธุรการกับบริษัทเอกชนที่เพื่อนพ่อเป็นกรรมการ ผมเป็นคนเดียวใน 4 คนนี้ที่ทำบัตรคนพิการเพื่อสิทธิในการหักเงินของบริษัทตามกฎหมายคนพิการ เคยสอบเกรดเปียโนจบเกรด 8 สอบได้แต่หาที่สอนไม่ได้ และลงทุนในหุ้นในลักษณะออมเงินในหุ้น (ซื้ออย่างเดียวไม่ขายไม่เปลี่ยนตัวหุ้น) ตาม นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ ผลคือกำไร 107.99% ใช้เวลาทั้งหมด 7 ปี ยอมตัดขาดทุนบ้านปูไป 3 หมื่น หาร 5 ตกปีละ 6 พันเพื่อเอาเงินไปซื้อตัวอื่นแทน

ทั้ง 4 คนนี้ เหมือนกันอย่างนึงคือ ไม่แต่งงาน

ปัญหาของผมคือ 1.พ่อแม่และแพทย์นั้นไม่ให้ขับรถ 2.พ่อแม่นั้นไม่อนุญาติอย่างเด็ดขาดที่จะไปต่างจังหวัด คือต่างประเทศคนเดียวหรือหลายคนก็ไม่ได้ และไม่อนุญาติในกรณีที่ไปกับบริษัททัวร์ 3.การทำประกันสุขภาพไม่ได้เนื่องจากเป็นคนพิการจึงต้องพึ่งประกันแบบกลุ่มของบริษัทไปเรื่อยๆ 4.ที่บ้านนั้นรวยมากและรวยจริงตัวผมก็หาเงินจากหุ้นได้ดี แต่ความที่เข้าใจว่าเงินหายากประสบกังวลเรื่องการรักษาสุขภาพ เนื่องจากหลังผ่าตัดโรคหินปูนเกาะกระดูกโกลนไปผมเสียการได้ยินในหูข้างซ้ายถาวร ในแบบปานกลาง 60 DB ที่ความถี่จำเป็น และมีเสียงดังในหูตลอดเวลา ประกอบเข้านอนรพ.บ่อยปีนี้ 5 คืนจึงระวังมากขึ้นไปอีก

ปัญหาจริง ๆ ตอนนี้คือชีวิตอิ่มพอแล้ว ได้เที่ยวก็ติดเครื่องบินไปกับพ่อ ไปมาหลายเมือง พอแล้ว ต่างจังหวัดต่างประเทศคนเดียวหรือหลายคนนั้นห้าม ขับรถนั้นห้าม ประกันสุขภาพบริษัทประกันไม่รับ เรื่องผู้หญิงนั้นไม่สน เพราะยังไงสาวก็จะบอกว่ามีดีแต่พ่อแม่รวย ส่วนเพื่อนเขาจะว่าเอามาทำไมคนแบบนี้ พ่อแม่เขาคงพอใจแต่เงินสินสอดที่อยู่ตรงหน้า และผมมีโอกาสที่จะหย่าร้างสูง โดยที่ผู้หญิงอาจฟ้องร้องว่าผมเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบเพื่อเอาเงินของครอบครัวผม

โดยสรุปผมเบื่อและเริ่มคิดว่าตัวเองอยากตายง่าย ๆ เช่นเส้นเลือดในสมองแตก อะไรแบบนั้น แล้วยังมองไม่ออกว่าจะอยู่ไปเพื่ออะไร ให้ทำบุญมาก ๆ  ก็ไม่ค่อยอยากทำครอบครัวผมจ่ายภาษีในอัตราสูงสุดมานานแล้ว ตัวผมยังเอาตัวไม่ค่อยรอดคงไม่ต้องพูดถึงไปช่วยคนที่ออกรายการประกวดร้องเพลงแล้วแถมดรามาอะไรแบบนั้น ชีวิตตัวเองก็ดรามาในก่อนปี 2533 นั้นไม่มีแม้แต่โรงเรียนเดียวในประเทศไทยที่รับออทิสติกเรียน สาธิตเกาตรเป็นแห่งแรกในเอเซียจริง ๆ

แต่ส่วนนึงที่ยอมอยู่เพราะรู้สึกว่าตัวเองก็มีโอกาสอยู่บ้าง และล่าสุดก้มีข่าวแม่รัดคอลูกออทิสติกผู้หญิงตาย ถ้ามีข่าวผมฆ่าตัวตาย เบื่อโลกมันคงจะไม่ดี

ส่วนเรื่องเพื่อนนั้นกับผมค่อนข้างยากมากบอกตามตรงว่าปิดตัว และไม่ให้ใครถึงตัวง่าย ๆ เหตุผลนั้นง่ายนิดเดียว เรื่องเงินไง คนที่จะได้รู้จักทำมีแต่รู้จักที่ทำงาน หรือเรียนหนังสือมาด้วยกัน ใน FB ก็จะไม่รับคนแปลกหน้า และในเมื่อหูเสื่อมเรื่องไปในที่เสียงดังก็ไม่ควรไป ผมคิดว่าได้ทำเรื่องที่สมควรทำไปหมดแล้ว และก็ได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่ผมถึงจะจากไปอย่างเงียบ ๆ ได้เสียที พ่อแม่ผมบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงเขา เอาตัวเองให้รอดก็พอ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่