ทริปนี้เรามีสปอนเซอร์เพราะเราติดสอยห้อยตามพี่ช่างภาพไปทำงาน
เราเดินทางจากกรุงเทพด้วยรถไฟ ไปลงสถานีรถไฟสุราษฎร์
แล้วต่อรถไปท่าเรือดอนสัก หลังจากลงจากเรือเฟอรี่
รถจากที่พักมารับจากท่าเรือ...ยิ่งขับมาเรื่อยๆ วิวข้างทางยิ่งเป็นป่ามะพร้าว มันเหมือนคนละเกาะกับสมุยที่เราเคยรู้จักเลย
รถเลี้ยวเข้ามาจอดด้านหน้าที่พัก เราเดินเข้าไปในโซนที่พัก สิ่งที่เราเห็นคือรถบ้าน 4-5 คัน จอดอยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้ได้น่ามอง แต่อดคิดไม่ได้ว่า มันจะนอนสบายเหมือนโรงแรมมั้ยน้าา แต่เอาเถอะไหนๆก้อมาแล้วป้ะ เปลี่ยนแนวดีเหมือนกัน พอได้กุญแจรถคันที่จะพักมาก็ขอทำตัวเป็นนักสำรวจหน่อยเถอะ ให้ดูบรรยากาศที่พักรอบๆค่ะ
มาดูภายในรถคันที่เรานอนกันบ้าง เปิดเข้ามาก็อึ้งเหมือนกันค่ะ ไม่คิดว่าจะครบครันได้ขนาดนี้ มีทุกอย่างเหมือนห้องพักทั่วไป

รถคันที่เรานอน หันหน้าออกเจอทะเลพอดีค่ะ เปิดหน้าต่างชมวิวทะเลได้สบายเลย เสียดายที่เราไม่ได้ถ่ายรูปวิวตอนกลางคืนมาให้ดู มัวแต่นั่งมองทะเล มองพระจันทร์ เพลินไปหน่อย แอบเสียดายที่ฟ้าปิด ไม่เห็นดาว ไม่งั้นคงฟินกว่านี้แน่ๆ

ขอพูดถึงเตียงนิดนึงค่ะ วันแรกที่มาถึง ก่อนเอากุญแจมาเปิดห้อง เจ้าของที่พักบอกว่าถ้าอยากให้มาเคาะปลุกให้บอกได้เลย เพราะเตียงที่นี่ทำนักท่องเที่ยวนอนเพลินจนตกรถพาทัวร์เกาะกันมาหลายคนแล้ว ตอนฟังก็แอบคิดในใจว่าอะไรจะเว่อร์เบอร์นั้น แต่เอาเข้าจริงๆ สายจริงๆด้วยจ้าาาา 5555 แงะตัวเองออกจากเตียงแทบไม่ทัน
หลังจากถ่ายงาน3วันติด ก็เหลือวันว่างให้ชิล 1 วัน
เราตั้งใจที่จะตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้น เลยตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ตี 5.30
ปรากฎว่าตื่นตี5.50 (เตียงผิดค่ะ ฮี่ๆๆๆๆ) เดินงัวเงียลงจากรถมาพร้อมกล้อง ฟ้าเริ่มมีแสงสีแดงๆแล้ว รีบถ่ายรูปเก็บภาพ แล้วไปเดินเล่นสักพักก็ แอบมาหย่อนก้นลงบนเปลหน้าที่พัก นั่งมองท้องฟ้าบ้าง มองทะเลบ้าง หลับตาฟังเสียงคลื่นบ้าง หาความสงบแบบนี้จากเมืองหลวงไม่ได้ก็ขอสโลว์ไลฟ์ตรงนี้ไว้เยอะๆหน่อยละกันน้าาา
มีเจ้าปั๊กตัวอ้วนประจำที่พัก มาวิ่งเล่นเป็นเพื่อนเราด้วย

สำหรับชาวพุทธมีพระเดินบิณฑบาตด้วยค่ะ

บรรยากาศตอนเช้ามันดีมากจริงๆ แต่กว่าจะขุดตัวเองจากเตียงได้นี่ก็ยากมากเหมือนกันนะ
ขอทิ้งตัวบนเปล นอนต่อได้ไหม

