แชร์ประสบการณ์เสริมจมูกคลินิกดังถ้ารู้แล้ว...หาที่อื่นเถอะครับ

สวัสดีครับพี่น้องชาวพันทิปทุกท่านวันนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์และความรู้สึกหลังจากไปทำจมูกมา ครับก่อนอื่นเลยเคสของผมเป็นเคสเสริมใหม่ครับซึ่งก่อนที่จะไปทำเนี่ยผมเป็นคนที่มีจมูกอยู่บ้างแล้วครับแต่แค่อยากมีเพิ่มจึงตัดสินใจทำก่อนจะทำผมศึกษาข้อมูลค่อนข้างละเอียดเลยครับ ทั้งหาคลินิค ค้าหาเปรียบเทียบราคา  หาข้อมูลซิลิโคน หาข้อมูลคลินิคแต่ละที่ทั้งจากคนรอบข้างและทั้งจาก google แล้วค่อยนำมาเปรียบเทียบกัน ซึ่งคลินิคที่เราไปทำนี่ดังและมีคนไปทำเยอะพอสมควรครับ ส่วนหมอเจ้าของคลินิกเค้าก็บอกว่าเค้าเป็นถึงอาจารย์แพทย์ และเพื่อนเราก็ทำกับหมอท่านนี้ก็ดูโอเคเป็นธรรมชาติดี คลินิกนี้มีสาขาอยู่หลายที่เลยครับ ทั้งใน กทม. ภาคอิสานที้ขอนแก่น ภาคเหนือเชียงใหม่ ภาคใต้ก็มี ชื่อคลินิค 2 พยางค์ ซึ่งเราตัดสินใจเลือกที่นี่เพราะ โปรโมชั่นจริงๆครับยอมรับ แล้วเราก็ได้ทำกับหมอเจ้าของคลินิก เราเลยไว้ใจ และชะล่าใจอีกด้วยว่า "แกเป็นถึงอาจารย์หมอต้องทำสวยแหล่ะวะ" ราคาที่เราทำคือ 3หมื่นกว่าบาทครับ ลดเหลือ 2.4หมื่น แต่เราได้จองโปรวันแม่ครับ และใช้ส่วนลดต่างๆ ที่เราต้องใจ่ายก็ หมื่น5กว่าๆครับ เราก็ตัดสินใจจองโปรกับแอดมินของทางคลินิค  มาถึงวันไปทำก่อนหน้านั้น1วันมี พนง.ผช โทรมาบอกว่าทำเช้า ให้มาก่อนเวลา 30นาที เราก็ตอบตกลง เราไปรถเพื่อนครับ เช้าวันที่ต้องผ่าตัด เราไป 8.30น. ตามที่เค้าบอกครับ ไปถึงคลินิก ยังไม่เปิดเลยครับ เราก็นั่งรถในรถ 8.45น. ประตูเหล็กข้างหน้าก็เปิดขึ้นเราก็เดินไปนั่งรอหน้าร้านครับ พนง.ก็ทยอยกันมาเรื่อยๆๆๆ ครับซึ่งเรานั่งรอหน้าคลินิกไม่มีทางที่จะมองไม่เห็นเราครับ แต่ไม่มี พนง.คนไหนเลยที่จะถามเรา ในใจคือไม่ค่อยโอเคเเล้ว จะเปลี่ยนคลินิคก็เสียดายเพราะ เรามัดจำไปแล้ว แล้วมีป้าแม่บ้านที่ถูพื้นกับเช็ดกระจกอยู่ ก็เอ่ยปากถามเราว่า "มาติดต่ออะไรลูก?" เราก็ตอบ "จมูกครับ" แล้วปเาก็เดินหายเข้าข้างใน จากนั้นก็มี พนง.