▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
บันทึกนักเดินทาง
[CR] HANOI - SAPA พิชิตเทือกเขา FANSIPAN สวรรค์บนดินฟินสุดๆ
DAY 1 BKK ( DMK ) - HANOI
หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน วันนี้เข้าที่พักเพราะพุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าเพื่อไปจุดมุ่งหมายสำคัญ SAPA และที่สำคัญเราต้องออกแต่เช้าตรู่เพราะพรุ่งนี้เป็นวันชาติเวียดนาม กลัวรถติด
DAY 2 HANOI - SAPA
จากฮานอยเดินทางโดยรถบัสไปซาปาประมาณ 6 ชั่วโมง เพราะว่าฝนตกเป็นระยะตลอดทางเลย จนประมาณ 13.00น เราก็ถึงเมืองลาวไก แวะทานข้าว
อาหารเป็นแบบจีนผสมกับชนเผ่า...รสชาติก็แปลกๆดี ไม่ถูกปากคนไทยแน่นอน แต่ยังดีมีไข่เจียว .....เดินทางต่อ เป้าหมายหลักเมือง SAPA นั่งรถต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็มาถึงเมืองซาปา ทริปแลกของวันนี้คือ ตะลุยหมู่บ้าน Cat Cat กันก่อนเลย
แม่เฒ่าชาวม้งดำแห่งหมู่บ้าน Cat cat
บรรยากาศในวันที่ฟ้าเป็นใจ
ทางลงสู่หมู่บ้านด้านล่างเชื่อมต่อไปยังน้ำตก
น้ำตกซิลเวอร์
มีสวนดอกไม้ให้แวะถ่ายรูปเป็นระยะ ตลอดเส้นทางเดินเท้าร่วมๆ4กิโลเมตร โชคดีที่เมื่อวานฝนไม่ตกไม่งั้นน่าจะเดินลำบากน่าดู และน่าจะค่อนข้างอันตรายพอสมควร เพราะเส้นทางลงบันไดชัน+เส้นทางที่เป็นดินลาดลง ต้องใช้ความระมัดระวังในช่วงที่ฝนตก จบไปวันนี้พร้อมกับแรงที่หมดเช่นกัน
Day 3 Humphrey Mountain - FANSIPAN พิชิตหลังคาแห่งอินโดจีน
5.30 น. ตื่นมาพร้อมนาฬิกาปลุกที่ดังที่ตั้งค้างไว้เมื่อวานที่ฮานอย รู้สึกง่วงมากแต่พอลองคิดดูเกือบเช้าแล้วเลยเปิดม่านดู
วิวที่เจอสวยมากๆๆ..พระอาทิตย์กำลังพยายามส่องแสงผ่านเมฆที่หนาปกคลุมเทือกเขา กับอากาศ 15 องศาลมเย็นสบายปะทะหน้ายามเช้า สดชื่นหายง่วงไปเลยทีเดียว นั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นและพยายามจะแทรกตัวให้ผ่านพ้นกลุ่มก้อนเมฆหนาให้ได้จนเมฆกลุ่มนั้นจะกลืนกินพระอาทิตย์หายไป...
ผนตกหนักแต่เช้าเลย หวั่นใจมากว่าขึ้นเขาฟานซิปานจะไม่ได้เห็นอะไรนอกจากฝน นั่งรออยู่โรงแรม ประมาณ 10 โมงเช้า ไกด์ของเรามารับและแจ้งว่าถึงฝนจะตกยังไงก้ต้องไป...งงเลยเที่ยวกลางสายฝนครั้งแรกของชีวิต ถ้าเป็นเมืองไทยคงต้องนอนรอโรงแรม แต่ไกด์บอกพร้อมเราก็ต้องลุย.....