แดดเริ่มออก เรากลับไปนอนดูวิวจากบนรถบ้านแทนละกัน

แอร์เย็นๆ+เตียงนุ่มๆ ไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ เราเผลอหลับยาวเลย ตื่นมาอีกทีก็สายๆแล้ว พี่ช่างภาพเลยสั่งชุดสุกี้มาทานกันค่ะ

น้ำจิ้มอร่อย

***ที่พักเราชื่อ Samui Caravans อยู่ฝั่งใต้ของเกาะ เป็นโซนที่เงียบมากๆ ผิดกับทางหน้าหาดเลยค่ะ ถ้าใครชอบแถวเฉวง อาจจะไม่ชอบที่นี่เท่าไหร่ เพราะเอาจริงๆมันเหมาะสำหรับคนหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนจริงๆมาเสพชีวิตสโลว์ไลฟ์มากกว่าค่ะ***
บ่ายแก่ๆ พี่เขาพาเราออกไปขับรถเที่ยวแถวบ่อผุด แถวนี้ร้านอาหาร โรงแรมเยอะมาก แทบไม่เห็นต้นมะพร้าวแบบโซนที่พักเราเลย
เหมือนกับคนละเกาะจริงๆ
เราแวะกินส้มตำร้านตำหลาย แถวบ่อผุด ส้มตำจานใหญ่ดี และราคาก็ใหญ่ตาม
ยำทะเลสะดุ้ง น้ำยำอร่อย ใครมาแวะร้านนี้ ลองสั่งดูนะคะ

ต่อด้วยร้านบ้านเค้กสมุย อยู่ใกล้ๆกันเลย ชีสเค้กอร่อย ชิ้นใหญ่ดี แนะนำว่าให้กินคู่กับอิตาเลียนโซดาเปรี้ยวๆ
ช่วยให้กินเค้กได้อร่อยขึ้นเยอะเลย
ถ้าเทียบราคากับปริมาณ เราว่าที่นี่เค้กไม่แพงนะ