ออกมาบอกให้เราเข้าไปนั่งรอข้างใน แล้วก็มีน้ำมาเสริฟน้ำก็แก้วพลาสติก ก๊องแก๊งมากครับ เพราะเราไปคลินิกเสริมความแบบนี้มาหลายที่ เค้าก็เป็นน้ำใส่แก้วมาดีๆๆๆๆ. บ้างก็เป็นน้ำผลไม้ ตอนนี้เราเริ่มมองเห็นความโหล ความโหลยโท่ย ความห่วย ของคลินิกออกมาทีละนิดๆๆ แล้ว แต่ก็ต้องทำเพราะใกล้ได้เวลาขึ้นเขียงแล้ว  มาถึงตอนเข้าห้องผ่าบ้าง สิ่งที่เราสัมผัสได้เลยคือความรีบบบ ของหมอ คือแกรีบมาก ดูแกร้อนรนมาก เพราะใกล้เวลาขึ้นเครื่องบินครับ คือแกต้องบินไปต่อสาขากรุงเทพ แกเดินมาจับจมูกเราก็ พูดแค่ว่าเนื้อเยอะ ทำได้โด่งเลยละ แต่ในมือเราคือถือมือถือเปิดรูปทรงจมูกไว้ครับ กะว่าจะเอาให้ดูแต่ไม่มีจังหวะเลยครับ หมอเดินไปเดินมา เข้าๆ ออกๆ รู้ตัวอีกทีเราก็โดนเอาผ้าคลุมหน้าทาเบตาดีนแล้ว แล้วพนง.ก็ดึงมือถือออกจากมือเรา เอามือเราซุกผ้าห่ม แลัวหมอก็ฉีดยาชาครับ ก็เจ็บมากครับตามที่คิดไว้ ในระหว่างที่ฉีดก็มีคนไข้เสริมคางเดินเข้ามาครับ พอหมอฉีดยาชาเสร็จก็เหลาซิลิโคนสักแปปนึงครับ. แล้วแกก็วางไว้ แล้วเดินไปตรวจเคสคางเตียงข้างๆ และฉีดยาชาทิ้งไว้เหมือนกัน แล้วก็กลับมาเหลาซิลิโคนผมต่อ คือเราไม่หลับตานะครับ เราเห็นทุกอย่างตลอด  จากนั้นเลขาของหมอก็เริ่มไลฟ์สด เคสเราครับ เราก็ยอมครับเพราะเราเห็นท่าทีหมอคือรีบเผื่อว่าถ้าไลฟ์ แกอาจทำช้าลงบ้าง ใจเย็นลงบ้าง ก็แค่นิดเดียวคับ แกก็ยังรนๆ อยู่ ในระหว่างนั้นเราก็ได้ยินว่า ทางสนามบินโทรมา ในเครื่องที่ใช้ไลฟ์ เค้าก็เลยตัดสายไป เราก็ไม่ได้สนใจไร ระหว่างที่เหลาซิลิโคนก็รอยาชาออกฤทธิ์ครับ พอเริ่มการผ่าเราก็มองเหนครับว่าเค้าทำอะไรบ้าง แต่เราไม่รู้สึกอะไรเลย ลงมีด แล้วก็เซาะๆโพรงจมูก จากนั้นก็ตะไบสัน แลัวก็ยัดซิลิโคน จับๆจัดๆดัดๆ แลัวก็ให้ส่องกระจก เราก็ว่ามันสวยดีครับ ลงมารับยา และที่ประคบ ที่ประคบเย็นคือลูกโป่งใส่น้ำแช่ช่องฟรีซโง่ๆ 2ลูกให้มากับยาและเซตทำแผล ซึ่งเราคิดในใจว่า ยิ้มกูจ่ายค่ายา ไป 1000นึงกูได้แบบนี้หรอวะ หมอนรองคอไม่มีให้ คลินิกอื่นที่เราพาเพื่อนไปคือ เจลประคบอย่างดี หมอนรองคอ ทุกอย่างคือดี แค่ 900 แล้วกูละ!???   แล้วแผลที่หมอเย็บให้คือ เย็บเห็นด้ายอยู่ข้างนอก เราก็งงๆ