Humphrey Mountain.....ในวันที่ฝนเฉอะแฉะ
สุดท้ายขึ้นไม่สุดยอดเขาเพราะว่าลื่นมาก..เลยเดินลงดีกว่า มาตะลุยในเมืองเล่นดีกว่า
ที่นี่นิยมของย่างตามชนเผ่าม้งดำ...หมูดำ เนื้อควาย ทีเด็ดน่าจะเป็นเนื้อม้าย่างจะซื้อทานต้องถามกันดีๆๆ
เที่ยงแล้วแวะหลบฝนทานอาหารม้งดำผสมกับอาหารจีน
หลังจากทานอาหารไปสักพัก เหมือนโชคเข้าข้าง ฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆฝนกลับสว่างสดใสแสงแดดอ่อนๆให้เห็น เราจึงรีบเดินทางไปยอดเขาฟานซีปาน
เราใช้เวลานั่งกระเช้าประมาณ 25 นาที เบื้องล่างเป็นนาขั้นบรรไดเขียวสลับเหลืองสวยงามมาก ตลอดเส้นทางกระเช้าขึ้น มีภูเขาสูงสลับซับซ้อนกัน มีน้ำตกสูงไหลผ่านช่องภูเขาลงมาเบื้องล่างอยู่หลายจุด นับว่ามีทัศนียภาพข้างทางที่สวยมากราวกับภาพวาดทีเดียว ถึงบนสถานีมีวิวให้ถ่ายรุป มองเห็นเมืองซาปาทั้งเมืองเลยทีเดียว อากาศเย็นสบายดี มีเมฆลอยอยู่ด้านล่าง เรียกได้ว่าเหมือนเราอยู่บนสวรรค์เลยก็ว่าได้....สุดจริงๆที่นี่
หลังจากวันนี้ได้ขึ้นไปบนสวรรค์แล้ว มื้อเย็นทานอาหารแถวๆถนนคนเดินเมืองซาปา แล้วก็เดินย่อยกับบรรยากาศอากาศ18องศากำลังดี
หลังจากเดินชิมช๊อปกันอยู่พักใหญ่..ก็เริ่มน้ำมันหมด เลยต้องหาอะไรเติมเข้าท้องกันนิดหน่อย นิยมสุดที่นี่ยามค่ำคืนก็ไม่พ้นปิ้งย่างแต่เราเลือก.."ชาบูหม้อไฟ" เห็นนิยมทานกันมากมีหลายร้าน ที่นี่ให้เยอะน่าตกใจชุดละ400บาท กินให้หมดน่าจะ5คนขึ้นไป มีทั้งหมู เนื้อ ไก่ ม้า และเนื้ออื่นๆ.....
Day 4 : Tarvan Villeate - Hanoi
ทางไปหมู่บ้านนี้วิวสวยมาก มีการทำนาขั้นบรรไดกันตลอดเส้นทาง ภูเขาทุกลูกระหว่างทางมีสีเขียวกับสีทองสลับกันสวยงามคุ้มค่ากับการเดินทางมาอย่างยิ่ง วิธีชาวบ้านในหมู่บ้าน tarvan แลดูเงียบสงบเรียบง่าย มีโฮมสเตย์อยู่หลายแห่ง เหมาะกับการมาพักผ่อนแอบอิงกับธรรมชาติมากกกกกก...
หลังจากนั้นเดินทางกลับสู่ฮานอย ซิตี้
Day 5 : Hanoi - BKK ตะลุยเมืองฮานอย สุสานลุงโฮ สะพานแดง ช็อปปิ้ง เดินทางกลับเมืองไทย
สรุปการเดินทาง ฮานอย-ซาปา ประทับใจมาก สวยงามมากเกินกว่าที่คิดไว้ เมืองซาปาคือที่สุดแล้ว ส่วนฮานอยก็มาดูชีวิตที่ออกจะตื่นเต้าหวาดเสียว ถือว่าเป็นประสบการณ์แบบใหม่ที่ยังไม่เคยเจอ
ปล. ต้องขอขอบคุณ PSMILE TRAVEL คุณนุ้ย และไกด์กิติมศักดิ์ คุณโอม ที่พาเที่ยวดูแลบริการดีตลอดทริปการเดินทาง ทั้งที่พัก อาหาร รถ รวมถึงน้ำพริกอร่อยๆที่ติดไม้ติดมือมาพอหายคิดถึงบ้านได้ และสำคัญขอบคุณการบริการที่ดีที่มาจากใจครับ ขอบคุณครับ บริษัท พี สมาย ทาเวล จำกัด