จากร้านเค้กเราไปต่อที่ร้านกาแฟริมทะเล แถวๆFisherman ร้านบรรยากาศดีมากๆ
และในระหว่างที่พี่ช่างภาพเรานั่งใช้wifiร้านส่งงานลูกค้า เราได้ภาพสวยๆไปหลายใบเลย
[SR] เกาะสมุย....กับความเงียบสงบที่ชิลมาก
เราเดินทางจากกรุงเทพด้วยรถไฟ ไปลงสถานีรถไฟสุราษฎร์
แล้วต่อรถไปท่าเรือดอนสัก หลังจากลงจากเรือเฟอรี่
รถจากที่พักมารับจากท่าเรือ...ยิ่งขับมาเรื่อยๆ วิวข้างทางยิ่งเป็นป่ามะพร้าว มันเหมือนคนละเกาะกับสมุยที่เราเคยรู้จักเลย
รถเลี้ยวเข้ามาจอดด้านหน้าที่พัก เราเดินเข้าไปในโซนที่พัก สิ่งที่เราเห็นคือรถบ้าน 4-5 คัน จอดอยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้ได้น่ามอง แต่อดคิดไม่ได้ว่า มันจะนอนสบายเหมือนโรงแรมมั้ยน้าา แต่เอาเถอะไหนๆก้อมาแล้วป้ะ เปลี่ยนแนวดีเหมือนกัน พอได้กุญแจรถคันที่จะพักมาก็ขอทำตัวเป็นนักสำรวจหน่อยเถอะ ให้ดูบรรยากาศที่พักรอบๆค่ะ
มาดูภายในรถคันที่เรานอนกันบ้าง เปิดเข้ามาก็อึ้งเหมือนกันค่ะ ไม่คิดว่าจะครบครันได้ขนาดนี้ มีทุกอย่างเหมือนห้องพักทั่วไป
รถคันที่เรานอน หันหน้าออกเจอทะเลพอดีค่ะ เปิดหน้าต่างชมวิวทะเลได้สบายเลย เสียดายที่เราไม่ได้ถ่ายรูปวิวตอนกลางคืนมาให้ดู มัวแต่นั่งมองทะเล มองพระจันทร์ เพลินไปหน่อย แอบเสียดายที่ฟ้าปิด ไม่เห็นดาว ไม่งั้นคงฟินกว่านี้แน่ๆ
ขอพูดถึงเตียงนิดนึงค่ะ วันแรกที่มาถึง ก่อนเอากุญแจมาเปิดห้อง เจ้าของที่พักบอกว่าถ้าอยากให้มาเคาะปลุกให้บอกได้เลย เพราะเตียงที่นี่ทำนักท่องเที่ยวนอนเพลินจนตกรถพาทัวร์เกาะกันมาหลายคนแล้ว ตอนฟังก็แอบคิดในใจว่าอะไรจะเว่อร์เบอร์นั้น แต่เอาเข้าจริงๆ สายจริงๆด้วยจ้าาาา 5555 แงะตัวเองออกจากเตียงแทบไม่ทัน
หลังจากถ่ายงาน3วันติด ก็เหลือวันว่างให้ชิล 1 วัน
เราตั้งใจที่จะตื่นเช้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้น เลยตั้งนาฬิกาปลุกไว้ ตี 5.30
ปรากฎว่าตื่นตี5.50 (เตียงผิดค่ะ ฮี่ๆๆๆๆ) เดินงัวเงียลงจากรถมาพร้อมกล้อง ฟ้าเริ่มมีแสงสีแดงๆแล้ว รีบถ่ายรูปเก็บภาพ แล้วไปเดินเล่นสักพักก็ แอบมาหย่อนก้นลงบนเปลหน้าที่พัก นั่งมองท้องฟ้าบ้าง มองทะเลบ้าง หลับตาฟังเสียงคลื่นบ้าง หาความสงบแบบนี้จากเมืองหลวงไม่ได้ก็ขอสโลว์ไลฟ์ตรงนี้ไว้เยอะๆหน่อยละกันน้าาา
มีเจ้าปั๊กตัวอ้วนประจำที่พัก มาวิ่งเล่นเป็นเพื่อนเราด้วย
สำหรับชาวพุทธมีพระเดินบิณฑบาตด้วยค่ะ
บรรยากาศตอนเช้ามันดีมากจริงๆ แต่กว่าจะขุดตัวเองจากเตียงได้นี่ก็ยากมากเหมือนกันนะ
ขอทิ้งตัวบนเปล นอนต่อได้ไหม
แดดเริ่มออก เรากลับไปนอนดูวิวจากบนรถบ้านแทนละกัน
แอร์เย็นๆ+เตียงนุ่มๆ ไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ เราเผลอหลับยาวเลย ตื่นมาอีกทีก็สายๆแล้ว พี่ช่างภาพเลยสั่งชุดสุกี้มาทานกันค่ะ
น้ำจิ้มอร่อย
***ที่พักเราชื่อ Samui Caravans อยู่ฝั่งใต้ของเกาะ เป็นโซนที่เงียบมากๆ ผิดกับทางหน้าหาดเลยค่ะ ถ้าใครชอบแถวเฉวง อาจจะไม่ชอบที่นี่เท่าไหร่ เพราะเอาจริงๆมันเหมาะสำหรับคนหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนจริงๆมาเสพชีวิตสโลว์ไลฟ์มากกว่าค่ะ***
บ่ายแก่ๆ พี่เขาพาเราออกไปขับรถเที่ยวแถวบ่อผุด แถวนี้ร้านอาหาร โรงแรมเยอะมาก แทบไม่เห็นต้นมะพร้าวแบบโซนที่พักเราเลย
เหมือนกับคนละเกาะจริงๆ
เราแวะกินส้มตำร้านตำหลาย แถวบ่อผุด ส้มตำจานใหญ่ดี และราคาก็ใหญ่ตาม
ยำทะเลสะดุ้ง น้ำยำอร่อย ใครมาแวะร้านนี้ ลองสั่งดูนะคะ
ต่อด้วยร้านบ้านเค้กสมุย อยู่ใกล้ๆกันเลย ชีสเค้กอร่อย ชิ้นใหญ่ดี แนะนำว่าให้กินคู่กับอิตาเลียนโซดาเปรี้ยวๆ
ช่วยให้กินเค้กได้อร่อยขึ้นเยอะเลย
ถ้าเทียบราคากับปริมาณ เราว่าที่นี่เค้กไม่แพงนะ
จากร้านเค้กเราไปต่อที่ร้านกาแฟริมทะเล แถวๆFisherman ร้านบรรยากาศดีมากๆ
และในระหว่างที่พี่ช่างภาพเรานั่งใช้wifiร้านส่งงานลูกค้า เราได้ภาพสวยๆไปหลายใบเลย
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น