........เวลาผ่านไป 3-4 วันหน้าเราไม่ค่อยบวมช้ำมากครับ แต่เราเริ่มสังเกตได้ว่า รูจมูกไม่เท่ากัน และช่วงวันที่4เราสังเกตว่าจมูกเรามันเอียงซ้าย เรายังไม่กังวลเะราะเพื่อนบอกเราว่าช่วงแรกๆจิตตกมากกก. ผ่านมา 7วันแกะเทปที่แปะจมูก เราดูดีๆ มันก็ เอนมาด้านซ้ายจริง คือเราบอกก่อนว่าฐานเดิม จมูกเราไม่เบี้ยวนะครับ   วันที่14. เราไปตัดไหม แล้วให้เค้าเช็คทรงให้ด้วย ก็คือวางซิลิโคนตรงครับ แต่เหมือนเหลาไม่เท่ากัน แต่ว่าถ้าไม่สังเกคดีๆ คือก็จะมองไม่รู้ครับว่ามันเอียง แล้วเค้าก็สอนเราดัดครับ เราก็ทำตาม มาเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่ามันก็กลับมา แต่ก็ไม่100% ผมไม่ซีครับว่าคนอื่นจะพูดไร
****แต่ที่ออกมาเล่าคือเป็นประสบการณฺที่มีต่อ พนักงานต่อการบริการลูกค้า การต้อนรับ ความใส่ใจของแพทย์ต่อคนไข้มากกว่าครับ*****
ซึ่งก็ไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควร. และขอแนนำแบบนี้ครับ
1.เลือกหมอดีๆ ที่เค้าใส่ใจเราดีกว่า
2.จำนวนของคลินิกไม่ได้ การันตรี ว่าหมอจะเจ๋งจริงครับ (เผลอๆมีสาขาเดียวเค้ามีเวลาตรวจ มีเวลาเช็คระเอียดกว่าครับ ไม่ต้องรีบไปขึ้นเครื่องกลับสาขาอื่นด้วยย). ปล.แอบเจ็บใจว่าถ้ารีบยิ้มจะเปิดหลายสาขาให้ลำบากตัวเองเพื่อ!??????
3.ซิลิโคนครับ ดูดีๆ ตอนนี้เรามารู้ทีหลังว่า ตั๊กแตนที่เราใส่ เค้าไม่ได้สั่งซื้อจาก บริษัทที่เป็นผู้คิดค้น (มิน่าละไม่มีกล่อง) (พลาดอีกละตรู) ดูดีๆเช็คแหล่งที่มาของซิลิโคนดีๆครับ ต่อให้นำเข้าจากUSAจริง  แต่ถ้ามีหลักฐานยืนยันลิขสิทธิ์จากทางบริษัทเขามาด้วย มันก็น่าจะดีกว่าถูกไม๊ครับ
4.เปรียบเทียบราคาแล้วอย่าพึ่งรีบด้วนตัดสินใจเพราะ โอนแล้วมันไม่คืนมัดจำคุณครับ แลัวคลินิกอื่นก็มีโปรเหมือนกันนี่ละครับ เทียบดีๆๆ
5.สุดท้ายนี้บอกเลยครับ เสียความรู้สึกนิดหน่อย แต่ไว้เรียนจบมีงานมีการก็ค่อยแก้ใหม่ และหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าคนที กำลังคิดจะทำที่  คลินิก ว.  ชื่อ2พยางค์  มีหมอในคลินิค 3-4คน คลินิกมีอยู่ทั้ง4ภาค  หวังว่าท่านจะคิดตริตรองอีกครั้งครับ. สำหรับผม. วย. คลิ.  อาจทำสวยจริงในหลายเคส แต่สำหรับผม ผมนับว่าตัวเองเป็นเคสหลุดนะครัย

แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่